<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมต้องขอบคุณรัฐมนตรี! ‘อัด อวัช’ลั่นคนมีอำนาจประเทศนี้เป็นอะไรกันหนักหนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักร้อง-นักแสดงหนุ่ม อัด-อวัช รัตนปิณฑะ ได้รีทวีตข่าวในทวิตเตอร์ เนื้อหาข่าวว่า &amp;ldquo;กระทรวงศึกษาธิการสั่ง นักเรียน-ผู้ปกครอง อัดคลิปขอบคุณรัฐมนตรี หลังอนุมัติเงิน 2,000 เยียวยาโควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยศิลปินหนุ่มโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงข่าวดังกล่าวว่าทำไมประชาชนต้องมาขอบคุณรัฐมนตรีในเมื่อเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีอยู่แล้ว &amp;ldquo;คนมีอำนาจในประเทศนี้มันเป็นอะไรกันหนักหนา ทำอะไรก็คิดว่าเป็นบุญคุณไปหมด ไม่เคยคิดว่าเป็นหน้าที่ของตัวเอง ทำไมประชาชนจะต้องมาขอบคุณรัฐมนตรี ในเมื่อเงินที่คุณใช้ก็มาจากภาษีประชาชน หยุดทำนิสัยน่ารังเกียจๆได้แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม  ud_awat และทวิตเตอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ประชาชน, รัฐมนตรี, อัด อวัช, อัด-อวัช รัตนปิณฑะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138527b9762c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนไม่ไหว! ‘อัด อวัช’โวยรัฐฯและตำรวจทำกับประชาชนเกินไปแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกคนที่ออกมา call out และแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่ตลอด สำหรับนักร้อง-นักแสดงหนุ่ม อัด-อวัช รัตนปิณฑะ โดยล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ทวิตเตอร์ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างประชาชนและตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยศิลปินหนุ่มโพสต์ว่า &amp;ldquo;สิ่งที่รัฐและตำรวจกำลังทำกับประชาชนมันเลวร้ายเกินไปแล้ว ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือการตั้งใจใช้ความรุนแรงเพื่อกำจัดประชาชนที่ออกมาเรียกร้องเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพวกเขา มันหดหู่มากๆที่ต้องเห็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมเหล่านี้ทุกวัน หยุดทำร้ายและพรากชีวิตประชาชนได้แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113601</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ประชาชน, ม็อบ16สิงหา, รัฐบาล, อัด อวัช, อัด-อวัช รัตนปิณฑะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebf577dcead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิษณุโลก&#039;ทยอยมาฉีดวัคซีนคึกคัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช วันนี้ยังคงรับฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้เสี่ยง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้น ไป และ 7 กลุ่มที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และเจ้าหน้าที่ด่านหน้ามาทำการฉีดวัคซีนซิโนแวค และแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งในรอบแรกจังหวัดพิษณุโลกมียอดที่ต้องฉีดจำนวนกว่า 30,000 ราย แต่มีผู้มาลงทะเบียนขอฉีดวัคซีนประมาณ &amp;nbsp;16,477 คน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่จัดคิวทยอยฉีดกันกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันนี้มีผู้มาฉีดวัคซีน จำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;1,150 คน ส่วนวัคซีนในรอบของประชาชนทั่วไปทางจังหวัดพิษณุโลกจะเริ่มฉีดในช่วงเดือน ก.ค.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่มารับวัคซีนในครั้งนี้ต่างมั่นใจว่าไม่ได้รับผลกระทบ หลังจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด และขอเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมารับวัคซีนป้องกันโควิดกันให้มากที่สุด เพราะจะทำให้ป้องกันการแพร่ระบาดโควิดได้ในที่สุด ซึ่งวัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด เพราะจะทำให้มีภูมิคุ้มกันได้อย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชน, วัคซีน, โควิด-19, โรงพยาบาลพุทธชินราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b65c78e3a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายเฮ!4วันติดไม่มีผู้ป่วยใหม่ชวนฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 64 - ที่โรงพยาบาลหนองคาย ได้มีประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงของจังหวัดหนองคาย เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวก เข็มที่ 2 โดยมีผู้มารับบริการกันตั้งแต่เช้า และทยอยเดินทางมากันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีน และเฝ้าสังเกตอาการภายหลังการฉีดวัคซีน โดยไม่พบผู้รับบริการมีอาการผิดปกติรุนแรงหรือผลข้างเคียงจากวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ต.สมมาตร กุลเนตร ผู้หนึ่งที่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวก บอกว่า มาฉีดเป็นเข็มที่สอง หลังฉีดแล้วร่างกายแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอาการข้างเคียงอันตรายตามที่มีการหวาดกลัวกัน เช่นเดียวกับนางศิวพร ภูกระบิล ก็เป็นผู้หนึ่งที่ฉีดวัคซีน ระบุว่า การฉีดวัคซีนไม่มีผลข้างเคียงอันตรายที่รุนแรง สำหรับตัวเองมีเพียงอาการง่วงนอนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่นานก็หาย จึงอยากให้ประชาชนลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในการสู้กับโรคโควิด 19 ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.วิเชียร รุ่งฐิติธรรม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย กล่าวว่า อยากบอกประชาชนว่าวัคซีนนี้ไม่อันตราย เพราะวัคซีนทุกชนิดมีผลข้างเคียงหมดแต่ไม่มาก ไม่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวก ไฟเซอร์ เป็นต้น ทุกตัวมีผลข้างเคียงหมด คนฉีดวัคซีนในประเทศไทยยังไม่พบว่าเป็นผู้เสียชีวิต แต่การติดเชื้อโควิดทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 486 คน เป็นสิ่งสำคัญว่าการฉีดวัคซีนไม่อันตราย แต่อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง อยากให้ประชาชนมั่นใจ ตนเองก็ฉีดวัคซีนซิโนแวกไปครบ 2 เข็มแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ อยากให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันให้มาก ๆ อาจลงทะเบียนด้วยตัวเองหรือให้ อสม.ช่วยลงทะเบียนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์โรคโควิด 19 ใน จ.หนองคาย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกัน 4 วัน แล้ว ยอดผู้ป่วยสะสม 69 ราย รักษาหายป่วยกลับบ้านได้แล้ว 46 ราย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102640</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุคลากรทางการแพทย์, ประชาชน, วัคซีน, โควิด-19, โรงพยาบาลหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b63eaaaaae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเตือนอย่าโกง’เราชนะ-คนละครึ่ง-เรารักกัน’ระวังถูกระงับสิทธิพ่วงดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายังมีประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทำการทุจริต ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงได้มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลเรื่องอุทธรณ์สำหรับโครงการคนละครึ่ง และคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ในกรณีที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินตามสิทธิ์ที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด เป็นต้น โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนผ่าน e-mail หรือไปรษณีย์ เพื่อตรวจสอบ รวมทั้งร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ากระทำความผิดจริงจะดำเนินการระงับสิทธิแอพพลิเคชันถุงเงิน เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง เนื่องจากการกระทำผิดดังกล่าวขัดต่อวัตถุประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือเยียวยา ลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 &amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่ผู้ค้ารายย่อยและผู้บริการทั่วๆ ไปจะได้ดำเนินกิจกรรมต่อไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97087</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุชา บูรพชัยศรี, ประชาชน, ผู้ประกอบการ, โครงการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047398d0de6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประจานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ!ประชาชน88%ไม่รู้ว่าต้องฉีดวัคซีนโควิดระยะใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;คนไทยกับการฉีดวัคซีนโควิด 19&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,258 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 88% ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจว่าตนเองอยู่ในกลุ่มต้องฉีดวัคซีนโควิด - 19 ในระยะใดตามนโยบายฉีดวัคซีน ขณะที่ 6.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 1 กุมภาพันธ์ &amp;ndash; พฤษภาคม 2564 ใน 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และ 5.5% อยู่ในกลุ่มนโยบายระยะที่ 2 มิถุนายน &amp;ndash; ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากได้สิทธิ์ในการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ท่านจะฉีดหรือไม่ ส่วนใหญ่ 68.7% คิดว่าจะฉีด โดยในจำนวนนี้ 54.1% จะดูผลข้างเคียงของคนที่ฉีดไปแล้วก่อน ส่วน 14.6% จะฉีดทันทีเพราะกลัวติดโควิด &amp;ndash; 19 ขณะที่ 31.3% คิดว่าจะไม่ฉีด โดยในจำนวนนี้ 16.8% ให้เหตุผลว่ากลัวมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย และ 14.5% คิดว่าตัวเองไม่มีความเสี่ยงที่จะติด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด - 19 พบว่าส่วนใหญ่ 69.1% กังวลว่าผลกระทบหลังการรับวัคซีนต่อภูมิต้านทาน และสุขภาพร่างกาย รองลงมา 42.8% กังวลว่าวัคซีนผ่านมาตรฐานการรับรองหรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ &amp;nbsp;และ 27.2% กังวลว่าราคา ค่าใช้จ่ายแพงในการฉีดวัคซีน หากไม่มีการควบคุมจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความหวังหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ในประเทศไทยพบว่า ประชาชน 47.9% หวังว่าวิถีการดำเนินชีวิตประชาชนจะกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว รองลงมา 22.5% หวังว่าจะช่วยปกป้อง/สร้างภูมิคุ้มกัน ให้ประชาชน และ 18.8% หวังว่าจะเกิดการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้ปกติ เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคำถามเพิ่มเติมที่อยากฝากถามเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 31.6% ฝากถามว่ากลุ่มใดบ้างที่ควรฉีดและไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 เช่น กลุ่มเด็ก กลุ่มสตรีมีครรภ์ รองลงมา 23.2% ฝากถามว่าวัคซีนที่ได้รับจะคุ้มครองได้นานแค่ไหน &amp;nbsp;ต้องฉีดเพิ่มหรือไม่ และ 19.9% ฝากถามว่าการฉีดวัคซีนมีค่าใช้จ่ายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94040</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, คนไทย, ประชาชน, วัคซีนโควิด-19, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035969161f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุชา&#039;ลั่นใช้การสื่อสารทุกรูปแบบให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันแรกภายหลังคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ​แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยได้ขึ้นไปสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมกับไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตา-ยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ​ เพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอนุชาให้สัมภาษณ์ว่า จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 หรือ (ศบค.) นัดแรกในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งหากได้รับมอบหมายในการชี้แจงประเด็นใดเพิ่มเติมก็จะนำมาสื่อสารต่อให้กับประชาชนได้ทราบ และย้ำว่าการทำหน้าที่โฆษกจะพยายามให้ข้อมูลสื่อสารกับประชาชนที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะมาตรการด้านเศรษฐกิจต่างๆ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและประชาชนได้รับผลประโยชน์โดยตรงทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นในการลงทุนและการเงินของประเทศ​ ในส่วนของการทำงานกับรองโฆษกรัฐบาลก็จะเน้นการทำงานเป็นทีม สื่อสารภาพรวมของรัฐบาลไม่แบ่งเป็นพรรคและจะเป็นหนึ่งเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​กล่าวถึงสถานการณ์เหตุการณ์การบ้านเมืองในขณะนี้ ว่า ในฐานะโฆษกรัฐบาลที่จะต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ สิ่งแรกคือ นอกเหนือการสื่อสารไปยังประชาชนแล้วจะต้องเปิดการรับฟังในรูปแบบการสื่อสารสองทางให้มากขึ้น และถือว่ามีความสำคัญเพราะการที่มาดำรงตำแหน่งนี้ไม่ได้มาแถลงข่าวเพียงอย่างเดียว​ แต่ต้องเข้าไปรับฟังเสียงสะท้อนจากส่วนอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะจากเยาวชนในทุกรูปแบบ แล้วนำมาเสนอต่อรัฐบาลเพื่อออกเป็นมาตรการต่างๆ ในอนาคตซึ่งจะต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นที่สะท้อนเข้ามาภายใต้การประมวลความคิดเห็นที่จะต้องไม่กระทบกระทั่งหรือเกิดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกฯ ไม่ต้องการ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจะใช้การสื่อสารทุกรูปแบบในขณะนี้ ทั้งโซเชียลมีเดีย ซึ่งจะเป็นรูปแบบนิวนอร์มอล การปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ทั้งรูปแบบออนไซด์ ออนไลน์ และออนแอร์ ทั้งหมด โดยจะให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่แค่นั่งแถลงข่าวเพียงอย่างเดียว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74883</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., ประชาชน, อนุชา บูรพชัยศรี, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c92558bea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
