<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนดินแดงเบื่อ ไม่เอาสนามรบ เพนกวินยังOK</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชทัณฑ์เผย &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; รู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง เดินเอง ช่วยเหลือตนเองและเข้าห้องน้ำเองได้ ไม่มีไข้ ไม่มีหอบเหนื่อย อาการไอลดลง นอนหลับได้ปกติ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ให้การรักษาตามอาการ ตร.ฝากขังสามนิ้วขนระเบิด เอแบคโพลเชื่อนักการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาความรุนแรง ชาวดินแดงฮือแล้ว ไม่ต้องการให้ที่นี่เป็นสนามรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ชี้แจงถึงกรณีที่ในโลกโซเชียลเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้ปืนยิงกระสุนยาง ใส่ประชาชนที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณแยกดินแดงเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 3 นัด ว่า บช.น.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าและหลังเกิดเหตุเป็นอย่างไร แต่ตามหลักการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน จะใช้ก็ต่อเมื่อยับยั้ง ห้ามปราม ระงับเหตุ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการยิงระยะประชิดและช่วงตัวท่อนบนนั้น ต้องดูเจตนาของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการระงับเหตุวุ่นวายหรือเป็นการป้องกันตัวเองหรือไม่อย่างไร เช่น คนขับขี่รถจักรยานยนต์อาจขับพุ่งชนเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปโดยสมเหตุสมผล ก็ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเบื้องต้นชายคนดังกล่าวที่ปรากฏตามคลิปแต่งกายคล้ายตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นบุคคลใด และจะเรียกมาสอบสวนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ทั้งนี้ ขอประชาชนอย่าเพิ่งตัดสินใจจากคลิปเพียง 3.78 วินาที ขอให้ดูคลิปเหตุการณ์ยาวทั้งหมดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.เผยว่า เช่นเดียวกับที่มีคลิปตำรวจควบคุมฝูงชนยืนอยู่บนสะพานลอยหน้าแฟลตดินแดง และยิงกระสุนยางใส่ประชาชนบริเวณใต้แฟลตดินแดงนั้น บช.น.ยังไม่ได้รับรายงานคลิปดังกล่าว และจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่าหากตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่บกพร่องหรือมีความผิด ทาง บช.น.ก็มีมาตรการดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอยู่แล้ว เหมือนที่เคยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุสลายการชุมนุมที่สะพานวันชาติเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าตำรวจมีพฤติกรรมอาจจะเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงไม่ปฏิบัติตามหลักสากล โดยมีการใช้กำลังเข้าไปสลายการชุมนุม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจได้ตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจำนวน 18 คลิป ต้องขอใช้เวลาในการตรวจสอบว่าคลิปใดเป็นคลิปปลอม คลิปใดเป็นคลิปจริง หรือคลิปจริงที่ตัดทอนมาบางส่วน และขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดงเมื่อวันที่ 20 ส.ค. พบพฤติการณ์พยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ และรื้อตู้คอนเทนเนอร์ โดยผู้ชุมนุมมีการขว้างปาลูกแก้ว ลูกหิน พลุเพลิง ระเบิดปิงปอง ไปป์บอมบ์ ใส่เจ้าหน้าที่ที่พยายามรักษาพื้นที่ ซึ่งตำรวจได้จับกุมผู้ชุมนุม 26 คน พร้อมตรวจยึดของกลางระเบิดปิงปอง ไปป์บอม และระเบิดแสวงเครื่องได้ 200 ลูก นำตัวส่งดำเนินคดีแล้ว สรุปการดำเนินคดีในช่วงเดือน ก.ค.ถึงเดือน ส.ค.เป็นเวลา 2 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 807 คดี มีผู้ต้องหาที่ต้องถูกดำเนินคดี 468 คน จับกุมแล้ว 211 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมในวันนี้มี 2 จุด คือบริเวณสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ถนนราชดำเนิน และแยกดินแดงในช่วงเย็น ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป และยืนยันว่าการชุมนุมในขณะนี้เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องฝากขัง นายทัพชัย สิโนนยาง อายุ 22 ปี, นายชนะดล ลอยมั่นคง อายุ 24 ปี, นายสหชาติ ยงจัตุรัส อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาคดีขนอาวุธ วัตถุระเบิด และระเบิดปิงปอง เข้าร่วมชุมนุมบริเวณแยกดินแดง
ฝากขังกลัวหนีเพราะโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2564 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหลายคนมารวมตัวชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณถนนอโศก-ดินแดงต่อเนื่องถึงถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยในการชุมนุมดังกล่าว กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการปาระเบิดและใช้ลูกแก้วยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน รวมทั้งยิงเข้าใส่สถานที่ราชการ ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้าควบคุมสถานการณ์และรักษาความสงบเรียบร้อย และจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามได้ในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมของกลาง ตรวจค้นภายในตัวนายทัพชัย&amp;nbsp; พบของกลางระเบิดปิงปองหลากสีจำนวน 100 ลูก พร้อมหนังสติ๊ก จำนวน 1 อัน บรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล และตรวจค้นภายในตัวนายชนะดล ผู้ต้องหาที่ 2 พบของกลางระเบิดปิงปองหลากสี จำนวน 29 ลูก พร้อมหนังสติ๊ก 3 อัน และระเบิดแสวงเครื่อง 1 ลูก บรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพายสีเขียว ตรวจค้นตัวนายสหชาติ ผู้ต้องหาที่ 3 พบของกลางหนังสติ๊ก 6 อัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่ 1-3 ว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรม รวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และได้แจ้งเพิ่มผู้ต้องหาที่ 1-2 กระทำผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาที่ 1-3 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-3 มาโดยตลอด จะครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมง ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ เวลา 01.20 น. แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากจะต้องสอบพยานจำนวน 5 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสามจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาทั้งสามไว้ในระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน ไปจนถึงวันที่ 2 ก.ย.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้งสาม เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสามเป็นการกระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง นอกจากนี้ กรณีการมาร่วมกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้างซึ่งทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่าง และการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าวยังมีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ หากผู้ต้องหาทั้งสามได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไป เกรงว่าอาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1(3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ขอรายงานสถานการณ์และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องทางการเมืองเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
&amp;quot;เพนกวิน&amp;quot;ไม่มีไข้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายสิริชัย นาถึง และนาย Sam Samart หรือแซม สาแมท โดยแพทย์ประจำทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้เข้าตรวจร่างกาย พบว่านายพริษฐ์รู้สึกตัวดี พูดคุยรู้เรื่อง เดินเองช่วยเหลือตนเองและเข้าห้องน้ำเองได้ ไม่มีไข้ ไม่มีหอบเหนื่อย อาการไอลดลง นอนหลับได้ปกติ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์ให้การรักษาตามอาการร่วมด้วยกับยาพ่นโรคประจำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของนายสิริชัย รู้สึกตัวดี ช่วยเหลือตัวเองได้ หายใจปกติ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สามารถนอนหลับพักได้ รับประทานอาหารได้น้อย ขับถ่ายปกติ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ, นายพรหมศร รู้สึกตัวดี ช่วยเหลือตัวเองได้ หายใจปกติ ไม่มีหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ปวดศีรษะ ไอมีเสมหะ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ และนายแซม รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ทั้งหมด ไม่มีหายใจหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ ไม่ไอ รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ สัญญาณชีพและค่าออกซิเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยทั้ง 4 รายแพทย์ให้การรักษาด้วยยาตามแนวทางของกรมควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวว่า ในปัจจุบันทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามมาตรฐานสาธารณสุข โดยกรมราชทัณฑ์ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลด้านสุขภาพและทำการรักษาพยาบาล เพื่อให้เกิดผลดีแก่ผู้ต้องขังทุกคนอย่างเต็มที่ ให้ได้รับความเท่าเทียม เสมอภาค และไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด โดยให้การดูแลรักษาเป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก อยากท้าชวนนายกฯ หนีบอาจารย์เสรี วงษ์มณฑา ออกรายการโหนกระแส โดยนายเสกสกลระบุว่า คนอย่างนายสมบัติวันๆ ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนบ้าง เพราะตนเองเห็นแต่ออกมาเคลื่อนไหว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไม่หยุด และตนเองมองว่าคนประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะออกมาท้าดีเบตหรือออกรายการร่วมกับนายกฯ เพราะนายกฯ ไม่ได้มีเวลามาให้กับคนประเภทนี้ ต้องเอาเวลาที่มีอยู่ทำงานแก้ไขปัญหาโควิด-19 ให้กับบ้านเมืองในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลระบุว่า แต่หากนายสมบัติหิวแสง อยากออกทีวีมาก ตนพร้อมที่จะไปแทนนายกฯ ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีได้ โดยขอให้นายสมบัตินัดวันและเวลามา ตนพร้อมจะไป ซึ่งจะเป็นวันใดก็ได้ โดยที่ตนจะไม่ต้องหนีบใครไปด้วย เดี่ยวต่อเดี่ยวได้ทุกรายการทีวี หรือนายสมบัติจะหนีบลูกน้องคนใหม่อย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่มาสมัครเป็นลูกทีมคาร์ม็อบมาด้วยตน ยิ่งยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังระบุว่า พร้อมที่จะไปออกทีวีร่วมกับนายสมบัติทุกรายการ ทุกช่องที่นายสมบัติอยากไป ขอให้นัดวันมาเลย ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างนายสมบัติจะเอาอะไรมาพูดออกรายการ เพราะตัวนายสมบัติเองวันๆ ไม่เคยทำประโยชน์อะไรเลย แล้วยังอยากจะมาดีเบตกับคนอื่น ขอเตือนว่าอย่าหิวแสงออกทีวีในตอนนี้เลย เพราะอาจจะกลายเป็นการประจานตัวเองออกทีวีมากกว่า
การเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เจอได้ทุกที่ ได้ทุกเวที เอาความจริงมาแฉกัน ผมไม่เคยกลัว ทีวีช่องไหน รายการไหน นัดมาได้เลย นายสมบัติ บ.ก.ลายจุด มีอะไรมาท้าดีเบตกับแรมโบ้ ไม่ต้องถึงมือนายกฯ และอาจารย์เสรีหรอก และอย่าลืมหนีบชวนนายณัฐวุฒิ มาด้วยก็แล้วกัน&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ขบวนการสมประโยชน์หลังม็อบ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,132 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 16-20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกลุ่มต่างๆ เบื้องหลังความรุนแรงบานปลายทุกวันนี้ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ระบุนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบางคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอำนาจและผลประโยชน์ รองลงมาคือร้อยละ 94.7 ระบุพรรคการเมืองบางพรรค,&amp;nbsp; ร้อยละ 93.6 ระบุแกนนำม็อบบางคน,&amp;nbsp; ร้อยละ 93.2 ระบุกลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่มรับเงินต่างชาติมาป่วน และร้อยละ 90.8 ระบุกลุ่มต่างชาติที่ต้องการเข้ายึดครองทรัพยากรชาติและผลประโยชน์ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ร้อยละ 86.8 รับรู้มีพรรคการเมืองขัดแย้งกัน ซัดกันไปมา ประชาชนหมดหวังพึ่ง, ร้อยละ 84.3 รับรู้มีกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ผสมโรงสร้างความรุนแรงทำลายจิตใจของประชาชน และร้อยละ 81.2 รับรู้มีกลุ่มเอ็นจีโอรับทุนต่างชาติเคลื่อนไหวทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.3 รู้และเชื่อว่ามีอยู่จริง ขบวนการเบื้องหลังปั่นม็อบรุนแรง รับเงินต่างชาติเข้ายึดครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประเทศและคนไทย ในขณะที่ร้อยละ 6.7 ไม่รู้ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.1 ไม่สนับสนุนขบวนการทำลายชาติทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังม็อบรุนแรง ในขณะที่ร้อยละ 6.9 สนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.1 ระบุเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนต้องช่วยกันคือ ความร่วมมือกันของคนไทยและต่างชาติ ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย ไม่รุนแรง กลับคืนสู่สภาพปกติสุขโดยเร็ว ในขณะที่ร้อยละ 3.9 ไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่รับรู้และเข้าใจภาพมากขึ้นและชัดขึ้นถึงเบื้องหลังความรุนแรงป่วนเมืองภาพใหญ่ การปะทะของมหาอำนาจ 2 ขั้วต่อการแย่งชิงผลประโยชน์ในหลายภูมิภาคและมีผลตรงต่อประเทศเล็กๆ โดยสำแดงให้เห็นผ่านความวุ่นวายขัดแย้งกันเองภายในประเทศที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้และต่อภาพได้ถึงอิทธิพลการเมืองระหว่างประเทศและการสนับสนุนเงินทุนผ่านกลุ่มเอ็นจีโอบางกลุ่มมาป่วนชาติ
ไม่เอาความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า มีนักการเมือง ข้าราชการ กลุ่มทุนและกลุ่มอุดมการณ์ร่วมสมประโยชน์ในเป้าหมายย่อย ประชาชนถูกใช้เป็นเครื่องมือซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการป่วนเมือง สร้างความโกรธเกลียดใช้ความรุนแรงต่อกัน ก่อเกิดผลกระทบทวีคูณของความโกรธแค้นกัน (Multiplier Effect of the Public Angers) ทำลายรากฐานเสาหลักของชาติ จนอาจเกิดวัฏจักรแห่งซากปรักหักพังและความสูญเสียซ้ำซาก เกิดภาพจลาจลปะทะกันเองเกินการควบคุม จนทุกเสาหลักของชาติอ่อนแอลงอย่างน่าเป็นห่วง นำสู่การเรียกแขกร้องขอต่างชาติเข้ามาเปลี่ยนแปลงแก้ไข สุดท้ายปลาใหญ่เอาไปกินรวบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาชนส่วนใหญ่ยังสะท้อนไม่เอาด้วยกับขบวนการดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงป่วนเมือง การปั่นกระแสสร้างภาพรุนแรงเกินเหตุจึงอ่อนไหวและน่าเป็นห่วงยิ่ง ในขณะที่การระบาดของโรคยังรุนแรง มีผู้คนติดเชื้อจำนวนมากและเสียชีวิตรายวัน การร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นทางออกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเหลื่อมล้ำสั่งสมที่เป็นรากเหง้าในสังคมที่มีอยู่และเป็นจุดกดทับร่วมต้องถูกเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุดด้วยความจริงใจ เพื่อลดเงื่อนไขความเหลื่อมล้ำทางสังคมชนชั้น ผ่านการพูดคุยกันทุกระดับอย่างกว้างขวางและตกผลึกเป็นที่ยอมรับของส่วนใหญ่ นำสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย ถูกปั่นหัวซ้ำซากต่อเนื่อง จนประเทศไทยกลายเป็นเมืองขึ้นยุควิถีใหม่ของการล่าอาณานิคมของชาติมหาอำนาจ (New Normal of the Super Power&amp;rsquo;s Colonization) ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ทันได้ปรับตัว&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกันนี้ แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าและมวลชน รวมตัวกันไปจัดกิจกรรมชื่อว่า &amp;quot;ยื่นหนังสือทะลุโลก เปิดโปงทรราชให้ต่างชาติได้รับรู้&amp;quot; ที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ถนนราชดำเนิน มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์แต่งชุดนักโทษยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 112 นาที ที่หน้าสำนักงานยูเอ็น พร้อมยื่น 3 ข้อเรียกร้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ร้องขอให้ทาง UN ตรวจสอบทบทวนและนำเสนอเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมตลอด 1 ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เพื่อร้องขอให้ UN ทำหนังสือประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุกคามไปยังรัฐบาลไทย เพื่อให้รัฐบาลไทยทำตามหลักสากลให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ร้องขอให้ทาง UN ให้ความช่วยเหลือนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ถูกฝากขังและถูกปฏิบัติราวกับนักโทษทั้งที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่ากระทำผิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง และเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ได้มีการตั้งด่าน และนำกำลังมาเสริมบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ พร้อมกับตั้งตู้คอนเทนเนอร์ไว้เป็นแนวป้องกันบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ขณะที่หน้ากองทัพบกมีการนำแผงเหล็กและรั้วลวดหนามปิดถนนด้านหน้าไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ภาพชาวแฟลตดินแดงได้ขึ้นป้ายไวนิลในโซเชียลระบุว่า &amp;quot;พวกเราชาวดินแดงไม่ต้องการให้ที่นี่เป็นสนามรบ&amp;quot; และ &amp;quot;เรามีเด็ก คนชรา ผู้ป่วย โปรดช่วยคืนความสงบให้พวกเราด้วย&amp;quot; ลงชื่อ คณะกรรมการแฟลต 1-17 ดินแดง 1 และกลุ่มเรารักเอ๋ อดิศร&amp;quot; ติดบริเวณด้านหน้าและด้านบนแฟลตดินแดง ถนนอโศก-ดินแดง เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการปะทะระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชนกับผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114092</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, การเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบ, ชาวดินแดง, นักการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบ, ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาความรุนแรง, ราชทัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพนกวิน, เอแบคโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61207415f08a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
