<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตดุ!สั่งปิด’สถานบันเทิง-สนามชนไก่-สนามมวย’ไร้กำหนด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแถลงว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 &amp;nbsp;มีนาคม 2563 ซึ่งต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ออกไป จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และจังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งที่ 5409/2564 ลงวันที่ 11 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เรื่อง กำหนดมาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ตั้งแต่วันที่ 15 - 28 กันยายน 2564 ให้คำสั่งนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 &amp;nbsp;เนื่องจากห้วงที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ตได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มาแล้วระยะหนึ่ง ทั้งการตรวจคัดกรองแบบเชิงรุก การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงการเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชน และ ศบค.ได้กำหนดพื้นที่สถานการณ์ให้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว การกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคสามารถปรับมาตรการให้เป็นไปตามระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรตามพื้นที่เฝ้าระวังได้ ดังนั้น เพื่อให้มาตรการทางด้านสาธารณสุขควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 57/2564 &amp;nbsp;จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 28 กันยายน 2564 คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 5896/2564 จึงกำหนดมาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญ ดังนี้ ข้อ 1 มาตรการปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค 1. สถานบริการ สถานบันเทิง และสถานบริการอื่นในลักษณะคล้ายกัน และ 2. สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ให้กิจกรรมดังต่อไปนี้ ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค ตามที่ทางราชการกำหนดป้องกันการแพร่ะบาดของโรคโควิด-19 และปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติ Covid ตามผนวก แนบท้ายคำสั่งนี้
1.การซ้อมชนไก่ โดยไม่มีผู้เข้าชมในสนามและงดการจัดให้มีการเล่นการพนัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือและเกณฑ์การปฏิบัติของสถานที่และกิจกรรม 2.การจัดแข่งขันชกมวยในสนามมวยชั่วคราว เพื่อผลิตรายการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์แบบไม่มีผู้ชมและงดจัดให้มีการเล่นการพนัน โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติ 3.สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์บิลเลียด หรือโต๊ะพูล และ 4.ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 200 คนและปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค 1.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ 2. ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคในร้านได้ตามปกติ โดยจำหน่ายและดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ไม่เกิน 22.00 น. และสามารถเล่นดนตรีได้โดยจำกัดจำนวนนักดนตรีไม่เกิน 5 คน โดยนักดนตรีต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นักร้องถอดหน้ากากอนามัยได้เฉพาะขณะร้องเพลงหรือแสดง ห้ามสัมผัสคลุกคลีกันระหว่างนักร้องนักดนตรีและลูกค้า และปฏิบัติตามคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติCovid Free Setting ตามผนวกแนบท้ายคำสั่งนี้ 3. ตลาดสด ตลาดนัด ถนนคนเดิน ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนด และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ 1 คน ต่อ 4 ตารางเมตร 4.ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ 5.สถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬา หรือสถานที่ออกกำลังกายให้เปิดบริการ และจัดการแข่งขันได้ทุกประเภท 6. สถาบันการศึกษาทุกระดับ สถาบันกวดวิชา ให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมาก ตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด กรณี การจัดการศึกษาแบบนำร่องในการเปิดสถานศึกษารูปแบบใหม่ของการศึกษาเอกชนตามโครงการเปิดโรงเรียนอย่างปลอดภัย (Phuket Safety Schools Sandbox) ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้โดยมติเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาจังหวัดภูเก็ต และปฏิบัติตามมาตรการ แนวทางปฏิบัติที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายหรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือสถานที่อื่น ๆให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118173</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ วุ่นซิ้ว, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ปิดสถานที่, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153c50794950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบขยายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 2 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 2 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 และสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2564 ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เสนอ&amp;nbsp;ซึ่งประกาศฉบับเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 นี้&amp;nbsp;โดยสมช.ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ซึ่งในที่ประชุมปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานการแพร่ระบาดว่า สถานการณ์ในระดับโลก ยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในหลายภูมิภาค ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้ออยู่ในอันดับที่ 62&amp;nbsp; อันดับหนึ่งคือสหรัฐอเมริกา อันดับสอง อินเดีย และอันดับสาม บราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในไทยระลอกเดือน เมษายน 2564 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน &amp;ndash; 9 กรกฎาคม 2564 มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจำนวน 288,643 ราย&amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปรากฏจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากกว่าหลายพันคนต่อวัน และมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด -19 เป็นชนิดสายพันธุ์ใหม่(เดลต้า) สามารถแพร่ระบาดและติดต่อกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในบางพื้นที่ยังพบสายพันธุ์เบต้า ที่มีความรุนแรงมาก อาจส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในจังหวัดที่มีสถานประกอบการ โรงงาน ตลาดค้าส่ง&amp;nbsp; และพบการระบาดต่อเนื่องจากผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ที่พักแรงงานก่อสร้างชั่วคราว ครอบครัว ตลาด สถานที่ทำงาน และสถานที่ชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มการแพร่ระบาดในระยะต่อไป กระทรวงสาธารณสุขประเมินว่าจะมีผู้ติดเชื้อจำนวน 10,000รายต่อวัน หรือมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 100,000 ราย ภายในระยะเวลา 14 วัน ซึ่งจะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอัตราเกิน 100 รายต่อวัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการกำหนดมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเพื่อควบคุมและแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านสาธารณสุข จะช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาระต่อบุคลากรทางการแพทย์ เตียงรักษา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศปก.ศบค. พิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์ทั้งในปัจจุบันและระยะต่อไปยังคงเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข และระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ออกไป เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการควบคุมและระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในสุขภาพและชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, พรก.ฉุกเฉิน, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dafd10a5469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพศาล&#039;ชี้ช่องผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉุกเฉินหากรัฐไม่จ่ายเยียวยาก็ฟ้องศาลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ผู้ประกอบการทุกประเภท และประชาชนทุกคน
ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ถึงปัจจุบันนี้!!!
มีสิทธิตามกฎหมายฉุกเฉินที่บัญญัติว่า ให้รัฐต้องจ่ายค่าเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน!
ดังนั้นผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ทุกราย จึงมีสิทธิตามกฎหมายในการขอรับการเยียวยาจากรัฐ ตามจำนวนที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย!!!
ถ้าหากรัฐไม่ยอมจ่ายเงินค่าเยียวยาหรือจ่ายน้อยกว่าความเสียหาย ก็สามารถนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดทั่วประเทศได้
สำหรับกรณีที่ ผลกระทบหรือความเสียหายเกิดขึ้น เพราะ การออกมาตรการใดๆ
โดยทุจริต
โดยไม่สุจริต
โดยเลือกปฏิบัติ
โดยไม่ชอบ หรือ
โดยเกินความจำเป็น!!!
&amp;nbsp;การออกมาตรการนั้นเป็นความผิดทางอาญา อีกด้วย
&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตได้!&amp;quot;! และถ้ามีความเสียหายด้วยก็มีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายไปพร้อมกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายเยียวยา, นายไพศาล พืชมงคล, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606414cb52dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนโดฯถล่มที่ฟลอริดายังสูญหาย99 &#039;ไบเดน&#039;อนุมัติสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน อนุมัติคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐฟลอริดาแล้ว และสั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นในความพยายามกู้ภัยคอนโดมิเนียม 12 ชั้นใกล้เมืองไมอามีที่พังถล่มเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน ยังสูญหาย 99 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564 กล่าวว่า การอนุมัติคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในครั้งนี้จะให้อำนาจกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, สำนักงานบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง (ฟีมา) ประสานความพยายามบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีไบเดนได้โทรศัพท์พูดคุยกับแดเนียลลา เลวีน คาวา นายกเทศมนตรีของเมืองไมอามีเดด แล้วเขาบอกกับนักข่าวว่า รัฐบาลพร้อมจะส่งทรัพยากรฉุกเฉินไปยังฟลอริดาทันทีหากได้รับการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีกล่าวว่า อาคารคอนโดมิเนียมสูง 12 ชั้นในเมืองเซิร์ฟไซด์ใกล้เมืองไมอามี รัฐฟลอริดาของสหรัฐ พังถล่มลงบางส่วนเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี ขณะเกิดเหตุนั้นผู้พักอาศัยที่ไม่ทราบจำนวนยังนอนหลับอยู่ ซากอาคารพังถล่มทับถมกันเป็นชั้นๆ เผยให้สภาพภายในของอาคารแต่ละชั้นส่วนที่ทรงตัวอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารคอนโดมิเนียมแชมเพลนทาวเวอร์สเซาท์แห่งนี้สร้างเมื่อปี 2524 มีห้องพักมากกว่า 130 ยูนิต โดยราว 80 ยูนิตมีคนเข้าพักอาศัยแล้ว ผู้พักอาศัยที่นี่มีทั้งที่อยู่ประจำ, ผู้เช่า และผู้ที่มาพักเป็นครั้งคราว เจ้าหน้าที่จึงไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ามีคนอยู่ในอาคารส่วนที่พังถล่มจำนวนเท่าใดในเวลาเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรย์ เจดัลลาห์ ผู้ช่วยหัวหน่วยกู้ภัยดับเพลิงไมอามีเดด เผยระหว่างแถลงข่าวว่า มีห้องพักประมาณ 55 ยูนิตที่พังถล่ม หน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. และช่วยอพยพคนออกจากอาคารได้ 33 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า อพยพผู้ที่อยู่ในอาคารฝั่งที่ยังทรงตัวอยู่ได้ 35 คน หน่วยกู้ภัยใช้สุนัขและโดรนในการค้นหาและดึงร่างออกมาจากซากอาคารได้ 2 คน แต่หนึ่งในนี้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยค้นหาและกู้ภัยค้นหาสัญญาณผู้รอดชีวิตใต้กองอิฐและซากปรักหักพังน้ำหนักหลายตันตลอดทั้งวันพฤหัสบดี พวกเขาได้ยินเสียงเคาะและเสียงอื่นๆ แต่เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่ได้ยินเสียงใดจากใต้ซากอาคารอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลวีน คาวา นายกเทศมนตรีหญิงของไมอามีเดด กล่าวกับนักข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี หลังตึกถล่ม 18 ชั่วโมงว่า ยังมีคนสูญหาย 99 คน แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าบางคนอยู่ในอาคารช่วงเกิดเหตุถล่มหรือไม่ แต่มี 102 คนที่ตอนแรกไม่รู้ชะตากรรมนั้น สามารถระบุที่อยู่และประกาศว่าปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนในตอนนี้ว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้อาคารอายุ 40 ปีหลังนี้พังถล่ม แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวกันว่า คอนโดมิเนียมหลังนี้อยู่ระหว่างสร้างหลังคาและซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาร์ลส์ เบอร์เคตต์ นายกเทศมนตรีเซิร์ฟไซด์ ซึ่งยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และช่วยจากซากอาคาร 14 คน กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ตึกถล่มนั้นยังไม่ชัดเจน &amp;quot;มันดูเหมือนว่าเกิดระเบิด แต่เราค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีระเบิดเกิดขึ้น ดังนั้นคงเกิดจากสาเหตุอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107610</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียมแชมเพลนทาวเวอร์สเซาท์, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, รัฐฟลอริดา, อาคารถล่ม, เซิร์ฟไซด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5a626c5c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โง่ดักดานชิบ!&#039;เหรียญทอง&#039;โต้เขตหลักสี่ไม่เข้าใจบริบท&#039;สถานการณ์ฉุกเฉินฯ&#039;หรืออย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.64 - พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าหลงประเด็นกับการชี้แจงของสำนักเขตหลักสี่ต่อนักข่าวว่า คำสั่งห้ามใช้อาคาร รพ.สนามพลังแผ่นดิน ห้ามเข้าสู่ภายในอาคาร รพ.สนามพลังแผ่นดิน ห้ามก่อสร้างอาคาร รพ.สนามพลังแผ่นดินที่เขตหลักสี่ออกถึงผมในกรณี รพ.สนามพลังแผ่นดินโดยกล่าวอ้างว่า การประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯก็ดี และการประกาศยกเว้น รพ.สนาม ให้เป็นสถานพยาบาลที่ไม่ต้องขออนุญาตก็ดี แต่ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ไม่มีการยกเว้นเรื่องนี้ ถ้าจะก่อสร้าง รพ.สนาม ยังคงต้องขออนุญาตก่อสร้างอาคารตาม พรบ.ควบคุมอาคารฯอยู่ดี และที่เขตหลักสี่กล่าวอ้างอีกว่านี่เป็นการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ รพ.สนามที่ใช้อาคารที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องขออนุญาตในการก่อสร้างก่อนตาม พรบ.ควบคุมอาคาร ซึ่งสามารถยื่นเรื่องขออนุญาตที่สำนักงานโยธา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนให้ทราบทั่วกันว่า สถานการณฺฉุกเฉินจากภัยพิบัติจากโรคระบาดก็ดี จากภัยพิบัติตามธรรมขาติ เช่น อุทกภัยก็ดี ล้วนเป็นสาธารณภัย ถือว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ถึงแม้จะไม่มีการออก พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ แต่ก็เป็นเรื่องที่รับรู้ได้โดยไม่ต้องพิสูจน์...ยิ่งเมื่อรัฐบาลได้ออกประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ด้วยแล้ว ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายต่างๆ จะต้องรู้ ต้องเข้าใจถึงบริบทการทำหน้าที่ของตนตามสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่ยังคงทำหน้าที่ตามบริบทในสถานการณ์ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอันใดก็ตาม คือ การอันควรทำหรือต้องทำ...และการอันใดก็ตาม คือ การอันควรผ่อนปรนหรือยืดหยุ่นเพื่อบรรเทาสาธารณภัยแล้วไซร้ นั่นคือเรื่องที่ส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใข้กฎหมายจะต้องเข้าใจและปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอถามว่าสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยอาการหนักจำนวนมากที่จำเป็นต้องตั้ง รพ.สนาม ระดับ 3 ซึ่งเป็น รพ.สนาม ที่มีขีดความสามารถสูงในการรักษาผู้ป่วยวิกฤตนั้นมีคุณลักษณะจำเพาะ มีระบบทางการแพทย์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก รพ.สนาม ระดับ 1 ทั่วไป จึงจำเป็นต้องตั้งเต๊นท์สนามชั่วคราวเพื่อการจัดตั้ง รพ.สนาม ระดับ 3 ขึ้นโดยเฉพาะ ถึงแม้การตั้งเต๊นท์สนามชั่วคราวจะใช้งานนานเกินกว่า 10 วันตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดก็ตาม แต่สำนักงานเขตหลักสี่และ ผอ.เขตหลักสี่ น่าจะมีดุลพินิจได้ว่า &amp;quot;การอันนี้ คือ การอันควรทำหรือต้องทำ...และการอันนี้ คือ การอันควรผ่อนปรนหรือยืดหยุ่นเพื่อบรรเทาสาธารณภัย&amp;quot; หรือไม่???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ ผอ.เขตหลักสี่กล่าวอ้างว่าการประกาศ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ และการประกาศยกเว้น รพ.สนาม ให้เป็นสถานพยาบาลที่ไม่ต้องขออนุญาต แต่ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ไม่มีการยกเว้นเรื่องนี้...ท่านไม่เข้าใจบริบทของท่านใน &amp;#39;สถานการณ์ฉุกเฉินจากสาธารณภัยโรคระบาด&amp;#39; หรืออย่างไร???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อไปนี้หากเกิดสาธารณภัยจากอุทกภัยก็ดี หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆก็ดี ใครก็ตามที่จะตั้งเต๊นท์สนามเพื่อใช้งานบรรเทาสาธารณภัยนานเกินกว่า 10 วันหรือระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว จะต้องเขียนแบบก่อสร้างแล้วไปยื่นขออนุญาตจากสำนักการโยธากระนั้นหรือ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โง่ดักดานชิบ!...ผมไม่เสียเวลาเขียนแบบเต๊นท์สนามชั่วคราว รพ.สนามพลังแผ่นดินหรอกครับ (ผมเอาเวลาไปรักษาชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากจะดีกว่า) ผมจะสอนข้าราชการได้รู้จัก &amp;quot;การอันใดก็ตาม คือ การอันควรทำหรือต้องทำ และการอันใดก็ตาม คือ การอันควรผ่อนปรนหรือยืดหยุ่นเพื่อบรรเทาสาธารณภัย&amp;quot;...มิฉนั้นแล้วต่อไปจะไม่มีใครมีจิตสาธารณะในสถานการณ์สาธารณภัย สถานการณ์ฉุกเฉินอีก เพราะแค่ตั้งเต๊นท์ชั่วคราวใช้งานเกิน 10 วันยังต้องเขียนแบบก่อสร้างเพื่อขออนุญาตจากสำนักโยธาเสียก่อน แล้วใครมันจะไปอาสากันล่ะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
4 มิ.ย.64 เวลา 7.54 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ ร้านค้าผิดกฎหมายบนทางเท้ารุกล้ำที่ดินเอกชนประชิดรั้ว รพ.สนาม ก็เป็นโรงเรือนใช้งานชั่วคราวนานกว่า 10 วัน คือนานกว่า 30 ปีแล้ว ...ไม่เห็นต้องขออนุญาตตาม พรบ.ควบคุมอาคารฯ เลย ทุกวันนี้ยังขวางทางสร้างปัญหา &amp;#39;อับอากาศ&amp;#39; ตลอดแนวรั้ว รพ.สนาม พลังแผ่นดิน...ไม่เชื่อนักข่าวตรวจสอบกันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105226</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา, รพ.สนาม, เขตหลักสี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a028f0385d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สหรัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินส่งทหารปิดล้อมรัฐสภาถ้าเป็นประเทศไทยถูกรุมด่าแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศประชาธิปไตย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมส่งกองกำลังทหารมาปิดล้อมรัฐสภาถึง ๑๕,๐๐๐ นาย (แบบนี้ถ้าเป็นประเทศไทยถูกรุมด่าแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าประสงค์เพื่อคุ้มกันพิธีเข้ารับตำแหน่งของ โจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังทหารมาสมทบอีก ๑๐,๐๐๐ นาย ภายในวันเสาร์ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจก็คือ ผู้บัญชาการ National Guard ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กำลังพลทั้งหมดยังไม่ได้กำหนดแน่ชัดว่าจะติดอาวุธ ขณะอยู่บนท้องถนนหรือไม่ แต่พวกเขาจะสามารถใช้อาวุธสังหารได้ตามดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเราต้องการให้คนของเรามีสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่คนไทยผู้มีหัวใจรัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต้องคิดวิเคราะห์ก็คือ พวกเราชุมนุมกันมาหลายรอบ มีทั้งผู้เห็นด้วย และเห็นต่าง ที่ออกมาชุมนุมแล้วก็มักจะถูกประณามจากคนไทยด้วยกัน และต่างชาติว่า ไม่มีประชาธิปไตยบ้าง เผด็จการบ้าง ทรราชบ้าง ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายต่างก็มีทั้งคนเจ็บ คนตาย กันทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็หาผู้กระทำผิดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เราก็ไม่เคยได้ยินว่า เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงคนไหน ออกมาพูดหรือให้สัมภาษณ์ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลูกน้องของเขาสามารถใช้อาวุธสังหารได้ตามดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเราต้องการให้คนของเรามีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังแล้วเสียวไส้ ประชาธิปไตยมันดีอย่างนี้เอง ประเทศประชาธิปไตยมันสามารถยิงกันตายง่ายๆ อย่างนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แต่ภาวนาส่งกำลังใจไปช่วยพลเมืองสหรัฐว่า ขอให้รอดพ้นจากการ วิสามัญฆาตกรรมแบบถูกกฎหมาย จากน้ำมือของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยเทอญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยที่ถูกประณามว่าเป็นเผด็จการ ควรจะจดจำไว้ หากเจ้าหน้าที่อยากจะยิงใครตายง่ายๆ ก็คงต้องเร่งให้เกิดประชาธิปไตย ณ บัดนาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผื่อจะมีโอกาสยิงบั้งไฟข้ามประเทศ ไปถล่มพวกทำร้ายชาติบ้าง เหมือนอย่างที่ประเทศประชาธิปไตย ยิงจรวดสังหารนายพลของอิหร่านไง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89893</URL_LINK>
                <HASHTAG>National Guard, กองทัพสหรัฐอเมริกา, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, พุทธอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3f23dc11ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้เลิกฉุกเฉินปล่อยแกนนำ โพลรับไม่ได้หยาบจาบจ้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;quot; แถลงเรียกร้อง &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน อ้าง ปชช.ชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; จี้ปล่อยตัวแกนนำ-หยุดก้าวล่วงประชาชน &amp;quot;3 สภานิสิต-นักศึกษา ม.ดัง&amp;quot; ขอบังคับใช้ กม.อย่างเป็นธรรม &amp;quot;พิธา&amp;quot; เล็งขอเปิดสภาสมัยวิสามัญตรวจสอบรัฐบาล &amp;quot;แรมโบ้-ธนกร&amp;quot; สวนม็อบทำผิดชัดเจน ซัด &amp;quot;ปธ.คณะก้าวหน้า&amp;quot; อย่าปลุกปั่น &amp;quot;โพล&amp;quot; เผยคนไทย 98.9% รับไม่ได้ม็อบ 14 ตุลา. หยาบคายจาบจ้วงสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ายึดพื้นที่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลคืนจากกลุ่มคณะราษฎร รวมทั้งจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 15 ต.ค.2563 ทำให้ตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานออกแถลงการณ์และแสดงความคิดเห็นถึงการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคหรือตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเพื่อชาติ ได้ร่วมประชุมถึงสถานการณ์การเมืองหลัง พล.อ.ประยุทธ์ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการชุมนุมคณะราษฎร ภายหลังการประชุม พรรคร่วมฝ่ายค้านออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้เคารพในสิทธิ เสรีภาพของประชาชนและยุติการคุกคามผู้ชุมนุมทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านขอแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของรัฐ 1.นายกรัฐมนตรีต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยทันที เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ต่างกับการยึดอำนาจและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 2.รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องให้หลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมือง การชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขณะนี้เป็นที่ปรากฏชัดว่าได้มีการส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้ามาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเข้าควบคุมสถานที่ต่างๆ เช่น อาคารรัฐสภาซึ่งเป็นที่ทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งการใช้กำลังทหารจำนวนมากดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงขอให้นำกองกำลังทั้งหมดกลับเข้าที่ตั้ง และให้หน้าที่การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปกติ 4.พรรคร่วมฝ่ายค้านขอคัดค้านและต่อต้านการใช้กำลังและความรุนแรงทุกรูปแบบ 5.พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นร่วมกันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และ 6.ขอให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยเร็ว เพื่อจะได้นำปัญหาต่างๆ เข้าแก้ไขผ่านระบบรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ยุติการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม ตอนหนึ่งระบุว่า การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จึงไม่ได้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมเสมอภาค ทั้งข้ออ้างในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีความร้ายแรงของ พล.อ.ประยุทธ์ และการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยจึงขอแถลงการณ์เรียกร้องมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และหยุดการใช้อำนาจคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบ และปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทันที&amp;quot; แถลงการณ์พรรคเพื่อไทยระบุ
ดาหน้าค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับผิดชอบต่อการสลายการชุมนุม และยังเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุม ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที หยุดก้าวล่วงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะก้าวหน้ายืนยันว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง และขอให้เปิดเผยข้อมูลสถานที่ที่แกนนำและผู้ชุมนุมถูกจับและควบคุมขังทั้งหมด และให้สิทธิในการติดต่อทนายและญาติ&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้าระบุด้วยว่า รัฐบาลต้องเร่งหาวิธีตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นสถานการณ์จะลุกลามบานปลายขยายวงกว้างให้เกิดการชุมนุมทั่วประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการระงับขบวนการเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ด้อยค่า แพร่มลทินต่อผู้ชุมนุม และดูแลไม่ให้ประชาชนเกิดความปะทะกัน ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การทำรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังให้อำนาจเกินกว่ากฎหมายปกติอย่างมาก เช่น การตรวจสอบการใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือการควบคุมประชาชนได้ 7 วันโดยไม่มีหมายศาล รวมถึงการสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาชน สื่อมวลชนและทั่วโลก หากใช้ความรุนแรงกับประชาชน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ&amp;quot; ประธานคณะก้าวหน้าระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์ประณามการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตลอดการชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่มีขึ้นในครั้งนี้ รวมถึงหลายครั้งที่ผ่านมา ยังเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ จึงไม่มีความชอบธรรมใดที่รัฐบาลจะอ้างว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.นี้ เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ เป็นบ่อนทำลายการบริหารราชการแผ่นดิน และความสงบสุขของประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคก้าวไกลยังได้ออกประกาศเพิ่ม เรื่อง ความเห็นของพรรคก้าวไกลต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และการสลายการชุมนุม ตอนหนึ่งระบุว่า การกล่าวอ้างว่ามีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จฯ นั้น แท้จริงแล้วผู้ชุมนุมมิได้มีเจตนาจะกระทำการให้กระทบต่อขบวนเสด็จฯ แต่ประการใด พวกเขาไม่ได้ทราบมาก่อนว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ในเวลาและเส้นทางดังกล่าว และเมื่อทราบภายหลังว่าจะมีขบวนเสด็จฯ ผู้ชุมนุมก็มิได้เข้าขัดขวางหรือกระทำการอันตรายต่อขบวนเสด็จฯ แต่ประการใด ตรงกันข้ามผู้ชุมนุมได้พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางขบวนเสด็จฯ ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล แถลงการณ์เรื่องการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 14 ต.ค. และสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เนื้อหาตอนหนึ่งระบุ พวกเราผู้แทนนิสิตนักศึกษาทั้งสามมหาวิทยาลัย ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้ใช้บังคับกฎหมายอย่างเป็นธรรม และไม่ใช้บังคับกฎหมายและดำเนินการจับกุมเพียงเพราะต้องการให้การชุมนุมนั้นยุติลงหรือเพียงเพื่อขัดขวางไม่ให้แกนนำผู้ชุมนุมนั้นได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรณีขบวนเสด็จพระราชดำเนินผ่านมาบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมปิดทางจราจรอยู่ เห็นว่าการชุมนุมในบริเวณดังกล่าว แม้ส่งผลให้ขบวนเสด็จพระราชดำเนินนั้นต้องชะลอตัวลงอยู่บ้าง แต่ก็มิได้เกิดความรุนแรงหรือการกระทำใดอันอาจถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ได้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ก็ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเพื่อกระชับอำนาจทางการเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า ขอให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำที่ถูกควบคุมสิทธิเสรีภาพโดยไม่สมัครใจ ภายใต้การใช้อำนาจโดยมิชอบและตั้งข้อหาความผิดตามกฎหมายมาตรา 116 เกินเลยไปจากข้อเท็จจริง โดยถือว่าผู้ชุมนุมที่ต่อต้านรัฐบาลเป็นภัยความมั่นคงของรัฐไปหมดทุกคน รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองด้วยวิถีทางการเมืองและคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในการใช้สิทธิการชุมนุมทุกครั้ง เนื่องจากหากรัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว อำนาจในการใช้กฎหมายก็จะหมดความชอบธรรมไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงครั้งนี้เป็นการประกาศในช่วงที่สภาปิด ทำให้ไม่มีฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตนเองจะเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสภาวิสามัญ เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป
ซัดธนาธรอย่าปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องของการเอากฎหมายมาควบคุม เอากฎหมายอะไรมาควบคุมสถานการณ์ เป็นเรื่องของสิ่งที่ควรหรือไม่ควรมากกว่า ในรัฐธรรมนูญหรือสิ่งที่เราได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เกิด ก็คือพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องปกป้องสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธรเรียกร้องให้นายกฯ ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้ปล่อยแกนนำที่ถูกจับกุมตัวว่า ม็อบชุมนุมผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้เตือนแล้วแต่ไม่ยอมฟัง นายกฯ จึงต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ให้บ้านเมืองสงบ เนื่องจากม็อบที่ชุมนุมขัดขวางขบวนเสด็จฯ ก้าวร้าวจาบจ้วง และมีโอกาสเข้าบุกรุกทำลายทรัพย์สินราชการในทำเนียบรัฐบาล แกนนำปราศรัยใช้วาจาหยาบคาย ยุยงปลุกปั่น ก้าวล่วงสถาบันตลอดเวลา และพยายามยุยงให้เกิดความรุนแรง ให้เกิดความเสียหายต่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่นายธนาธรขู่ว่าหากนายกฯ ไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และไม่ปล่อยตัวแกนนำม็อบที่ถูกจับกุม จะทำให้มีการขยายวงชุมนุมกันทั่วประเทศนั้น นี่เหมือนกับว่านายธนาธรกำลังยุยงปลุกปั่นประชาชนให้ทำผิดกฎหมาย ขัดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เดี๋ยวคงมีคนนำคลิปนายธนาธรไปแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับนายธนาธรต่อไปอย่างแน่นอน&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ เพราะการชุมนุมของคณะราษฎรไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบสันติ เป็นการทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่า การที่นายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวหารัฐบาลว่าประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนรัฐประหาร และออกแถลงการณ์ให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุม รวมทั้งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที ถามจริงๆ นายธนาธรและนายปิยบุตรไม่เห็นหรือว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมาย จาบจ้วงสถาบัน ขวางขบวนเสด็จฯ หยุดทำร้ายประเทศชาติได้แล้ว อย่าใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทำลายชาติ ทำลายประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณย่ำยีหัวใจของคนไทยทั้งประเทศยังไม่สำนึกอีกหรือ และการที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ อย่าลืมว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องทำมาหากิน ประเทศต้องเดินหน้า หากรัฐเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร ขอให้นายธนาธรและนายปิยบุตรหยุดทำร้ายประเทศได้แล้ว&amp;quot; เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าว
คนไทยรับไม่ได้ม็อบ 14 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ม็อบเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จฯ ถือเป็นการหมิ่นเบื้องสูง ต้องจัดการอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น เพราะถือว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการบ่อนทำลายชาติและความสงบสุขของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความรู้สึกประชาชนกับม็อบ 14 ตุลาคม กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,831 ตัวอย่าง ระหว่าง 14-15 ต.ค.2563 พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 88.8 รู้สึกแย่ รับไม่ได้กับม็อบประชาธิปไตยพาคนลงถนน 14 ตุลาคม ในขณะที่เพียงร้อยละ 11.2 ไม่รู้สึกแย่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความรู้สึกประชาชนกับม็อบประชาธิปไตยละเมิดกฎหมาย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 95.4 รู้สึกแย่ รับไม่ได้ ในขณะที่เพียงร้อยละ 4.6 ไม่รู้สึกแย่เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.9 รู้สึกแย่ รับไม่ได้ กับม็อบประชาธิปไตย หยาบคาย คุกคาม จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน เสาหลักของชาติ ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.1 ที่ไม่รู้สึกแย่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่ร้อยละ 95.1 รู้สึกแย่ รับไม่ได้ กับม็อบประชาธิปไตยซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติโควิด เพิ่มทุกข์ยากและความเดือดร้อนของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 4.9 ไม่รู้สึกแย่เลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 93.5 รู้สึกแย่ รับไม่ได้ กับม็อบประชาธิปไตยใช้โซเชียลบริษัทข้ามชาติบิดเบือนข้อมูล สาดสี สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ ทำลายความสงบสุขคนไทย ในขณะที่ร้อยละ 6.5 ไม่รู้สึกแย่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความเห็นของประชาชนต่อความจำเป็นของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จัดการคนทำผิดกฎหมายทุกคดีเคร่งครัด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 96.5 เห็นถึงความจำเป็นของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จัดการคนทำผิดกฎหมายทุกคดีเคร่งครัด ทำให้บ้านเมืองสงบสุขคืนมาโดยเร็ว ในขณะที่ร้อยละ 3.5 ไม่เห็นถึงความจำเป็นเลย นอกจากนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.2 รู้สึกกังวล ม็อบ 14 ตุลาคม ซ้ำเติมวิกฤติโควิด แหล่งแพร่ระบาดโควิด ซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชน ในขณะที่เพียงร้อยละ 2.8 ไม่กังวลเลย รวมทั้งส่วนใหญ่ร้อยละ 96.4 ระบุม็อบประชาธิปไตยไม่ใช่ทางออก แต่แก้วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด ร่วมมือกันแก้ปัญหาคือทางออก ในขณะที่ร้อยละ 3.6 ระบุ ม็อบประชาธิปไตยคือทางออก ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกสะเทือนใจของประชาชนต่อภาพปรากฏของม็อบประชาธิปไตยที่ฝืนความรู้สึกและกระทบจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศในหลายตัวชี้วัด คือ ม็อบประชาธิปไตยคุกคาม หยาบคาย ม็อบประชาธิปไตยละเมิดกฎหมาย ม็อบประชาธิปไตยจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน เสาหลักของชาติ ม็อบประชาธิปไตยซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติโควิดที่ยังอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาด ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ม็อบประชาธิปไตยยังเปิดรับเครื่องมือของบริษัทโซเชียลมีเดียข้ามชาติมาปลุกปั่นกระแสแตกแยกของคนในชาติ ม็อบประชาธิปไตยกำลังปั่นกระแสในโลกโซเชียลหลอกตัวเอง และคิดว่านั่นคือความจริง เพราะยอดปั่นมาจากต่างประเทศ ผสมโรงสร้างความแตกแยกของคนในชาติที่ต่างชาติต้องการให้ประเทศไทยกลายเป็นซากปรักหักพังและสูญเสีย เพื่อเข้ามาสร้างความชอบธรรมจัดระเบียบใหม่กอบโกยผลประโยชน์ชาติไทยไปอยู่ในมือของต่างชาติ และจะเห็นว่าม็อบประชาธิปไตยไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่การหันหน้ามาช่วยกันแก้วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติโควิด ลดความเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชนเป็นทางออกที่ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นถึงความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย จัดการกับกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยควรจับกุมทุกคดี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จัดทำเป็นฐานข้อมูลประชากรของคนกลุ่มนี้เอาไว้ จะทำให้การละเมิดกฎหมายและการแสวงหาผลประโยชน์หรือทำธุรกิจกับม็อบประชาธิปไตยลดน้อยลงได้ ส่วนแกนนำม็อบประชาธิปไตยที่มีจิตใจที่ดีมีอุดมการณ์น่าจะพิจารณาตัวเองว่า การบริหารม็อบที่ดียังทำไม่ได้ แล้วจะเข้ามาบริหารประเทศให้ดีได้อย่างไร&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80680</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร, ปล่อยตัวแกนนำ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f8855d55c2c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
