<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพล เปิดผลสำรวจพบ คนไทย 92% อยากให้โทษประหารชีวิตต่อไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ทำการสำรวจใน &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ&amp;rdquo; พบคนไทย 92% อยากให้คงโทษประหารชฃีวิต เชื่อว่าจะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง ชี้ 54% หนุนคดีฆ่าข่มขืน ต้องโดนโทษประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21 &amp;ndash; 22 มิถุนายน 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับโทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงบทลงโทษที่ผู้กระทำความผิดในคดีร้ายแรงควรได้รับ ระหว่าง &amp;ldquo;โทษจำคุกตลอดชีวิต&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.50 ระบุว่า โทษประหารชีวิต ร้อยละ 18.86 ระบุว่า โทษจำคุกตลอดชีวิต และร้อยละ 0.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อ &amp;ldquo;บทลงโทษประหารชีวิต&amp;rdquo; จะมีผลทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทย มีความศักดิ์สิทธิ์หรือน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.29 ระบุว่า ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะ แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเด็ดขาด ทำให้ประชาชนมีความเกรงกลัวไม่กล้าที่จะกระทำความผิดอีก ขณะที่ ร้อยละ 12.07 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่ได้ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะ กระบวนการยุติธรรมไม่มีความโปร่งใส มีช่องโหว่ทางกฎหมาย และการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และร้อยละ 2.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต&amp;rdquo; จะทำให้คดีอาชญากรรมลดลงหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ &amp;nbsp;ร้อยละ 79.05 ระบุว่า จะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง รองลงมา ร้อยละ 15.83 ระบุว่า จะทำให้คดีอาชญากรรมเท่าเดิม ร้อยละ 2.88 ระบุว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะทำให้คดีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น และร้อยละ 2.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต&amp;rdquo; ว่าควรมีต่อไปหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.49 ระบุว่า &amp;nbsp;ควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นบทเรียนเตือนใจให้แก่ผู้กระทำความผิดหรือคิดจะกระทำความผิด มีความเกรงกลัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสีย และร้อยละ 7.51 ระบุว่า ไม่ควรมี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โทษประหารชีวิตต่อไป เพราะ ไม่ได้ทำให้คดีอาชญากรรมลดลง ควรให้โอกาสสำหรับผู้ที่กระทำผิด เนื่องจากบางคนอาจจะทำเพราะเหตุบันดาลโทสะ หรือไม่ได้เจตนา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ให้จำคุกตลอดชีวิตน่าจะดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ท้ายที่สุด เมื่อถามผู้ที่ตอบว่าควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เกี่ยวกับคดีที่ผู้กระทำผิดสมควรได้รับโทษประหารชีวิตมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.45 ระบุว่า เป็นคดีฆ่าข่มขืน (ข่มขืนแล้วฆ่าหรือรุมโทรมจนเสียชีวิต) ร้อยละ 23.95 ระบุว่า เป็นผู้ที่กระทำผิดซ้ำในคดีที่ร้ายแรง เช่น ฆ่าคนตาย ข่มขืน ร้อยละ 16.68 ระบุว่า เป็นคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา ร้อยละ 2.42 ระบุว่า เป็นคดียาเสพติด ร้อยละ 0.95 ระบุว่า เป็นคดีก่อการร้าย ร้อยละ 0.86 &amp;nbsp;ระบุว่า เป็นคดีทุจริตคอร์รัปชัน และร้อยละ 0.69 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.23 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 26.06 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 17.75 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.25 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 14.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 52.04 เป็นเพศชาย ร้อยละ 47.72 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.24 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 5.27 มีอายุ 18 &amp;ndash; 25 ปี ร้อยละ 17.03 มีอายุ 26 &amp;ndash; 35 ปี ร้อยละ 23.18 มีอายุ 36 &amp;ndash; 45 ปี ร้อยละ 35.01 มีอายุ 46 &amp;ndash; 59 ปี ร้อยละ 17.67 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 1.84 ไม่ระบุอายุ ตัวอย่างร้อยละ 92.32 ระบุว่า นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.56 ระบุว่า นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.56 ระบุว่า นับถือศาสนาคริสต์/ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และร้อยละ 4.56 ไม่ระบุศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 18.54 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 72.10 สมรสแล้ว ร้อยละ 4.40 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 4.96 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 28.86 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 27.02 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.83 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.54 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 4.71 จบการศึกษาสูงกว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.04 ไม่ระบุการศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 11.51 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.23 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.10 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.83 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.35 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 16.95 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 1.44 เป็นนักเรียน/นักศึกษา &amp;nbsp;ร้อยละ 0.08 เป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 5.51 ไม่ระบุอาชีพ ตัวอย่างร้อยละ 14.07 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 21.58 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 26.06 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 &amp;ndash; 20,000 บาท ร้อยละ 10.39 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 &amp;ndash; 30,000 บาท ร้อยละ 5.76 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 &amp;ndash; &amp;nbsp;40,000 บาท ร้อยละ 10.55 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า มากกว่า &amp;nbsp;40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 11.59 ไม่ระบุรายได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11980</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฆ่าข่มขืน, คดีอาชญากรรม, นิด้าโพล, ประชาชนหนุนโทษประหารชีวิต, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f001f6277f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
