<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติรับมือโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วิกฤติเกินต้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดทางอนุมัติงบช่วยเหลือรับมือการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ระบุ 8 สัปดาห์นับจากนี้ชี้เป็นชี้ตาย อีกด้านเจ้าตัวยังยอมเปลี่ยนใจยอมรับการตรวจเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ขณะแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 จะทำให้รัฐบาลกลางสหรัฐสามารถนำงบประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์จากกองทุนบรรเทาภัยพิบัติ ไปจัดสรรแก่รัฐบาลท้องถิ่นเพื่อใช้รับมือกับโรคระบาดใหญ่ของโควิด-19 โดยทรัมป์ยอมรับว่า สถานการณ์ในสหรัฐอาจเลวร้ายลง และช่วง 8 สัปดาห์นับจากนี้เป็นช่วงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์โดนผู้เชี่ยวชาญหลายรายตำหนิว่า รัฐบาลของเขาไร้ประสิทธิภาพในการรับมือและดูเบาสถานการณ์ สองวันก่อนหน้านี้เขาเพิ่งออกคำสั่งห้ามนักเดินทางจากกลุ่มประเทศเชงเกนในทวีปยุโรปเดินทางเข้าสหรัฐเป็นเวลา 30 วัน คำสั่งนี้ยกเว้นอังกฤษ แต่ล่าสุดทรัมป์กล่าวว่าเขาอาจเปลี่ยนใจเนื่องจากการติดเชื้อในอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐวัย 73 ปีเปิดเผยด้วยว่า เขาจะยอมรับการตรวจเชื้อไวรัสในเร็วๆ นี้ แม้ต่อมาแพทย์ประจำทำเนียบขาวจะกล่าวว่า ทรัมป์ไม่มีอาการและไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ยืนกรานมาตลอด แม้กระทั่งไม่นานก่อนแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าเขาจะไม่ตรวจหาเชื้อและไม่แยกกักกันโรค ถึงแม้จะมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดเขาและสมาชิกสภาคองเกรสหลายรายสมัครใจกักกันตนเองป้องกันล่วงหน้า เนื่องจากมีความเสี่ยงติดเชื้อจากคนใกล้ตัว สัปดาห์ที่ผ่านมายังปรากฏข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบราซิลที่มาเยือนฟลอริดาพร้อมกับคณะของประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ติดเชื้อไวรัสนี้ เจ้าหน้าที่ผู้นี้ถ่ายภาพคู่กับทรัมป์ด้วย และเมื่อวันศุกร์ รักษาการเอกอัครราชทูตบราซิลเป็นเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ที่ติดเชื้อ เขาอยู่ในกลุ่มที่ร่วมโต๊ะดินเนอร์กับทรัมป์ที่รีสอร์ตมาร์อะลาโกวันเสาร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลถึงเช้าวันเสาร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 2,000 ราย เสียชีวิต 47 ราย รัฐบาลท้องถิ่นหลายมลรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วก่อนหน้านี้ หลายรัฐสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กมีคำสั่งห้ามประชาชนร่วมกิจกรรมที่มีคนมากกว่า 500 คน สถาบันและหน่วยงานด้านศิลปะวัฒนธรรมปิดบริการ ที่แคลิฟอร์เนีย รัฐบาลห้ามการรวมตัวของคนเกิน 250 คนจนถึงสิ้นเดือนนี้ ส่วนกิจกรรมเล็กๆ ผู้จัดต้องรับประกันว่าผู้ร่วมงานจะอยู่ห่างกัน 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมประกาศห้ามเจ้าหน้าที่ทหารและพลเมืองในสังกัดเดินทางภายในประเทศตั้งแต่วันจันทร์นี้ คำสั่งห้ามนักเดินทางจากยุโรปเกือบทั้งหมดเข้าสหรัฐที่เริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนวันศุกร์ส่งผลให้สนามบินหลายแห่งเกือบร้าง การหยั่งเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าของพรรคเดโมแครตที่รัฐลุยเซียนาเดือนหน้าก็ถูกเลื่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กีฬาอเมริกันหลายชนิดเลื่อนการแข่งขัน ล่าสุดกีฬาเบสบอลเลื่อนเปิดฤดูกาลใหม่ ต่อจากบาสเกตบอลเอ็นบีเอที่ระงับการแข่งที่เหลือของฤดูกาลนี้อย่างไม่มีกำหนด การแข่งกอล์ฟพีจีเอทัวร์, ฟุตบอลเมเจอร์ลี และฮอกกีลีกพากันเลื่อนหมด การเลื่อน, ระงับและยกเลิกการแข่งขันกีฬาหลายชนิดพร้อมกันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐ ที่ใกล้เคียงที่สุดก่อนหน้านี้คือภายหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c94545e499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; เตรียมประกาศภาวะฉุกเฉิน ผันงบสร้างกำแพงชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อดึงงบประมาณจากส่วนอื่นมาใช้สำหรับการก่อสร้างกำแพงป้องกันชายแดนเม็กซิโก สมาชิกสภาคองเกรสแห่ทักท้วง ขณะกฎหมายงบประมาณการใช้จ่ายภาครัฐผ่านความเห็นชอบทั้ง 2 สภาเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งให้ทรัมป์ลงนามก่อนเส้นตายชัตดาวน์เที่ยงคืนวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีแล้วว่าเขาจะลงนามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจะจัดสรรงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายของหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายความยาว 1,165 หน้า ซึ่งแกนนำเดโมแครตและรีพับลิกันเจรจาต่อรองกันนานหลายสัปดาห์ไม่ได้ระบุงบที่จำเพาะเจาะจงไว้สำหรับการสร้าง &amp;quot;กำแพง&amp;quot; กั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก แต่เขียนเลี่ยงว่าสำหรับโครงสร้างเครื่องกีดขวางทางกายภาพและรั้วป้องกันคนเดินข้าม โดยงบในส่วนนี้ได้รับการจัดสรรไว้เพียง 1,375 ล้านดอลลาร์ ห่างไกลจากตัว 5,700 ล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์ต้องการสำหรับการก่อสร้างขยายกำแพงตลอดแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดึงดันของทรัมป์เพื่อให้ได้งบตามเขาต้องการ โดยปฏิเสธจะลงนามกฎหมายงบประมาณใช้จ่ายชั่วคราวระยะสั้นเมื่อเดือนธันวาคม เคยเป็นเหตุให้หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐหลายแห่งไม่มีงบใช้จ่ายจนนำไปสู่ภาวะชัตดาวน์ 35 วัน ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส เลขาธิการด้านสื่อของทำเนียบขาว กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทรัมป์มีแผนจะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถดึงงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์จากส่วนอื่นมาใช้สำหรับการก่อสร้างกำแพงได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคองเกรส เพื่อ &amp;quot;สร้างความมั่นใจว่าเราจะสามารถยุติวิกฤติด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงแห่งชาติที่ชายแดนได้&amp;quot; เธอกล่าวไม่นานก่อนหน้าที่วุฒิสภาจะลงมติเห็นชอบกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐก็ลงมติเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ เพื่อส่งให้ทรัมป์ลงนามก่อนเส้นตายเวลาเที่ยงคืนของวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงนามกฎหมายงบประมาณจะช่วยสงบศึกที่ยาวนาน 2 เดือนเรื่องกฎหมายงบประมาณ แต่การประกาศภาวะฉุกเฉิน เท่ากับทรัมป์ได้เปิดการเผชิญหน้าครั้งใหม่อีก และทำให้เขาเสี่ยงอันตรายด้านกฎหมายมากที่สุดครั้งหนึ่งในวาระการดำรงตำแหน่งของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎพรรคเดโมแครต กล่าวว่า สมาชิกในพรรคของเธอกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อตอบโต้การดำเนินการของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมระหว่างเพโลซี และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำสมาชิกเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของทรัมป์จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างร้ายแรง และเป็นความพยายามอย่างอับจนเพื่อเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงที่ว่า ทรัมป์ทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงว่าจะทำให้เม็กซิโกเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายสำหรับสร้างกำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.มิตช์ แม็คคอนเนล ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมาก ประกาศว่า เขาสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ แต่สมาชิกหลายคนของรีพับลิกันระมัดระวังท่าที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกคองเกรสหลายคนยอมรับว่าพวกเขาคิดไม่ออกว่าทรัมป์จะดึงงบมาจากส่วนใด แต่เดโมแครตเตือนว่า การดำเนินการของทรัมป์จะเปิดช่องให้ประธานาธิบดีคนต่อๆ ไปสามารถประกาศภาวะฉุกเฉินในด้านอื่นๆ ได้ ไม่ว่าเรื่องความรุนแรงจากอาวุธปืน, ภาวะโลกร้อน และวิกฤติการใช้ยาโอปิออยด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเปิดทางให้ประธานาธิบดีเข้าถึงอำนาจแบบพิเศษโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางการเมืองตามปกติ และสามารถดึงงบจากส่วนอื่นที่มีอยู่ เช่น งบการทหารและบรรเทาภัยพิบัติ มาใช้สร้างกำแพงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29223</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบสร้างกำแพง, ชัตดาวน์, ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66cec4033e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
