<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ลุยกำแพงเพชร เดินหน้าประกันรายได้เกษตรปี 3 เตรียมงบพร้อมรับเรื่องเกษตรกร &#039;แก้ทันที&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลัง และมอบถุงน้ําใจบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยน้ําท่วมในชุมชนต่างๆ ณ ลานมันยั่งยืนพืชผล อําเภอคลองลาน จังหวัดกําแพงเพชร นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสำราญ ศรีแปงวงศ์ อดีต ส.ส.จังหวัดกำแพงเพชร นายพลเดช ศรีแปงวงศ์ นายพรชัย อารยะทรงศักดิ์ นายสมพิศ สระทองอ้วน ร่วมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตั้งใจมาเยี่ยมพวกเราที่นี่ เพราะทราบว่าเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับข้าวและมันสำปะหลังเป็นหลัก และตนรับผิดชอบดูแลนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งประกันรายได้พืชเกษตรสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมันและข้าวโพด โดยประกันรายได้เป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ที่เจรจาก่อนเข้าร่วมรัฐบาล &amp;nbsp; กลายเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา และต้องเดินหน้าตราบเท่าที่มีรัฐบาลชุดนี้ เราเดินหน้ามาได้ขึ้นปีที่ 3 และ 2 ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ ช่วยเหลือเกษตรกรได้มาก จะทำให้พี่น้องมีรายได้ 2 ทาง คือ 1.เอาไปขายในตลาด ใส่กระเป๋าซ้ายและ2.รัฐบาลจะโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีพี่น้องโดยตรงใส่กระเป๋าขวา สุดท้ายจะมีรายได้กระเป๋าขวาและกระเป๋าซ้ายรวมเป็นรายได้ที่ประกัน &amp;nbsp;ตอนนี้ทำจนขึ้นปีที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกันรายได้ข้าว ตนลงนามเข้า ครม.แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าจะนำเข้า ครม. วันไหนเพราะต้องผ่านส่วนราชการ แต่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติที่ท่านนายกฯเป็นประธานและตนเป็นรองประธาน มีมติเห็นชอบแล้วว่าจะประกันรายได้ข้าวเหมือนปีที่แล้วทุกอย่าง ปีนี้ราคาข้าวตก ทำให้มีส่วนต่างเยอะ รัฐบาลต้องใช้เงินมาชดเชยช่วยเยอะ ที่ข้าวราคาตกเพราะ 1.เราส่งออกได้น้อยเพราะเงินบาทแข็งมาก เมื่อช่วงต้นปีหรือปลายปีที่แล้ว ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกแพงกว่าประเทศอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.ปกติประเทศเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ข้าวเราขายดีขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อย คนช่วยกินข้าวน้อยลงทำให้ข้าวเหลือในประเทศสุดท้ายราคาก็ตกลงมา แต่ถัดจากนี้สถานการณ์มีแนวโน้มจะดีขึ้นเพราะค่าเงินบาทอ่อนลง เวลาขายข้าวในต่างประเทศรู้สึกว่าข้าวราคาใกล้เคียงกับเวียดนาม อินเดียที่เป็นคู่แข่งจึงซื้อข้าวเรามากขึ้น ตอนนี้มีผู้มาขอใบอนุญาตส่งออกข้าวเยอะขึ้น 3-4 เดือนที่แล้วประมาณเดือนละ 400,000 ตัน แต่เดือนนี้เดือนเดียว 7-8 แสนตัน โอกาสที่ข้าวส่งออกมีมากขึ้น ข้าวในประเทศเหลือน้อยลง คนต้องการเยอะราคาก็จะค่อยๆขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าราคาตกจะมีเงินส่วนต่างตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ปีนี้ใช้งบเฉพาะค่าประกันรายได้ข้าว ปี 3 เตรียมงบ 89,000 ล้านบาท ใช้เงินมาช่วยชาวนามาก แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำเข้ามาช่วยดูแลพี่น้องชาวนา ส่วนเรื่องมันสำปะหลัง เตรียมงบประมาณไว้แล้วประมาณ 6,800 ล้านบาท และมีมาตรการคู่ขนานรวมแล้วประมาณ 7,000 ล้านบาทสำหรับมาช่วยชาวไร่มันสำปะหลัง &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้ววันนี้มีถุงน้ำใจจากมูลนิธิหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชที่ตนเป็นประธานมูลนิธิในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มามอบให้พี่น้องที่ประสบภัยและที่ต้องได้รับความอนุเคราะห์ตามกำลังที่ตนพอมี และสำหรับสถานการณ์น้ำท่วม จะยังคงได้รับเงินส่วนต่างเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีปุ๋ยที่ราคาแพงเพราะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนขนส่งจากต่างประเทศทุกประเทศที่ขึ้นสูงมาก ทำให้ต้นทุนปุ๋ยทั้งโลกแพงขึ้นและน้ำมันเป็นวัตถุดิบส่วนหนึ่งที่เอามาทำปุ๋ย ราคาต้นทุนปุ๋ยจะแปรผันโดยตรงกับราคาน้ำมันโลก หากน้ำมันแพงปุ๋ยก็จะมีแนวโน้มแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศผลิตปุ๋ยใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศจีนไม่กี่เดือนมานี้เปิดให้มีการประมูลซื้อปุ๋ยและอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้รายใหญ่ประมูลปุ๋ยจากจีนประมาณปีละ 10,000,000 ตัน ทำให้จีนทำสัญญาขายปุ๋ยระยะยาวให้กับอินเดียปุ๋ยในตลาดโลกหายไปส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จีนกำลังเข้าสู่ฤดูหว่านไถ จึงต้องเก็บสต๊อกปุ๋ยไว้ใช้ในประเทศ รวมทั้งค่าขนส่งจากจีนมาไทยและไปหลายประเทศแพงขึ้นทั้งค่าระวางเรือ ค่าขนส่งทางบก ทำให้ต้นทุนปุ๋ยนำเข้าแพงขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงพาณิชย์โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน เรียกประชุมผู้นำเข้าปุ๋ย 19 บริษัท คุยหลายเดือนสุดท้ายได้ข้อสรุปให้ตรึงราคาปุ๋ย ขอความร่วมมือโดยวิธีให้ทุกบริษัทจัดปุ๋ยราคาพิเศษ มาขายให้กับเกษตรกรราคาพิเศษผ่านสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร เกษตรแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชน ยื่นขอซื้อปุ๋ยราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาดกระสอบละ 20 ถึง 50 บาทโดยประมาณ โดยให้ประสานงานผ่าน เกษตรจังหวัดหรือสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;
โดยเตรียมไว้ 4,500,000 กระสอบ วันนี้ขายไปได้ 1,800,000 กระสอบ ยังเหลืออีก 2,700,000 กระสอบ ขอให้รวมตัวกันมาซื้อ&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นบรรยากาศคือ นายจุรินทร์ รับเรื่องร้องทุกข์โดยให้เกษตรกรได้ร้องทุกข์ร้องเรียนต่อหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันรายได้เกษตรกร เรื่องการขึ้นทะเบียน เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร เรื่องราคาปุ๋ย และอื่นๆ และให้ผู้บริหารระดับต่างๆได้ตอบคำถามประชาชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักประชาชนกล้าแลกเปลี่ยนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการ ประสานงานรับเรื่องและแก้ไขทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118361</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, ประกันรายได้, ประชาธิปัตย์, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615596ca0486d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนยางเฮ!ลุงตู่เคาะประกันรายได้ระยะที่3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยนายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด - 19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพืชผลทางการเกษตร ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยดูแลตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ยางในประเทศมากขึ้นแทนการมุ่งหวังส่งไปขายต่างประเทศอย่างเดียว เพื่อยางธรรมชาติของไทยมีความยั่งยืนในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยังกำชับการรับรองการเป็นเกษตรกรชาวสวนยางของเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลการปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ทั้งนี้ รัฐบาลจริงจังกับการปลูกยางในพื้นที่บุกรุกและไม่ให้ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง เช่น พื้นที่ต้นน้ำ พื้นที่ป่าสงวน เพราะจากนี้สินค้าการเกษตรทุกประเภทจะต้องแจ้งแหล่งที่มา การดำเนินการที่ไม่ถูกต้องก็จะส่งต่อการกีดกันด้านการค้าจากต่างประเทศไทยได้ รวมถึงโครงการประกันราคายาง ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรงอย่าให้มีการทุจริตเด็ดขาด รวมทั้ง ให้พิจารณามาตรการอื่นๆ ในการยกระดับราคายางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการประกันราคาและแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำอย่างถาวร ขอย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบยึดหลักกฎหมายและกระบวนการต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายงบประมาณตามมาตรา 28 ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืนแท้จริง เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยทุกมิติ เชื่อหากทุกคนร่วมมือกันทุกอย่างสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ในกรณี ที่ราคายางตกต่ำในช่วงวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID -19) รวมทั้งเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงินรวมทั้งสิ้น 10,065,687,645.28 บาท และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ดำเนินโครงการชุดต่าง ๆ ตามที่การยางแห่งประเทศไทยเสนอ และดำเนินการจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ราคายางที่ประกันรายได้ ได้แก่ 1.ประกันรายได้ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี 60.00 บาท/กิโลกรัม 2.ประกันรายได้ราคาน้ำยางสด (DRC 100%) 57.00 บาท/กิโลกรัม 3.ประกันรายได้ราคายางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23.00 บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116781</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนย., การประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ, นายกรัฐมนตรี, ประกันรายได้, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61418826457a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;แฉกลับยางพาราในสต๊อก1แสนตันรัฐบาลก่อนหน้าทำเสื่อม ลั่นเข้ามาเพื่อคลายล็อก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03ก.ย.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงบ่าย เป็นช่วงที่รัฐมนตรีทะยอยลุกขึ้นชี้แจง โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีความไม่ชอบมาพากลในการระบายยางพาราในสต๊อก และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรณีโรคลัมปีสกิน โรคระบาดในวัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยนายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อเดือนก.ค. 2562 และรัฐบาล แถลงนโยบายประกันรายได้ราคาพืชผลการเกษตร 5 ชนิด ยางพาราเป็น 1 ในสินค้า 5 ชนิด ที่รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการประกันว่าจะมีการรายได้ขั้นต่ำที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และไม่ใช่ว่าเมื่อประกันรายได้แล้วจะไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ราคายางเป็นไปตามยถากรรม เราทำทุกวิถีทางเพราะเราเข้าใจว่าเกษตรกรไทยคือหัวใจของชาติ จนราคายางพารารัฐบาลไม่ต้องจ่ายชดเชยส่วนต่าง จนเรามาประสบวิกฤติโควิดซึ่งภาวะวิกฤตนี้มีผลกระทบไปทั่วโลก ทุกประเทศ ทุกสาขาอาชีพ ภาคการเกษตรก็ไม่เว้น แต่เรามีการบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ บูรณาการร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า เรื่องของยางพารา 104,000 ตัน มียางพาราอยู่ในสต๊อก 104,000 ตันเศษ การยางแห่งประเทศไทยทำสัญญาเช่าเริ่มตั้งแต่ปี 2555 โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยการซื้อยางเข้าสู่สต๊อก เพื่อให้ยางในตลาดมีปริมาณน้อยลง เพื่อรักษาเสถียรภาพ เพราะขณะนั้นราคายางตกมาก จาก กิโลกรัมละ 180 บาทเหลือ 90 บาท เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2555 จึงรับซื้อยางเข้ามา ปริมาณทั้งหมด 213,492 ตันในราคาเฉลี่ย 98.96 บาทต่อกิโลกรัม งบประมาณ 22,782 ล้านบาท และในปี 2557 มีโครงการมูลพันธ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราเพื่อให้ยางในตลาดขณะนั้นมีราคาไม่ต่ำจนเกษตรกรไม่มีจะกิน&amp;nbsp; ที่ซื้อยางเข้าสต๊อกทั้ง 2 ครั้ง ปี 2555 กับ ปี2557 เพื่อตัดปริมาณยางในตลาดรักษาสถานภาพราคายาง เมื่อมีการนำยางเข้ามาในสต๊อก มีการระบายยางโดยครั้งแรกในปี 2557 โดยลงนามสัญญา 278,000 ตัน เมื่อทำสัญญาแล้วราคายางตกลงอย่างมากบริษัทรับซื้อยางเพียง 37,602 ตัน เนื่องจากราคาตกมากจึงไม่ได้รับซื้อครบ จึงเป็นไปสู่การกำหนด TOR ในการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า การประมูลครั้งที่ 2 ประมูลในรอบปี 2559-2560 ซึ่งเป็นการประมูลแบบคละเหมาคุณภาพแยกโกดัง ให้พ่อค้าเข้าไปตรวจสอบคุณภาพหากพอใจโกดังไหนที่ประมูลโกดังนั้น พ่อค้าก็เลือกยางดีดีไปหมด การประมูลครั้งที่ 2 เหลือยางในสต๊อกจนถึงปัจจุบัน 104,000 ตันเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9 ปีเต็ม เป็นยางที่ถูกคัดเลือกของดีไปเรียบร้อยแล้ว ยางในสต๊อกนี้คือฝันร้ายของพี่น้องเกษตรกร ตนมาช่วยคลายล็อกให้พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องฝันร้ายต่อไปอีก จะได้ไม่ถูกยางในสต๊อกเป็นข้ออ้างของพ่อค้าบางกลุ่มกดราคา อ้างว่ายางไม่ขาดมีในสต๊อก ทั้งที่ยางในสต๊อกไม่มีสภาพที่พร้อมใช้แล้ว ยางแผ่นดิบปกติเก็บ 6 เดือนสีก็เปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ระหว่างปี 2555-2559 ค่าใช้จ่ายในการซื้อยางเข้ามาในสต๊อก ค่าเช่าโกดัง ค่าประกันภัยยางพาราใช้เงินทั้งสิ้น 2,317 ล้านบาท และปี 2559 ถึงปี 2564 ยาง ค่าใช้จ่ายรวมกัน 925 ล้านบาท โดยเป็นเงินงบรายจ่ายการยางแห่งประเทศไทยจากเงินกองทุนพัฒนายางพาราซึ่งใช้ดูแลพี่น้องชาวเกษตรกร จึงเป็นฝันร้ายที่ 2 ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง คณะกรรมการการยางธรรมชาติจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ให้ระบายยางในสต๊อกนี้ให้หมดโดยเร็ว และนำเข้า ครม.วันที่ 3 พ.ย. 2563 การระบายต้องดูจังหวะที่เหมาะสมและไม่กระทบกับราคายางในตลาดมากนัก&amp;rdquo; นายเฉลิมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115513</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, ประกันรายได้, สต๊อกยางพารว, เสถียรภาพราคายาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e06351fb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอรับเลย &#039;ธ.ก.ส.&#039;พร้อมจ่ายประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน3.7แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.2564 &amp;nbsp;นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมาย กับราคาตลาดอ้างอิงเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรงทุก 30 วัน หรือตามกรอบเวลาที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564 กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564 มีวงเงินงบประมาณเบื้องต้น 4.6 พันล้านบาท เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาผลผลิตตกต่ำ โดยกำหนดราคาเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมจากการขายผลปาล์มทะลาย (อัตราน้ำมัน 18%) ที่กิโลกรัมละ 4 บาท จำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์กว่า 3.7 แสนราย ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ม.ค. - ก.ย. 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรทุกครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ และต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุ 3 ปีขึ้นไป) กำหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่อปีที่ใช้คำนวณวงเงินช่วยเหลือที่เกษตรกรแต่ละครัวเรือนจะได้รับ โดยใช้ข้อมูลผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศย้อนหลัง 3 ปี (เดือน ก.ย. 2560 ถึงเดือน ส.ค. 2563) คิดเป็น 2,948 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธ.ก.ส. จะประมวลผลตามข้อมูลที่ได้รับ จากนั้นจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเงินประกันรายได้ในแต่ละงวดคำนวณจาก (ราคาเป้าหมาย (4 บาทต่อกิโลกรัม) - ราคาตลาดอ้างอิง) X (ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่องวด X จำนวนไร่) ซึ่งจะมีการประกาศราคาตลาดอ้างอิงทุก 30 วัน โดยจะจ่ายเงินเมื่อมีส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายกับราคาตลาดอ้างอิงตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และกรณีที่เกษตรกรลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE Official BAAC Family เมื่อเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝากเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นายกษาปณ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ประกันรายได้, ปาล์มน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038697c18207.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น &#039;จุรินทร์&#039; คิกออฟจ่ายประกันรายได้ยางพาราทั่วประเทศวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.63 - นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน Kick off หรือกดปุ่มจ่ายโอนเงินส่วนต่างประกันรายได้ชาวสวนยางพาราปีที่ 2 ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบเรื่องที่นายจุรินทร์เสนอเรื่องเข้าจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างจะมีทั้งเกษตรกรชาวสวนยางที่ถือบัตรสีเขียวหรือผู้มีเอกสารสิทธิและที่ถือบัตรสีชมพูหรือเกษตรกรกลุ่มด้อยโอกาสที่แจ้งปลูก โดยผู้ถือบัตรสีเขียวมีประมาณ 9.6 แสนราย ส่วนผู้ถือบัตรสีชมพูจะมีประมาณ 3.4 แสนราย รวมแล้วจะมีเกษตรกรชาวสวนยางที่จะได้รับสิทธิเงินส่วนต่างประมาณ 1.3 ล้านรายทั่วประเทศ แต่ด้วยการประกาศราคาเกณฑ์กลางงวดนี้จะได้รับการชดเชย 2 ชนิดคือยางก้อนถ้วย น้ำยางสดเท่านั้น เพราะน้ำยางดิบได้ประโยชน์จากราคายางที่สูงทะลุราคาประกันรายได้ไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราจะได้รับส่วนต่างพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งนายจุรินทร์ระบุว่าโครงการประกันรายได้เกิดจากนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้าร่วมรัฐบาลและให้หลักประกันความมั่นคงทางอาชีพเกษตรกรและแถลงต่อรัฐสภามาแล้วและได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้ว 1 ปีขณะนี้เดินหน้าปีที่2 โครงการนี้มีหลักคือถ้าราคายางตกต่ำเกษตรกรจะได้ส่วนต่างมาชดเชย เกษตรกรจะได้เงิน 2 กระเป๋านั่นเอง และการจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 หรือประกันรายได้ยางพาราปี2 สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ทั่วประเทศจะครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 18 ล้านไร่ โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมตามโครงการระยะที่ 1 ประกันรายได้ยาง 3 ชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ 1)ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม 2)น้ำยางสด (DRC 100%) ราคา 57 บาทต่อกิโลกรัม และ3)ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม โดยกำหนดปริมาณผลผลิตยางที่จะประกันรายได้ คือ ผลผลิตยางแห้ง (DRC 100%) จำนวนไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน และผลผลิตยางก้อนถ้วย (DRC 50%) จำนวนไม่เกิน 40 กิโลกรัม/ไร่/เดือน สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดยางไปแล้วรายละไม่เกิน 25 ไร่ มีสัดส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของ 60% และคนกรีดยาง 40% ส่วนระยะเวลาโครงการ เดือนกันยายน 2563 &amp;ndash; กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวการยางแห่งประเทศไทย ระบุว่าสำหรับจังหวัดพังงา ข้อมูลโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพังงาพื้นที่สวนยางทั้งหมด 734,430 ไร่ชาวสวนยางขึ้นทะเบียนและแจ้งพื้นที่ปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทยจำนวน 34,095 รายเนื้อที่สวนยางบัตรสีเขียว 20,694 ราย พื้นที่ 302,904 ไร่ บัตรสีชมพู 13,401 รายพื้นที่ 214,509 ราย โดยเมื่อปีก่อนเกษตรกรชาวสวนยางได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้วจำนวน 20,600 ราย ส่วนปีนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่2 จ่ายเงินรอบที่หนึ่งในวันที่ 11 ธันวาคม 2563 เกษตรกรพังงาได้รับเงินช่วยเหลือ 16,421 ราย แบ่งเป็นบัตรเขียวจำนวน 13,652 ราย บัตรชมพูจำนวน 4179 รายแต่งวดนี้ชดเชยเฉพาะยางก้อนถ้วยและน้ำยางสดเนื่องจากราคายางแผ่นดิบสูงกว่าราคาประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ระบุว่า ส่วนมาตรการเสริมที่นายจุรินทร์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และดูแลกระทรวงเกษตรฯผลักดันให้รัฐบาลอนุมัติซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนานที่เป็นปัจจัยกระตุ้นราคาที่สำคัญคือ 1. มาตรการกำกับดูแลด้านปริมาณ ผู้ประกอบกิจการยางที่มีปริมาณการรับซื้อตั้งแต่เดือนละ 5,000 กก.ขึ้นไป แจ้งปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย ปริมาณการใช้ไป ปริมาณคงเหลือ และ สถานที่เก็บสินค้ายางพารา ตลอดจนให้จัดทำบัญชีคุมรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ ระหว่าง ต.ค. 62 - ก.ย. 65 3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อ 5 โครงการ คือ โครงการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ 1 เม.ย. 63 - 31 มี.ค. 64 โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา วงเงิน 5,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ก.ย. 57 - 31 ธ.ค. 67 โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) (20,000 ล้านบาท) ระยะเวลาดำเนินงาน ม.ค. 63 &amp;ndash; ธ.ค. 64 โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ปี 59 &amp;ndash; 69 โดยสนับสนุนวงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ อัตราร้อยละ 3 ไม่เกิน 600 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86571</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, ประกันรายได้, ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd304ef5b940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควันหลงจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่เปิดให้ ส.ส.อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ถึง 3 วัน 2 คืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าบรรยากาศเก่าๆ กลับคืนมา เพราะสมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รู้สึกว่าพิจารณารวดเร็วจนน่าใจหายเกิน เมื่อเทียบกับงบประมาณจำนวนมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สำหรับครั้งนี้ &amp;ldquo;นายหัวชวน หลีกภัย&amp;rdquo; ประธานสภาฯ บอกว่าปล่อยให้ ส.ส.ได้พูดกันยาวๆ เพราะอั้นมานาน ใครที่ได้ตั้งอกตั้งใจฟังก็ได้รับประโยชน์เต็มๆ โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจของบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีการทวงถาม ติดตาม วิจารณ์นโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่น &amp;ldquo;สุทิน คลังแสง&amp;rdquo; ส.ส.มหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนเพื่อนๆ ฝั่งฝ่ายค้าน กล่าวสรุปการอภิปรายตอนหนึ่งถึงประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ของพรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โครงการนี้มีสิ่งที่ต้องฝากให้ทำต่อและหาทางปิดคือ หนึ่ง ประมาณการรายจ่ายไม่ถูกว่าจะต้องใช้งบประมาณรายจ่ายอีกเท่าไหร่ในการชดเชย เพราะราคาผันผวน สอง เมื่อประกาศประกันนโยบายนี้ ยางตกเหลือเจ็ดโลร้อยทันที ราคาพืชผลหลายตัวตก เพราะรวมหัวให้ตกลงมา จะได้รับซื้อต่ำ อยากได้แพงรัฐบาลจะเพิ่มให้ พ่อค้าเร็วมากรีบกดราคา ดังนั้นรัฐบาลต้องแก้ข้อนี้ ถามว่ารัฐต้องควักอีกเท่าไหร่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอ๊า...ท่าน รมต.พาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แก้ไขด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48653</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ประกันรายได้, มินนี่เมาธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวไร่อ้อย-ข้าวโพดจี้“คลัง”เร่งออกประกันรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2562 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงปัญหาด้านการเกษตรตกต่ำและการสำรวจเหมืองแร่ในพื้นที่ โดยพบว่าชาวไร่อ้อยและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังประสบปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำและผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาของราคาอ้อยได้ลดลงต่ำกว่าตันละ 700 บาท ซึ่งจะนำเรื่องเสนอให้ รมว.อุตสาหกรรม พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไข ขณะที่ปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกิดโรคระบาด จะนำเรื่องเสนอถึงนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ อำเภอบึงสามพัน ที่ออกมาคัดค้านการให้อาชญาบัตรสำรวจเหมืองแร่ทองคำเพราะห่วงว่าอาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น คงต้องนำข้อร้องเรียนและความกังวลที่เกิดขึ้นไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางแก้ไขลดผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด ขณะนี้คือปัญหาการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดที่ระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทำให้เกษตรกรต้องใช้ยาปราบศัตรูพืชมากขึ้น ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรเพิ่มอีกไร่ละ 1,000 บาท จึงขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้วยการประกันราคาข้าวโพดที่กก.ละ 9 บาท และจ่ายเงินชดเชยปัญหาภัยแล้งอีกไร่ 1,000 บาท เพราะปัจจุบันราคาตกลงมาเหลืออยู่แค่ กก. 6-7 บาทเท่านั้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถนอม โพธิ์พิกุล นายกสมาคมชาวไร่อ้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาอ้อยตกต่ำมากเหลือแค่ 700 บาทต่อตัน ต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกรที่สูงเกินกว่าตันละ 700 บาท ซึ่งราคาที่คิดว่าเหมาะสมควรไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อตัน นอกจากนี้ยังเกษตรกรยังประสบปัญหาราคาอ้อยไฟไหม้ที่ราคาตกลง 5 -15 % ก็จะทำให้ราคาขายลดต่ำกว่า 700 บาทต่อตันอีก จึงขอให้รัฐบาลเห็นใจและเร่งหามาตรการเข้ามาช่วยเหลือเป็นการด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ชาวไร่อ้อย, ประกันรายได้, รมช.คลัง, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cddbae033c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
