<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจกเงินม.33คนละ4พันฉลุยเตรียมชงครม.สัปดาห์หน้า! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2564 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน เห็นชอบแนวทางการแจกเงินเยียวยาตามมาตรการ ม.33 เรารักกัน ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของกองทุนประกันสังคม คนละ 4,000 บาท มีผู้ได้สิทธิประมาณ 9.2 ล้านคน แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 15 ก.พ. 2564 &amp;nbsp;โดยจะใช้เงินกู้ 3.71 หมื่นล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เป็นการโยกในส่วนของเงินกู้ที่ใช้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาใช้เพื่อการเยียวยาเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากวงเงินเยียวยา 5.5 แสนล้านบาทใช้หมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขผู้ได้เงินเยียวยา มีดังนี้ 1.ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย 2.เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ก่อนวันที่ 19 ม.ค. 2564 และ 3.ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.ไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 และ 5. ต้องไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์ซ้ำซ้อนจากมาตรการเราชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ขั้นตอนการลงทะเบียนต่าง ๆ ในเบื้องต้นจะมีการเสนอ ครม.เห็นชอบ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีดังนี้ 1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com และตรวจสอบสิทธิได้ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.-7 มี.ค. 2564 2.รัฐบาลตรวจสอบข้อมูลรวมทั้งประมวลผลคัดกรอง วันที่ 8-14 มี.ค. 2564 และ 3.กดใช้งานและกดยืนยันตัวผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง วันที่ 15 - 21 มี.ค. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ได้ด้วงเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำนวน 1,000 บาท ในวันที่ 22, 29 มี.ค. และวันที่ 5,12 เม.ย. 2564 และ 5.เริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการกับร้านค้าภายในโครงการเราชนะ ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. - 31 พ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ลงทะเบียนไม่ผ่าน สามารถลงทะเบียนขอทบทวนสิทธิได้ผ่าน www.ม33เรารักกัน.com ในวันที่ 15-28 มี.ค. 2564 โดยรัฐบาลทำการตรวจสอบข้อมูลในวันที่ 29มี.ค.- 4เม.ย. 2564 และกดยืนยันตัวตนวันที่ 5-11 เม.ย. 2564 และได้วงเงินในวันที่ 5 และ 12 เม.ย. 2564 ครั้งละ 2,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92737</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคมมาตรา 33, โครงการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe5c7ae8b698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานจ่อถกคลัง-สภาพัฒน์จ่ายเงินเยียวยาม.33เรารักกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ. 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในวันที่ 5 ก.พ. นี้ จะมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ถึงแนวทางในการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้น คือ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปี และต้องมีเงินฝากไม่เกิน 5 แสนบาท ครอบคลุม 9 ล้านคน ซึ่งหากได้ข้อสรุปชัดเจนจะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สรุปเกี่ยวกับหลักการในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แล้วว่า จะต้องได้รับการชดเชยทั้งหมดทุกคน ที่ 3,500-4,000 บาทต่อคน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อล้ำ และเป็นการนช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยยืนยันว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะถึงมือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ภายในเดือน มี.ค. 2564&amp;rdquo; นายสุชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถนำเงินกองทุนชราภาพราว 30% จากที่มีอยู่ 1.8 ล้านล้านบาท ออกมาให้ผู้ประกันตนได้นำไปใช้จ่ายก่อนครบกำหนดเกษียณ โดยกำลังพิจารณารูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในประเทศ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ผู้ประกันตนกำลังประสบอยู่ หรืออาจนำออกมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกันตน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกันตนไปกู้ยืมเงินนอกระบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91975</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเงินเยียวยา, ประกันสังคมมาตรา 33, สุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201231/image_big_5fed53b8b4ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังการันตีมีเงินพร้อมเยียวยากลุ่มประกันสังคมรายละ 4,000 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ระบุว่า กำลังพิจารณาแนวทางเยียวยากลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ประมาณ 11 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยกำลังดูว่ารูปแบบที่กระทรวงการคลังจ่ายเยียวยามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง และ ต้องหารือกับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจในระดับนโยบาย ซึ่งคาดว่าทาง กระทรวงแรงงานจะต้องหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพื่อพิจารณามาตรการ หากจำเป็นต้องใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของงบประมาณฟื้นฟู 3.9 แสนล้านบาท น่าจะมีการหารือร่วมกับ รมว.การคลัง ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในหลักการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 จะมีกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมอยู่แล้ว 1.1 ล้านคน และ กลุ่มแรงงานต่างด้าว จึงต้องพิจารณาว่า เกณฑ์การเยียวยาจากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน จะกำหนดเกณฑ์อย่างไร ซึ่งหากที่เห็นตามข้อเสนอในข่าว คือ ให้เงินช่วยเหลือ 4,000 บาท 1 เดือน เฉพาะกลุ่มที่มีเงินในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท เหมือนโครงการเราชนะ โดยคลังยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา กล่าวถึงกรณีที่ให้ผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ได้รับสิทธิ์ร่วมโครงการคนละครึ่ง รอบเก็บตก อีก 1.34 ล้านคน ยืนยันตัวตนภายในวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้อยู่ในฐานข้อมูลคัดกรองร่วมมาตรการเราชนะ จากข้อมูลพบว่า มีผู้ไม่ยืนยันตนภายในเวลาที่กำหนด กว่า 3 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ หากมีคุณสมบัติ และ ต้องการใช้สิทธิ์โครงการเราชนนะ จะต้องมาลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์ www.เราชนะ.com ภายในวันที่ 29 ม.ค.-12 ก.พ.นี้ เพราะถือว่าไม่ได้สิทธิ์อัตโนมัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกลุ่มเก็บตกคนละครึ่ง 1.34 ล้านคน มีผู้ไม่มายืนยันตัวตน 3 แสนคน ส่วนกลุ่มที่ยืนยันตัวตนแล้ว ไม่ต้องทำอะไร ระบบจะทำการคัดกรอง และให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้วันที่ 5 ก.พ.นี้ ถ้าเข้าข่ายก็จะได้รับเงินเยียวยา 7,000 บาท ทันทีตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นไป ส่วน 3 แสนสิทธิ์ เข้าใจว่าที่ไม่ยืนยันตัวตน อาจเป็นกลุ่มข้าราชการ กลุ่มพนักงานตามมาตรา 33 ที่ไม่ต้องการร่วมเราชนะ ก็สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งครั้งแรกให้ทันภายในวันที่ 7 ก.พ. เหมือนเดิม&amp;rdquo; น.ส.กุลยา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงทะเบียนโครงการเราชนะ ในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน ที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ ร่วมโครงการรัฐผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังมาก่อน เชื่อว่า ระบบจะสามารถรองรับคนที่สนใจมาลงทะเบียนได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นคนละระบบกับโครงการคนละครึ่ง เป็นเว็บเบส ที่เปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอด มีเวลาในการกรอกข้อมูล และ รอ OTP ยืนยัน ไม่ใช่ใครมาก่อนได้ก่อน โดยขอให้ผู้กรอกข้อมูล ระมัดระวังการลงทะเบียนให้ถูกต้อง เช่น การกรอกสระ พยัญชนะต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหา กรณี กรอกสระแอ โดยพิมพ์สระเอ สองครั้ง หรือ กรอกสระอำ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 15 ล้านคน ใช้เงินหมดตามเกณฑ์ 3,500 บาท แล้วกว่า 2.6 ล้านคน และมีจำนวนมากที่ใช้เงินใกล้หมด เหลือหลักร้อยบาท สะท้อนให้เห็นว่าคนใช้จ่ายกันเป็นจำนวนมาก โดยยอดใช้จ่ายสะสมล่าสุดอยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่การขยายโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ต้องรอพิจารณาหลังจากโครงการเราชนะดำเนินการเรียบร้อยก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคมมาตรา 33, เยียวยาประกันสังคม, แจก 4 พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a689787d5d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกจ้างม.33 เตรียมเฮ! &#039;แรงงาน&#039; จ่อถกคลัง หลังนายกฯสั่งหาวิธีช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเรียกร้องให้เยียวยากลุ่มแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะมีมาตรการเยียวยาหรือไม่ ว่า ผู้ประกันตนมาตราดังกล่าวมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้เรากำลังดูว่ารูปแบบที่กระทรวงการคลังจ่ายเยียวยามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้รอผลสรุปก่อน เนื่องจากต้องหารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา (สศช.) ถึงรูปแบบและวิธีการและต้องหารือกับรมว.คลัง เนื่องจากงบประมาณที่จะใช้ดำเนินงานจะเป็นของกระทรวงการคลัง แต่ขณะนี้มีแนวโน้มสัญญาณที่ดี โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็เป็นห่วง จึงให้ไปหาวิธีการในการช่วยเหลือ

&amp;quot;มีนักการเมืองที่อาจจะไม่เข้าใจระบบประกันสังคม ไม่เข้าใจรัฐบาลแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานทั้งที่รัฐบาลอุดหนุนเงินกองทุนประกันสังคมปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยไปอยู่ในกองทุนว่างงาน และกองทุนชราภาพ ซึ่งกลับไปให้กับผู้ใช้แรงงาน ที่ผ่านมาในอดีตกองทุนประกันสังคมได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 2.75 % แต่รัฐบาลที่ผ่านมาติดค้างยาวนานมูลค่าเป็น 1 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลนี้ได้อุดหนุนและใช้หนี้เก่าให้กองทุนมีสภาพคล่องมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน&amp;quot; นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ในการระบาดของโควิด-19 รอบแรกใช้เงินประกันสังคม 62% ในการช่วยเหลือแรงงานกว่า 9 แสนคน ครั้งนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะช่วยเหลือเยียวยา โดยล่าสุดรัฐบาลจ่ายไปอีก 3 หมื่นกว่าล้านบาทให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและปิดกิจการ โดยคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด ดังนั้นผู้ประกันตนในระบบไม่ต้องเป็นห่วง เรามีวินัยทางการเงินการคลังอย่างดีและจะพยุงช่วยเหลือทุกคนตามสิทธิที่ประโยชน์ที่ควรได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวทางการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ทางกระทรวงแรงงาน จะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณารูปแบบการเยียวยา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจ่ายเป็นเงินให้กับผู้ประกันตน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังจ่ายเยียวยา 7,000 บาท ทั้งนี้กรอบวงเงินที่จะเยียวยาจะต้องหารือถึงให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคมมาตรา 33, รมว.แรงงาน, สุชาติ ชมกลิ่น, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_60123ba4a1503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกคลังขอเยียวยา ลูกจ้างตาม‘ม.33’ โอดรัฐไม่เคยดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลูกจ้างประกันสังคมบุกคลัง ยื่นหนังสือเรียกร้องหลังไม่ได้รับเงินเยียวยาเราชนะ แจง 11 ล้านคนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 เดือดร้อนถูกลดชั่วโมง-วันทำงาน รายได้ทรุด สวนทางหนี้-ค่าครองชีพพุ่ง โวยจ่ายภาษีให้รัฐ แต่พอมีปัญหากลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2564 นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) พร้อมด้วยสมาชิก เดินทางมาที่กระทรวงการคลัง เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เพื่อขอให้เร่งเยียวยาลูกจ้างซึ่งอยู่ในระบบประกันสังคมกว่า 11 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาลเป็นกรณีเร่งด่วน โดยมีตัวแทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังลงมารับมอบหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธาน คสรท.กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยกว่า 31.1 ล้านคน โดยให้เงินช่วยเหลือรายละ 3,500 บาท 2 เดือน รวม 7,000 บาท แต่ไม่ครอบคลุมถึงแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 กว่า 11 ล้านคน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ 4 ล้านคน ซึ่งได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน บางรายถูกลดชั่วโมงและวันทำงาน ทำให้รายได้ลด แต่หนี้สินไม่ลด ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้มีประกันสังคมกลุ่มนี้ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเลย ทั้งๆ ที่จ่ายภาษีให้รัฐบาลทุกปี แต่พอมีปัญหารัฐบาลก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย เพราะมองว่าเป็นผู้มีรายได้ประจำ และไม่ได้ตกงาน ขณะที่กระทรวงแรงงานรวมทั้งสำนักงานประกันสังคมก็ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ นอกจากปรับลดเงินสมทบ และจ่ายคืนในกรณีที่ตกงานเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาลีกล่าวว่า ขอให้รัฐบาลและกระทรวงการคลังพิจารณาช่วยเหลือโดยเร่งด่วน 2 ข้อ คือ 1.กรณีลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับเงินเยียวยาตามมาตรการของรัฐบาล เดือนละ 3,500 บาท เป็นเวลา 3 เดือนอย่างถ้วนหน้า และ 2.ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน หรือจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้ประชาชนในช่วงโควิด-19 ระบาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบรับจากกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะเริ่มแจกเงินเยียวยาในมาตรการเราชนะตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.นี้ ทางคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเตรียมตัวไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือทั้ง ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามแนวนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การช่วยเหลือครอบคลุมประชาชนมากที่สุด ทั้งนี้ ล่าสุดรัฐบาลได้รับ ทราบถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการกลุ่มผู้ส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งเป็นกลุ่มกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการนำเข้าและส่งออก ว่าขณะนี้ได้รับผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะจากปริมาณการค้าที่ลดลงจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน ผู้ส่งออกเองก็ประสบปัญหาค่าระวางของการส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกในระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า เมื่อทราบปัญหาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณา กำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งได้รับผลกระทบการประกอบกิจการในช่วงภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งแนวทางช่วยเหลืออย่างเช่น การอนุญาตให้เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่กว่าที่กำหนดไว้เดิมสามารถเข้าเทียบท่าได้เพื่อขนส่งสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น การผ่อนปรนการเรียกเก็บค่าบริการท่าเทียบเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงพาณิชย์ได้สะท้อนปัญหาของผู้ส่งสินค้าทางเรือและผู้ส่งออกต่อที่ประชุม ครม. ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้หาทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ และได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมกำกับติดตามการดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลีกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าครองชีพพุ่ง, ประกันสังคม, ประกันสังคมมาตรา 33, รายได้ทรุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_6009821259f3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
