<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5มิ.ย.โหวตนายกฯ! หึ่ง!พปชร.เสนอกระทรวงล่อใจปชป.-ภท.แลก‘กษ.-คค.’คืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ-ประธาน ส.ว. พร้อมรองประธาน &amp;quot;ชวน&amp;quot; เคาะประชุมร่วมรัฐสภา 5 มิ.ย.โหวตเลือกนายกฯ &amp;quot;ส.ว.เสรี-ไพบูลย์&amp;quot; อ้างเจตนารมณ์ รธน.ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ ชี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ได้ให้ ส.ส.-ส.ว.ลงมติ หากนายกฯ โดนซักฟอกพ้นสภาพ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกคนเดิมมาอีกได้ &amp;quot;อลงกรณ์-ธีระชัย&amp;quot; ตอกกลับขัด รธน. ยันต้องมีเสียงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ด้วย &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; มีมติร่วมรัฐบาล พปชร.แล้ว &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ย้ำ 2 เงื่อนไข ต้องแก้รธน.กำหนดนโยบายเกษตรกร รอ พปชร.เคลียร์ปัญหาภายในให้จบ ขณะที่ พปชร.เชื่อ ปชป.ยกมือหนุนเกินครึ่ง เกลี่ยเก้าอี้ใหม่ ยื่น ศธ.-พ่วงอุตฯ หวังดึงกษ.คืน เอาพลังงานล่อ ภท.หวังปล่อย คค.กลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 25 &amp;nbsp;พฤษภาคม พ.ศ.2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2.นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 3.นายศุภชัย โพธิ์สุ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาฯ ตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช &amp;nbsp;2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังเผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งประธานและรองประธานวุฒิสภา ดังนี้
1.นายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา 2.พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง 3.นายศุภชัย สมเจริญ เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น 4 อาคารรัฐสภาใหม่ เกียกกาย เวลา 16.00 น. มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน โดยนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมายังหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 รวมถึง ส.ส. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหาร และข้าราชการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมในพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.15 น. นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะส่งหนังสือเชิญประชุมสภาและประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 1 มิ.ย. เพื่อเรียกประชุมในวันที่ 5 มิ.ย. โดยมีวาระสำคัญคือ เวลา 09.00 น. ให้ 4 ส.ส.ที่ยังไม่ได้กล่าวปฏิญาณตนกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ จากนั้นเวลา 11.00 น. จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระสำคัญคือเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การประชุมสภานั้นจะนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 6 มิ.ย. โดยมีวาระสำคัญตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฉบับใหม่ รวมถึงกำหนดวันประชุมสภาในสมัยประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ภายหลังพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 จากนั้น นายพรเพชรให้สัมภาษณ์ว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยภารกิจหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของการนัดประชุมรัฐสภา ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ได้กำหนดวันเลือกนายกฯ ออกมาแล้ว คือวันที่ 5 มิถุนายนนี้ จากนั้นจะเริ่มการประชุมในเวลา 11.00 น. ที่หอประชุมทีโอที และการประชุมวุฒิสภาจะมีการแต่งตั้งกรรมาธิการวุฒิสภาเพื่อร่างระเบียบวาระการประชุม
รธน.หนุนตั้ง รบ.ข้างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายพรเพชร กล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว. เชื่อว่าในพฤตินัยสมาชิกเเต่ละคนจะใช้ดุลยพินิจเพื่อนำพาประเทศชาติไปสู่ข้างหน้าต่อไปได้ด้วย เเม้จะมีการปรึกษาพูดคุยกันบ้างในนามส่วนตัว เพราะจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครมาชี้นำได้ อย่างไรก็ตาม เเม้การประชุมโหวตเลือกนายกฯ จะใช้วิธีขานชื่อเป็นรายคน เเต่เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานเเละจบภายในวันนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนนี้ จะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ทั้งหมดหรือไม่ นายพรเพชรอมยิ้มก่อนจะตอบว่า ในเมื่อมันเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก เเล้วตนจะไปตอบเเทนสมาชิกได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้ายนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ &amp;quot;รัฐบาลที่มี ส.ส.เสียงข้างน้อยสนับสนุน จะอยู่ได้หรือไม่?&amp;quot; ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ในปัจจุบัน ได้บัญญัติให้การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนั้นใช้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา (คือ ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน) คือต้องให้ได้เสียงไม่น้อยกว่า 376 เสียง ซึ่งในเสียงของ ส.ส. อาจไม่ถึงจำนวน 250 เสียง ก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เท่ากับเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็มิได้หมายความว่าจะทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ทุจริตคอร์รัปชัน ไม่โกงกิน ทำงานอย่างเต็มที่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้เสียง ส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่งมาคอยปกป้องคุ้มครอง ดังนั้นหากใช้เสียง ส.ส.ในสภาผู้แทนฯ ในการโหวตแต่งตั้งนายกฯ ก็จะใช้เสียงเพียง 126 เสียงขึ้นไป เมื่อรวมเสียงของ ส.ว. 250 เสียง รวมแล้วไม่น้อยกว่า 376 เสียง ก็สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ เท่ากับว่าการจัดตั้งรัฐบาลนี้มีเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนฯ สนับสนุน ก็ยังสามารถตั้งรัฐบาลได้ อันเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่หากรัฐบาลมีเสียงในสภาจำนวนน้อย ก็ยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีคนห่วงว่าในการออกกฎหมายต่างๆ หาก ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็เกรงว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้และจะต้องยุบสภานั้น ที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันที่ได้เสนอให้ สนช.ผ่านกฎหมายออกมาใช้ 400-500 ฉบับ ก็เป็นการมากมายเพียงพอแก่การนำมาบริหารประเทศได้ แต่หากฝ่าย ส.ส.ไม่เห็นด้วย รัฐบาลก็สามารถออกเป็นพระราชกำหนดออกมาใช้ได้ ส่วนกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดิน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตามมาตรา 143 ซึ่งตาม รธน.มาตรา 141 &amp;nbsp;มีเจตนาให้ ส.ส.และ ส.ว.ช่วยกันพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำไปใช้ โดยต้องร่วมกันพิจารณาและดำเนินการออกกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จ มิได้ให้มีมติไม่เห็นชอบในการไม่ออกกฎหมาย จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาหรือเป็นอุปสรรคที่ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเรื่องของการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หากนายกฯ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่หาก ส.ส.ในสภาที่มีจำนวนมากกว่ากลั่นแกล้งมีมติไม่ไว้วางใจนายกฯ หลังจากนั้นก็จะต้องมีกระบวนการให้ได้นายกฯ ใหม่เข้ามาทำหน้าที่ นายกฯ คนเดิมก็มีสิทธิได้รับการพิจารณาจากสมาชิกรัฐสภาให้กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีก และ ส.ว.ก็มีสิทธิในการลงคะแนนโหวตเลือกให้นายกฯ คนเดิมกลับมาเป็นนายกฯ อีกได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยสรุปแล้วประเทศย่อมมีทางออก แต่เมื่อจำเป็นจะต้องตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ต้องทำ ซึ่งผมเชื่อว่าตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน 2560 สามารถทำให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ได้&amp;quot; นายเสรีระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวเช่นกันว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันยังไม่ถึงทางตัน เพราะสามารถดำเนินการตั้งรัฐบาลตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภา 400 เสียง แต่มีเสียงในสภาผู้แทนฯ ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็สามารถบริหารประเทศไปได้ระยะยาว เพราะสามารถแก้ไขปัญหาการพิจารณากฎหมายงบประมาณด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ให้พิจารณาโดยที่ประชุมรัฐสภา และหากฝ่ายค้านเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีผลให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 พ้นออกไป ก็เสนอให้รัฐสภาเสียงข้างมากเลือกกลับมาเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 3 อีกวาระหนึ่งได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และฝ่ายค้านจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีกไม่ได้ไปตลอดปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 จึงเป็นแนวทางที่ควรจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้&amp;nbsp;
โหวตนายกฯ เสียงต้องเกิน 251
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า เป็นเหตุผลข้ออ้างพิลึกพิสดารของท่าน ส.ว. และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ความจริงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้รัฐสภาเลือกนายกฯ ได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา (500 ส.ส.+250 ส.ว.) คือ 376 เสียง และต้องการให้นายกฯ มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ เพื่อความมีเสถียรภาพของรัฐบาล มิใช่ให้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาล &amp;nbsp;เพราะนอกจากรัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพแล้ว จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศและเศรษฐกิจโดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่มีเสถียรภาพ เพราะหากไม่สามารถผ่านกฎหมายทางเงินสำคัญๆ รวมทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณฯหรือญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องลาออกหรือยุบสภา นี่คือหลักถ่วงดุลและตรวจสอบของระบบรัฐสภา วุฒิสภาช่วยอะไรไม่ได้หรอก หรือจะหวังน้ำบ่อหน้าไปหางูเห่ามาเสริมก็ผิดวิถีทางการปฏิรูปการเมืองโดยทั่วไป&amp;quot; นายอลงกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บทความโดย ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ลงวันที่ 30 พ.ค.2562 ตรงกับที่ผมวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้า &amp;ldquo;สรุปหลักการของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในระบบรัฐสภา รัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นจะต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก (ของสภาผู้แทนราษฎร) หากประธานรัฐสภานำชื่อบุคคลที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร และไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ย่อมเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ และขัดเจตนารมณ์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และยังอาจเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมที่กระทบหรือระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากการนำของนายกฯที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร ย่อมเป็นรัฐบาลที่ปราศจากความชอบธรรมเป็นเบื้องต้น และมีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ ย่อมไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล&amp;quot; นายธีระชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าได้เดินทางเข้าทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด โดยไม่มีหมายประชุมหรือวาระงานใดๆ เป็นพิเศษ ทั้งนี้ แม้จะเป็นช่วงนับถอยหลังเพื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ โดยสั่งทีมโฆษกรัฐบาลเปิดเชิงรุกงานประชาสัมพันธ์ เร่งสรุปผลงานรัฐบาลที่โดดเด่น เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบทุกช่องทาง โดยได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติแก่ทีมประชาสัมพันธ์ทุกกระทรวงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก่อนทยอยเปิดผลงานตลอด 5 ปี ในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
มติ ชทพ.ร่วม พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาล เช้าวันเดียวกัน ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) โดยมีกรรมการเข้าร่วม 14 คน เพื่อพิจารณาการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรค พปชร. มาเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าและโฆษกพรรค ชทพ. แถลงว่า กก.บห.พรรคมีมติเอกฉันท์ตอบรับเข้าร่วมเป็นรัฐบาลกับ พปชร.เพื่อต้องการขับเคลื่อนและให้ประเทศเดินหน้า ส่วนบุคคลที่ พปชร.จะเสนอให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้น ชทพ.พร้อมจะลงคะแนนให้คนของ พปชร.ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเสนอ เนื่องจากเป็นมารยาททางการเมือง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีที่พรรคจะได้ ยังไม่ได้คุยรายละเอียด เพราะต้องขอเวลาพิจารณา โดย กก.บห.มีมติมอบอำนาจให้ น.ส.กัญจนาไปพิจารณาคัดสรร &amp;nbsp; ส่วนข้อกังวลการเซ็นเซอร์ตำแหน่งรัฐมนตรี เชื่อว่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะรักษามารยาทเพื่อให้การทำงานร่วมกันเดินหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่กลับลำ พูดคำไหนคำนั้น เมื่อพรรคตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับ พปชร.แล้วจะไปไหนก็ไปกัน ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ตกลงเข้าร่วมรัฐบาล เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจของ ชทพ. ส่วนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ต้องพิจารณาในอนาคต แต่ ชทพ.พร้อมอยู่กับ พปชร.เพื่อประคับประคองให้ประเทศเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดี&amp;rdquo; นายยุทธพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำ ชทพ. ให้สัมภาษณ์ต่อการยอมรับเงื่อนไขของพรรคการเมืองอื่น ที่เสนอให้ พปชร.ตัดสินใจก่อนการเข้าร่วมรัฐบาล เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า แนวทางของพรรคอื่น ชทพ.ไม่ได้พิจารณา โดยส่วนตัวมองว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีเสียงสนับสนุนร่วมกัน ทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. กล่าวภายหลังมีกระแสข่าวผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก The Public ระบุว่าเตรียมนำ 30 ส.ส.กลุ่มสามมิตรย้ายออกจากพรรคกลับไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) เนื่องจากมีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สำเร็จว่า เป็นการปล่อยข่าวทำให้เกิดความเสียหาย หากบุคคลที่ไม่ได้เข้าใจการเมืองมากนักจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนและพวกเป็นคนเกเร ตีรวนในส่วนของการตั้งรัฐบาลของ พปชร. โดยข้อเท็จจริงการทำงานและพูดคุยในส่วนกระทรวงต่างๆ กก.บห.ได้มอบหมายให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคไปทำหน้าที่ตรงนี้ พวกเราก็รอฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ในการทำงานการเมืองตนมีปัญหาน้อยที่สุด แม้จะมีเปรี้ยวหวานมันเค็มผสมผสานกันไป เราก็ไม่คิดจะหนีหายไปจากพรรค ต้องปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไป คนที่ปล่อยข่าวไม่ได้ประสงค์ดี &amp;nbsp;เรื่องเก้าอี้กระทรวงเกษตรฯ การหารือจะเป็นอย่างไรส่งใครไปอยู่กระทรวงไหน สุดท้ายตามประเพณีปฏิบัติคนเป็นนายกฯ ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ พวกเราก็ต้องยอมรับเงื่อนไขแบบนี้มาโดยตลอด ส่วนตัวมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ทำให้เรื่องตรงนี้เกิดความวุ่นวายและไม่เชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย สุดท้ายต้องลงตัว เพราะหลายพรรคมีนโยบายและมีประชาชนที่รออยู่มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการเสนอให้เป็นนายกฯ แน่นอน การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทหารใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีข่าวลือว่ากลุ่มสามมิตรจะย้ายออกจาก พปชร. นายสมศักดิ์บอกว่า &amp;ldquo;ส่วนตัวไม่ได้ยินโดยหูของตัวเอง ที่ถ้าคุณหญิงจะพูดอย่างนั้น ก็เหมือนสุภาษิตว่า มะนาวหวาน องุ่นเปรี้ยว คุณหญิงสุดารัตน์เคยไปพบไปเชิญถึงที่บ้านก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ตัดสินใจว่าจะไม่ไปที่นั่น และวันนี้องุ่นเปรี้ยว มะนาวหวานไปแล้ว ท่านเป็นถึงคุณหญิง จะมาพูดคำอะไรที่ดูแล้วไม่น่าที่จะเป็นคำพูดของท่าน แต่ตัวเองก็ได้ยินคนในพรรคของท่านเขาพูดถึงท่าน เหมือนที่ท่านพูดถึงผมเหมือนกัน ผมก็คิดว่าเท่านี้ก็คงพอแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าหากไม่ได้ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเป็นอย่างไร นายสมศักดิ์ตอบอย่างอารมณ์ดีสั้นๆ ว่า &amp;quot;ร้องไห้&amp;quot;&amp;nbsp;
ปชป.ย้ำ 2 เงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าปชป.จะร่วมรัฐบาลว่า ต้องเริ่มต้นที่ พปชร.ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นขั้วหนึ่งที่กำลังทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้นับหนึ่งที่ ปชป. ความคืบหน้าล่าสุดทราบตรงกันว่า พปชร.มาเชิญ ปชป.เข้าร่วมรัฐบาล แต่ที่ ปชป.ต้องเลื่อนการประชุมออกไป เป็นเพราะพปชร.ต้องใช้เวลาในการทำให้ พปชร.เป็นหนึ่งเดียวเสียก่อน จึงต้องให้เวลา แต่สำหรับการทำหน้าที่ของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่นายชวนเป็นประธานสภาฯแล้วจะผูกมัดว่า ปชป.ต้องเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า การที่พรรคไหนจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ อย่างไรก็คงขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งในส่วนของ ปชป.ยังไม่ได้มีการประชุมกันว่าจะเสนอใครเป็นนายกฯ หรือไม่ เพราะคงต้องนับหนึ่งที่ พปชร.ก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใดๆ ส่วนที่ว่าจะโหวตเลือกนายกฯ ก่อนค่อยมาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีและนโยบาย ก็สุดแล้วแต่ พปชร. เพราะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ เรื่องนี้ยังไม่เคยคุยกันว่าจะต้องโหวตนายกฯ ก่อนค่อยจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐธรรมนูญกำหนดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ทำยากมาก เป็นที่มาว่าทำไมพรรคต้องยื่นเงื่อนไขเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าถ้าร่วมรัฐบาล รัฐบาลต้องเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามรัฐบาลหรือกำหนดเป็นนโยบาย เพราะจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า นอกจากนั้นก็มีการเสนอเรื่องนโยบายที่ ปชป.หาเสียงไว้กับประชาชน ว่าถ้าจะฟื้นเศรษฐกิจต้องนับหนึ่งจากเศรษฐกิจฐานราก คือนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของพรรคต้องได้รับการพิจารณาบรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาล ทั้งหมดจะต้องอยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ ซึ่งเงื่อนไขทั้งสองข้อมีความสำคัญต่อการตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงกระแสข่าว ปชป.ตกลงจะร่วมรัฐบาลกับปชป.แล้วว่า ไม่เป็นความจริง ปชป.ยังรอรับแจ้งผลสรุปจาก พปชร.อยู่ ซึ่งหลังจากที่เขามาเชิญเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เขายังไม่ได้ติดต่อแจ้งผลอะไรมาให้เราทราบ เราจึงยังไม่ได้ประชุมใดๆ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ต้องเคารพและให้เกียรติกัน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ บางครั้งท่าทีหรือการให้เหตุผลเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ทำหน้าที่เจรจาต้องมีศาสตร์และศิลป์ ต้องมีวุฒิภาวะมากพอในการทำเรื่องอย่างนี้ ไม่ใช่ใครก็มาทำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีทางเลือกว่าถ้าเราไม่ร่วมด้วย เขาจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วจะเดินไปอย่างไร เขาจะเสนอกฎหมายอย่างไร จะเอาองค์ประชุมมาจากที่ไหน จะทำให้การเมืองไปสู่การยุบสภาใช่หรือไม่ มันต้องดูให้ตลอดทั้งหมด แต่ถ้าจะคิดเพียงแค่ให้ได้เสียงลงมติเลือกนายกฯ แต่ต่อไปฝ่ายรัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากจะเกิดทางตันขึ้นทันที ดังนั้นผู้ที่จะเป็นผู้บริหารต้องดูหมากทั้งกระดาน ไม่ควรดูทีละตา ประเทศไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์ของใครคนใดคนหนึ่ง จึงต้องมีสติในการแก้ปัญหา ไม่เชื่อว่าการตัดสินใจอย่างนั้นจะเป็นทางออกที่ดี&amp;quot; นายนิพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุเหตุผลที่ ปชป.ยังไม่มีมติร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ปชป.เป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่มีใครสามารถสั่งการชี้นำได้เพียงคนคนเดียว หลักการทำงานของ ปชป.ที่ได้บอกกล่าว ปชป.ไป ยังไม่ได้มีการตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ ที่อ้างว่ามีการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี คงไม่ใช่ถ้อยความจริง การตัดสินใจ ซึ่งจะยืนอยู่บนหลักการประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ นายราเมศจะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 10.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคปชป. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า สายๆวันนี้ผมรับโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้านแถวบ้านซึ่งเป็นเพื่อนกัน โทร.มาปรารภด้วยความเป็นห่วงถึงภาพของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตอนนี้โดนวิจารณ์หนักมากจากความไม่ชัดเจนว่าจะตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล &amp;nbsp; ผมยอมรับกับเพื่อนว่า พรรคสมควรถูกวิจารณ์ เพราะท่าทียังไม่ชัดเจนจริงๆ เพื่อนผมบอกว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด ควรชัดเจนได้แล้ว แต่แถมว่าถ้าจะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ แล้วที่ให้ทางนั้นช่วยเลือกท่านนายกฯ ชวนเป็นประธานรัฐสภา จะตอบเขาว่าอย่างไร ผมก็ได้แต่บอกว่า ใช่ๆ เพื่อนเอ๋ย ตูละกลุ้ม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปชป.มาแล้วครึ่งพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาล การแบ่งโควตารัฐมนตรีที่สะดุด เมื่อ พปชร.พยายามดึงอำนาจต่อรองกลับ เปลี่ยนมือดีลหวังเกลี่ยโควตาใหม่หมดเข้าที่ประชุมพรรคและสุดท้ายนายกฯ ใหม่เป็นคนเคาะ หลังผู้ใหญ่นอกพรรคมือดีลรอบแรกยอมถอย ล่าสุด แกนนำ พปชร.ได้ประเมินพลังการต่อรองของปชป.ว่าไม่มีเลย เพราะเสียงในพรรคแตก เชื่อการโหวตนายกฯ ของ ปชป.สายนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับนายถาวร เสนเนียม พร้อมเข้าร่วมอยู่ ที่มีอยู่ กว่า 20 เสียง ขณะที่ล่าสุด นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่งาน &amp;quot;THAIFEX-WORLD of Food Asia 2019&amp;quot; ที่เมืองทองธานี ที่ถ่ายร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ทำให้แกนนำ พปชร.ยิ่งมั่นใจยังไงก็มี ปชป.โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เกินครึ่งพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การแบ่งโควตารัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอยังเป็นปัญหาไม่จบ ปชป.เลื่อนลงมติตัดสินใจร่วมตั้งรัฐบาลด้วย ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. ออกมาขู่พร้อมถอยแพ็กคู่ร่วมกับ ปชป. เมื่อมีข่าวพปชร.พยายามทวงคืนกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หลังนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรประกาศสู้เต็มที่ทวงคืน โดยแกนนำพปชร.ยืนยันขอเอาเกลี่ยที่ประชุม กก.บห.ก่อน แต่ข่าวต่อรองออกมาว่า พปชร.เสนอ 2 เก้าอี้ คือ รมว. ศึกษาธิการและ รมช.ศึกษาธิการ แลก รมว.เกษตรฯ &amp;nbsp; โดยเสนอพวง รมช.ศึกษาธิการ เพื่อตัดลดโควตาต่อรองไม่ให้งอกขึ้นมา รวมถึงมีข่าวแลก รมว.เกษตรฯ กับ รมว.ยุติธรรม หรือ รมว.อุตสาหกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงคมนาคม ที่มีข่าวดีลรอบแรกยกให้ภูมิใจไทยแล้วนั้น แม้ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันกระทรวงคมนาคมซึ่งเป็น 1 ใน 4 กระทรวงที่ต้องเป็นของพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงมองว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นห่วงภาพลักษณ์เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน มีข่าว พปชร.พยายามทวงคืนด้วยเช่นกัน แลกกับ รมว.พลังงาน ซึ่งก่อนนี้มีข่าวเป็นโควตาของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ในขณะนี้กลุ่ม 11 พรรค ไม่พอใจการจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรคชาติไทยพัฒนายังได้ 2 ที่นั่ง และทำไมกลุ่ม 11 จะไม่ได้เลยหรืออย่างไร หากไม่มีกลุ่ม 11 ก็จะไม่มีนายกฯ ชื่อประยุทธ์ หากระบบการเมืองไม่แฟร์ จะมาทำงานร่วมกัน 4 ปีได้อย่างไร ถ้ากลุ่ม 11 ไม่ได้เก้าอี้อะไรเลย การโหวตเลือกนายกฯ พวกเราก็จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ จะยกให้ 2 มือด้วย แต่หลังจากนั้นก็จะดูใจท่านนายกฯ ว่าท่านจะให้ความเป็นธรรมกับเราหรือไม่ หากไม่ เราทั้ง 11 คนก็พร้อมจะออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจและนำพาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกลับมาสู่สังคมไทย ส่วนกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ เป็นเพียงแค่ข่าวลือ เพราะในพรรคเพื่อไทยก็มีเพียงการรับฟังความคิดเห็นจาก ส.ส.ของพรรค ยังไม่มีการสรุปแต่อย่างใด เพราะทุกอย่างต้องมีการประชุมกันอีกครั้งกับพรรคพันธมิตรในเร็วๆ นี้จึงจะได้ข้อสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีการนัดประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 5 มิ.ย. จะเสนอใครชิงตำแหน่งนายกฯ ว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ พรรคเพื่อไทยต้องคุยกันก่อน รวมถึงต้องนำไปหารือกับพรรคการเมืองอีก 6 พรรค ที่ร่วมลงสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ซึ่งทุกพรรคยังยึดมั่นในแนวทางนี้อย่างชัดเจน ส่วนข่าวที่บอกว่าจะเสนอชื่อนายชัชชาตินั้น เป็นเพียงแค่ข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังเป็นไปได้ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พร้อมยอมรับยังมีการพูดคุยกับทั้งพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ซึ่งหวังให้ตัดสินใจร่วมกัน อย่าไปเป็นนั่งร้านให้กับการสืบทอดอำนาจ และเข้าร่วมกับ 7 พรรคการเมืองเพราะมีเงื่อนไขน้อย พร้อมยังเรียกร้องไปถึง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แสดงสปิริตไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37344</URL_LINK>
                <HASHTAG>5มิ.ย.โหวตนายกฯ, ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, ประธาน ส.ว., ราชกิจจานุเบกษา, หนังสือพิมพ์, โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf12e3887399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
