<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือดนองเมียนมาตายอื้อ! โจมตีโรงงานคนจีน30แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือดนองเมียนมา กองกำลังความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วงตายเกินครึ่งร้อยเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ โรงงานของคนจีนโดนม็อบโจมตีกว่า 30 แห่ง&amp;nbsp; รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึกในเขตไลง์ตายาของย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ รัฐบาลจีนห่วงความปลอดภัยของพลเมือง ไต้หวันกลัวติดร่างแหแนะบริษัทชักธงชาติไต้หวันให้รู้ว่าไม่ใช่จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 15&amp;nbsp; มีนาคมว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมานับเป็นวันนองเลือดที่สุดในเมียนมานับแต่มีการประท้วงต่อต้านการก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของแพทย์ผู้หนึ่งในเขตไลง์ตายา ชานเมืองย่างกุ้ง ที่เกิดการปราบปรามนองเลือดที่สุดเมื่อวันอาทิตย์ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหารและตำรวจเมียนมาสังหารผู้ประท้วงอย่างน้อย 37&amp;nbsp; คน หลังเกิดเหตุโจมตีวางเพลิงโรงงานของคนจีนหลายแห่งในเขตนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ระบุว่า มีผู้ประท้วงเสียชีวิตอีก 16 คนในเมืองอื่นๆ&amp;nbsp; รวมถึงที่มัณฑะเลย์และพะโค ขณะที่สถานีเอ็มอาร์ทีวีของรัฐรายงานว่า มีตำรวจเสียชีวิต 1 นายที่พะโค จากบาดแผลที่หน้าอกหลังเผชิญหน้ากับผู้ประท้วง นับเป็นตำรวจรายที่ 2 ที่เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการเมียนมาประกาศว่า รัฐบาลได้ประกาศกฎอัยการศึกที่เขตไลง์ตายาและอีกหลายเขตของเมืองย่างกุ้ง&amp;nbsp; ทั้งยังได้ขยายไปอีกหลายพื้นที่ของเมืองมัณฑะเลย์ด้วยในวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์เมียวดีของกองทัพรายงานก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงดำเนินการหลังจากโรงงานสิ่งทอ 4 โรง และโรงงานปุ๋ย 1 โรง ในเขตไลง์ตายาโดนวางเพลิง และผู้คนราว 2,000 คนขัดขวางไม่ให้รถดับเพลิงเข้าพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านเอ ทินซา หม่อง แกนนำประท้วง โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า มีโรงงานโดนเผาแค่ 2 แห่งเท่านั้นในตอนนี้ &amp;quot;ถ้าคุณต้องการทำธุรกิจในเมียนมาอย่างมั่นคง ก็จงเคารพชาวเมียนมา&amp;quot; เธอกล่าว &amp;quot;สู้ๆ ไลง์ตายา พวกเราภูมิใจในตัวพวกคุณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รอยเตอร์ยังอ้างคำกล่าวของผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อที่ไม่ใช่ของรัฐด้วยว่า ผู้สนับสนุนนางอองซาน ซูจี ออกมาเดินขบวนประท้วงกันอีกในหลายเมืองเมื่อวันจันทร์ รวมถึงที่มัณฑะเลย์ และในเมืองมยินจานและอองลานภาคกลางของประเทศ ที่ตำรวจยิงใส่ผู้ชุมนุม ถึงช่วงค่ำมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงวัย 18 ปีในเมืองมยินจานเผยกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า เธอเห็นเด็กสาวคนหนึ่งโดนยิงที่ศีรษะและเด็กชายคนหนึ่งโดนยิงที่หน้า ขณะสำนักข่าวออนไลน์เมียนมานาวรายงานว่า มีคนเสียชีวิตที่มยินจาน 3 คน และที่อองลาน 2 คน นักข่าวรายหนึ่งในมัณฑะเลย์บอกว่ามีคนโดนยิงตายที่นั่นอีก 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอพีพีกล่าวด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 140 คน และยังมีคนโดนจับกุมแล้วมากกว่า 2,150 คนนับถึงวันเสาร์ ในจำนวนนี้มากกว่า 300&amp;nbsp; คนได้รับการปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีโรงงานของชาวจีนเมื่อวันอาทิตย์ ทำให้รัฐบาลจีนแสดงท่าทีขึงขังที่สุดนับแต่เกิดสถานการณ์วุ่นวายในเมียนมา ซึ่งผู้ต่อต้านรัฐประหารจำนวนมากมองว่าจีนให้การหนุนหลังรัฐบาลทหาร หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของจีนรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า มีโรงงานของนายทุนจีน 32 แห่งถูกทำลายทรัพย์สินในการโจมตีอย่างชั่วร้าย อันส่งผลให้เกิดความเสียหายมูลค่า 37 ล้านดอลลาร์ และมีลูกจ้างชาวจีนได้รับบาดเจ็บ 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมาออกแถลงการณ์กล่าวถึงสถานการณ์ว่า &amp;quot;รุนแรงมาก&amp;quot; และเรียกร้องให้เมียนมาใช้มาตรการเพิ่มเติมที่มีประสิทธิภาพเพื่อหยุดการกระทำทั้งหมดที่ใช้ความรุนแรง ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย และรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบริษัทจีนและพลเมืองจีน แต่คำแถลงไม่ได้กล่าวถึงผู้ประท้วงที่เสียชีวิต ภายหลังคำแถลงนี้ เพจเฟซบุ๊กของสถานทูตจีนโดนถล่มด้วยทัศนะเชิงลบในภาษาเมียนมา และเกินครึ่งของปฏิกิริยาตอบโต้ หรือมากกว่า 29,000 ข้อความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กรุงปักกิ่งในวันจันทร์ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่า จีนมีความห่วงกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของพลเมืองจีนและสถาบันของจีนในเมียนมา และจีนหวังว่าทางการเมียนมาจะใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติมเพื่อรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีโรงงานหลายแห่งของจีนทำให้สำนักงานตัวแทนไทเปประจำเมียนมา หรือสถานทูตไต้หวันโดยพฤตินัย ออกคำแนะนำให้นักธุรกิจชาวไต้หวันแขวนป้ายภาษาพม่าข้อความว่า &amp;quot;บริษัทไต้หวัน&amp;quot; และให้แขวนธงชาติไต้หวันที่โรงงานของพวกเขา และอธิบายให้คนงานในพื้นที่และเพื่อนบ้านทราบว่าเป็นโรงงานของไต้หวัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลภายนอกสับสนและเข้าใจผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งแข่งสร้างอิทธิพลกับจีนในเมียนมา กล่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์และกำลังพิจารณาว่าจะตอบโต้อย่างไรในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษขององค์การสหประชาชาติประจำเมียนมา ประณามสิ่งที่เธอเรียกว่า &amp;quot;ความโหดร้ายไม่หยุดยั้ง&amp;quot; และว่าเธอได้รับฟังคำบอกเล่าจากผู้ติดต่อหลายคนในเมียนมาถึงการฆ่า การทำร้ายผู้ชุมนุม และการทรมานนักโทษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลอังกฤษ อดีตเจ้าอาณานิคม บอกว่าตกตะลึงที่ทหารและตำรวจเมียนมาใช้กำลังร้ายแรงกับผู้บริสุทธิ์ในไลง์ตายาและที่อื่นๆ แดน ชัค เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมา กล่าวว่า อังกฤษเรียกร้องให้หยุดการใช้ความรุนแรงทันที และขอให้รัฐบาลทหารคืนอำนาจแก่ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยประชาชนชาวเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ที่เป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่จับอาวุธต่อสู้กับเมียนมามายาวนานที่สุด และลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับกองทัพเมื่อปี&amp;nbsp; 2555 ก็ประณามความรุนแรงเมื่อวันอาทิตย์ด้วย และกล่าวว่าพวกเขาสนับสนุนผู้ชุมนุมอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันจันทร์ นางอองซาน ซูจี มีกำหนดให้การต่อศาลผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลอีกครั้ง แต่คีน หม่อง ซอ ทนายความของนาง กล่าวว่า การไต่สวนนัดนี้ถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 24 มีนาคม เนื่องจากสัญญาณอินเทอร์เนตใช้ไม่ได้ ถึงขณะนี้นางซูจีโดนตั้งข้อหาแล้วอย่างน้อย 4 ข้อหา รวมถึงการนำเข้าวิทยุสื่อสารอย่างผิดกฎหมายและทำผิดกฎข้อบังคับควบคุมการระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังความมั่นคงปราบปรามผู้ประท้วง, ตายเกินครึ่งร้อย, ประกาศกฎอัยการศึก, มัณฑะเลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมียนมาเลือดนอง, โรงงานของคนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f6ac0dcd2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นากอร์โน-คาราบัก&#039;ทำเดือด อาเซอร์ไบจานเปิดศึกอาร์เมเนีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเปิดศึกกันเมื่อวันอาทิตย์ สืบจากความขัดแย้งเก่าแก่เรื่องดินแดนนากอร์โน-คาราบักที่ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนียประกาศกฎอัยการศึกเรียกเกณฑ์ไพร่พลพร้อมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารและสมาชิกสหพันธ์ปฏิวัติอาร์เมเนียรวมพลกันที่กรุงเยเรวานเมื่อวันอาทิตย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า ทางการนากอร์โน-คาราบัก ดินแดนที่ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายอาร์เมเนียที่ประกาศเอกราชจากอาเซอร์ไบจานเมื่อปี 2534 ก็ประกาศกฎอัยการศึกและเรียกเกณฑ์ประชากรชายมาเป็นทหารเช่นกัน ภายหลังการปะทะเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ซึ่งต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เตรียมพร้อมปกป้องมาตุภูมิอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา&amp;quot; นิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย โพสต์เฟซบุ๊ก ขณะประกาศกฎอัยการศึกและเกณฑ์ทหาร ต่อมาเขากล่าวอีกว่า อาเซอร์ไบจาน &amp;quot;ประกาศสงคราม&amp;quot; กับชาวอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เมเนียกล่าวว่า อาเซอร์ไบจานโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่โจมตีนากอร์โน-คาราบักก่อน แต่อาร์เซอร์ไบจานกล่าวว่า พวกเขาตอบโต้การยิงปืนใหญ่ของอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนของอาร์เมเนียกล่าวว่า มีพลเรือน 2 คน เป็นสตรีและเด็ก เสียชีวิตเพราะปืนใหญ่ของอาเซอร์ไบจาน ส่วนฝ่ายหลังกล่าวว่ามีพลเรือนอาร์เซอร์ไบจานเสียชีวิตหลายราย และบาดเจ็บ 6 ราย ขณะที่นากอร์โน-คาราบักบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 10 นาย รายงานเหล่านี้ยังไม่ผ่านการตรวจยืนยันอย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอาร์เมเนียที่เป็นคริสเตียน กับอาเซอร์ไบจานที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เรียกร้องให้สมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตสองชาตินี้หยุดยิงโดยทันทีและจัดการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานขัดแย้งกันกรณีนากอร์โน-คาราบักมายาวนานนับแต่กบฏแบ่งแยกดินแดนเชื้อสายอาร์เมเนียยึดดินแดนนี้จากอาเซอร์ไบจานหลังโซเวียตล่มสลายช่วงทศวรรษ 1990 ที่ทำให้ล้มตายถึง 30,000 คน&amp;nbsp; สองชาติเคยทำความตกลงหยุดยิงเมื่อปี 2537 แต่พวกเขายังมักกล่าวโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายโจมตีใกล้กับนากอร์โน-คาราบักและตามแนวชายแดนที่แบ่งแยกสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งนี้ทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้และในโลกตะวันตกกังวลเพราะอาจก่อความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคคอเคซัสใต้ ซึ่งเป็นระเบียงสำหรับท่อส่งก๊าซที่ขนส่งน้ำมันและก๊าซสู่ตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียกล่าวว่า ทหารของพวกเขาทำลายรถถังของอาเซอร์ไบจานได้ 3 คัน และยิงเฮลิคอปเตอร์ตก 2 ลำ ยิงโดรน 3 ลำ ตอบโต้ที่อาเซอร์ไบจานโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน รวมถึงกรุงสเตปานาเกิร์ต เมืองหลวงของนากอร์โน-คาราบัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาเซอร์ไบจานปฏิเสธคำแถลงของกระทรวงกลาโหมอาร์เมเนีย โดยบอกว่าพวกเขาได้เปรียบเหนือศัตรูที่แนวหน้า และกล่าวโทษกองทัพอาร์เมเนียว่าเปิดฉากโจมตีแบบจงใจและมีเป้าหมายตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิลฮาม อาลีเยฟ ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ว่า อาเซอร์ไบจานมีเหตุผลที่ถูกต้องในการปกป้องดินแดนของตน และจะชนะกองทัพอาร์เมเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมอาเซอร์ไบจานกล่าวว่า มีพลเรือนเสียชีวิตด้วยหลายคน แต่ไม่ระบุจำนวนแน่ชัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78817</URL_LINK>
                <HASHTAG>นากอร์โน-คาราบัก, ประกาศกฎอัยการศึก, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70ab994b631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
