<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราเมศ&#039;อบรม&#039;สินมั่นคง&#039;ประกาศรวมพลนักกฎหมายช่วยปชช.ถูกยกเลิกกรมธรรม์โควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
16ก.ค.64-นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ บริษัทประกัน ได้บอกเลิกกรรมธรรม์ ประชาชนที่ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด 19 ว่า หลักการเรื่องนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดประชาชนผู้ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด19 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ บริษัทตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่ง ในกรณีหากผู้ทำประกันภัยติดเชื้อโควิด19 บริษัทก็ต้องทำตามสัญญาคือการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ผูกพันสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า เมื่อได้หลักความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยแล้ว ก็ต้องมาดูว่ากรณีที่จะยกเลิกสัญญาประกันภัย ทำได้เพราะเหตุใดบ้าง หลักกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดอีกว่า หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้อยู่แล้วไม่บอกความจริง สามารถบอกเลิกได้ เช่น หากติดเชื้อโควิด19แล้ว แต่นำหลักฐานเท็จทาแสดงต่อบริษัทว่าตนไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ต่อมาเมื่อทำสัญญาประกันแล้ว นำผลตรวจมาแจ้งว่าติดโควิดเพื่อขอรับเงินค่าสินไหม กรณีตัวอย่างนี้บอกเลิกสัญญาได้เช่นเดียวกันคือประชาชนผู้ทำสัญญาประกันภัยกระทำการทุจริต เช่นนำผลตรวจปลอมมาขอรับเงินค่าสินไหม เหมือนที่ได้ยกตัวอย่างมา กรณีนี้บอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย อ้างเหตุบอกเลิกสัญญาตามกรมธรรม์ ข้อ 2.4.3 ที่ระบุการสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทบอกเลิกกรมธรรม์ตามเงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนดข้อ 2.5และอ้างเหตุตาม ข้อ 2.5.1 ที่ระบุว่าบริษัทสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบโดยบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัยนี้บริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยที่ได้เรียกเก็บมาแล้วเพราะเหตุแห่งการฉ้อฉลหรือการทุจริตดังกล่าวข้างต้นและบริษัทจะไม่รับผิดสำหรับการเรียกร้องค่าทดแทนอันเกิดจากการกระทำดังกล่าวนั้น ผมเห็นว่าไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและกรมธรรม์ การจะเลิกสัญญาได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นกรณีการปกปิดความจริง การทุจริตฉ้อฉล หากไม่มีเหตุย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ การบอกเลิกสัญญาประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวด้วยว่า การทำประกันของประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยในอนาคต หาใช่กลับกลายว่าบริษัทเห็นว่าบริษัทเสี่ยงภัยแล้วเลยบอกเลิกสัญญา เช่นนั้นแล้วจะทำสัญญาประกันไปทำไม ไร้ประโยชน์ แล้วการระบุว่าจะคืนเบี้ยประกันบางส่วนยิ่งเป็นเรื่องตลก เพราะเหตุผลที่บอกมาคือบริษัทต้องบริหารความเสี่ยง เพราะเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือบริษัทเสี่ยงจึงบอกเลิกเหตุก็เกิดจากบริษัท แล้วจะให้ประชาชนรับกรรมจากความเสี่ยงของบริษัทอย่างนั้นหรือ ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปดูพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ดีด้วย มาตรา 4 ที่ระบุสาระสำคัญไว้ชัดคือ ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ไปท่องให้ขึ้นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่ทำประกันภัยกับบริษัทสินมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรับคืนค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจะจ่ายคืน เพราะสัญญายังสมบูรณ์ และประชาชนที่ทำประกันติดเชื้อโควิด ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้คือ 100,000 บาท ตนขอประกาศจุดยืนตอนนี้เลยว่าจะสู้เรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยจะระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทจะมีเงินทองมากมายก่ายกองขนาดไหนไม่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือบริษัทต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะบริษัทอยู่ได้มีรายได้มากก็เพราะประชาชน ในประเทศนี้ อย่าซ้ำเติมวิกฤติในสถานการณ์แบบนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธรรม์, นายราเมศ รัตนะเชวง, ประกันภัยโควิด-19, สินมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14fab49742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่พาเหรดแจงลูกค้าไม่มีแผนบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2564 บมจ. กรุงเทพประกันภัย ขอเรียนแจ้งว่า บริษัทไม่มีนโยบาย ในการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิดทุกแผน ขอให้ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันภัยโควิดจะได้รับความคุ้มครองภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครองของกรรมธรรม์ประกัยภัยที่เลือกซื้อไว้อย่างแน่นอน &amp;quot;

ทั้งนี้ สำหรับประกันโควิด บริษัท กรุงเทพประกันภัย นั้น มีหลายแผน เช่น ประกันโควิด-19 เจอ-จ่าย-รักษา-โคม่า ,ประกันโควิด-19 รักษา-ชดเชย -โคม่า ,ประกันโควิด-19 รักษา - โคม่า&amp;nbsp; เป็นต้น

ด้านนางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ในขณะนี้ มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นมากมาย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเกิดความไม่มั่นใจ สำหรับ อลิอันซ์ อยุธยา ในฐานะผู้นำในประกันชีวิตและสุขภาพ ขอยืนยันความมั่นคงของบริษัท และยืนยันความคุ้มครองที่ลูกค้าจะได้รับจะเป็นไปตามกรมธรรม์ที่ลูกค้าถือไว้ทุกประการ บริษัทไม่มีนโยบายในการยกลิกสัญญากับลูกค้าอันเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จ่ายเคลมตามกรมธรรม์จากสถานกาณณ์โควิด 19 ไปแล้ว กว่า 2,500 เคส ยอดเคลมกว่า 157&amp;nbsp; ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีมาตรการเสริมความคุ้มครองโควิด-19 รอบด้านสำหรับลูกค้า อาทิ การให้ความคุ้มครอง กรณีลูกค้าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งครอบคลุมการรักษาทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel)&amp;nbsp; ความคุ้มครองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับลูกค้าที่มีอาการและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ การช่วยประสานงานและให้คำปรึกษาการเข้ารับการรักษา กรณีที่ลูกค้า ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 และ การลดระยะเวลารอคอยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองเร็วขึ้น

กรณีที่ลูกค้ามีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพฉบับใหม่ โดย ลดระยะเวลารอคอยการเข้ารับการรักษาด้วยโรคโควิด-19 จาก 30 วันเป็น 14 วัน และสามารถใช้บริการเคลมแบบที่ลูกค้าไม่ต้องสำรองจ่ายออกไปก่อน (แฟกซ์เคลม) จากเดิม ที่จะใช้สิทธิ์ได้ต้องรอ 90 วัน ลดเหลือเพียง 30 วันก็สามารถเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรพ.คู่สัญญา และ เงื่อนไขกรมธรรม์ด้วย

&amp;ldquo;ไม่ว่าสถานการณ์จะไม่แน่นอนซักเพียงใด อลิอันซ์ อยุธยา จะอยู่เคียงข้างลูกค้า พร้อมที่จะให้ความคุ้มครองตามคำมั่นสัญญาของเรา และพร้อมจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนของสังคมไทย ที่จะจับมือทุกฝ่ายก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นางนวลพรรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;สำหรับลูกค้าของเมืองไทยประกันภัย ทั้งรายใหม่และต่ออายุที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ขอให้ทุกท่านอุ่นใจและมั่นใจว่าเรายังพร้อมดูแลและให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมดูแลประชาชน ยังคงให้ความคุ้มครองและรับประกันโควิด-19
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109965</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, ประกันภัยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f01082baf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิริยะฯ ประกาศยกเลิกต่ออายุประกันโควิดทุกแบบ ด้านฟอลคอนฯ ย้ำชัดไม่ยกเลิกกรมธรรม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศยกเลิกการรับประกันการต่ออายุแบบประกันโควิค ทุกแบบ ทุกแผนมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ทุกช่องทางการขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า การยกเลิกการรับประกัน เฉพาะกรณีต่ออายุ เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่ทำประกันไปแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองตามเดิมไม่มีการยกเลิกกลางคันแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ที่รุนแรงขึ้นทะลุ5,000 รายต่อวันขึ้นไป ทำให้ยอดเคลมสินไหมประกันโควิดพุ่งทะลุ100% มาโดยตลอดและบริษัททำประเมินความเสี่ยงภัย ตามโมเดลที่วางไว้ ซึ่งให้โมเดลของอู่ฮั่น ดังนั้น จึงต้องบริหารความเสี่ยงภัยเพื่อไม่ให้กระทบกับการรับประกันภัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ยืนยันให้ความคุ้มครองและไม่มีนโยบายบอกเลิกกรมธรรม์ประกันโควิดทุกประเภทพร้อมดูแลลูกค้าตลอดอายุสัญญาประกันภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;#39;สินมั่นคง&amp;#39; ไม่เสี่ยง ประกาศยกเลิกกรมธรรม์โควิด เจอ จ่าย จบ หลังสถานการณ์ระบาดรุนแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันภัยโควิด-19, ฟอลคอนประกันภัย, วิริยะประกันภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f132e7e4879.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่พูดเยอะ ทำทันที &#039;ส.ส.บีลาและเพื่อน&#039; ลงขันทำประกันโควิดให้นักรบอาสา 2,434 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 64&amp;nbsp; - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมทรายทอง ที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายสกุลศักดิ์ มะดาโอ๊ะ ที่ปรึกษา นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ นางสาลีฮะ มะยูโซ๊ะ ภรรยาของ สส.สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ และกลุ่มเพื่อน ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทน มอบกรมธรรม์ประกันภัยโควิด 19 จากบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด ให้กับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขอำเภอ หรือ อสม.จำนวน 2,434 คน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 16 ตำบล 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุไหงปาดีและแว้ง ซึ่งมีวงเงิน 632,840 บาท ซึ่งถือว่าเป็นนักรบอาสาหรือ บุคลากรด่านหน้า ที่ต้องเผชิญและสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่กล่าวขอบคุณต่อกลุ่มเพื่อน ส.ส.สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ที่ได้ร่วมเสียสละรวบรวมเงินในการทำกรมธรรม์ประกันภัยโควิด 19 ให้กับกลุ่มนักรบอาสาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสกุลศักดิ์ มะยูโซ๊ะ ที่ปรึกษา สส.สัมพันธ์ มะดาโอ๊ะ กล่าวว่า หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด 19 ในระลอกที่ 3 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในภาพรวม ทาง ส.ส.สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ได้มีการปรึกษาหารือกับกลุ่มเพื่อน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มนักรบอาสา ที่ถือว่าเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ต้องเข้าไปสุ่มเสี่ยงและสัมผัสกับกลุ่มบุคคลที่แอบลักลอบข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติ จากพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานและเป็นขวัญกำลังใจ ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มความสามารถ จึงได้ลงความเห็นตัดสินใจทำกรมธรรม์ประกันภัยโควิด 19 ให้ ในการนี้ ต้องขอบคุณ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.พรรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนราธิวาส และเพื่อนๆทุกคน ที่ร่วมช่วยกันให้มีกิจกรรมดีเพื่อประชาชน และยืนยันเสมอว่าส.ส.อยู่เคียงข้างประชาชนและไม่ทอดท้ิงประชาชนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105247</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, ประกันภัยโควิด-19, สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9cd528d2f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ.อนุมัติขายประกันผ่านระบบดิจิทัลสู้ภัยโควิด 19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เมษายน 2563 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คปภ. ได้ลงนามในประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต/วินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร ในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ.2563 โดยให้อำนาจสำนักงานในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยฯ ให้แตกต่างจากประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยฯ พ.ศ. 2561 (ประกาศการขายประกันฉบับปี 2561) ในกรณีจำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด&amp;ndash;19 นั้น สำนักงาน คปภ. ได้ประชุมร่วมกับสมาคมตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจประกันภัยในการปรับกติกาที่ใช้ในปัจจุบัน ให้มีความยืดหยุ่น และนำมาใช้เป็นการชั่วคราว กรณีการเกิดข้อขัดข้องในทางปฏิบัติของช่องทางการเสนอขายที่ไม่สามารถดำเนินการได้ในรูปแบบของ Face to Face ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยแบบ Face to Face ตลอดจนหลักการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การออกประกาศเฉพาะกิจนี้ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ต่อมาในวันที่ 7 เมษายน 2563 เลขาธิการ คปภ. ได้ลงนามในประกาศ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต/วินาศภัย และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต/วินาศภัย และธนาคาร ในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2563 (ประกาศการขายประกันเฉพาะกิจ Digital Face to Face) ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
1. ให้การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย แบบ Face to Face หรือธนาคาร สามารถใช้วิธีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดย เสียง และ/หรือภาพ กับลูกค้าได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเสนอขายกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit &amp;ndash; Linked) และกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่มีความซับซ้อนและอาจมีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสำนักงาน กลต. ด้วย

2. กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องมีความพร้อมของระบบหรือกระบวนงานที่รองรับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย โดยให้ผู้เสนอขายใช้วิธีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยข้อความ เสียง และ/หรือภาพ เช่น การจัดเก็บการสนทนาระหว่างผู้เสนอขายและลูกค้า การตรวจสอบคุณภาพการขาย การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามกฎหมาย เป็นต้น

3. ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย จะต้องมีการบันทึกเสียงหรือภาพการสนทนาไว้ โดยผู้เสนอขายต้องอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยที่เสนอขาย โดยใช้เอกสารประกอบการเสนอขายที่ได้รับความเห็นชอบจากบริษัทเท่านั้น รวมถึงต้องสอบถามข้อมูลเพื่อทราบความจำเป็น ความต้องการ วัตถุประสงค์ในการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อแนะนำแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย (Suitability Requirement) ของลูกค้า

4. กรณีลูกค้าสนใจทำประกันภัย ให้ผู้เสนอขายสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เพื่อกรอกข้อมูลของลูกค้าในคำขอเอาประกันภัย และเอกสารประกอบการเสนอขาย และส่งให้ลูกค้าตรวจสอบความถูกต้องผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอพพลิเคชั่นที่ตกลงกับลูกค้า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การส่งข้อความสั้น (SMS) ทั้งนี้ หากลูกค้าตกลงทำประกันภัย ให้ลูกค้าส่งข้อความยืนยัน พร้อมส่งภาพบัตรประชาชน คำขอเอาประกันภัย และหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีบริษัท โดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นเดียวกัน และเมื่อบริษัทได้รับชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว ให้ออกเอกสารการรับเงินโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ลูกค้าทันที

5. เมื่อบริษัทตกลงรับประกันภัย บริษัทจะส่งกรมธรรม์ประกันภัยโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนก็ได้
หากผู้เอาประกันภัยยินยอม และให้เริ่มนับระยะเวลาขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (Free Look Period) ตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ประกันภัยไปถึงผู้เอาประกันภัย ทั้งนี้ บริษัทต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแสดงการรับเงินฉบับจริงให้ผู้เอาประกันภัยด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยอาจแจ้งความประสงค์ให้บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการชดใช้เงินตามสัญญาประกันชีวิต/การชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560

6. เมื่อบริษัทออกหรือส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ภายใน 7 วัน บริษัทจะต้องโทรศัพท์ไปขอคำยืนยันการทำประกันภัย (confirmation call) และหากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะยกเลิกการทำประกันภัย ให้บริษัทคืนเบี้ยเต็มจำนวนให้ผู้เอาประกันภัย ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการยกเลิกนั้น

&amp;ldquo;ประกาศการขายประกันเฉพาะกิจ Digital Face to Face จะใช้คู่กับประกาศการขายประกันฉบับปี 2561 ซึ่งเป็นประกาศหลักที่ใช้ในปัจจุบัน โดยจะช่วยเสริมให้เกิดความคล่องตัวเพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศการขายประกันฉบับปี 2561 สามารถดำเนินการได้ โดยเปิดช่องให้นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบ Face to Face เพื่อแก้ปัญหาในทางปฏิบัติในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจะใช้เป็นการเฉพาะกิจในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดนี้ ซึ่งการใช้ประกาศเฉพาะกิจฉบับนี้จะเปรียบเสมือน Regulatory Sandbox ของกติกาในการกำกับดูแลของ คปภ. โดยหากประเมินแล้วพบว่ากติกาเฉพาะกิจนี้ใช้ได้ผลดี ก็อาจพิจารณานำส่วนที่เหมาะสมมาปรับใช้ในประกาศฉบับถาวรก็ได้&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62599</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., ประกันภัยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e8b1f3a563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดขายประกันโควิด – 19 ถล่มทลายพุ่งทะลุ 7.1 ล้านฉบับ &quot;คปภ.&quot;ตั้งทีมคุ้มครองผู้ซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6เม.ย.63-ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่า ประชาชนให้ความสนใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน 2563 มีผู้สนใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 จำนวน 7,121,651 ฉบับ ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน จึงนับได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการประกันภัยไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี สำนักงาน คปภ. ยังคงคุมเข้มและตรวจสอบเกี่ยวกับกระบวนการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นตามคำสั่ง คปภ.ที่ 174/2563 เพื่อทำหน้าที่ในกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม พิจารณาเสนอความเห็น ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รวมถึงเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 โดยทีมเฉพาะกิจชุดนี้จะทำงานแบบบูรณาการระหว่างสำนักงาน คปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้แก่ประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน จึงได้มีการจัดทำคู่มือเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิคเผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.oic.or.th และสื่อต่างๆ อีกทั้งมีการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยที่ได้รับความเห็นชอบในการ เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ให้มีฐานะการเงินและความมั่นคงตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน คปภ. กำหนด ซึ่งรวมถึงผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ อันอาจมีผลต่อฐานะการเงินและความมั่นคงของบริษัทในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันสำนักงาน คปภ. ได้เล็งเห็นความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านประกันภัยในมิติต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางการสื่อสารทาง line chat Bot @oicconnect คปภ.รอบรู้ เพื่อไขข้อสงสัยให้กับประชาชนเกี่ยวกับการทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยประชาชนสามารถเพิ่มเพื่อนใน LINE Application เพื่อค้นหาชื่อ @oicconnect ซึ่งจะสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการทำประกันภัยโควิด-19 ได้ทันที นอกจากนี้ในช่วงเดือนเมษายนทั้งเดือน ยังจัดให้มีสายด่วน คปภ.1186 ให้บริการคำถามเกี่ยวกับประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า สำนักงาน คปภ. ยังได้มีการพัฒนา Application คนกลาง For Sure เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของตัวแทน-นายหน้าประกันภัยที่กำลังเสนอขายประกันภัยได้ทันที เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มิจฉาชีพที่ไม่มีใบอนุญาตหลอกขายประกันภัย และทำให้ตัวแทน-นายหน้าประกันภัยที่มีใบอนุญาตถูกต้องสามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยและให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับประชาชนที่กำลังตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 โดยเฉพาะ ควรศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ ตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยนำไปเปรียบเทียบแต่ละบริษัท ซึ่งจะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกัน เช่น ให้ความคุ้มครองกรณีเมื่อตรวจพบเชื้อโรคโควิด-19 หรือการเจ็บป่วยในกรณีโคมา หรือ ค่าชดเชยรายวันกรณีที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล รวมถึงต้องศึกษาถึงข้อจำกัดในการคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยโควิด&amp;ndash;19 โดยเฉพาะด้วย เช่น มีช่วงระยะเวลารอคอย 14 วัน ไม่ให้ความคุ้มครองผู้ที่ติดเชื้อโรคไวรัสโควิด&amp;ndash;19 มาก่อนทำประกันภัย และไม่จ่ายเงินตามกรมธรรม์กรณีที่มีการขอรับโดยทุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นต้น ในส่วนของประชาชนที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันภัยการเดินทางไว้แล้ว กรมธรรม์ดังกล่าว จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมไปถึงการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด- 19 ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้มีการปรับรูปแบบการรับเรื่องร้องเรียนด้านประกันภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการรับเรื่องร้องเรียนด้านประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้ร้องเรียนสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.oic.or.th และกรอกข้อความตามแบบฟอร์มที่กำหนด เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งผลให้ทราบในระยะเวลาที่รวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัยในทุกมิติ และได้มีการติดตามการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ของบริษัทประกันภัยให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงาน คปภ.กำหนดอย่างเคร่งครัด รวมทั้งจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้น เพื่อรับมือข้อพิพาทด้านประกันภัยโควิด-19 ดังนั้นประชาชนที่ซื้อกรมธรรม์ดังกล่าว จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ตามสัญญาประกันภัยด้วยความถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62245</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ประกันภัยโควิด-19, สุทธิพร ทวีชัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8a98dd69a51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
