<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีทนไม่ได้!ตอก&#039;บิ๊กตู่&#039;งัดเอกสารที่ตัวเองร้องศาลอุทธรณ์ภาค5ระงับก่อสร้างอาคารเชิงดอยเมื่อปี59มาโชว์ว่าค้านแต่แรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ติงนายกฯ-โฆษกรัฐบาล &amp;ldquo;อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง&amp;rdquo; กรณีประชาชนค้านบ้านป่าแหว่ง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนค้านมาตั้งแต่แรกแล้ว&amp;quot; ระบุว่า ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงตำหนิผู้ที่ออกมาคัดค้านการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาโดยอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีว่า ทำไมเพิ่งมาคัดค้านโครงการดังกล่าว &amp;ldquo;หากการออกมาคัดค้านได้ดำเนินการตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง ก็จะไม่ทำให้เรื่องยืดยาวหรือต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐเช่นนี้&amp;rdquo; นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถลงดังกล่าวเป็นลักษณะ &amp;ldquo;เอาดีเข้าตัวโยนชั่วให้คนอื่น&amp;rdquo; หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่ามีประชาชนคัดค้านโครงการดังกล่าว ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงนั้นชาวบ้านเขาคัดค้านมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นเพราะการไม่ยอมรับฟังข้อท้วงติงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างหาก ปัญหาจึงลุกลามบานปลายมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งในส่วนของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ก็ได้ทำหนังสือท้วงติงไปยังท่านอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 5 อธิบดีกรมธนารักษ์ และอธิบดีกรมป่าไม้ ให้ทบทวนการใช้พื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.59 แล้ว (ปรากฏตามสำเนาหนังสือแนบ) แต่ทว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่ยอมรับฟังและทบทวนตามที่สมาคมฯทักท้วงเลยต่างหาก ทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณบานปลายไปเช่นนี้ ซึ่งในขณะนั้นเข้าใจว่าพล.ท.สรรเสริญ ยังไม่ได้ใหญ่โตเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ จึงอาจไม่รู้ ถึงได้แถลงออกมาในลักษณะ &amp;ldquo;ปล่อยไก่&amp;rdquo; ตัวเบิ้มให้ชาวบ้านเขารู้ถึงภูมิรู้เยี่ยงนี้ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักและสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่เจาะเข้าไปในพื้นที่ที่มีป่าไม้ขึ้นอุดมสมบูรณ์เชิงดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเชียงใหม่นั้น ปุถุชนทั่วไปก็รู้ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้นการออกมาคัดค้านของประชาชนคนเชียงใหม่และคนที่มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นโดยชัดแจ้งว่ารัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงจะชอบ เพราะไม่มีอำนาจใดเหนือไปกว่า อำนาจของประชาชน... และที่สำคัญการสูญเสียเงินแผ่นดินที่เสียหายไปกับการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัยเชิงดอยสุเทพดังกล่าว ในอนาคต &amp;ldquo;ต้องมีคนรับผิดชอบ&amp;rdquo; แน่นอน จะปล่อยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเงินแผ่นดินต้องตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ/อนุญาตควรเตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่มีอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ประชาชนคัดค้าน, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5edc9fad007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ปม &#039;บ้านพักศาล&#039; เชิงดอย  &#039;รัฐบาล&#039; กรรมการจำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์กรณี บ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กลายเป็นหนึ่งในวิกฤติของศาลครั้งสำคัญ ที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา หลังเกิดกระแสต่อต้านคัดค้านจากภาคประชาชน และเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจำนวนมาก จากการก่อสร้างบ้านพักดังกล่าวที่ลึกเข้าไปในพื้นที่ป่าจนเห็นได้ชัดจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ กระทั่งถูกเรียกล้อว่าเป็น &amp;ldquo;หมู่บ้านป่าแหว่ง&amp;rdquo; ในขณะที่ศาลโดย &amp;ldquo;สำนักงานศาลยุติธรรม&amp;rdquo; แม้รู้ว่าจะมีกระแสต่อต้านคัดค้านมากก็ตาม แต่ถูกผูกมัดตามข้อกฎหมายและสัญญาก่อสร้างที่เดินหน้ามาไกลจนใกล้เสร็จสิ้นตามกำหนดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปตามที่ สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะผู้แทนองค์กรที่ทำหน้าที่เป็น &amp;ldquo;แม่บ้านศาล&amp;rdquo; ชี้แจงไว้หลายครั้งถึงโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการดังกล่าว ที่ดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2540 สมัยที่ศาลยังสังกัดกระทรวงยุติธรรม ก่อนแยกมาเป็นสำนักงานศาลยุติธรรมในปี 2543 และดำเนินการตามขั้นตอนจนเริ่มสัญญาก่อสร้างในปี 2556-2557 จำนวน 3 &amp;nbsp;โครงการ เป็นโครงการก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 โครงการ และโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 2 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสัญญาโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา 2 โครงการนี่เองที่กำลังเป็นปัญหาถูกประชาชนคัดค้านอยู่ ณ ขณะนี้ คือโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 38 หน่วย อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ จำนวน 16 หน่วย&amp;nbsp;บ้านพักผู้อำนวยการ จำนวน 1 หน่วย และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม จำนวน 36 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ตามสัญญาเลขที่ 31/2557 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างตามสัญญา โดยมีผลงานการก่อสร้างสะสมตามแผนถึงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.61 คิดเป็นร้อยละ 94.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโครงการก่อสร้างบ้านพัก รวมจำนวน 9 หน่วย อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ จำนวน &amp;nbsp;64 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ศาลยุติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ตามสัญญาเลขที่ 55/2556 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 9 มิ.ย.61 มีผลงานสะสมตามแผนนับถึงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.61 คิดเป็นร้อยละ 89.28
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;ldquo;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ก็ยืนยันเสมอถึงการดำเนินโครงการ ว่าได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเสมอมา&amp;nbsp;พร้อมแจกแจงประเภทและจำนวนของต้นไม้ที่ได้ทำการขุดย้ายออกไปในการก่อสร้างจำนวน 240 ต้น ไม่ได้ตัดไม้ทำลายป่า ทั้งยังมีแผนที่จะปลูกต้นไม้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูแล้วก็ยังไม่สามารถลดกระแสต่อต้านคัดค้านได้เท่าที่ควรนัก เพราะภาคประชาชนที่นำโดย &amp;nbsp;เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ตั้งเป้าเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการเพื่อขอคืนพื้นที่ป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ในฐานะฝ่ายบริหารของศาล จึงจัดประชุมวาระพิเศษประเด็นร้อนนี้เพื่อหาทางออกในวันที่ 9 เม.ย. 2561 จนได้มติว่า &amp;ldquo;ให้สำนักงานศาลยุติธรรมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ชอบธรรมและด้วยสันติวิธี โดยตระหนักถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม และให้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากรัฐบาลเห็นสมควรประการใด เช่น ให้ชะลอการใช้บ้านพักเฉพาะส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราว หรือดำเนินการอื่นในระหว่างฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่ากรณีนี้ไม่อาจจบลงได้โดยศาลนั่นเอง เพราะประชาชนเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งด้วยประการหนึ่ง ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของศาลด้วยประการหนึ่ง ที่จะเดินหน้าโครงการให้สำเร็จด้วยดีท่ามกลางกระแสคัดค้านก็ไม่ได้ แม้จะถูกกฎหมายแต่กลับไม่ถูกหลักการในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่หมู่บ้านไปตั้งอยู่กลางป่า ซึ่งอาจจะเสี่ยงน้ำป่าไฟป่าเสียด้วยซ้ำ ขณะที่จะถอยหลังยุติโครงการก็ไม่ได้ มีสัญญาโครงการผูกมัดทำเสร็จแล้วกว่า 80-90% นอกจากจะเสียงบประมาณแผ่นดินไปเยอะแล้ว หากยกเลิกต้องเสี่ยงถูกฟ้องร้องเข้าไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายจึงเป็นเหตุให้ศาลตัดสินใจให้ฝ่ายรัฐบาลเข้ามาช่วยตัดสินปัญหานี้ ที่รัฐบาลจะต้องช่วยหาทางออกให้เป็นที่ยุติได้ด้วยดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจจะไม่ได้ตามเป้าประสงค์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการ &amp;nbsp;100% อย่างไรก็ดี วิกฤตินี้ไม่น่าจะเป็นที่หนักใจต่อรัฐบาลมากนัก เพราะผลการหารือของภาคประชาชนที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ที่จัดขึ้นวันเดียวกัน 9 เม.ย.ก็ได้เสนอทางออก เช่น การให้รื้ออาคารศาลบางส่วน ตั้งคณะกรรมการร่วม, รัฐต้องจ่ายเงินตามงวดงานให้แล้วเสร็จ, รัฐจะต้องหาพื้นที่เหมาะสมทดแทนในการก่อสร้าง และหากกำหนดพื้นที่ขีดเส้นได้แล้ว สำนักงานศาลต้องส่งคืนพื้นที่เกี่ยวข้องที่กระทบต่อผืนป่า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดน่าจะเป็นทางออกที่ได้เสนออย่างประนีประนอมพอสมควรแล้ว บวกกับข้อมูลที่ศาลยุติธรรมเสนอไป น่าจะช่วยประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลได้ในการเคลียร์ปมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, ประชาชนคัดค้าน, ประนีประนอม, สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acccfa673527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
