<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกาคุก56เดือน หมายจับใหม่ล่า กำนันเซียะ-เมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแก้ ลดโทษจำคุก &amp;quot;กำนันเซียะ-เมีย&amp;quot; เหลือ 56 เดือน บุกรุกที่ราชพัสดุกรมธนารักษ์ เมืองกาญจน์ ให้ออกหมายจับใหม่เพื่อนำตัวจำเลยทั้งสองมารับโทษ พร้อมสั่งให้บริวาร ลูกจ้าง คนงานของจำเลยออกจากที่ดินทันที เผยยังมีหมายจับอีก 2 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์ หมายเลขดำ อ.4849/2554 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ ฟ้องนายประชา โพธิพิพิธ หรือ &amp;quot;กำนันเซียะ&amp;quot; และนางเขมพร ต่างใจเย็น สองสามีภรรยา เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกแผ้วถางที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ ม.2 ต.ช่องด่าน และ ม.2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เกินกว่า 50 ไร่ เมื่อระหว่างวันที่ 29 พ.ย.2544-8 ก.พ.2545 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ โดยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 16 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลังจำเลยทั้งสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกันไว้และเลื่อนการอ่านคำพิพากษามาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีประเด็นพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีเจตนาบุกรุกแผ้วถางครอบครองที่ดินราชพัสดุตามฟ้อง และไม่รู้กฎหมายที่ดิน จึงขาดเจตนา คดีนี้ไม่มีการร้องทุกข์ ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการสั่งว่าไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่มีการสรุปสำนวนส่งอัยการพร้อมความเห็น อัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลเห็นว่าคดีเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นความผิดต่อรัฐ พนักงานสอบสวนสอบสวนเองได้ อัยการมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120, 140, 143 มีการบุกรุกที่ดินกว่า 50 ไร่ มีการใช้คนงาน บริวารเข้าบุกรุก จะถือว่าขาดเจตนาโดยเล็งเห็นผลไม่ได้ กฎหมายที่ดินใช้บังคับ จะอ้างไม่รู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามฟ้อง เป็นความผิดรวม 7 กรรม คำให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ให้จำคุกคนละ 56 เดือน (4 ปี 8 เดือน) พร้อมนับโทษต่อจำเลยที่ 1 จากคดีแดงที่ 2936/2554 และแดง 3178/2548 ของศาลอาญา และจำเลยที่ 2 ให้นับโทษต่อจากคดีแดงที่ 3178/2548 ด้วย ให้ยกเลิกหมายจับเดิมที่ให้ตามตัวมาฟังคำพิพากษา ให้ออกหมายจับใหม่เพื่อนำตัวจำเลยทั้งสองมารับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดต่อไป และให้บริวาร ลูกจ้าง คนงานของจำเลยออกจากที่ดินทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำนันเซียะและภรรยานั้นยังมีหมายจับคดีฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรี ปี 2542-2544 หมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ถือเป็นที่สุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.2559 ให้จำคุกกำนันเซียะเป็นเวลา 5 ปี และนางเขมพรเป็นเวลา 4 ปีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น กำนันเซียะยังมีหมายจับตามตัวมารับโทษคดีหมายเลขดำ อ.55/2555 ที่อัยการฟ้องบุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งานอีกด้วย ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2560 ให้จำคุกกำนันเซียะ 2 ปี 8 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชา โพธิพิพิธ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขมพร ต่างใจเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c408ef677840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกานัดเช้าพฤหัสฯนี้อ่านคำพิพากษาลับหลัง &#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039; คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 ม.ค.นี้ ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์หมายเลขดำ อ.4849/54 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประชาโพธิพิพิธ และนางเขมพร ต่างใจเย็น 2 สามีภรรยา เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก แผ้วถางที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ม.2 ต.ช่องด่าน และม.2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เกินกว่า 50 ไร่ เมื่อระหว่างวันที่ 29 พ.ย.44 - 8 ก.พ.45&amp;nbsp; ตามประกม.ที่ดิน ม.9,108 ทวิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ&amp;nbsp; ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลัง จำเลยทั้งสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกันไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, ประชา โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับ&#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039;เบี้ยวนัดฟังฎีการุกที่ธนารักษ์ปี 44-45</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.4849/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ&amp;nbsp;อายุ 75 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี และนางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา อายุ 52 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในความครอบครองดูแลของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา&amp;nbsp;9 , 108&amp;nbsp;ทวิ และให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกจากที่ดินพิพาทด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2544 - 8&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2545 ทั้งสองร่วมกันบุกรุกและยึดถือ ครอบครองที่ดินของรัฐ มากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานธนารักษ์ พื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยแผ้วถางป่าและไถปรับพื้นที่ทำถนน สร้างบ้านพักอาศัย บ้านพักคนงานและคอกปศุสัตว์ในที่ดินเนื้อที่เกินกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่ โดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาต ที่หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ช่องด่านและหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2554 ในความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา&amp;nbsp;9 (1)&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ทวิ &amp;nbsp;ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเป็นเนื้อที่เกินกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่ , ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ และฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยตลอดว่าไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินพิพาทดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2558&amp;nbsp;ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน และให้จำเลยทั้งสอง รวมทั้งบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ให้นับโทษนายประชา&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รวมกับคดีหมายแดง อ.2830/2557&amp;nbsp;กรณีบุกรุกที่ดิน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ที่ศาลอาญาให้จำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีโดยไม่รอลงอาญาด้วย ขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีซึ่งระหว่างอุทธรณ์จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท และมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึง 2 ครั้งเนื่องจากจำเลยไม่มาศาล กระทั่งวันวันที่ 8 ส.ค. 2559 ศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองเนื่องจากพฤติการณ์มีเหตุให้จำเลยทั้งสองเข้าใจโดยสุจริตว่า จำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้ จึงขาดเจตนาในการกระทำผิดฐานบุกรุกเข้าไปยึดครองที่ดินของรัฐ จำเลยจึงไม่ผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์จึงยื่นฎีกา ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่าจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปเป็นวันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 09.00 น. โดยให้ออกหมายจับติดตามตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษาฎีกาตามกำหนดนัดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากถึงกำหนดอ่านคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวแล้ว ทั้งสองไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ตามกฎหมายเมื่อศาลออกหมายจับให้ติดตามตัวภายใน 1 เดือนแล้วยังติดตามตัวจำเลยไม่ได้ ศาลก็จะพิจารณาอ่านคำพิพากษาลับหลัง (โดยไม่มีตัวจำเลย) ได้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับนายประชาและนางเขมพรนั้น ปัจจุบันมีหมายจับติดตัวในคดีที่ต้องติดตามจับตัวมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดคดีฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรีปี 2542 -2544&amp;nbsp;หมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ถือเป็นที่สุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559 ให้จำคุกนายประชาเป็นเวลา 5 ปี และนางเขมพรเป็นเวลา 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประชาก็ถูกหมายจับตามตัวมารับโทษคดีหมายเลขดำ อ.55/2555&amp;nbsp;ที่อัยการฟ้องบุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่&amp;nbsp;ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด&amp;nbsp;1,199&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;84&amp;nbsp;งานอีกด้วย ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อ วันที่ 18 เม.ย. 2560 ให้จำคุกนายประชา 2 ปี 8 เดือนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, ประชา โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลว!ดีลป้อมเข็นตู่ &#039;มาร์ค&#039;ไม่เอา-ย้อน&#039;พปชร.&#039; &#039;คสช.&#039;เชื่อสุดท้ายก็จับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร-เฉลิมชัย&amp;rdquo; เร่ปัดเกี๊ยะเซียะดัน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; นั่งนายกฯ สมัย 2 &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; ย้อนเกล็ดไหนบอกกวาด 350 ส.ส. ทำไมต้องประสาน คสช. เชื่อสุดท้าย ปชป.ต้องมาซบ เพราะไม่มีทางจับมือ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; แน่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่ายยาวแต่กั๊กเรื่องถูกเสนอชื่อบัญชีผู้นำ บอกหลังปลดล็อกชัดเจน ยอมรับ พปชร.มีแนวทางสอดรับรัฐบาล ลั่นเลือกตั้งก่อนพระราชพิธีสำคัญแน่ &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; อัดไม่สง่างามนั่งหัวโต๊ะ 7 ธ.ค. เหตุเป็นทั้งผู้เล่นและผู้คุม &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; สวน ดร.เหลิมเจ็บ สะกดธรรมาภิบาลได้ด้วย &amp;ldquo;วัฒนา&amp;rdquo; ปูด พท.ส่งแค่ 250 เขต ส่วนตัวลงบางแค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องกับกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดต่อประสานนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อชวนเป็นพันธมิตรทางการเมืองในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกฯ อีกสมัย โดย พล.อ.ประวิตรระบุว่า ไม่จริง ไม่ได้เจอกับนายเฉลิมชัยเลย ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ไม่ได้พูดกับใครเลยใน ปชป. พูดเรื่องอะไร ไม่ได้อยู่พรรคการเมือง และไม่ใช่มือประสาน ข่าวที่เกี่ยวกับนายเฉลิมชัยก็เพิ่งทราบ การพูดคุยเป็นของพรรคการเมือง พรรคเขาจะพูดกับใครก็ว่าไป ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีคนขอให้ประสานจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรยืนยันว่า ไม่ประสาน จะเกี่ยวอะไร จะไปประสานกับใคร ไม่รู้จักใครเลย ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ต้องการดิสเครดิตหรือไม่ แต่ยืนยันไม่ได้พูด และไม่ได้เจอหน้านายเฉลิมชัยเลย ที่ผ่านมาเคยเป็นรัฐบาลร่วมกับ ปชป. 3 ปี ก็รู้จักกัน นายเฉลิมชัยก็รู้จัก แต่วันนี้ไม่มีเบอร์โทร.กันแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หลังเลือกตั้งจะเข้าไปช่วยประสานจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องช่วย จะไปเกี่ยวอะไรด้วย เพราะออกไปแล้ว ส่วนหลังเลือกตั้งจะเล่นการเมืองต่อหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นนายกฯ และเขาจะมาขอให้ทำงานหรือไม่ หากมีก็ต้องดูว่าจะให้ช่วยอะไร เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ คงต้องรอให้เขามาเชิญก่อน ส่วนถ้านายกฯ เป็น พล.อ.ประยุทธ์นั้น ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชิญหรือไม่ บอกไปตั้งนานแล้วว่าไม่อยากเล่นการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเฉลิมชัยปฏิเสธเช่นกันว่า ไม่ทราบ ไม่ได้รับโทรศัพท์ เพราะเบอร์แปลกๆ ไม่รับอยู่แล้ว ตอนนี้จิตใจสงบมาก ส่วนว่าประสานมาเพื่อให้ ปชป.ไปสนับสนุนเพื่อให้เป็นรัฐบาลก็ไม่รู้เหมือนกัน จึงตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้คุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวในเรื่องนี้ว่า เห็นเขาว่าจะได้ 350 ที่นั่ง ส.ส. ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรอีก ส่วนข่าวที่ออกมาก็ไม่รู้ว่ามีวัตถุประสงค์อะไร แต่ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะเป็นรายงานข่าว แต่อย่างที่บอกว่าพรรคจะได้ 350 ที่นั่ง ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องคุยกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามข่าวบอกว่าจะเสนอกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ซึ่งไม่ใช่ประเด็นและเวลา เพราะ 1.ต้องผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง ว่าประชาชนต้องให้คำตอบก่อนว่าสนับสนุนแนวทางของพรรคไหน อย่างไร และ 2.ต้องดูว่าตอนหาเสียง แนวทางของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังยืนยันการทำงานในรูปแบบรัฐบาลปัจจุบันหรือไม่ เพราะหากบริหารเศรษฐกิจแบบนี้ ยากที่จะทำงานด้วยกันได้ เพราะประชาชนเดือดร้อนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าการเมืองมี 3 ขั้ว คือ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ผมคิดว่าตอนนี้ 3 แนวทางแตกต่างกันชัดเจน จึงต้องให้ประชาชนพิจารณาก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
เชื่อสุดท้ายจับมือกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจาก คสช.แจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้ประสานกับนายเฉลิมชัยจริง เพื่อขอลูกทีม 3 คนไปสังกัด พปชร. แต่นายเฉลิมชัยกลัวเหมือนนายธรรมวิชญ์ และนายอรรถพล โพธิพิพิธ บุตรชายของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปชป. ที่ย้ายไป พปชร. จึงไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์ เพราะอย่างน้อยก็ยังรักษาน้ำใจไมตรีระหว่างกันไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่า การเจรจาน่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ว่าจะมาร่วมรัฐบาลหรือแบ่งโควตากันอย่างไร เพราะ คสช.ก็ทราบดีว่า ปชป.ไม่สามารถทำงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ ดังนั้น ปชป.จึงมีทางเลือกเดียวที่จะไปร่วมทำงานได้ก็คือ พปชร.เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนของพรรค พปชร.ในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคว่า พปชร.เขาชัดเจนแล้ว ทำไมตนเองต้องไปชัดเจนกับเขาด้วย ทำไมอยากรู้เหลือเกิน ทุกพรรคก็เสนอประยุทธ์ทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครมาเชิญสักที เขาจะพูดก็พูดไป ยังไม่ตัดสินใจ ทำไมจะเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้กันหรืออย่างไร อยากรู้หรือ ก็ยังไม่ให้รู้ ถ้ายิ่งอยากรู้ก็ไม่ให้รู้ ถ้าไม่อยากรู้เดี๋ยวพูดเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกหรือไม่ว่าทำไมพรรคการเมืองถึงเสนอชื่อเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ซิ ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่อาจพิจารณาตัวเองได้ว่าเก่งหรือไม่เก่ง และเขาเลือกผม เพราะอะไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน คงอาจเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยดีมั้ง เขาเห็นแค่นั้นหรือเปล่า ผมไม่รู้ หรือจะหมายความอย่างอื่นด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า รู้สึกดีใจหรือไม่ที่ถูกเลือก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาเรียกว่าบารมี 10 ประการ ขันติบารมี คือไม่ยินดียินร้ายต่อคำชมและคำติฉินนินทา เข้าใจหรือยัง กำลังใช้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า 4 รัฐมนตรีที่อยู่ใน พปชร.จะมีส่วนตัดสินใจหรือไม่หากมีการทาบทาม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า &amp;ldquo;เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา ถ้าพรรคใดก็ตามที่ทำงานแล้วสอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ ถ้าตัดสินใจเข้าไปการเมือง ก็ต้องสนับสนุนพรรคเหล่านี้ เพราะมันทำงานให้ทำต่อ แต่การที่จะเป็นนายกฯ หรือเปล่า ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะกลไกไม่ใช่ว่าเลือกตนเองแล้วจะได้เป็นเลย ต้องมีการพิจารณาในสภา จะยอมรับกันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ธงของผมคือสนับสนุนพรรคการเมืองที่เดินหน้าประเทศอย่างมียุทธศาสตร์ เอาอย่างนี้แล้วกัน พรรคอื่นก็ว่ามาซิ ยุทธศาสตร์ว่าอย่างไร อาจดีกว่าพรรคพลังประชารัฐก็ได้ เสนอยุทธศาสตร์มาซิ ดีกว่ามาติฉินกันมาเรื่อยๆ อย่างนี้ แต่ไม่เคยพูดมาว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร มีแต่บอกว่าจะทำตรงนั้นตรงนี้ให้ราคาสูงขึ้น ทั้งยางและข้าว แต่จะทำอย่างไร ผมพูดทุกอย่างว่าจะทำอย่างไร เขาก็ต้องพูดกับผมว่าจะทำอย่างไรด้วย ประชาชนจะได้เกิดข้อเปรียบเทียบ ถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบคำถามมีธงหรือคำตอบในใจอยู่แล้วใช่หรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะบอกความชัดเจนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปลดล็อกเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ตอนนั้น เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวก็ปลดล็อกแล้ว พอปลดล็อกขึ้นมาทุกคนก็จะพูดได้เต็มปากเต็มคำ ก็จะฟังว่ามีประโยชน์ตรงไหน พรรคนี้เสนออะไรมา ถ้าเสนอเหมือนคราวก่อนๆ จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วทำไม่ได้ จะทำให้ราคายางสูงขึ้น 3-4 เท่า ถามว่าโลกขายเท่านั้น คุณจะไปขายใคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวว่า อยากฝากช่วยสร้างความเข้าใจระดับพื้นที่ รัฐบาลกำลังเดินสร้างกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่วันนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนต้องบอกจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ดังนั้นไม่อยากให้ไปบิดเบือนว่าสมัยก่อนราคาเท่านี้ สมัยนี้รัฐบาลนี้ทำได้เท่านี้ ประชาชนเลยเกิดความคาดหวังว่าวันข้างหน้าจะดีขึ้น วันนี้รัฐบาลพยายามนำทุกมาตรการมาใช้ ไม่ใช่ดูแลโดยเอาเงินไปให้อย่างเดียวอย่างที่ผ่านมา จนทุกคนเคยชิน อย่าไปจับต้องว่ามาตรการที่ช่วยเหลือไม่มีเหมือนเดิม เราไปแก้บิดเบือนทางการตลาดไม่ได้ วันนี้ขอให้ฟังรัฐบาลนี้บ้าง&amp;nbsp;
เลือกตั้งก่อนพระราชพิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บางคนบอกรัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปี เศรษฐกิจราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ อยากถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร ลองไปถามคนที่พูดว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นได้อย่างไร หลายอย่างที่เป็นมาตรการก่อนหน้ารัฐบาลเข้ามาอยากให้เขาพูดออกมาว่าเขาทำอะไรอย่างอื่นบ้าง นอกจากบอกทำให้ราคาดีแล้วทำไม่ได้ไหม ตรงนี้เป็นนโยบายของพรรคที่ควรจะพูดออกมา มากกว่าโจมตีรัฐบาลนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่จะเกิดขึ้นว่า มี 2 ช่วง คือการทำงานของรัฐบาลในการเตรียมงานเพื่อจะเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีที่จะทรงโปรดเกล้าฯ และกำหนดลงมา เรื่องนี้รัฐบาลกำหนดเองไม่ได้ ต้องรอให้โปรดเกล้าฯ ลงมา ฉะนั้นมีงาน 2 ช่วง ซึ่งในช่วงนี้ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรในเรื่องการเดินหน้าและการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งการเลือกตั้ง จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยอย่างไร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะทำอย่างไร สำหรับตนเองยังเหมือนเดิม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนที่ 2 ที่รัฐบาลต้องเตรียมการ คือ การเตรียมการในส่วนของโบราณราชประเพณี ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายๆ เรื่อง และหลายจังหวัด จำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะทั้งหมดคือความร่มเย็นของประเทศไทย โดยในช่วงที่ 2 นี้จะใช้เวลาหลายวัน และมีการกำหนดเป็นหมายกำหนดการของสำนักพระราชวังที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พิธีสำคัญนี้เป็นเรื่องของเหนือหัว ขอให้จำไว้ ถือว่าวันนี้ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยากจะเตือนทุกคน ลืมกันไปแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว และเมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าต้องจัดการเลือกตั้งก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ไม่พูดๆ ยังไงก็ต้องเลือกตั้งก่อนอยู่แล้วล่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณี พปชร.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า คงไม่มีใครบังคับได้ แต่ต้องคิดว่าถ้าจะตอบรับนั่นแปลว่า พล.อ.ประยุทธ์มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งต้องพิจารณาตามหลักธรรมาภิบาลว่าต้องทำอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรม
&amp;ldquo;เรื่องธรรมาภิบาลพูดแค่เรื่องกฎหมายไม่ได้ ตอนผมเป็นนายกฯ เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. ต้องลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ผมให้ทุกคนออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ต้องการให้ใช้ตำแหน่งเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขัน แต่กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่ทุกคนในพรรคผมและพรรคร่วมก็ให้ความร่วมมืออย่างดี บรรทัดฐานแบบนี้ถ้าอยากมีธรรมาภิบาลก็ต้องสร้างขึ้น ถ้าท่องเพียงแค่ว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย การเมืองไทยจะวนเวียนแบบเดิม&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ และหัวหน้าคสช. จะสง่างามมาก และมาสังกัดในบัญชีรายชื่อ พปชร. แต่หากและยังดันทุรังที่จะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะสุ่มเสี่ยงขัดหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมแม่น้ำ 5 สาย และพรรคการเมืองในวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงหลายพรรคประกาศไม่เข้าร่วมว่า ใครไม่มาก็แล้วแต่ท่าน แต่คิดว่าการจะทำงานเพื่อชาติ เพื่อประชาชน มันต้องเอากติกาต่างๆ มา ไม่ใช่มาสู้กับกติกา มันไม่ใช่ เหมือนนักมวยจะขึ้นชก ก็ต้องฟังกติกา ซึ่งกติกาวันนี้อาจมีความแตกต่างอยู่บ้าง วันนี้กติกามวยกอล์ฟ กีฬาอะไรต่างๆ ก็เปลี่ยนไป หลายอย่างไม่เคยทำได้ก็ทำได้ หลายอย่างเคยทำได้ก็ทำไม่ได้ ไม่เห็นมีใครไฟต์เรื่องพวกนี้เลย ตัวเองก็เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้ามาสู่การเลือกตั้ง ให้ประชาชนตัดสินดีกว่า อย่ามาอะไรกันเลย มันเสียเวลา ประเทศชาติเดินหน้าลำบาก
&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo;ไม่สน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวเช่นกันว่า ไม่อยากพูดอะไรมาก พรรคการเมืองไหนอยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา เพราะเราเชิญทั้งหมด คนไม่มาก็คงไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดอะไรกัน และในวันดังกล่าวจะยังไม่รู้วันเลือกตั้งที่แน่นอน เพราะถือเป็นเรื่องของ กกต. ไปล้วงลูกไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุพรรคการเมืองที่ไม่ไปร่วมประชุมวันที่ 7 ธ.ค. ว่าเป็นพวกไม่เคารพกติกาและไม่อยากเลือกตั้ง ว่า ทษช.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่ไม่เคารพกติกา แต่การไปประชุมร่วมกับ คสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมตามระบบ เพราะ กกต.มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง และดูแลบทบาทหน้าที่ของนักการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. การที่ คสช.ทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการยืนยันว่าจะแทรกแซงการเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่เห็นด้วย และจะไม่ไปร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถูกเสนอชื่อในบัญชีของพรรคการเมือง แล้วจะมาทำหน้าที่รับฟังความเห็นและตัดสินใจในเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่เราก็ยังหวังว่าในการพิจารณาดังกล่าว คสช.จะไม่รักษาคำสั่งและอำนาจมากเกินไป ควรปลดล็อกให้เต็มที่&amp;rdquo; นายจาตุรนต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรื่องเดียวกันว่า คนที่กล่าวหาว่าคนอื่นไม่อยากเลือกตั้งกลับเป็นคนที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้ง ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์มามากกว่า 4 ปีแล้ว ประชาชนและพรรคการเมืองหลายพรรคก็เรียกร้องการเลือกตั้งมาโดยตลอด แต่เป็น คสช.เสียเองที่เลื่อนการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ดังนั้น อยากให้ประชาชนลองทบทวนว่าใครกันแน่ที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ &amp;quot;เรียนหัวหน้า คสช. กรณีถกพรรคการเมือง 7 ธ.ค.2561&amp;quot; ว่า พล.อ.ประยุทธ์หมดความสง่างามที่จะนั่งเป็นประธานในที่ประชุม เนื่องจากได้เป็นบุคคลที่ถูกพรรค พปชร.เสนอให้เป็นนายกฯ ซึ่งได้ย้ำมาตลอดว่าถ้ากรรมการประสงค์เป็นผู้เล่นต้องลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเวทีประชุม 7 ธ.ค.นี้ ให้พรรคมารับฟังอย่างเดียว ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นแล้ว ไม่แตกต่างจากการสั่งให้มาฟังคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งอยู่ที่ไหนสามารถฟังได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมประชุมด้วย&amp;rdquo;นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. ระบุว่า พรรคมีมติไม่เข้าร่วมประชุมหารือกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค. เพราะไม่เกิดประโยชน์อันใด ซึ่งพรรคมองว่าไม่ใช่เวทีที่จะพูดคุยเพื่อที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง เหมือนเป็นลักษณะของการไปรับฟังการชี้แจง และรับคำสั่งจาก คสช. รวมถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานก็ไม่เหมาะสม เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยตรง เพราะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธุ อนุโมทามิ เลขาธิการสหพรรคการเมืองไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ค.2562 โดยเสนอให้ กกต.นำเรื่องหารือในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พปชร. ได้ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โจมตี 4 รัฐมนตรีของ พปชร. ว่ายังไม่ลาออกและขาดธรรมาภิบาลว่า เพิ่งรู้ว่า ร.ต.อ.เฉลิมสะกดคำว่าธรรมาภิบาลเป็นด้วย เพราะสมัยที่ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นรัฐมนตรี ตอนเลือกตั้งก็ไม่ได้ลาออก แล้วจะมาบีบคั้นเพื่ออะไร ยืนยันว่าพรรคไม่มีใครเป็นอีแอบอย่างที่ท่านกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนที่อภิปรายเก่ง แต่ช่วงหลังๆ ชาวบ้านบอกว่าเสียงแหบเหมือนเป็ด เมาจนฟังไม่รู้เรื่อง แม้ผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐพูดไม่เก่ง แต่เน้นทำงานให้ประชาชนอย่างเดียว ร.ต.อ.เฉลิมยังคงนิสัยเดิมๆ เวลาพูดหลายคนจึงมักจะบอกว่าคล้ายๆ กับจะข่มขู่ข้าราชการหรือเปล่า วันนี้ข้าราชการเขากลัวแต่คนดีๆ และเขาก็รู้ดีว่าควรต้องวางตัวอย่างไรไม่ต้องไปสอน ท่านควรอยู่เงียบๆ เหมือนตอนปฏิวัติใหม่ๆ จะดีกว่า&amp;quot; นายธนกรกล่าว
พท.ส่งแค่ 250 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเปรียบ พล.อ.ประยุทธ์เป็นลิเกที่ดูไป 3 รอบแล้ว จะให้เล่นรอบที่ 4 อีกคนเขาก็รู้แล้วไม่มีอะไรตื่นเต้นนั้น ถ้าหากชาวบ้านเขาชอบลิเก ดูแล้วมีความสุข จะเล่นอีกกี่รอบเขาก็ยังดู ตรงกันข้าม หากเป็น ร.ต.อ.เฉลิมอาจต้องปิดวิกลิเกหนี และถ้าจะให้ดี ท่านรอคำตอบจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยก่อนจะดีกว่าไหม ว่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.เขตหรือบัญชีรายชื่อ
ส่วนความเคลื่อนไหวในเรื่องการยุทธศาสตร์หาเสียงและการเลือกผู้สมัครนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การสรรหาผู้สมัครจะทำให้เสร็จประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้ และปลายเดือน ธ.ค.นี้ น่าจะได้ผู้สมัครครบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรค พท. กล่าวในรายการทุบประเด็นว่า จะลง ส.ส.เขตบางแค ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์นั้นยังไม่กล้ายืนยันว่าจะลงเขตดอนเมืองหรือไม่ เพราะยังไม่ได้คุยกัน ส่วนเป้าของพรรคนั้นจะส่ง ส.ส.เขต 250 เขต โดยเขตที่เราคิดว่าส่งไปก็ไม่ชนะ ก็อาจไม่ส่ง เพราะจะไม่ได้ประโยชน์ในปาร์ตี้ลิสต์จากสูตรการเลือกตั้งแบบใหม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรค ทษช.มีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อหารือและพูดคุยถึงความต้องการในการทำงานด้านต่างๆ และได้ตั้งคณะทำงาน &amp;nbsp;5 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ คณะทำงานด้านเทคโนโลยี คณะทำงานด้านต่างประเทศ คณะทำงานด้านกฎหมาย การเมืองและความมั่นคง และคณะทำงานด้านสังคม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรค พท.จะฮั้วเลือกตั้งกับ ทษช.เพื่อเอาชนะระบอบจัดสรรปันสวนผสม ว่ายังไม่ถึงขั้นฮั้วกันทางการเมือง ส่วนเงื่อนไขที่จะฮั้วทางการเมืองและนำไปสู่การยุบพรรคนั้น ต้องมีลักษณะมีแบ่งหน้าที่กันชัดเจน เช่น อย่าเลือกพรรคเพื่อไทยเขตนี้และไปเลือก ทษช.แทน หรือมีหลักฐานว่าคนทั้งสองพรรคบงการหรือครอบงำซึ่งกันและกัน มีผลประโยชน์ให้แก่กัน เช่น การให้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงแรมเคพี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 เพื่อแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับพรรค เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค และเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ใน จ.อุดรธานี โดยมีนายธนาพร ศรียากูล หัวหน้าพรรค และสมาชิกประชุมกว่า 330 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23510</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, นายสาธุ อนุโมทามิ, ประชา โพธิพิพิธ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, รยุศด์ บุญทัน, รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก, วัฒนา เมืองสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล โพธิพิพิธ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c0690dd46e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาจุด &#039;บาลานซ์&#039; สกัด &#039;ปชป.&#039; เลือดไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นตำรับแห่งการดูดอย่าง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังคงไม่รู้สึกว่าการกระทำที่ดำเนินการอยู่เป็นการเมืองแบบเก่า ที่สำคัญบรรดาคนของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือแม้กระทั่งตัว &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เอง ก็รังเกียจทั้งเรื่องนักการเมืองและวิธีการเล่นการเมืองแบบวิธีเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วันนี้ทั้งนายกรัฐมนตรีและพรรคพลังประชารัฐกลับเจริญรอยตามเสียเอง!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซ้ำร้าย &amp;ldquo;อุตตม สาวนายน&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะว่าที่หัวหน้า พปชร. ยังให้สัมภาษณ์หน้าตาเฉย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การดูดอดีต ส.ส.จากพรรคอื่นเป็นปกติของนักการเมืองที่จะย้ายพรรค ทางกลุ่มไม่ได้ทำสิ่งใดที่เกินเลย ส่วนบุคคลที่ติดต่อ ถือเป็นบุคคลคุ้นเคยและมีมาจากหลากหลายกลุ่ม ส่วนเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อกล่าวหาที่มีเชื่อถือได้หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากความคิดเห็นดังกล่าว ทำให้ประชาชนที่ไม่ได้ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดเป็นพิเศษต้องผิดหวัง เพราะดูทรงแล้วสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะทำให้การเมือง ทำให้ประเทศดีขึ้น คงเป็นไปได้ยาก แม้จะมีพรรคใหม่อย่างพลังประชารัฐเพิ่มขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม แต่ก็เสมือนเป็นการเพิ่มจำนวนปริมาณน้ำเน่าให้มากขึ้นในวังน้ำวนการเมืองก็เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทว่า พูดไปเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ในเมื่อการเข้าสู่หนทางการเมืองเริ่มต้นจากผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ส่วนร่วมของประเทศ ดังนั้น จะฉุดพลังดูดให้หยุดดำเนินการจึงไม่ง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพรรคการเมืองใหญ่ก็ถูกดูดเช้าดูดเย็น อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกว่า &amp;ldquo;เลือดไหลโจ๊ก&amp;rdquo; โดยจากการประมาณจำนวนที่พรรคต้องสูญเสียบุคลากรให้แก่ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; อยู่ที่กว่า 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านอดีต ส.ส.ที่ย้ายไปซุกปีก พปชร. เช่น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.กทม. ปี 52, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. ปี 54, สกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. ปี 50, ประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด &amp;quot;ดูด&amp;quot; นายธรรมวิชญ์ และ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และบุตรชายของ กำนันเซียะ-ประชา โพธิพิพิธ ผู้กว้างขวางในจังหวัดกาญจนบุรีไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ปชป.ยังถูกดูดหยั่งลึกถึงอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ซึ่งถือเป็นรากแก้วสำคัญในการหาเสียงทำพื้นที่ กทม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะนี้ไปแล้ว 3 คน ได้แก่ นางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ก.เขตพระนคร นางกนกนุช นากสุวรรณภา ส.ก.เขตดอนเมือง และ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ก.เขตคลองเตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดคนเหล่านี้ถึงตีจากบ้านเก่าของเขา??? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งว่ากันว่า ไปเพราะตัวเงินและผลประโยชน์ด้านธุรกิจ แต่บางคนก็มีความจำเป็นและต้องกล้ำกลืนความรู้สึก เช่น สองลูกชายของกำนันเซียะ ว่ากันว่ามีการดีลพิเศษในคดีของบิดา หาก &amp;ldquo;ธรรมวิชญ์และอัฏฐพล&amp;rdquo; ยอมย้าย จะช่วยให้กำนันเซียะซึ่งหนีคดีอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งสุขภาพไม่แข็งแรงและอายุมาก กลับมารับโทษในเมืองไทยอย่างไม่ทรมานสังขารนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอดีต ส.ก.นั้น ปมลึกๆ แล้ว เขาเพียงต้องการมีที่ยืนในสัดส่วน ส.ส. เพราะที่ผ่านมาทำงานใกล้ชิดประชาชนในเขตรับผิดชอบมาโดยตลอด แต่พรรคก็กลับส่งลูกท่านหลานเธอมาเสียบแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นเมื่อ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เปิดโอกาสให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.&amp;nbsp; เป็นธรรมดาที่อดีต ส.ก.เหล่านั้นต้องเก็บเกี่ยวโอกาส เพราะในแง่ฝีมือความจัดจ้านในการหาเสียงของตัวเองไม่ได้แพ้อดีต ส.ส.ของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถอดบทเรียน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ก็ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า ควรหาจุดบาลานซ์ ระหว่างคนฝีมือกับเด็กในอุปการคุณ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ เห็นว่ามีคนรุ่นใหม่ที่เส้นใหญ่จ่อลง ส.ส.เพียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากยังเป็นแบบนี้ บอกตรงๆ ปชป.อาจเลือดไหล (เกือบ) หมดตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ประชา โพธิพิพิธ, ประมวล เอมเปีย, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สกลธี ภัททิยกุล, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, อัฏฐพล โพธิพิพิธ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc742eac3d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัดเพื่อพ่อ!2ลูกชายกำนันเซี๊ยะทิ้ง&#039;ปชป.&#039;ซบพลังประชารัฐ-มาร์คทำใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมวิชญ์-&amp;nbsp;อัฎฐพล โพธิพิพิธ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - แหล่งข่าวเผยถึงกรณีที่นายธรรมวิชญ์ และนายอัฎฐพล&amp;nbsp;โพธิพิพิธ บุตรชายของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐว่า กรณีดังกล่าวมีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุจังหวัดกาญจนบุรีถึงราชบุรีของนายประชา &amp;nbsp; ที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่าน &amp;ldquo;ซ้อเขม&amp;rdquo; หรือ นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยากำนันเซี๊ยะ ที่หลบหนีไปพร้อมกับสามี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าจะปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ ใช้เวลาประสานนานกว่าสองสัปดาห์ ให้นายธรรมวิชญ์และนายอัฎฐพล ตัดสินใจให้ทำ เพื่อพ่อจะได้กลับมารักษาตัวระหว่างรับโทษในประเทศไทย อีกทั้งกำนันเซี๊ยะอยากกลับเมืองไทยเพราะสูงอายุแล้วและมีโรคประจำตัว ซึ่งมีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้&amp;quot; แห่งข่าวอ้างและว่าคล้ายกรณีกำนันเป๊าะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวอ้าง อ้างอีกว่า นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามที่จะดึงอดีตสส.กาญจนบุรีพรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยนางเขมพร ต่างใจเย็น เป็นผู้ประสานงาน ขอร้องให้ตัดสินใจเพื่อช่วยกำนันเซี๊ยะให้กลับประเทศไทยเร็วขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปารเมศ โพธารากุล (กำนันบอย) อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ ว่าถูกทาบทามจากผู้มีอนาจหลายด้านทั้งตำรวจ ทหารและผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ จะได้พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีเป็นกลุ่มจังหวัดในทิศทางเดียวกันจะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่ามีการทาบทามตนให้ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐจริง แต่ตัดสินใจที่จะยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อ เนื่องจากพรรคการเมืองนี้ให้โอกาสตนได้เกิดทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีตสส.กาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีตสส.ของพรรคไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ, นายอัฎฐพล โพธิพิพิ, ประชา โพธิพิพิธ, พลังประชารัฐ, เขมพร ต่างใจเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc46dc398f94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนละนามสกุล!อดีตส.ส.ปชป.โวยสื่อเล่น&#039;ผิดคน&#039;ถูกพลังประชารัฐดูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายปารเมศ โพธารากุล อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่ว่าถูกพรรคพลังประชารัฐดูดจากพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ว่า &amp;nbsp;ข่าวที่ออกไปนั้น สื่อมวลชนลงชื่อผิดคน ไม่ใช่ตน เพราะนามสกุลของตน คือโพธารากุล ไม่ใช่โพธิพิพิธ และยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แม้มีคนของพรรคพลังประชารัฐมาพูดคุยชักชวนหลายครั้งแล้วก็ตาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปารเมศ กล่าวว่า ส่วนผู้ที่ย้ายไปอยู่กับพรรคดังกล่าว คือบุตรชายทั้ง 2 คนของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ ได้แก่ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;และนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้ง 2 คนได้แจ้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง ให้ทราบถึงการไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้วว่ามีเหตุผลความจำเป็นในเรื่องของครอบครัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าโดยภาพรวม พรรคพลังประชารัฐมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจ.กาญจนบุรี มากน้อยแค่ไหน &amp;nbsp;นายปารเมศ กล่าวว่า &amp;nbsp;เขาเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก เท่าที่ตนทราบ เขากำลังวางตัวผู้สมัครส.ส.ในแต่ละเขต ซึ่งเขามีคนจำนวนพอสมควร ทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและนายตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19958</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ, ประชา โพธิพิพิธ, ปารเมศ โพธารากุล, พลังดูด, พลังประชารัฐ, อัฏฐพล โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc458d4eef7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
