<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ. ผนึกกำลัง 4 พันธมิตร ช่วยผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมกับกองทัพบก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการ &amp;quot;ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง&amp;quot; ประจำปี 2564 วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทั่วประเทศด้วยการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา ศังขมณี รองผู้ว่าการ (วิชาการ) รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ สภาพอากาศร้อนแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วง หลายพื้นที่เริ่มเกิดสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ประชาชนขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค กปภ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการด้านน้ำประปาครบวงจร ได้ร่วมมือกับกองทัพบก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ &amp;quot;ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง&amp;quot; ปี 2564 โดย กปภ. ได้เข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ด้วยการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า ณ จุดจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค 234 สาขาทั่วประเทศ ให้แก่รถบรรทุกน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งและพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา กปภ. ร่วมสนับสนุนน้ำประปาฟรีแก่ประชาชนที่ประสบภัยแล้งจำนวน 165 ล้านลิตร มูลค่า 3.1 ล้านบาท รวมทั้ง กปภ. จะสำรวจและประเมินปริมาณน้ำดิบสำหรับใช้ผลิตน้ำประปาอย่างใกล้ชิดผ่านการประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจของ กปภ. ที่มีการประชุมอยู่เป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่ามีน้ำประปาเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้ พร้อมจัดเตรียมกำลังคน เครื่องสูบน้ำ รถยนต์บรรทุกน้ำ ให้บริการประชาชนทุกเมื่อ สอดคล้องไปกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ให้แต่ละจังหวัดเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. จะเดินหน้าและเร่งรัดโครงการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ปิดน้ำเมื่อไม่ใช้ พบท่อแตกรั่วให้รีบแจ้งทันที และหากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค สามารถติดต่อได้ที่ กปภ.ทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศ หรือ PWA Contact Center 1662 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กองทัพบก, การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041a29fb72f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม สั่งกรมทางหลวงจ้างงานเกษตรกรทั่วประเทศ ชดเชยสูญรายได้เพาะปลูกพืชหน้าแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง ด้วยการจ้างงานโดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรกรรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรลดลง ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อภาคเอกชนหดตัวและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมทั้งกำชับให้เร่งบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนและหน่วยงานผู้เดือดร้อนอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ จัดทำแผนงานและรายละเอียดการจ้างแรงงานในท้องถิ่นโดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งเข้ามาสนับสนุนภารกิจด้านบำรุงรักษาทางของกรมทางหลวง เพื่อทดแทนการสูญเสียรายได้จากการเพาะปลูกพืชตลอดฤดูแล้งปีนี้ ตามโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงวิกฤติภัยแล้ง ประจำปี 2563 ของรัฐบาล โดยเริ่มดำเนินการในเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุดหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวง นำเสนอแผนงานดังกล่าวมาแล้วจำนวน 96 โครงการ แบ่งเป็นการปลูกต้นไม้มีค่าในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติบนพื้นที่ดินสงวน และบริเวณที่ดินของกรมทางหลวง จำนวน 24 โครงการ เพื่อลดปัญหามลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นอกจากนั้น เป็นโครงการบำรุงรักษาทาง เพื่อความสะดวก และปลอดภัย กับประชาชนผู้ใช้ทาง จำนวน 72 โครงการ เช่น การตัดหญ้า ถางป่า การตัดแต่งกิ่งไม้ ปรับปรุงพื้นผิวถนน และการขุดลอกระบายน้ำ มีระยะเวลาโครงการระหว่างเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมทางหลวงจะเร่งดำเนินการจัดจ้างแรงงานเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยแล้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นกลุ่มแรกก่อน จากนั้นจะเร่งขยายความช่วยเหลือตามแผนการที่ได้วางเอาไว้&amp;rdquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังประสานความร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าโครงการ &amp;ldquo;กรมทางหลวง - การประปาส่วนภูมิภาค รวมใจต้านภัยแล้ง&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคที่เกิดจากปัญหาภัยแล้งแก่ประชาชนผู้เดือดร้อน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัดทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เดือดร้อนสามารถขอความช่วยผ่านสายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (29 กุมภาพันธ์ 2563) กรมทางหลวงได้แจกจ่ายน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคแล้วทั้งสิ้น 11,023,000 ลิตร ใน 43 จังหวัดทั่วประเทศ รวมจำนวน 12,283 ครัวเรือน และ 4,477 ราย โดยเป็นความช่วยเหลือในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด 16 จังหวัด คิดเป็นปริมาณน้ำ 5,367,500 ลิตร รองลงมาคือ ภาคกลาง 11 จังหวัด 3,344,500 ลิตร ภาคเหนือ 7 จังหวัด รวม 1,244,000 ลิตร ภาคตะวันตก 3 จังหวัด รวม 580,000 ลิตร ภาคใต้ 3 จังหวัด รวม 367,000 ลิตร &amp;nbsp; และภาคตะวันออก 3 จังหวัด รวม 120,000 ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังคงให้การสนับสนุนงานปฏิบัติการดับไฟป่าบริเวณสองข้างทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามและสร้างความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งส่งผลต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน บดบังทัศนวิสัย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (29 กุมภาพันธ์ 2563) จำนวน 667 แห่ง รวม 52 จังหวัดทั่วประเทศ โดยอยู่ในพื้นที่ภาคกลางสูงสุด 19 จังหวัด รวม 290 แห่ง รองลงมาอยู่ในเขตภาคเหนือ 8 จังหวัด 161 แห่ง ภาคตะวันตก 4 จังหวัด รวม 72 แห่ง ภาคตะวันออก 4 จังหวัด 61 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 จังหวัด 55 แห่ง และบริเวณพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด รวม 28 แห่ง
ทั้งนี้ กรมทางหลวงยังคงเฝ้าติดตามและยืนยันความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักร และรถบรรทุกน้ำ ในการเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล และหากพบเหตุหมอกควันและไฟป่า สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่กรมทางหลวง สำนักงานทางหลวง &amp;nbsp; แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวง โดยสามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58632</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e570950d7b38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
