<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ12ก.ต.คุณวุฒิชุดใหม่ ชงบรรจงศักดิ์นั่งศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลยุติธรรมประกาศผลเลือกตั้ง 12 ก.ต.ชุดใหม่ &amp;quot;เมทินี ชโลธร&amp;quot; ติด 1 ใน 6 ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกาตามคาด ศาลปกครองสูงสุดมีมติชง &amp;quot;บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์&amp;quot; ให้ ส.ว.เคาะนั่งตุลาการศาล รธน. &amp;quot;วรวิทย์-ทวีเกียรติ-อุดม&amp;quot; ชิงดำประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการตรวจนับคะแนนการเลือกตั้ง ก.ต. ใน 3 ชั้นศาล แทน ก.ต.ชุดเก่าที่จะหมดวาระลงในวันที่ 21 มี.ค.2563 ตามมาตรา 36 (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกตั้ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิได้รับบัตรลงคะแนนจากผู้พิพากษาทั่วประเทศที่ส่งกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ดังนี้ ชั้นศาลฎีกา จำนวน 174 บัตร จากจำนวนบัตรลงคะแนนทั้งหมด 175 บัตร (คิดเป็นร้อยละ 99.43), ชั้นศาลอุทธรณ์ จำนวน 793 บัตร จากจำนวนบัตรลงคะแนนทั้งหมด 901 บัตร (คิดเป็นร้อยละ 88.01) และชั้นศาลชั้นต้น จำนวน 2,617 บัตร จากจำนวนบัตรลงคะแนนทั้งหมด 3,648 บัตร (คิดเป็นร้อยละ 71.74)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกตั้ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้เริ่มนับคะแนนตั้งแต่เวลา 08.30 น. และสิ้นสุดการนับคะแนนเวลา 12.20 น. ปรากฏผลผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้&amp;nbsp;ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา จำนวน 6 คน ได้แก่ 1.นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 148 คะแนน 2.นายสมเกียรติ ตั้งสกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;141 คะแนน 3.นายพศวัจณ์ กนกนาก ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา&amp;nbsp;121 คะแนน 4.นางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา&amp;nbsp;119 คะแนน 5.นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;117 คะแนน 6.นายกิจชัย จิตธารารักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา&amp;nbsp;109 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;จำนวน 4 คน ได้แก่ 1.นายธนรัตน์ ทั่งทอง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;472 คะแนน 2.นายจุมพล ชูวงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;336 คะแนน 3.นายสมชาย อุดมศรีสำราญ รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;305 คะแนน 4.นายเศกสิทธิ์ สุขใจ ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์&amp;nbsp;301 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลชั้นต้น&amp;nbsp;จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นายณรัช อิ่มสุขศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;1,254 คะแนน 2.นายกำพล รุ่งรัตน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลล้มละลายกลาง 1,181 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับเลือกในชั้นศาลฎีกา คือ นางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา คนที่ 1 &amp;nbsp;ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด คาดว่าจะได้รับเลือกจากที่ประชุม ก.ต. ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนต่อไป และจะเป็นประธานศาลฎีกาผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย ต่อจากนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ สำหรับ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในชั้นศาลอุทธรณ์ นายจุมพล ชูวงษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ เคยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ส่วน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในศาลชั้นต้น นายณรัช อิ่มสุขศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการ เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการศาลแพ่ง และเลขานุการศาลอาญามาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ได้มีการคัดเลือกตุลาการศาลปกครองสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แทนนายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ในฐานะโฆษกศาลปกครอง เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เพื่อคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองสูงสุดให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 11 คน ปรากฏว่ามีผู้ให้ความยินยอมที่จะไปทำหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 1 คน คือ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด และที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดได้มีมติเป็นเอกฉันท์คัดเลือกนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ สำนักงานศาลปกครองจะส่งชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกไปยังวุฒิสภาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายบรรจงศักดิ์ จบการศึกษาปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) ปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) ส่วนประวัติการทำงาน ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น เมื่อปี พ.ศ.2544, ดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น เมื่อปี พ.ศ.2552, ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี พ.ศ. 2555, ดำรงตำแหน่งตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี พ.ศ. 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 5 มี.ค. เวลา 11.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน 4 คน คือ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, &amp;nbsp; นายวรวิทย์ กังศศิเทียม, นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายปัญญา อุดชาชน จะมีการประชุมร่วมกับว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตในศาลฎีกา 2.วิรุฬห์ แสงเทียน อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตรองประธานศาลฎีกา 3.จิรนิติ หะวานนท์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) 4.นภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต เพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 206 กำหนด ก่อนแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อประธานและว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า มี 3 ตัวเต็งที่คาดว่าจะได้รับเลือกเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ คือ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม, นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาล รธน., ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ประกาศผลเลือกตั้ง, ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา, ศาลปกครองสูงสุด, ศาลยุติธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fc848df1fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.แจงเหตุผลที่ยังไม่รับรองส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเหตุผลที่รับรองส.สแบบบัญชีรายชื่อแค่ 149 คน ซึ่งยังขาดอีก 1 คน &amp;nbsp;เนื่องจากในเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดเชียงใหม่ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้การประกาศรับรองส.ส.แบบแบ่งเขต มีจำนวน 349 เขต ซึ่งขาดไป 1 เขต ส่งผลให้การคำนวณเป็นไปตามนี้คือ ต้องนำ 349 มาหาร จำนวนส.ส.เขตเต็ม 350 จะได้ ค่าเฉลี่ย 0.9971 จากนั้นนำจำนวนดังกล่าวมาคูณด้วยส.ส.ทั้งสภาคือ 500 คน จะได้ จำนวนส.ส.ที่จะประกาศผลทั้งหมด 498.5714 คน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ถือเอาเฉพาะจำนวนเต็ม จึงเหลือ 498 คน เมื่อหักส.ส.เขต 349 จึงเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ 149 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ประกาศผลเลือกตั้ง, ส.ส., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, สูตรการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธิพงษ์&#039;ยันพปชร.ตั้งรัฐบาลได้แน่ แค่รอกกต.ประกาศผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.62- &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลว่า คงต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 หรือ 9 พ.ค.ก่อน จึงจะทราบว่าแต่ละพรรคการเมืองนั้นได้จำนวน ส.ส.เท่าใด เพราะจำนวน ส.ส.ถือว่ามีผลและมีความสำคัญอย่างมากต่อการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น​ จึงต้องรอความชัดเจนในหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นต้น ทางพรรคจึงไม่สามารถที่จะกะเกณฑ์ได้ว่าจะสามารถประกาศจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการเดินหน้าพูดคุยทาบทามพรรคการเมืองอื่นๆมาร่วมกันตั้งรัฐบาลนั้น ก็ยังไม่มีความคืบหน้าไปกว่าก่อนหน้านี้ที่ได้เป็นข่าวไปแล้ว แต่พรรค พปชร.ยังมั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรคพันธมิตร ที่มีแนวทางทางการเมืองแบบเดียวกัน ต่างยืนยันจะจับมือกับพรรค พปชร.เพื่อตั้งรัฐบาล นำพาประเทศไปสู่ความสงบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ กล่าวกรณีที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนและขุดคุ้ย ว่าที่ ส.ส.ของพรรค พปชร.ว่าถือครองหุ้นสื่อมวลชน โดยอ้างว่าทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ไม่ว่าจะเป็น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ ส.ส.กทม. รวมถึง น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ มาดามเดียร์ ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าของสื่อนั้น ทั้ง 3 คนต่างยืนยันว่าสามารถชี้แจง กกต.ได้ทุกกรณี และจะไม่เป็นปัญหากระทบต่อพรรคแต่อย่างใด เพราะยืนยันตรงกันว่า ไม่ได้ถือครองหุ้นสื่อมวลชนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวก็สุดแล้วแต่ กกต.จะพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กตต., ตั้งรัฐบาล, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ประกาศผลเลือกตั้ง, พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd0387ed5515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ชี้หาก กกต.รับรองครบร้อยละ 95 วันที่ 8 พ.ค. ต้องเริ่มนับ 15 วันเพื่อเปิดประชุมทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรอบเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เดิมที่ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. โดยเป็นวันสุดท้ายของกรอบเวลา 150 วัน แต่ทราบข่าวว่าจะประกาศเร็วขึ้น โดยประกาศผล ส.ส.ระบบเขตในวันที่ 7 พ.ค. และส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พ.ค. ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องยึดการประกาศผลอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 ในวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งเป็นวันประกาศผลครบร้อยละ 95 จะมีผลถึงวันรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ ที่ต้องทำภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันประกาศผล และการทูลเกล้าฯถวายรายชื่อ ส.ว.ต้องทำภายใน 3 วัน จากวันที่ 8 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนไทม์ไลน์การประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ทราบ ต้องขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา ซึ่งไม่มีกรอบระยะเวลาตายตัว เนื่องจากสิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากรัฐพิธีเปิดสภาคือ การประชุมของแต่ละสภาเพื่อเลือกประธานและรองประธาน ตนเคยให้ความคิดเห็นว่าควรมีการประชุมในวันเดียวกัน เพื่อความสะดวก แล้วนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เมื่อมีการโปรดเกล้าฯลงมาแล้วประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีภายในเดือน มิ.ย. นายวิษณุ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์หมายความถึงการมีคณะรัฐมนตรี (ครม.)ทั้งคณะ ตนตอบแบบชี้ชัดไม่ได้ แต่ถ้าวิเคราะห์จากกรอบเวลาต่างๆ แล้วพอมีการโปรดเกล้าฯประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาจะเรียกประชุม เพื่อเลือกนายกฯโดยเร็ว จากนั้นนายกฯไปพิจารณาพรรคที่จะมาร่วมรัฐและตั้งรัฐมนตรี ซึ่งคงจะล้ำไปในเดือนมิ.ย.แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รายชื่อ ส.ว.ที่ คสช.จะแต่งตั้งหากมีชื่อบุคคลในคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ช่วยจัดการให้มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วนไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามก่อนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อถามย้ำว่า ในคณะรัฐมนตรีมีใครไปเป็น ส.ว.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครม.ชุดนี้มีคนสำคัญเยอะ คงจะมีมั้ง ส่วนผมนั้นไม่ใช่คนสำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ประกาศผล ส.ส.แบ่งเขต, ประกาศผลเลือกตั้ง, ประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca70383f1f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กุนซือบิ๊กป้อม&#039;คาด 9 พ.ค.กกต.ประกาศผลเลือกตั้งได้เกือบ 100% -12 พ.ค.ทูลเกล้า 250 ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 เม.ย.62-นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า &amp;nbsp;จับตาตามข่าวว่าวันนี้กกต.ท่านจะประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งก่อน เพื่อเป็นฐานในการคำนวณสัดส่วน สส.แบบบัญชีรายชื่อ และสส.พึงมี ซึ่งน่าจะประกาศเกือบทั้งหมดได้ทันวันที่ 9 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคะเนว่าน่าจะประกาศได้เกือบ 100% &amp;nbsp;สำหรับกรณี ที่มีการร้องเรื่องขาดคุณสมบัติ นั้นยังไม่แน่ใจว่าท่านจะว่าอย่างไร &amp;nbsp;พิเคราะห์ดูตามกฎหมายแล้ว เมื่อกกต.ท่านรับรองให้เป็นผู้รับสมัครรับเลือกตั้งแล้วกกต.จะวินิจฉัยเองเพื่อเพิกถอนหรือตัดสิทธิหรือไม่รับรองเพราะเหตุขาดคุณสมบัติไม่ได้!เพราะเป็นอำนาจของศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.จึงไม่อาจไม่รับรองผลโดยเหตุผลขาดคุณสมบัติไม่ได้จนกว่าศาลจะเพิกถอน &amp;nbsp;ก็ต้องคอยดูกันต่อไปครับ ถ้าเป็นไปตามที่คาดการณ์นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 12 พฤษภาคม ก็น่าจะนำรายชื่อ สว.250 คนขึ้นทูลเกล้าได้ ก็ขอแสดงความยินดี กับท่านว่าที่สส.และสว.ทั้งหลายไว้ล่วงหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34758</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กุนซือบิ๊กป้อม, นายไพศาล พืชมงคล, ประกาศผลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc7a6e8e0a13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 07:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เคาะแล้วเบ็ดเสร็จมี 25 พรรคการเมืองได้ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 เม.ย.62 - ศูนย์ปฏิบัติการด้านการข่าวสำนักงานกกต. ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยในการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าสำนักงานกกต.ได้นำวิธีการคำนวณจำนวนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ซึ่งเป็นวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128,129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนมาเป็นแนวทางในการคำนวณจำนวนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ ซึ่งสำนักงานกกต. ได้ปรึกษาหารือและนำเสนอกกต.แต่ละท่านทราบเป็นเบื้องต้นแล้ว โดยตลอดมากกต.แต่ละท่านมีข้อคิดเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลจากการคำนวณส.ส. แบบบัญชีรายชื่อโดยใช้ข้อมูลจากการประกาศผลการนับคะแนนของทุกเขตเลือกตั้งมาคำนวณจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในเบื้องต้น มีพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรจำนวนส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมือง สำนักงานกกต.ชี้แจงว่า เป็นเพียงการคำนวณโดยใช้ผลคะแนนรายเขตเลือกตั้งที่สำนักงานกกต.ได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค. หลังจากนี้หากผลจากการที่กกต.ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ผลคะแนนรวมของพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปจะต้องนำคะแนนที่ได้รับมาใหม่มาคำนวณด้วยวิธีการเดิมอีกครั้งหนึ่งโดยการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จะดำเนินการได้เสร็จสมบูรณ์ครั้งแรกก็ต่อเมื่อกกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ประกาศผลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกกต.ลั่น!รวดเร็วคือไม่ล่าช้าทำตามกรอบเวลากฎหมาย เพราะความล่าช้าคือความอยุติธรรม   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62- ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. &amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิด การอบรมมอบนโยบายในการประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาและข้อโต้แย้ง &amp;nbsp;โดยกล่าวว่าสำหรับอนุกรรมการที่ กกต.ตั้งขึ้นเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง มีความซื่อสัตย์สุจริต &amp;nbsp;ซึ่งการจัดประชุมชี้แจงในวันนี้ &amp;nbsp;เพื่อเป็นการซักซ้อมการปฎิบัติงานให้มีเอกภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่ง กกต.มั่นใจว่าจากความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ของแต่ละคนจะสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;โดยการเลือกตั้งที่พึ่งผ่านพ้นไป &amp;nbsp;สังคมคาดหวังมายัง กกต. โดยอยากทราบผลการเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งก็อาจจะไม่ได้รวดเร็วทันใจ &amp;nbsp;ตามที่หวัง เพราะเราต้องทำหน้าที่ด้วยความรอบครอบถูกต้อง ด้วยความสุจริต &amp;nbsp;ด้วยความเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการทำงานที่จำเป็น &amp;nbsp;และหลักการทำงานที่เห็นว่าจำเป็น ที่จะใช้ในการทำงานของทุกคน &amp;nbsp;โดยการทำงานต้องมีคุณภาพ คุณธรรมและความรวดเร็ว &amp;nbsp;คุณภาพคือมีความรู้รอบด้าน ถูกต้องครบถ้วน มีมาตรฐานในเนื้อหาสาระของงานที่ทำ ส่วนคุณธรรมคือ ความเป็นกลาง ปราศจากอคติ &amp;nbsp;กล้าหาญ ยึดความถูกต้องตามตัวบทของกฎหมาย บนพื้นที่ฐานของหลักนิติธรรมคือ หลักความเป็นธรรมตามกฎหมาย &amp;nbsp;ไม่หวั่นไหวต่อแรงเสียดทาน &amp;nbsp;หรืออำนาจอิทธิพลใดๆ หากทำได้เช่นนี้ ก็ขอให้มั่นใจว่า คุณธรรมจะเป็นเกราะป้องกันตัว &amp;nbsp; และองค์กร กกต.ก็จะสนับสนุนปกป้องการทำงานของท่าน อย่างเต็มที่ &amp;nbsp;ส่วนคำว่ารวดเร็ว คือ ไม่ล่าช้า &amp;nbsp;ความรวดเร็วในกรณีนี้คือไม่ล่าช้า ทำเสร็จตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;เพราะความล่าช้าคือ &amp;nbsp;ความอยุติธรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปกรณ์ มหรรณพ &amp;nbsp;กรรมการเลือกตั้ง &amp;nbsp; กล่าวชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ว่า &amp;nbsp;เรามีคำตอบ ขั้นตอนต่างๆ เรามีหมด และกำลังจะตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายว่า &amp;nbsp;ทำอะไรบกพร่องหรือไม่ &amp;nbsp; และเป็นความรับผิดชอบของใคร ซึ่งในมาตรา &amp;nbsp;114 &amp;nbsp;ของ พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. เงื่อนไขมีอยู่ 4 ข้อ &amp;nbsp;แต่ข้อที่ต้องพิจารณามีข้อเดียว &amp;nbsp;ซึ่งเป็นข้อที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจได้ เงื่อนไขคือให้เรามีอำนาจสั่งเมื่อบัตรเลือกตั้งไปถึงหน่วยเลือกตั้ง &amp;nbsp;หลังจากมีการนับคะแนนแล้ว เราจึงจะสั่งได้ว่าเป็นบัตรเสีย &amp;nbsp;แต่กรณีนี้บัตรไม่ได้ไปถึง และการนับการนับได้จบสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนึกถึงการเลือกตั้งต่างๆ และการส่งชิงโชคต่างๆ เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว &amp;nbsp;บัตรต่างๆ เอกสารต่างๆ ที่ส่งมาใช้สิทธิ ท่านจะมาสามารถมาขอให้นับเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว &amp;nbsp;นับไม่ได้ เราจึงวินิจฉัยเช่นนี้ เราไม่ได้่วินิจฉัยว่าเสียหรือดี ถ้าเราวินิจฉัยว่าเสีย &amp;nbsp;ฝ่ายดีก็จะยกขึ้นมาอ้าง &amp;nbsp;ว่าขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถ้าวินิจฉัยว่าดี &amp;nbsp;ฝ่ายเสียก็จะยกขึ้นอ้าง &amp;nbsp;อันนี้เป็นสิ่งที่สังคมรับรู้ &amp;nbsp;จุดประสงค์เค้าเป็นอย่างนั้น&amp;rdquo; นายปกรณ์ &amp;nbsp;กล่าวและว่าในวันเลือกตั้งหลังการลงคะแนน 2-3 ชั่วโมง เรานับคะแนนทุกหน่วยเรียบร้อย &amp;nbsp;ประกาศหน้าหน่วยกว่า 92,000 หน่วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีบัตรเกิน 4ล้านกว่าใบ นั้นขณะที่ กกต.แถลง &amp;nbsp;โดยระบบแรพพิทรีพอร์ต &amp;nbsp;ขณะนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. ข้อมูลเพียงร้อยละ 93 &amp;nbsp;ขาดอยู่ร้อยละ 7 &amp;nbsp;ของประมาณ 30 ล้าน เหลืออีก 2 ล้านกว่าคน &amp;nbsp;ยังไม่ได้ประกาศ &amp;nbsp;เมื่อจากหน่วยมาถึงเขต &amp;nbsp;เขตต้องเอาบัตรต่างประเทศแสนกว่าใบ &amp;nbsp;เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มีน.ค.อีก กว่า 2 ล้านคนมารวม &amp;nbsp; เมื่อรวมกันทั้งหมดคือ 4 ล้านเศษ &amp;nbsp; ไม่มีการเพิ่มบัตรอะไรเข้าไปทั้งสิ้น นี่คือความจริง &amp;nbsp; การที่มี กปน. กว่า 7 &amp;nbsp;แสนคน ทั่วประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย ชาวบ้าน ครู ฝ่ายปกครอง มาช่วย กกต.ทำหน้าที่ อาจจะผิดบ้าง &amp;nbsp;10 คน &amp;nbsp;100 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;นี่คือสิ่งที่ กกต.กำลังจะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เที่ยงธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกรณ์ ยังย้ำว่า กฎหมายกำหนดให้ กกต.ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 &amp;nbsp;หรือ 333 เขต &amp;nbsp;หาก กกต.ไม่ทำตามกฎหมาย เราก็จะผิด. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความอยุติธรรม, ประกาศผลเลือกตั้ง, ประธานกกต., เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2eac24f5b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
