<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานจบแล้ว! ขอบคุณ 180 นักกฎหมายทั่วประเทศ กดดันจนบริษัทยอมจ่ายประกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 -&amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่บริษัทประกันภัยบอกเลิกสัญญาประกันโควิด19 ว่า ตนได้ประกาศจุดยืนเพื่อระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านกฎหมาย ซึ่งต่อมาบริษัทประกันภัยได้ยกเลิกการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวแล้ว ก็ต้องถือว่าทุกอย่างขณะนี้ได้จบลงแล้ว หากมีปัญหากรณีอื่นๆก็พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเรียกร้องต่อสู้ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ให้เห็นว่าเมื่อประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ทุกคนพร้อมร่วมกันช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ต้องขอบพระคุณนักกฎหมายทั่วทั้งประเทศที่อาสามาเพื่อช่วยประชาชนเป็นจำนวนกว่า 180 คน ทั่วประเทศ การรวมกลุ่มกันครั้งนี้จะไม่เป็นการเฉพาะแต่จะเป็นกลุ่มที่จะคอยให้ความช่วยเหลือประชาชนในเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมต่อไป&amp;quot;นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110270</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัทประกันภัย, ประกันโควิด, ราเมศ รัตนะเชวง, สินมั่นคง, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d01515cc50c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการ&#039; มาเอง!เตือน &#039;สินมั่นคง&#039; บอกเลิกกรมธรรม์ อาจเข้าข่ายพรบ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก กรณีบริษัทสินมั่นคงอ้างสิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด- 19 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามที่บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศแจ้งยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยอ้างข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยข้อ &amp;nbsp;2.4.3 และ ข้อ 2.5.1 ที่ให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ นั้น ผมขอให้ความเห็นทางวิชาการในประเด็นข้อกฎหมายในเรื่องนี้ เป็นการส่วนตัว ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทฯ เป็นข้อตกลงตามสัญญาระหว่างประชาชนผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้บริโภคกับบริษัทฯ ผู้รับประกันภัยในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ และยังมีลักษณะเป็นสัญญาสำเร็จรูปที่มีการกำหนดข้อสัญญาที่เป็นสาระสำคัญไว้ล่วงหน้าแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากข้อสัญญาใดทำให้บริษัทฯผู้รับประกันภัย ได้เปรียบประชาชนผู้เอาประกันภัยเกินสมควร ให้ถือว่าข้อสัญญานั้นเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในกรณีที่เป็นสัญญาสำเร็จรูป ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยที่มิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรค 1 และวรรค 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามมาตรา 4 วรรค 3 (3) ประกอบกับมาตรา 10 ยังกำหนดให้ข้อตกลงที่ให้สิทธิบริษัทฯ บอกเลิกสัญญาได้โดยฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ให้ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบประชาชนผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควรด้วย เมื่อพิจารณาถึงอำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ของบริษัทฯ รวมทั้งความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติ และทางได้เสียทุกอย่างของฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยตามสภาพที่เป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมฯ ดังกล่าวแล้ว ข้อกำหนดหรือข้อสัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยข้อ &amp;nbsp;2.4.3 และ ข้อ 2.5.1 ดังกล่าว ที่ให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ จึงไม่น่าจะมีผลบังคับใช้ได้ และถ้าหากบริษัทฯไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยอ้างสิทธิในการบอกเลิกกรมธรรม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประชาชนผู้เอาประกันภัยก็ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม บริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาและเรียกร้องให้บริษัทต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรวมทั้งค่าเสียหายให้แก่ตนได้ และคดีนี้ถือเป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งนำเอาพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาบังคับใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต วรธนัชชากุล, ประกันภัย, ประกันโควิด, สินมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60360b5b43059.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ.สั่งห้าม ‘สินมั่นคง’ บอกเลิกประกันภัยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 2564&amp;nbsp; นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงกรณี บริษัท สินมั่นคงประกันประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ SMK ออกหนังสือบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ว่า คปภ. ยืนยัน ไม่เห็นด้วยกับการบอกเลิกประกันโควิดครั้งนี้ เพราะในสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ระบบประกันควรเข้ามาช่วยดูแลประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาทางสินมั่นคงไม่เคยแจ้งให้ คปภ.รับทราบมาก่อนว่าจะมีการบอกเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คปภ.จึงเร่งหารือกับตัวแทนสินมั่นคง เพื่อขอให้ยกเลิกการออกประกาศบอกเลิกการประกันภัยโควิดโดยด่วน เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนเหมือนเดิม แต่หากสินมั่นคง ยังไม่ยอมทำตาม คปภ.พร้อมยกระดับ ใช้แนวทางทางกฎหมายบังคับห้ามบอกเลิกประกันโควิด เพื่อให้คุ้มครองแก่ประชาชนต่อไป ซึ่งเป็นอำนาจของคปภ. ในฐานะนายทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การทำประกันภัยโควิดออกมา มีเป้าหมายเพื่อต้องการช่วยให้ประชาชน นำระบบประกันภัยมาช่วยรับมือความเสี่ยง และที่ผ่านมา คปภ.ได้ย้ำมาตลอดให้บริษัทประกันทุกแห่งประเมินความสามารถในการรับทำประกันภัยของตัวเอง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมก่อนที่จะรับประกันภัยด้วย ดังนั้น เมื่อหากรับประกันมาแล้ว จะต้องดูแลผู้เอาประกันภัยให้ได้ตามเงื่อนไข ไม่ควรบอกเลิกแบบนี้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งกังวลหรือตื่นกลัว เพราะตอนนี้การบอกเลิกก็ยังไม่มีผลทันทีจะมีผลหลัง 30 วันนับจากประกาศ แต่ระหว่างนี้ คปภ.พร้อมเข้าไปดูแลคุ้มครองผู้เอาประกัน และห้ามไม่ให้มีการยกเลิกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการหารือ กับบริษัทประกันวินาศภัยอื่นๆ ที่เปิดจำหน่ายประกันภัยโควิด ยังไม่พบมีการบอกเลิกการทำประกันภัยโควิดแบบสินมั่นคง โดยส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะทำ และพร้อมจะคุ้มครองตามเงื่อนไขทีกำหนดไว้ ที่สำคัญการบอกเลิกประกันภัยของสินมั่นคง เป็นการตัดสินใจและนโยบายเฉพาะภายในของบริษัทเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมซึ่งยังมีความแข็งแกร่งอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;emsp;&amp;emsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109963</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันโควิด, สินมั่นคง, เจอจ่ายจบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba3ce61dca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สินมั่นคง&#039; ไม่เสี่ยง ประกาศยกเลิกกรมธรรม์โควิด เจอ จ่าย จบ หลังสถานการณ์ระบาดรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค. 2564 ด้วยผลสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มชื้นในอัตราที่สูง จึงนับเป็นภาวะวิกฤตานสาธารณสุขในระดับที่ท้าทายจนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปสู่จุดใด ส่งผลให้บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด(มหาชน) ต้องบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแบบ เจอ จ่าย จบ หรือ COVID 2 in 1 ตามแบบและข้อความ หมวดที่ 2 เงื่อนไขทั่วไป และข้อกำหนด ข้อ 2.4.3 และข้อ 2.5.1 โดยให้กมธรม์ประกันภัยข้างต้นสิ้นสุดความคุ้มครงทั้งฉบับ เมื่อล่วงพ้น กำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้เอาประกันได้รับหนังสือเป็นต้นไป และบริษัทฯ จะคืนค่าเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ มาแล้วแก่ผู้เอาประกันให้แล้วเสร็จภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่กรมธรรม์ประกันภัยสิ้นผลบังคับ โดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การตัดสินใจดังกล่าว บริษัทฯ ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบและเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยความห่วงใยมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทบทวนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการดำเนินธุรกิจ และการกำหนดทางเลือกและแนวทาง ที่จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ความคุ้มครองและดูแลลูกค้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดของบริษัทฯ ได้อย่างดีที่สุดและยั่งยืนในระยะยาวสินมั่นคงประกันภัยขออภัยลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ได้แจ้งยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันโควิด, ยกเลิกกรมธรรม์, สินมั่นคง, เจอ จ่าย จบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f11317f2185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทรนด์สุขภาพยังมาแรง  บริษัทประกันแห่อัดโปรดึงลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนมิถุนายนของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองที่สำคัญในระดับโลกสำหรับกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไพรด์ มันต์ (Pride Month) และมีนัยสำคัญในการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมา งานดังกล่าวเริ่มมีบทบาทในสังคมมากขึ้น และได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานหรือองค์กรระดับโลกในการที่จะสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเทศไทยเองก็มีหลายกลุ่มที่ออกมาสนับสนุนเรื่องดังกล่าว ขณะที่ธุรกิจประกันก็ยังเห็นถึงความสำคัญเรื่องนี้ โดย นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้ออกมาสนับสนุนความหลากหลายผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างพร้อมสวัสดิการพนักงานที่เท่าเทียม โดยได้มอบสวัสดิการสำหรับพนักงานทุกคนที่ต้องการทำศัลยกรรมแปลงเพศให้สามารถลาหยุดได้ 7 วัน พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 50% หรือเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รวมถึงให้พนักงานสามารถแต่งตัวได้ตามเพศสภาพที่ต้องการตามความเหมาะสม และวันลาพิเศษในการประกอบพิธีทางศาสนาให้กับพนักงาน เช่น การบวช พิธีฮัจญ์ เป็นต้น โดยมีแนวคิดที่จะยอมรับในความหลากหลายของกลุ่มคนที่มีพื้นภูมิ เชื้อชาติ เพศ อายุ ความเชื่อ รสนิยมทางเพศ สถานภาพสมรสและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลที่ครอบคลุมนอกเหนือจากการใส่ใจลูกค้าและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อบริษัทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความหลากหลายของธุรกิจประกันไม่ได้ครอบคลุมเพียงแต่กลุ่มเพศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปยังทุกช่วงเวลาของชีวิตอีกด้วย โดย นางสาวจันทิมา ศิริจรรยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสายงานประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรม บมจ.ไทยประกันภัย หรือ TIC ได้จับมือ HUGS Insurance ร่วมสร้างความอุ่นใจหน้าฝนด้วยประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter และ PA365 ซึ่งจะมอบความอุ่นใจให้คนไทย ปกป้องทุกคนจากยุงลายตัวร้ายและโรคไข้เลือดออก และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล PA365 จะเจ็บเล็ก เจ็บใหญ่ก็อุ่นใจได้ ด้วยเบี้ยเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากจะขยายฐานลูกค้าให้กับทั้ง 2 องค์กรแล้ว ยังถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะส่งความอุ่นใจให้กับผู้บริโภค เพราะ TIC ย้ำอยู่เสมอเรื่องการส่งเสริมให้ชาวไทยทุกคน เข้าถึงประกันภัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพร้อมความคุ้มครองที่เหมาะสมตามทิศทางของ TIC&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
และอีกหนึ่งความครอบคลุมของการดูแลในฐานะบริษัทประกันนั้น ก็คือการดูแลลูกค้าได้ตลอดเวลา บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จึงมอบความอุ่นใจพร้อมปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ 24 ชั่วโมง (SOS) โดยลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมแบบ HA Wealth หรือสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลแบบ Health as charged Riders จะได้รับบริการ SOS ที่พร้อมให้บริการรถพยาบาล และความช่วยเหลือกรณีเคลื่อนย้ายตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก รวมถึงบริการอื่นๆ ทั้งการประสานงานและความช่วยเหลือด้านจัดหายาตามใบสั่งของแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้สร้างความหลากหลายโดยการลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในกิจการร่วมค้าของ AXA และ Affin โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้น 53% ในกิจการร่วมค้า AXA Affin General Insurance และซื้อหุ้น 70% ในกิจการร่วมค้า AXA Affin Life Insurance และยังได้ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลในประเทศมาเลเซียเพื่อดำเนินการซื้อหุ้น MPI Generali Insurans Berhad (MPI Generali) ที่มีอยู่แล้ว 49% ให้สามารถถือหุ้นได้เป็น 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยทำการซื้อหุ้นที่เหลืออยู่ที่ถือโดย Multi-Purpose Capital Holdings Berhad (MPHB Capital) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมทุนในมาเลเซีย ทั้งนี้ จะทำให้เจนเนอราลี่มีการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียผ่านสองบริษัท โดยบริษัทหนึ่งอยู่ในธุรกิจธุรกิจประกันชีวิต (Life) และอีกบริษัทหนึ่งอยู่ในประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (P&amp;amp;C)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธุรกิจประกันนั้นเกี่ยวเนื่องกับทุกกิจกรรมของมนุษย์ เช่นเดียวกับแนวความคิดที่จะนำพาภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเป็นแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย โดย นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้เปิดการอบรม &amp;ldquo;CAC Briefing&amp;rdquo; พร้อมทั้งมอบนโยบายตามโครงการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ของสำนักงาน คปภ. และการส่งเสริมให้ทุกฝ่ายกำหนดนโยบายและวางแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ โดยมีผู้บริหารและพนักงานทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมฟังบรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งบริษัทที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดประเทศไทยเสมอมาคือ นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ที่ล่าสุดได้ทำการปรับลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองกรณีการเจ็บป่วยที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 14 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม สำหรับความคุ้มครองกลุ่มค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวัน ที่มีวันเริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.-31 ธ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยการปรับลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง บริษัทจะให้ความคุ้มครองสำหรับการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นหลังจากระยะเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม หรือหากมีการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมให้นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามการต่ออายุนั้นครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นหลังสุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกัน, ประกันภัย, ประกันสุขภาพ, ประกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7ae4b6a21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
