<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;เผยเมื่อแก้ประกาศป.ป.ช.ส่งผลกก.สภามหา&#039;ลัย-กก.กองทุนฯไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานปะธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจริต และประกาศป.ป.ช. กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ว่า คำสั่ง คสช.เรื่องดังกล่าว ถือเป็นคำสั่งที่ช่วยคลายล็อกการทำงานให้กับป.ป.ช. ให้สามารถใช้ดุลพินิจในการกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ในวันที่ 4 ม.ค.62 ป.ป.ช.จะเชิญหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดตามมาตรา 102 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยหลังจากการหารือแล้ว จะมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เมื่อมีการแก้ไขประกาศป.ป.ช.แล้ว ก็จะส่งผลให้กรรมการสภามหาวิทยาลัย และกรรมการกองทุนบางหน่วยงาน ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสภามหาวิทยาลัย, การแจ้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน, ประกาศป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8bd15870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.ศึกษาฯวอนผู้บริหารมหาวิทยาลัยอย่าเพิ่งแห่ลาออกรอป.ป.ช.ก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.61-. นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย จะลาออกหลังต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ป.ป.ช. ว่า หลังจาก ป.ป.ช.ขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช.ออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้พยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ป.ป.ช.ได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกันผลกระทบมันมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ อย่างน้อยการที่ ป.ป.ช.ยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ป.ป.ช.เหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.อย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาล และ ป.ป.ช. เช่น จะแก้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้น ขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสูญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน&amp;rdquo;นพ.อุดม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพ.อุดม ตอบว่า ไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21884</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อุดม คชินทร., นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย, ประกาศป.ป.ช., ยื่นบัญชีทรัพย์สิน, รมช.ศึกษาธิการ, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7ad9c3da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองเลขาฯป.ป.ช.ถก&#039;วิษณุ&#039;แก้ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สินยันประกาศฯตามเจตนารมณ์กรธ.-รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9พ.ย.61-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้อำนวยการสำนักกฏหมายป.ป.ช.และคณะ เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงกรณีปัญหาข้อท้วงติงจากหลายฝ่ายที่มีต่อประกาศคณะกรรมการป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่นื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิ้น ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจ์จาหนูเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายวิษณุถึงกรณีนายกฯและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. รวมทั้งมีข้อกังวลประกาศดังกล่าวที่ส่งผลถึง นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร.ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่ง ด้วย ว่า กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่เป็นที่ยุติ ซึ่งในที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.แสดงความเป็นห่วง ประกอบการนายวิษณุเชิญมาหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับการแก้ปัญหาขณะนี้กำลังรอรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ แล้วจะรวบรวมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลาพิจารณา ก่อนที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสนอให้ใช้ มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้ยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นายนิวัติไชย กล่าวว่า นั่นเป็นข้อพิจารณาหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่หากจะมีการแก้ไข หรือ ผ่อนปรนประการดังกล่าว ก็ต้องนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาในข้อกฎหมาย และระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ผมมีหน้าที่มารับข้อคิดเห็นจากทางรัฐบาล ก่อนที่จะดำเนินการประมวลและสรุปเพื่อนำเสนอรายงานต่อที่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะมีผลออกมาอย่างคงต้องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นผู้พิจารณาถึงแม้ว่าในประกาศจะระบุว่าเป็นอำนาจของประธานป.ป.ช.เองก็ตาม ทั้งนี้ป.ป.ช.ต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก เพราะประกาศป.ป.ช.ฉบับดังกล่าวมีขึ้นตามเจตนารมณ์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&amp;quot;รองเลขาธิการป.ป.ช.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21653</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ  เครืองาม, นายสมชัย ศรีสุทธิยากร, นิวัติไชย เกษมมงคล, ประกาศป.ป.ช., ภูเทพ ทวีโชติธนากุล, ยื่นบัญชีทรัพย์สินปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be5063c3635e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กมหา&#039;ลัยหนาว!แกนนำ&#039;CHES&#039;เปิดแคมเปญล่าชื่อยื่นนายกฯหนุนแสดงบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9พ.ย.61-นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ประจำ มศว ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ใน https://www.change.org/p/ ขอสนับสนุนการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของฝ่ายบริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเพื่อยื่นร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ภายหลังฝ่ายบริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ออกมาคัดค้านประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 206 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;โดยนพ.สุธีร์ เปิดเผยว่า เนื่องจากความกังวลใจของพวกเราคือปัญหาธรรมาและทุจริตคอร์รัปชันนำมาซึ่งการผูกขาดอำนาจ และนำไปสู่การจัดสรรพวกของตนเองสู่ตำแหน่งบริหาร โดยเฉพาะการสรรหาคณบดี ส่งผลให้ได้คณบดีที่อธิการคุมได้ ไม่ใช่คนที่สามารถพัฒนางานวิชาการอย่างอิสระได้ ทำให้คุณภาพวิชาการสูญเสียไป แม้ว่าจะมีการประกันคุณภาพการศึกษา ก็เป็นการประกันในกระดาษเท่านั้น ไม่ใช่ของจริง ส่งผลให้อุดมศึกษาเราตกต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot;การไม่เป็นธรรมาภิบาลทำให้คนทำงานที่ไม่ใช่พวกของฝ่ายบริหารอยู่ไม่ได้ คนที่มีความสามารถจึงต้องจากมหาวิทยาลัยไป ก็ส่งผลต่อความอ่อนแอเช่นกัน ลำพังโกงกินอย่างเดียวมันก็มีทุกที่ แต่การโกงกินที่ในอุดมศึกษา มันส่งผลต่อการศึกษาของเยาวชนไทย และคือการทำลายอนาคตของชาติอย่างนึกไม่ถึง และสถาบันที่เราคิดว่าเป็นเสาหลักของสังคม เมื่อเกิดปัญหาเราก็สูญเสียสถาบันที่จะใช้เป็นที่อ้างอิงเหมือนในอดีตจะไม่มีแล้ว เพราะพวกโกงกินก็จะพึ่งการเมือง&amp;quot;นพ.สุธีร์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับเนื้อหาที่นพ.สุธีร์ รณรงค์ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่อง ขอสนับสนุนประกาศของ ปปช. ในเรื่องการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของฝ่ายบริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหลายแห่ง เปลี่ยนแปลงสถานะภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อให้มีอิสระในการบริหารกิจการภายในได้เองทุกเรื่อง โดยมีสภามหาวิทยาลัย ที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกที่มาจากการสรรหา(ของผู้บริหาร) มาทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายของมหาวิทยาลัย สามารถออกและ/หรือ แก้ไข ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆได้ ดังนั้นการออกนอกระบบ แท้จริงแล้ว คือการช่วยให้ มหาวิทยาลัยมีอิสระในการดำเนินงานมากกว่าในอดีต ผู้บริหารมีอิสระและ อำนาจในการทำงานมากขึ้น กรรมการสภาฯก็มีอำนาจมากขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วน สกอ.และกระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบใดๆได้อีกแล้ว เพราะอำนาจในการกำกับดูแล การตรวจสอบ ลงโทษ ต่างๆ อยู่ที่สภามหาวิทยาลัย โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่พบเจอคือ วันนี้ ผู้บริหารกับกรรมการสภาฯ เป็นพวกเดียวกันทั้งหมด ทุกอย่างดูราบรื่น ที่มาของกรรมการสภาฯ ตามระเบียบทฤษฎี ก็จะมาจากการสรรหาจากบุคลากรทั้งมหาวิทยาลัยเสนอขึ้นมา แต่ ในทางปฏิบัติ ทั้งหมดก็มาจากการคัดสรรจากผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยนั่นเอง โดยอาจมีผู้ทรงคุณวุฒิอาวุโสบางคนร่วมอยู่เป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ได้กลุ่มเครือข่ายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มีข้อร้องเรียนจากอาจารย์ในบางสถาบันว่า ถ้ามีเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับกรณีที่ส่อว่าจะมีการทุจริต ประพฤติมิชอบ ของผู้บริหารระดับใดก็ตาม (ถ้าเป็นพวกเดียวกัน) ก็จะได้รับการช่วยเหลือกัน จะไม่พบการทุจริตจากการกระทำของผู้บริหารทั้งสิ้น อาจมีบ้างก็จะเป็นระดับเจ้าหน้าที่ พนักงาน บุคลากรทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นการบริหารเงินงบประมาณ ปีละสอง สามพันล้านบาท โดยอิสระเสรีแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะในระบบบริหารงานในปัจจุบัน ไม่มีกลไกการคานอำนาจ ระหว่างกันอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่มีระบบตรวจสอบ ผู้ทรงคุณวุฒิเองก็มีข้อจำกัด ที่จะเข้ามาเรียกหาข้อมูล เพราะไม่มีระบบผู้ช่วย ทีมงานที่จะช่วยหาข้อมูลต่างที่จำเป็นให้ได้ ถ้าผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ปิดบังข้อมูล ผู้ทรงคุณวุฒิก็จะไม่สามารถรู้ได้เลย ดังนั้นในความเป็นจริงคือ ทุกคนจึงมาประชุม อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันเฉพาะในระหว่างการประชุมเท่านั้น จึงเป็นจุดอ่อน ที่เป็นช่องทางที่จะทำให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ง่ายเพราะไม่มีระบบตรวจสอบและไม่มีกลไกการคานอำนาจกัน
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบไปแล้ว แต่รัฐบาล(สำนักงบฯ) ก็ยังจัดสรรงปม.แผ่นดิน มาให้เหมือนเดิม โดยเฉพาะงบก่อสร้างและครุภัณฑ์ ไม่ได้ลดลง งบเงินเดือนพนักงานก็ยังให้ตามปกติ พนักงานมหาวิทยาลัย ที่ใช้งบเงินรายได้ของคณะหรือส่วนกลางมาก่อน ก็จะได้รับการบรรจุให้เป็นพนักงาน(ประจำ) ใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งจะมีความมั่นคงสูงกว่า แน่นอนว่ากลุ่มที่ได้รับการบรรจุก็คือกลุ่มคนที่เป็นพวกเดียวกันหรือสนับสนุนผู้บริหารเท่านั้น ในอนาคต ถ้าจะมีการปลดพนักงานออก ก็จะเป็นพนักงานกลุ่มที่ไม่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานเงินงบประมาณแผ่นดินนั่นเอง ดังนั้น ในวันนี้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย จึงได้ควบคุมอำนาจบริหารจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จในทุกระดับ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ อยู่ในมือของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง กับผู้ทรงคุณวุฒิบางคนที่เป็นหัวเรือใหญ่เครือข่ายเดียวกัน เท่านั้น ด้วยสภาพการแบบนี้ จึงมีโอกาสจะเกิดการทุจริตทางนโยบายขึ้นได้ ส่วนในระดับหน่วยงาน ตาม คณะ สาขาวิชา ต่างๆ ผู้บริหารส่วนนี้ก็สามารถจะกระทำทุจริตคอรัปชั่น เช่น ในการจัดซื้อจัดจ้าง และงานก่อสร้าง ต่างๆ ได้ง่ายมาก เพราะบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานล้วนเป็นพวกเดียวกันทั้งหมดนั่นเอง ถ้ามีการร้องเรียนขึ้นไป เรื่องก็เงียบ คนร้องเรียนจะอยู่ไม่ได้
ดังนั้นในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงเป็นแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ ที่สามารถจะทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างง่ายดาย เป็นแหล่งผลประโยชน์แหล่งใหญ่ที่สังคมภายนอกมองข้ามไป เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูง เข้าทำนองคนมีการศึกษา จะไม่โกง ที่สำคัญไม่มีใครสามารถเข้าไปตรวจสอบได้เลย ขอยกตัวอย่าง วิธีหาผลประโยชน์ของผู้บริหารและกรรมการสภาฯ เช่น ร่วมกันออกนโยบาย เอาทรัพย์สิน รายได้ของมหาวิทยาลัย ไปซื้อหุ้นของสถาบันการเงินที่ผู้ทรงฯเป็นกรรมการ เปิดสัมปทานภายใน เช่น เดินรถ ให้เอกชนที่มีผู้ทรงฯบางคนเป็นหุ้นส่วน สร้างโครงการก่อสร้างอาคารต่างๆขึ้นมามากมายจนไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร แจกโควตาที่นั่งเด็กนักเรียนสาธิต ให้ผู้ทรงฯ ทุกปี ใครช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากก็ให้มาก ล็อคสเป็คซื้อของพรรคพวกตน ขึ้นเงินเดือน ค่าตอบแทนให้พวกกันเอง กันอย่างเต็มที่ เอาเงินไปจ้างที่ปรึกษากฎหมายมืออาชีพปีละหลายล้านบาท ไว้ต่อสู้คดีกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย เป็นต้น ถ้าเงินงบประมาณไม่พอก็ขึ้นเงินค่าเล่าเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไม่มีใคร กล้าเข้าไปตรวจสอบ เก็บหลักฐาน เจ้าหน้าที่ทุกคนจะกลัวมาก เพราะอาจถูกประเมินไล่ออกได้ง่ายมาก ดังนั้น การที่ ปปช. ออกประกาศให้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และกรรมการสภาฯทุกคน ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน จึงอาจพอช่วยป้องปรามการทุจริต คอรัปชั่นได้ทางหนึ่ง ซึ่งความจริง ยังต้องหามาตรการอื่นๆเพิ่มอีก หลายมาตรการ แต่อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จึงขอสนับสนุนการแสดงบัญชีทรัพย์สินของฝ่ายบริหารและสภามหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศป.ป.ช., ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน, ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES), สภามหามหาวิทยาลัย, สุธีร์ รัตนะมงคลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be4e2fd28cbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
