<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเวทีติวเข้ม 14 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สู่การพัฒนาเป็น“เมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”ระดับอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเวทีประชุม National &amp;ldquo;SDGs&amp;rdquo; Workshop สร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่ง และภาคีเครือข่าย จุดกระแสร่วมคิดและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและ
การจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี &amp;ldquo;เทศบาลนครภูเก็ต-อุดร&amp;rdquo; ขานรับ ประกาศพร้อมเป็นเมืองแนวหน้าสู่การพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า แนวคิด &amp;ldquo;การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; หรือ SDGs เป็นแนวคิดกระแสหลักที่มุ่งให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุล โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้เป็นวาระการพัฒนาระดับโลก และให้แต่ละประเทศใช้เป็นแนวทางพัฒนาในทิศทางเดียวกันทั่วโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยประชาคมอาเซียนได้นำแนวคิดดังกล่าวมากำหนดเป็นทิศทางการพัฒนาภูมิภาคผ่านโครงการ &amp;ldquo;เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน&amp;rdquo; ภายใต้ยุทธศาสตร์หลักด้านความยั่งยืน ในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนปี 2025 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการพัฒนาและจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมเมือง นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้พลังความร่วมมือของภาคีทุกระดับ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาสังคม โดยประสานการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายอย่างครอบคลุมทั่วพื้นที่ทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีภารกิจในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติตามกรอบระดับชาติและสากล รวมทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองของประเทศไทยให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่มีความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มาเป็นแนวทางในการพัฒนาตั้งแต่ระดับชุมชน ท้องถิ่น ไปสู่จังหวัด และประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังมอบหมายกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นหน่วยงานประสานโครงการ &amp;nbsp;ASEAN SDGs Frontrunner City ของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่น สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และ Japan &amp;ndash; ASEAN Integrated Fund เพื่อยกระดับเมืองที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน ตามหลักการ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เทศบาลแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี ให้มีความพร้อมสู่การเป็นต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประชุมเชิงปฏิบัติการ National &amp;ldquo;SDGs&amp;rdquo; Workshop ครั้งที่ 1 เมื่อระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพมหานคร จึงเป็นเวทีติดเข้มเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น 14 เมือง ที่ได้ผ่านการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ และมีความพร้อมในการเป็นเมืองต้นแบบ 4 ด้าน คือ 1) เป็นเมืองคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2) พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ 3) เชิดชูอัตลักษณ์ และ 4) ยึดหลักการมีส่วนร่วม ในการร่วมคิดและเตรียมการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเมืองและการจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนและการเก็บข้อมูลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ใน 3 ประเด็น ประกอบด้วย Zero Waste, พื้นที่สีเขียวยั่งยืน และการจัดการป่าชุมชน ซึ่งจะทำให้กลุ่มเป้าหมายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีความร่วมมือ เกิดความรู้ ความเข้าใจ ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน เป็นการจุดประกายเพิ่มพูนองค์ความรู้การพัฒนาสิ่งแวดล้อมเมือง สู่ความเป็นเมืองต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับ 14 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ประกอบด้วย เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลเวียงเทียง และเทศบาลตำบลเชียงเคี่ยน จังหวัดเชียงราย , เทศบาลนครภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต , เทศบาลนครอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี , เทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ , เทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี , เทศบาลเมืองตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ , เทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร , เทศบาลตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง เทศบาลตำบลบ้านสาง จังหวัดพะเยา , เทศบาลตำบลเรณูนคร จังหวัดนครพนม , เทศบาลตำบลหนองเต็ง จังหวัดบุรีรัมย์ และเทศบาลตำบลฉมัน จังหวัดจันทบุรี โดยมีเทศบาลนครภูเก็ตและเทศบาลนครอุดรธานี เป็น 2 เมืองแนวหน้า หรือ Frontrunner City ของประเทศไทย ที่เตรียมยกระดับสู่การเป็นเมืองต้นแบบสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับอาเซียน เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 ในเรื่องของเมืองและการตั้งถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่ง นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เทศบาลนครภูเก็ตได้รับรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2560 แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีหลายเรื่องที่ยังประสบความสำเร็จไม่เต็มที่ เช่น การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จึงตัดสินใจที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ โดยได้รับการคัดเลือกร่วมกับเทศบาลนครอุดรธานีให้เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนที่ดีจาก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ทำหน้าที่ฝ่ายวิชาการให้ความรู้และแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผล ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถขับเคลื่อนการทำงานโดยเฉพาะการจัดการขยะที่ต้นทาง ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางวิภาพร ธีระธรรม หัวหน้าฝ่ายประเมินผลและสถิติ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลนครอุดรธานี กล่าวว่า เทศบาลนครอุดรธานีได้รับรางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่อย่างยั่งยืน ประจำปี 2559 ได้ดำเนินการต่อยอดความสำเร็จเพื่อก้าวสู่ความเป็นเมืองต้นแบบเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอาเซียน โดยเฉพาะการจัดการขยะต้นทางเพื่อเมืองสะอาดซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงศักยภาพและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26744</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), นายวิจารย์ สิมาฉายา, ประชาคมอาเซียน, สิ่งแวดล้อมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f057d1c2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
