<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;จี้รัฐบาลเร่งเงินประกันราคาข้าว รู้หรือเปล่ากว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดชาวนาต้องยากลำบากขนาดไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63- &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่อยได้เดินทางไปเยี่ยมพี่น้องชาวนาในจังหวัดภาคอีสานหลายจังหวัด ทั้งสกลนคร นครพนม หนองบัวลำภู และมาปิดท้ายที่ร้อยเอ็ด ซึ่งขณะนี้ชาวนากำลังเกี่ยวข้าว บางแห่งเกี่ยวเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องต่างระบายความทุกข์ให้ฟังด้วยความอัดอั้น น่าเห็นใจมากค่ะ เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ชาวนาอีสานประสบปัญหาน้ำท่วม. และน้ำแล้ง สลับกันหลายรอบมาก จึงไม่ได้ข้าวมาขาย มีแต่หนี้ แถมไม่เหลือข้าวไว้กินอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้ฟ้าฝนดีหน่อย หลายพื้นที่ได้ข้าว แต่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำมากโลละแค่ 7-8 บาทเท่านั้น ชาวนาส่วนใหญ่ขาดเงิน และตากข้าวไม่ได้เพราะบางพื้นที่ฝนยังตกอยู่ จึงต้องยอมขายในราคาต่ำ ขาดทุนยับเยิน หนี้สินพอกพูน แต่ต้องยอมขาย เพื่อนำเงินมาประทังปากท้องก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางรายก็ยังเก็บข้าวไว้ เพื่อรอราคา แต่ก็อยู่อย่างยากลำบากมาก อย่างพ่อใหญ่สุพัฒน์​ โคตรภัคดี แห่งบ้านเขวาน้อย ต.มะบ้า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด ที่หน่อยได้แต่พบโดยบังเอิญ ขณะที่เดินทางไปดูเกษตรกรเลี้ยงวัววากิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อใหญ่และคณะซึ่งประกอบด้วย สว. ผู้สูงวัยทั้งหมด กำลัง&amp;rdquo;ฟาดข้าว&amp;rdquo;ที่เกี่ยวมาแบบโบราณ กลางแดดร้อนเปรี้ยง หน่อยจึงเดินเข้าไปถามว่าทำไมไม่ใช้รถเกี่ยวข้าว พ่อใหญ่ตอบกลับมาว่า&amp;rdquo;ไม่มีเงินจ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมระบายความทุกข์ ความอัดอันทั้งน้ำตาว่า
&amp;ldquo;กว่าจะได้ข้าวมาแต่ละเม็ดชาวนาต้องยากลำบากขนาดไหน อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวให้ชาวนาด้วยเพราะขณะนี้ราคาข้าวเปลือกอยู่แค่ 7-8 บาทเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยจึงได้ถามถึงโครงการประกันราคาข้าว ก็ได้ทราบว่าโครงการยังมาไม่ถึงเกษตรกร ได้เพียงทราบข่าวจากสื่อเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจากกันพ่อใหญ่สุพัฒน์​ ได้ถอดผ้าขาวม้าที่ผูกเอว ซึ่งพ่อใหญ่ใช้ซับเหงื่อทุกวันให้กับหน่อย พร้อมพูดว่า &amp;ldquo;ขอมอบผ้าขาวม้าผืนนี้ให้เพื่อฝากเหงื่อไครของชาวนา ให้เป็นภาระของหน่อย ในการช่วยเหลือชาวนา และฝากความหวังของชาวนาไว้กับหน่อยด้วย&amp;rdquo; ฟังแล้วถึงกับน้ำตาซึมค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาค่ะ ว่าหน่อยจะพยายาม ช่วยพี่น้องชาวนาอย่างเต็มที่นะคะ เริ่มจากจะช่วยทวงเงินประกันราคาข้าวก่อนเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหน่อยได้ออกรายการ &amp;ldquo;ทุกข์ศุกร์กับคุณหญิงสุดารัตน์&amp;rdquo; ที่คลื่น FM. 101 ซึ่งเป็นรายการที่หน่อยสัมภาษณ์ประจำทุกวันศุกร์เวลา 5 โมงเย็น หน่อยได้เล่าเรื่องนี้ในรายการ และทราบว่ามีคนจากทำเนียบรัฐบาลฟังอยู่ และให้คนสอบถามมาว่าที่ไหนยังไม่ได้รับเงินประกันราคาข้าว
ก็เลยถือโอกาส แจ้งเลยนะคะ ที่​ จ.ร้อยเอ็ด ที่หน่อยไปเยี่ยมมา 2 ที่ไม่ได้รับเงินประกันราคาข้าวทั้ง 2 ที่คือ
1) บ้านเขวาน้อย ต. มะบ้า อ. ทุ่งเขาหลวง
2) บ้านโนนชัยศรี ต.โพใหญ่ อ. พนมไพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพี่น้องชาวนาที่ไหนที่ยังไม่ได้เงินประกันราคาข้าวให้แจ้งมาที่ Facebook หน่อยเลยค่ะ หน่อยจะรวบรวมส่งไปให้คนที่ทำเนียบรัฐบาลค่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าว, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชาวนา, ประกันราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb14261b785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาไม่ต้องกังวล &#039;พาณิชย์&#039;ยันมีมาตรการดูแลราคาข้าว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2563 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตกต่ำว่า กรมฯ ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ฤดูกาลผลิตปี 2563/64 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและกำลังทยอยออกสู่ตลาด ทำให้ผู้นำเข้ารอดูสถานการณ์ผลผลิตข้าวไทยว่ามีมากน้อยแค่ไหน ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การบริโภคในประเทศชะลอตัวจากนักท่องเที่ยวน้อยลง รวมถึงมีปัญหาการส่งออกที่ลดลง เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งทำให้แข่งขันได้ยากและปัญหาค่าเงินบาท ขณะที่ผู้ค้าข้าวก็มีการระบายข้าว เพื่อเสริมสภาพคล่องรองรับผลผลิตฤดูกาลใหม่ ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในช่วงนี้ปรับตัวลดลง โดยข้าวเกี่ยวสดความชื้น 28-30% มีราคาตันละ 9,500&amp;ndash;10,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกแห้ง ความชื้นไม่เกิน 15% ตันละ 12,000&amp;ndash;12,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอชี้แจงต่อเกษตรกรว่า ขณะนี้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 รอบที่ 1 แล้ว โดยกำหนดราคาเป้าหมายข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคา 14,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ราคา 10,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคา 11,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ราคา 12,000 บาท/ตัน ไม่เกิน 16 ตัน โดยจะจ่ายเงินส่วนต่างของราคาประกันให้กับเกษตรกร หากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงต่ำกว่าราคาเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคู่ขนาน ที่จะนำมาใช้ดูดซับผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพ.ย.2563 เป็นต้นไป โดยจะมีการจูงใจให้เกษตรกร สหกรณ์ สถาบันเกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการค้าข้าวทั่วไปเก็บสต็อก เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพราคาตลาด มีเป้าหมาย 7 ล้านตันข้าวเปลือก ผ่านโครงการโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร สหกรณ์เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการร้อยละ 3 เป้าหมาย 4 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในปี 2564 ต้องรอดูปริมาณของผลผลิตข้าวในปี 2563/64 ก่อนว่าจะมีมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าจะมีผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงจากราคาสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ช่องว่างของราคาข้าวไทยกับข้าวของประเทศคู่แข่งลดน้อยลง และจะทำให้ศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกดีขึ้น และล่าสุดไทยยังมีข้าวถึง 7 ชนิด ที่จะป้อนความต้องการของตลาด คือ 1.ตลาดพรีเมี่ยม ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมไทย 2.ตลาดทั่วไป ได้แก่ ข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง และข้าวนึ่ง และ 3.ตลาดเฉพาะ ได้แก่ ข้าวเหนียว และข้าวสีหรือข้าวคุณลักษณะพิเศษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันราคาข้าว, พาณิชย์, ราคาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e4265870b6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 00:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม2.1หมื่นล.ประกันราคาข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หัวโต๊ะถก &amp;quot;นบข.&amp;quot; นัดแรก ไฟเขียว 2.1 หมื่นล้านประกันรายได้ข้าว 5 ชนิด พร้อมค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 500 บาท ช่วยชาวนา 3.9 ล้านครัวเรือน ชง ครม.เคาะสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งแรก โดยกล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว เรื่องใดในรัฐบาลเก่าที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลก็ต้องนำมาปฏิบัติ แต่ต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม นบข.เห็นชอบหลักการดูแลเกษตรกรแบบผสมผสาน โดยเฉพาะข้าว เพื่อช่วยสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ทั้งการเก็บเกี่ยว การพัฒนาคุณภาพข้าว การตั้งราคาเป้าหมาย และการประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์เป็นผู้เสนอ และตัวแทนผู้ปลูกข้าวซึ่งอยู่ในคณะกรรมการฯ ได้แสดงความเห็นว่าในส่วนของประกันรายได้ถ้าทำอย่างเดียว เกรงว่าเกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง เหตุนี้ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบในหลักการทำแบบผสมผสานคู่ขนานกันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ได้กำชับว่า 2 มาตรการที่คู่ขนานกันไปนี้ จะต้องดูเรื่องความเป็นไปได้ของงบประมาณ ต้องดูเรื่องไม่บิดเบือนกลไกตลาด รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะสามารถส่งเข้าไปได้ เช่น ตัวกลไกตลาด การดูดซับอุปทานออกจากตลาด สินเชื่อชะลอรวบรวมการขาย การเก็บสต๊อก จะต้องดูเม็ดเงินรวมให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง โดยให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังไปหารือกับสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์เปิดเผยว่า ที่ประชุม นบข.ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้ข้าวแล้ว โดยประกันรายได้ราคาข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละ 14 ตัน, ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท จำนวน 16 ตัน, ข้าวเจ้า ตันละ 10,000 บาท จำนวน 30 ตัน, ข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท จำนวน 25 ตัน และข้าวเหนียว ตันละ 12,000 บาท จำนวน 16 ตัน โดยใช้วงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาท ในโครงการข้าวนาฤดูการผลิตปี 2562/63 คาดว่าจะมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าร่วมโครงการประมาณ 3.9 ล้านครัวเรือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติโครงการช่วยปรับปรุงคุณภาพข้าวและค่าเก็บเกี่ยว โดยจะช่วย 500 บาทต่อไร่ จำนวนครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งถือเป็นโครงการคู่ขนาน แต่จะต้องไปตกลงเรื่องวงเงินกับสำนักงบประมาณก่อน โดยในส่วนของรายละเอียด กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไปดำเนินการต่อ และจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เพื่อพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงพาณิชย์ จัดทำรายละเอียดโครงการและงบประมาณให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 และให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. นำเสนอ ครม. ตามระเบียบต่อไป ซึ่งการกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงในการทำโครงการประกันรายได้ราคาข้าวนั้น เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยจะทำการขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหลังทำการเพาะปลูก 15-60 วัน ซึ่งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มต้นในวันที่ 1 เม.ย. 2562 ถึง 31 ต.ค.2562 ส่วนภาคใต้จะเริ่มวันที่ 16 มิ.ย.2562-28 ก.พ.2563.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43991</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายและบริหารจัดการข้าว, ประกันราคาข้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d56f9ec607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
