<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯคืนฐานันดรศักดิ์ &#039;นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์&#039; เป็น &#039;เจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณี&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่องแต่งตั้งให้ดำรงฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่ นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ มิได้เป็นผู้มีมลทินมัวหมอง จึงมีพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ ดำรงฐานันดรศักดิ์ เจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณี กับตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและยศทหาร และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา สืบเนื่องตลอดมา โดยให้ถือว่า ไม่เคยถูกถอดถอนฐานันดรศักดิ์กับตำแหน่งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรามาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76270</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานันดรศักดิ์, นางสาวสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์, ประกาศราชกิจจา, เจ้าคุณพระสินีนาฏพิลาสกัลยาณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada93d459a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศราชกิจจาผลิต ครอบครอง ส่งออก ส่งต่อ &quot;เชื้อโควิด-19&quot;ต้องขออนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3มี.ค.63-นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า &amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ออกประกาศให้เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นเชื้อโรคที่ต้องควบคุมตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2558 กำหนดให้เป็นเชื้อโรคควบคุมในกลุ่มที่ 3 หากผู้ใด ผลิต ครอบครอง จำหน่าย ส่งออก ส่งต่อ &amp;nbsp;ต้องขออนุญาต กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.เชื้อโรค &amp;nbsp;
&amp;quot;ประกาศฉบับนี้ ไม่เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย แต่เจตนาเพื่อควบคุมเชื้อโรค การวิจัยและพัฒนา &amp;nbsp;และไม่ให้เชื้อแพร่ออกไปจากห้องปฎิบัติการ&amp;quot;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยและไม่ได้รับการกักตัวนั้น สธ.ขอชี้แจงดังนี้ 1.กลุ่มที่จำเป็นต้องแยกกักกันหรือสังเกตอาการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ประกอบด้วย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวนโรค คือมีอาการและประวัติมาจากพื้นที่ระบาด ต้องแยกกักอย่างเข้มงวดในโรงพยาบาล และกลุ่มที่ไม่มีอาการแต่เสี่ยงที่จะรับเชื้อจากผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วย (กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง) ได้แก่ คนในครอบครัว เพื่อร่วมงาน เพื่อร่วมชั้นเรียน เพื่อนร่วมยานพาหนะ ต้องกักกันตนเองที่บ้าน(Self- quarantine at home) อย่างเคร่งครัด 14 วัน งดเที่ยว งดเรียน งดทำงาน แยกของใช้ หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เจ้าหน้าที่จะรับตัวไว้ดูแลตามระบบ 2.กลุ่มไม่สัมผัสกับผู้ป่วย ไม่มีอาการ แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากเดินทางจากพื้นที่ระบาด(ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ) ขอให้ลดกิจกรรมทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากที่พัก หมั่นล้างมือ อย่าไปในพื้นที่ที่มีคนอยู่หนาแน่น ให้สังเกตอาการตัวเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ พบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติเดินทาง 3.ผู้ที่อยู่ในชุมชนเดียวกับผู้ป่วยและประชาชนทั่วไปขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่ชุมชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5df7ff48759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯโอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นฝ่ายทหารและพระราชทานยศพันเอกหญิง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63 -ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศให้โอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานยศทหาร ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานยศทหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานยศทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนี้ พันตรีหญิงสุทัตตาภักดิ์ บริรักษ์ภูมินทร์ ตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษระดับ 9 ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการ กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์(อัตรา พันเอกพิเศษ) และพระราชทานยศ พันเอกหญิง แต่งกายทหารบก เหล่าทหารราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม พุทธศักราช 2563 ประกาศ ณ วันที่ 22 มกราคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจา, โอนข้าราชการฝ่ายพลเรือนในพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 22:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯโอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นฝ่ายทหารและพระราชทานยศพลตรีหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63 -ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้โอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารและพระราชทานยศทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการ ในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานยศทหาร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ประกอบมาตรา ๔ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติ ยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้โอนข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายพลเรือนเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานยศทหาร ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันตรีหญิง นฤมล สัมผัส ตำแหน่ง ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ ๑๐ ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำสำนักงาน ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) และพระราชทานยศ พลตรีหญิง แต่งกายทหารบก เหล่าทหารราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจา, โอนข้าราชการฝ่ายพลเรือนในพระองค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกต้ังขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1 ) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า &amp;ldquo;พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 3 ให้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่างมาตรา 4 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50998</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจา, เขต 7 ขอนแก่น, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศกกต.ให้พรรคไทยรุ่งเรืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง พรรคไทยรุ่งเรืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้ง พรรคไทยรุ่งเรืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย แนวพญา หัวหน้าพรรคไทยรุ่งเรือง ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียน พรรคการเมืองว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรุ่งเรือง ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากให้เลิกพรรคไทยรุ่งเรือง ตามข้อบังคับพรรคไทยรุ่งเรือง พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๒๒ กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคไทยรุ่งเรืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคไทยรุ่งเรืองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ประกาศราชกิจจา, พรรคไทยรุ่งเรือง, สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ&#039;กิตดนัย ธรมธัช&#039;พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ตุลาการศาลปกครองพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนักงานศาลปกครองแจ้งว่า ประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งอนุญาตให้นายกิตดนัย ธรมธัช ตุลาการศาลปกครอง ตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาฃ นายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตดนัย ธรมธัช, ตุลาการศาลปกครอง, ประกาศราชกิจจา, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
