<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สคบ.แจ้งเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนที่ใช้ก๊าซเป็นสินค้าควบคุมฉลาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เผยแพร่ประกาศข่าว สคบ. เรื่อง &amp;ldquo;เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซ&amp;rdquo; เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ระบุว่า ด้วยคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก อาศัยอำนาจตามมาตรา 30 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกประกาศคณะกรรมการ ว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 42 (พ.ศ. 2562) เรื่อง ให้เครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้ก๊าซและเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซ
เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าประเภทเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการเผาไหม้ ซึ่งการแสดงฉลากของสินค้าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซไม่เหมาะสม ทำให้การระบายอากาศไม่เพียงพอ เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซต์ อาจส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายหรือเสียชีวิต จึงกำหนดให้เครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซเป็นสินค้า ที่ควบคุมฉลากโดยจะต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้ ไว้ในฉลากด้วย ข้อแนะนำในการใช้ ต้องระบุว่า &amp;ldquo;ควรติดตั้งภายนอกอาคาร หากติดตั้งภายในอาคารให้ติดตั้งที่ระบายอากาศ&amp;rdquo; คำเตือน ต้องระบุว่า &amp;ldquo;อันตรายถึงชีวิต ถ้าติดตั้งในห้องที่ไม่มีการระบายอากาศ&amp;rdquo;
สำหรับข้อความที่เป็น คำเตือน ต้องใช้ตัวอักษรสีแดง อ่านได้ชัดเจนขนาดไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร โดยติดไว้ด้านหน้าของเครื่องทำน้ำอุ่นที่ใช้ก๊าซและเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซแสดงไว้ ในลักษณะคงทนที่ผลิตภัณฑ์ ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนขายสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยไม่ติดฉลากตามที่กฎหมายระบุไว้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศสคบ., สินค้าควบคุมฉลาก, เครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ก๊าซ, เครื่องทำน้ำอุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e0034667450f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการหอพักร้องนายกฯเลิก&#039;ประกาศสคบ.&#039;อ้างเพิ่มภาระ-ขาดทุนยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;พ.ค.61 - เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.)&amp;nbsp;เครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจห้องเช่า นำโดยน.ส.รัชตา ตันติวิทยากุล พร้อมด้วย นางจิณณา สืบสายไทย และผู้ประกอบการห้องเช่าจำนวนหนึ่ง ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรณีได้รับความเดือดร้อนจากประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่องให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการขอความเห็นหรือความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ จึงอยากให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว และให้จัดทำขึ้นใหม่ โดยต้องมีการถามความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ เพราะหลายเรื่องไม่มีความชัดเจน และสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ คือ 1. ประเด็นการห้ามผู้ประกอบการกำหนดอัตราค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเกินกว่าราคาที่การไฟฟ้า การประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ประกอบการจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะค่าบริการดังกล่าวมีค่าผันแปรในทุกรอบบิล ดังนั้นประกาศดังกล่าวจึงมีผลทำให้ผู้ประกอบการทุกราย ต้องกระทำการฝ่าฝืนประกาศที่มีโทษทางอาญา เพราะไม่สามารถที่จะได้อัตราที่ถูกต้องตามประกาศของกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชตา กล่าวต่อว่า 2. การคุ้มครองผู้เช่าจนเกินควร โดยให้สามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ก่อนครบกำหนด ซึ่งจะก่อภาระต่อผู้ประกอบการที่จะใช้สัญญา เพื่อการวางแผนงานการขายห้องเช่าหรือทำการส่งเสริมการขาย และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลซ่อมบำรุงห้องพักให้พร้อมใช้งานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือผู้เช่า 3. ด้วยประกาศดังกล่าวให้การคุ้มครองผู้เช่าที่กระทำผิดสัญญา ที่มีพฤติกรรมอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบสุขของผู้เช่าอื่น ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ 4. การคุ้มครองผู้เช่าที่ไม่ชำระค่าเช่า หรือกระทำผิดสัญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการผลักภาระให้ผู้ประกอบการต้องไปฟ้องร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลเอง โดยการดำเนินคดีฟ้องร้อง เพื่อขอกลับเข้าครอบครองต้องใช้เวลานานนับปีมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งนี้ผู้ประกอบการหลายราย ต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารในการลงทุน ต้องจ่ายดอกเบี้ยปันทรงในแต่ละเดือน อาจต้องปิดกิจการลงไปในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเช่าหอพัก, ประกาศสคบ., ผู้ประกอบการหอพัก, ศูนย์บริการประชาชน, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0ba0b5c4828.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
