<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯสถาปนา&#039;พระธรรมโมลี&#039;ขึ้นเป็น&#039;พระพรหมวชิรโมลี&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64-ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์
สูงขึ้นมีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึ่งทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระธรรมโมลี ขึ้นเป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิรโมลี ศรีปริยัติบริหาร ไพศาลศาสนกิจดิลก สาธกธรรมวิจิตร ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 8 รูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออาราธนาพระคุณ จงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในคณะและในพระอาราม ตามสมควรแก่กำลัง และอิสริยยศ ซึ่งพระราชทานนี้ และจงเจริญอายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติ วิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนาเทอญ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2564&amp;nbsp; ประกาศ ณ วันที่ 6 มิถุนายน พุทธศักราช 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, พระพรหมวชิรโมลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bcc42eb1a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน9ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64- ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนที่23 ข เผยแพร่พระบรมราชโองการ เรื่อง &amp;nbsp;พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า &amp;nbsp;ความว่า &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และฝ่ายใน จำนวน 9 คน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ฝ่ายหน้า
1. พลตำรวจตรี วิมพันธุ์ ราชประดิษฐ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ฝ่ายหน้า
1. พลตรี จิรศักดิ์ สนิทมัจโร
2. พลอากาศตรี ชาตรี พลสยม
3. พลอากาศตรี เอกอุ เอี่ยมอรุณ
4. พลเรือตรี ปุณณวัชร สอ้านวงศ์
5. พลเรือตรี กิตติ โลหารชุน
6. นายพศวัต เพ็ชรก้อน
7. นายถนอม กรมวังก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุติยจุลจอมเกล้า ฝ่ายใน
1. พันโทหญิง อังสณา ชมมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606985bc8e5df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด8ข้อนายกฯเซ็นข้อกำหนดรับมือโควิดระลอกใหม่เริ่ม4ม.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.64- เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 16) ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.2563 และต่อมาได้ขยายเวลาบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่ 8 จนถึงวันที่ 15 ม.ค.2564 นั้น โดยที่การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ได้ขยายขอบเขตการแพร่โรคออกเป็นวงกว้างในหลายเขตพื้นที่และการตรวจพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะกรณีเป็นการติดเชื้อภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน ประกอบกับมีการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ปรากฏอาการของโรค ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 การห้ามใช้อาคารหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ของโรงเรียน และสถาบันการศึกษาทุกประเภท ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กำหนดเป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อการจัดการเรียน การสอน การสอบ การฝึกอบรมหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เว้นแต่เป็นการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารทางไกล หรือด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ และการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปการะแก่บุคคล และเป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการ หรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้รับการอนุญาตจากผู้ว่ากทม. หรือผู้ว่าราชการจังหวัด และเป็นโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่มีขนาดเล็กจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียนไม่เกิน 120 คน หรือเป็นโรงเรียนตะเวนชายแดน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค คือการห้ามจัดกิจกรรมในพื้นที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เช่นการประชุม การสัมมนา การจัดเลี้ยง การแจกจ่ายอาหารหรือสิ่งของ เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้ผู้ว่าราชการกทม.โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกทม.สั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 เงื่อนไขการเปิดดำเนินการในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้สถานที่ กิจการ หรือการทำกิจกรรม เปิดดำเนินการภายใต้เงื่อนไขเวลา และการจัดระเบียบตามที่กำหนดคือ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้จัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้บริโภคในร้าน โดยอาจให้เป็นลักษณะการนำกลับไปบริโภคที่อื่น ให้ศบค. กระทรวงมหาดไทย และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาประเมินกำหนดรูปแบบ และมาตรการดังกล่าวของแต่ละพื้นที่จังหวัดให้เหมาะสม การจำหน่ายสุรา สำหรับร้านอาหารหรือสถานที่ซึ่งจำหน่ายสุรา ห้ามบริโภคสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮฮล์ในร้าน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การแสดงสินค้า ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการ ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดทำการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ ภายใต้มาตรการที่ทางราชการกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 มาตรการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ ผู้ว่าราชการกทม.หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อในการสั่งปิด จำกัด หรือห้ามการดำเนินการของพื้นที่ สถานที่ หรือพาหนะ หรือสั่งให้งดการทำกิจกรรมในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค โดยให้ดำเนินการตามมาตรการ หรือแนวทางตามข้อกำหนดฉบับที่ 15 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 6 การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจและคัดกรองการเดินทาง โดยใช้เส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยให้ดำเนินการตาม ศปก.ศบค.กำหนด โดยให้พิจารณาของความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนประชาชน ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และทำให้ต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 7 ขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณารูปแบบการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การสลับวันหรือการเหลื่อมเวลาเข้าปฏิบัติงาน เพื่อลดจำนวนผู้ปฏิบัติงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และข้อ 8 ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตรวจสอบคัดกรองและเสนอนายกฯเพื่อพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลายหรือกระชับมาตรการที่ใช้บังคับกับสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรมเพิ่มเติมได้ เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2564 เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88702</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประกาศราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6a1aedfab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯประกาศ&#039;กทม.-27จังหวัด&#039;พื้นที่ควบคุมสูงสุดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 3 ม.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 1/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราช กําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป เป็นคราวที่ 8 จนถึงวันที่ 15 ม.ค.64 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดระลอกใหม่ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามแนวทางการจัดเขตพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (2) ของคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กํากับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ลงวันที่ 25 มี.ค.63 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 โดยคําแนะนําของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 กระทรวงมหาดไทย จึงมีคําสั่งให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรการ ตามข้อกำหนดฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขตพื้นที่สถานการณ์ ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามบัญชีรายชื่อ จังหวัด ประกอบด้วย 1.กรุงเทพมหานคร 2.จ.กาญจนบุรี 3.จ.จันทบุรี 4.จ.ฉะเชิงเทรา 5.จ.ชุมพร 6.จ.ชลบุรี 7.จังหวัดตราด 8.จ.ตาก 9.จ.นครนายก 10.จ.นครปฐม 11.จ.นนทบุรี 12.จ.ปทุมธานี 13.จ.ประจวบคีรีขันธ์ 14.จ.ปราจีนบุรี 15.จ.พระนครศรีอยุธยา 16.จ.เพชรบุรี 17. จ.ราชบุรี 18.จ.ระนอง 19.จ.ระยอง 20.จ.ลพบุรี 21.จ.สิงห์บุรี 22.จ.สมุทรปราการ 23.จ.สมุทรสงคราม 24.จ.สมุทรสาคร 25.จ.สุพรรณบุรี 26.จ.สระแก้ว27.จ.สระบุรี 28.จ.อ่างทอง รวมทั้งสิ้น 28 จังหวัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น สั่ง ณ วันที่ 3 ม.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจานุเบกษา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1bc031a608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่10แก่พล.อ.อภิรัชต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 137 ตอนที่ 33 ข เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 3 แก่ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศราชกิจจานุเบกษา, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
