<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจฐานะแบงก์ชาติก่อนเลือกตั้ง24มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.2562 - &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 136 ตอนที่ 22 ง 21 มีนาคม 2562 ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง ที่ลงนามโดยนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทยทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเนื้อหาว่า เพื่ออนุวัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัตธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศรายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร งวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2561 แนบท้ายประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในท้ายประกาศได้ลงรายละเอียดตั้งแต่เงินสด ซึ่งมีทั้งสิ้น 111,835,722,796 บาท, เงินตราต่างประเทศ 454,756,403,307 บาท, หลักทรัพย์ในประเทศ 405,592,981,958 บาท และหลักทรัพย์ต่างประเทศ 3,476,674,864,720 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของทุนสำรองเงินตรามีทั้งเงินตราต่างประเทศ &amp;nbsp;560,429,175,399 บาท, ทองคำ 210,395,799,053 บาท, &amp;nbsp;หลักทรัพย์ต่างประเทศ 1,869,209,499,847 บาท และสินทรัพย์อื่น 7,764,118,681 บาท รวมมีทั้งสิ้น 2,647,798,592,980 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในส่วนกิจการธนบัตรนั้น ประกอบด้วยเงินสดและเงินฝาก 2,755,790,934 บาท, สินค้าคงเหลือ 2,968,824,545 บาท, ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 4 ,562,539,719 บาท และสินทรัพย์อื่น 4,409,061,117 บาท รวมทั้งสิ้น 14,696,216,315 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านฉบับเต็มที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31909</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการธนบัตร, ฐานะการเงินประจำสัปดาห์, ทุนสำรองเงินตรา, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ประกาศกระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ราชกิจจานุเบกษา, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b39858b6b77c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว้าว!เงินเดือนผู้บริหาร ธปท.เดือนเดียวเกือบเท่านายกฯ ทำทั้งปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง งบการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย งบการเงินของทุนสํารองเงินตรา ธนาคารแห่งประเทศไทย
และงบการเงินของกิจการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ประจําปี 2560 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 122 ง นั้น ยังมีประเด็นที่น่าสนใจในผลการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในหมายเหตุประกอบงบการเงินหน้า 22 ในรายงานของ สตง. หรือในหน้า 24 ของราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าวในหัวข้อที่ 20 ว่าด้วยผลตอบแทนผู้บริหารสำคัญ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ในปี 2560 และ 2559 ธปท.ได้จ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้บริหารตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าการขึ้นไปและคณะกรรมการชุดต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ธปท.ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางแผน สั่งการและควบคุมการดำเนินงานของ ธปท.จำนวน 61 ล้านบาทและ 62 ล้านบาทตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเว็บไซต์ของ ธปท.ระบุถึงผู้บริหารสูงของแบงก์ชาติในระดับรองผู้ว่าฯ ขึ้นไปนั้นมีทั้งสิ้น 4 ราย คือ 1.นายวิรไท สันติประภพ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ ธปท. 2.นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน 3.นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 นั้นมีคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการนโยบายการเงิน, คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน, คณะกรรมการระบบการชำระเงิน
และคณะกรรมการตรวจสอบธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีรายชื่อของผู้บริหารระดับสูงของ ธปท.ดำรงตำแหน่งไล่มาตั้งผู้ว่าฯ, รองผู้ว่าฯ, ผู้ช่วยผู้ว่าฯ และตัวแทนจากหน่วยงานอื่นๆ บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากคำนวณแบบคร่าวๆ ในเรื่องผลตอบแทนปี 2560 ที่ระบุว่าให้ถึง 61 ล้านบาทนั้นต้องถือว่าสูงอย่างมาก โดยเมื่อเฉลี่ยเป็นตัวเลขกลมๆ กรณีผู้บริหารระดับสูงของ ธปท.ในระดับรองผู้ว่าฯ ขึ้นไปเท่ากับตกเฉลี่ยจะได้คนละ 15,250,000 ต่อปีเลยทีเดียว หรือเฉลี่ยต่อเดือนที่ 1,270,833 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ใครต่อใครต่างอึ้งกับผลตอบแทนของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งประธาน กสทช.ได้รับเดือนละ 335,520 บาทต่อเดือน และกรรมการ กสทช.ได้รับ 269,000 บาทนั้นอาจต้องชิดซ้ายทีเดียว เพราะเมื่อคิดรวมทั้งปี ประธาน กสทช.จะได้เพียง 4,026,240 บาท และ กรรมการ กสทช.ได้ 3,228,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยิ่งหากนำมาเปรียบกับนายกรัฐมนตรี ,หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), ประธานศาลฎีกา และประธานรัฐสภา ที่ได้รับเงินเดือนเท่ากันที่ 125,590 บาท หรือปีละ 1,507,080 บาทต้องบอกว่าผลตอบแทนของผู้บริหาร ธปท.แค่เดียวเดียวก็ใกล้เคียงกับนายกฯ ทำทั้งปีแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., งบการเงิน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายกรัฐมนตรี, ประกาศกระทรวงการคลัง, ผลตอบแทน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d22b602c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้กันยัง ธปท.มีคดีฟ้องร้องถึง663ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 122 ง ซึ่งได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง งบการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย งบการเงินของทุนสำรองเงินตรา ธนาคารแห่งประเทศไทย และงบการเงินของกิจการธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำปี 2560 ซึ่งได้ผ่านการรับรองการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้วนั้น นอกจากประเด็นที่สร้างความฮือฮาว่าในสิ้นปี 2560 มีการขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 270,687,793,993 บาท เพิ่มจากปี 2559 ที่ขาดทุน 139,533,919,753 บาท ถึง 131,153,874,240 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีประเด็นที่น่าสนใจในผลการตรวจสอบของ สตง.ในหน้าราชกิจจานุเบกษาหน้า 27 หรือหน้า 25 ในรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ในส่วนหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 21.9 หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีฟ้องร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายละเอียดว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ในการดำเนินกิจการตามปกติ ธปท.ถูกฟ้องร้องเป็นทุนทรัพย์รวมจำนวน 663 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบผลของคดี และจากการคาดการณ์เมื่อคดีถึงที่สุด ความเสียหายซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้องร้องน่าจะไม่มีผลกระทบอย่างเป็นสาระสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ ธปท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10229</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบการเงิน, ทุนทรัพย์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ประกาศกระทรวงการคลัง, ฟ้องร้อง, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e614b2649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดฐานะ&#039;แบงก์ชาติ&#039;ล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.2561 - นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตร ลงในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 35 ลงวันที่ 10 พ.ค.2561 แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาประกาศระบุว่า เพื่ออนุวัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ประกาศรายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรอง เงินตรา และกิจการธนบัตร งวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2561 และงวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2561 แนบท้ายประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานดังกล่าวได้รายงานสถานะของ ธปท.ล่าสุด โดยมีตั้งแต่เงินสด, เงินตราต่างประเทศ, เงินรับฝาก, หนี้สิน, ทองคำ, ธนบัตร อาทิ เงินสดนั้นล่าสุดในวันที่ 15 มี.ค.ของ ธปท.นั้นมีทั้งสิ้น 200,300,388,393 บาท, เงินตราต่างประเทศ 883,052,324,986 บาท ในส่วนของทุนสำรองเงินตรานั้น มีเงินตราต่างประเทศ 476,207,080,233 บาท ทองคำ 210,379,264,923 บาท ธนบัตรออกใช้หมุนเวียน 1,609,184,346,396 บาท และธนบัตรอยู่ที่ ธปท. 200,300,388,393 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุนสำรองเงินตรา, ธนบัตร, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ประกาศกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, ราชกิจจานุเบกษา, รายงานฐานะการเงิน, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e614b2649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มีกั๊ก เปิดเต็มๆ ฐานะ’แบงก์ชาติ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.2561- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองเงินตรา และกิจการธนบัตรแล้วในราชกิจจานุเบกษา หน้า 2
เล่ม 135 ตอนที่ 29 ง ระบุว่า เพื่ออนุวัติตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ประกาศรายงานฐานะการเงินประจำสัปดาห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรอง เงินตรา และกิจการธนบัตร งวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 และงวดประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 แนบท้ายประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานดังกล่าวมีรายละเอียดตั้งแต่ เงินสด, เงินรับฝาก, เงินตราต่างประเทศ, หลักทรัพย์ต่างประเทศ, ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน, ตั๋วสัญญาใช้เงินที่รับซื้อ, หนี้สิน, เงินให้กู้ยืม, ทองคำ, หลักทรัพย์รัฐบาลไทย
และบัญชีสำรองพิเศษ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานะ, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ประกาศกระทรวงการคลัง, ราชกิจจานุเบกษา, หลักทรัพย์ต่างประเทศ, เงินตราต่างประเทศ, เงินรับฝาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f27bd8ea18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
