<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดวัคซีนเด็กหมุดหมายสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ประกาศวันหมุดหมายสำคัญต่อสู้โควิด &amp;nbsp;คิกออฟฉีดวัคซีนนักเรียนรับเปิดเทอม ปลื้มตัวเลขติดเชื้อใหม่ต่ำหมื่นเสียชีวิตต่ำร้อย สัญญาณดีต่อเนื่องเดินหน้าเปิดเมืองเปิดประเทศ สธ.ขยับเป้าฉีดวัคซีนปีนี้เป็น 119 ล้านโดส ปีหน้าอีก 86 ล้านโดส คาดเด็กอายุ 3-11 ขวบได้วัคซีนปี 65&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม &amp;nbsp;เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี &amp;quot;Kick Off สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม&amp;quot; เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนในเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รวมถึง ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) อาทิ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เข้าร่วม ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี (ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 &amp;nbsp;หรือเทียบเท่า) ประมาณ 4.5 ล้านคนทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือในการมาฉีดในครั้งนี้ เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้เด็กมีความปลอดภัย อุ่นใจต้อนรับเปิดเทอม ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องรักษาระบบนี้ให้ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อทั้งครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา โคยครูมีบทบาทอย่างมากในการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่องทาง วันนี้ตนเห็นภาพผู้ปกครองนั่งเรียนกับลูกในกรณีที่เด็กอยู่บ้าน เชื่อว่าไม่ใช่ภาระ ถ้ามีเวลาก็อยู่กับลูกกับหลาน เป็นช่วงเวลาครอบครัวที่ได้อยู่ร่วมกัน แต่ต้องขอโทษถ้ามีหลายคนรู้สึกเป็นภาระ แต่วันนี้ต้องมีความใกล้ชิดกันในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เพื่อมีภูมิต้านทานในการอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ผมอยากเห็นภาพทุกคนได้รับวัคซีนอย่างทั่วหน้า เรื่องการจัดหาวัคซีนมี 2 ประเภทคือ วัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหา ซึ่งเป็นการเจรจาโดยภาครัฐ &amp;nbsp;รัฐบาลต่อรัฐบาล และวัคซีนทางเลือก เป็นการเจรจาระหว่างผู้จำหน่ายวัคซีน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนทั่วไป โดยยืนยันปีนี้วัคซีนมีเพียงพอทั้งปีนี้และไปถึงปีหน้า คาดการณ์ว่ามีวัคซีน &amp;nbsp;150 ถึง 170 ล้านโดสในปีนี้ ฉีดได้ครบถ้วนตามที่เราตั้งเป้าไว้ &amp;nbsp;ย้ำว่าวันนี้ต้องเดินหน้าประเทศไปข้างหน้า ให้การเปิดภาคเรียนการศึกษาเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การควบคุมการแพร่ระบาดก็เป็นไปตามแผนที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เดินให้กำลังใจนักเรียนที่มาฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วันนี้ (4 &amp;nbsp;ต.ค.) เป็นอีกหนึ่งวันที่เป็นหมุดหมายสำคัญ ในการต่อสู้กับโควิด-19 เพื่อนำไปสู่การเปิดเมือง เปิดประเทศ นอกจากวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดต่ำลงกว่าหนึ่งหมื่นคน พร้อมกับยอดผู้เสียชีวิตต่ำกว่าหนึ่งร้อยคน ซึ่งเป็นสัญญาณของสถานการณ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว และยังเป็นวันเริ่มต้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับลูกหลานของเรา จะทำให้เราสามารถเปิดสถานศึกษาได้ ให้เด็กนักเรียนได้กลับไปสู่บรรยากาศการเรียนตามปกติ แบบ New Normal&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 9,930 &amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 9,561 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8,954 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก &amp;nbsp;607 ราย มาจากเรือนจำ 362 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี &amp;nbsp;2563 จำนวน 1,647,362 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 12,336 ราย &amp;nbsp;ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,520,503 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา 109,748 ราย อาการหนัก 3,071 ราย &amp;nbsp;ใส่ท่อช่วยหายใจ 719 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 97 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 17,111 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 4 ต.ค. ได้แก่ &amp;nbsp;กทม. 1,137 ราย, ยะลา 764 ราย, ชลบุรี 594 ราย, สงขลา &amp;nbsp;484 ราย, ปัตตานี 406 ราย, สมุทรปราการ 382 ราย, &amp;nbsp;นราธิวาส 314 ราย, นครศรีธรรมราช 313 ราย, ราชบุรี 300 &amp;nbsp;ราย, ระยอง 297 ราย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของทั้งประเทศถือว่าตัวเลขลดลง แต่พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเพิ่มขึ้น ยอดติดเชื้ออยู่ที่ 1,968 ราย คิดเป็นร้อยละ 21 ของทั้งประเทศ และมีจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ถึง 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้ออยู่ใน 10 อันดับแรกผู้ติดเชื้อสูงสุดของวันนี้ จึงขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละจังหวัดเข้มข้นมาตรการ นอกจากนี้ยังมีการรายงานด้วยว่า พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบร้านอาหารเปิดเกินเวลา และมีการลักลอบดื่มแอลกอฮอล์โดยใส่ในแก้วพลาสติก จึงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับมาตรการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. &amp;nbsp;จำนวน 281,070 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;ก.พ.ทั้งสิ้น 55,150,481 โดส ขณะที่พบว่าการฉีดวัคซีนใน 4 &amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ให้ฉีดกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรังให้ได้ร้อยละ 70 ภายในเดือน ก.ย. จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับวัคซีนแล้วทั้งหมด 55 ล้านโดส ซึ่งเกินเป้าหมายที่วางไว้ คือภายในสิ้นเดือน ก.ย.64 ตั้งเป้าไว้ที่ 40 ล้านโดส แยกเป็นเข็มที่ 1 &amp;nbsp;จำนวน 33 ล้านคน หรือ 46% เข็มที่ 2 จำนวน 20 ล้านคน &amp;nbsp;หรือ 28.7% และเข็มที่ 3 จำนวน 1.4 ล้านคน หรือ 2% โดยจะเร่งฉีดเข็มที่ 1 ภายใน 3 เดือนให้ได้มากที่สุด โดยในปี &amp;nbsp;2564 ได้มีการปรับเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ 119 ล้านโดส &amp;nbsp;แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 60 ล้านโดส เข็มที่ 2 จำนวน 52 &amp;nbsp;ล้านโดส เข็มที่ 3 จำนวน 7 ล้านโดส และในปี 2565 ตั้งเป้าการฉีดอีก 86 ล้านโดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 กลุ่มคนที่ตกค้างในปี 2564 โดยเฉพาะในเด็กอายุ 3-11 ขวบ จำนวน 6 ล้านคน ที่มีการยื่นข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) &amp;nbsp;เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยในเด็ก คาดว่าไม่เกินปีหน้าจะมีวัคซีนฉีดในเด็กกลุ่มนี้ ส่วนเข็มที่ 2 จำนวน 14 ล้านคน และในเข็มที่ 3 จำนวน 66 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการวัคซีนนักเรียนสังกัดสำนักการศึกษา กทม. ณ &amp;nbsp;โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร ว่า เด็กนักเรียนอายุ &amp;nbsp;12-18 ปีในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกสังกัดมีทั้งหมดมากกว่า &amp;nbsp;400,000 คน เบื้องต้นได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์มาทั้งหมด 135,000 โดส จึงได้กำหนดฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมปลายทุกสังกัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน ส่วนระดับมัธยมต้นเมื่อได้รับวัคซีนเพิ่มเติมจะดำเนินการจัดฉีดวัคซีนให้ต่อไป ซึ่งคาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้ สธ.จะจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมและสามารถฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนได้ครบทุกคนทั่วประเทศ ซึ่งเด็กที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกในวันนี้จะได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่สองในอีก 3 สัปดาห์ คือวันที่ 25 ต.ค.64.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118769</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประกาศวันหมุดหมายสำคัญต่อสู้โควิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615b07f6747ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
