<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039; เปิดผลสำรวจ ระบุ ประชาชนหนุนพล.อ.ประยุทธ์ฯ มากกว่า ธนาธร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนหนุนใคร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,645 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 - 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับรู้ของประชาชนที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แก่ เมื่อปีที่แล้ว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บอกศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้ เรื่องโอนหุ้น ร้อยละ 90.6 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในขณะที่ร้อยละ 9.4 ไม่มีผล นอกจากนี้ เมื่อปีนี้ ช่วงวิกฤตโควิด-19 กลุ่มนายธนาธรฯ ระดมเงินบริจาค แจกประชาชน แต่ไม่ได้แจกเงินทุนที่ได้มาให้หมดแก่ประชาชน ร้อยละ 90.3 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในขณะที่ร้อยละ 9.7 ไม่มีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ผลประมวลการรับรู้ของประชาชนที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า เมื่อประชาชนไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ ทำให้มีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กนักเรียน เยาวชนที่ยากจนพิเศษได้ทุนเรียนฟรี พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับพัฒนาทักษะมีงานทำ กำลังขยายถึงปริญญาตรี ร้อยละ 69.7 มีผลในขณะที่ร้อยละ 30.3 ไม่มีผล นอกจากนี้ เมื่อไม่รู้ว่า รัฐบาลทำให้ประชาชนปลูกไม้มีค่าขายได้ คนอยู่กับป่าได้ตามที่กฎหมายกำหนด และในเมืองมีระบบขนส่งรถไฟฟ้า ความเจริญด้านเทคโนโลยี เกิดขึ้นหลายแห่ง ร้อยละ 68.9 มีผล ในขณะที่ร้อยละ 31.1 ไม่มีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อไม่รู้ว่า โครงการชิมช้อปใช้ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 69.4 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ร้อยละ 30.6 ไม่มีผล นอกจากนี้ เมื่อประชาชนไม่รู้ว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ซื้อสินค้าจำเป็นได้ ซื้ออุปกรณ์การเรียนได้ ซื้อวัสดุการเกษตรได้ ซื้อตั๋วรถโดยสาร ตั๋วรถไฟได้ ร้อยละ 69.8 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ร้อยละ 30.2 ไม่มีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามว่า คนที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ที่จับต้องได้ ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่ากันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.6 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ร้อยละ 17.1 ระบุ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และร้อยละ 6.3 ระบุอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามว่า คนที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่ากันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.8 สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ร้อยละ 19.2 สนับสนุน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และร้อยละ 10.0 ระบุอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า วาทกรรมทางการเมืองที่แต่ละฝ่ายเร่งปลุกปั่นกระแสกันในขณะนี้ กับผลของการทำงานที่จับต้องได้ของผู้นำทางการเมืองแต่ละฝ่ายกำลังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี อย่างชัดเจน โดยพบว่า เมื่อประชาชนจำได้ว่า ปีที่แล้ว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บอกต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้เรื่องการโอนหุ้น และปีนี้มีเรื่องเงินบริจาคช่วงโควิด-19 ที่แจกเงินให้ประชาชนไม่หมดดังปรากฏตามข่าว กำลังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะได้รับผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือเพราะประชาชนไม่รู้เรื่องในผลงานที่ผ่านที่เกี่ยวกับ เด็กและเยาวชน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของรัฐบาล ที่ช่วยเหลือเด็กนักเรียน เยาวชนยากจนพิเศษหลายแสนรายทั่วประเทศให้มีทุนเรียนฟรี มีเสื้อผ้านักเรียน อาหารฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับการดูแลเรื่องสัมมาชีพ และกำลังจะขยายผลถึงระดับปริญญาตรีมีทุนเรียนฟรีแบบให้เปล่า เรียนจบมีงานทำ ซึ่งการไม่รู้ของประชาชนเหล่านี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ถ้าประชาชนจำผลงานที่จับต้องได้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นผลดีส่งผลทำให้ประชาชนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปีที่แล้วมีเรื่อง ไม่ทราบ จำไม่ได้ เรื่องการโอนหุ้น กับปีนี้มีเรื่อง เงินบริจาคช่วงโควิด-19 ที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อนายธนาธรฯ แต่การยุยง ปลุกปั่นกระแสการเมืองที่แรง ๆ ใช้การสื่อสารข้อความการเมืองสั้น ๆ โดนใจคนรุ่นใหม่สามารถปั่นเบี่ยงเบนกลบกระแสแย่ ๆ ของฝ่ายการเมืองได้ และถูกผสมโรงรุมถล่มประเทศไทยจากฝ่ายการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังรวมตัวกันสั่นคลอนเสาหลักของชาติในเวลานี้ ดังนั้น ถ้าคนไทยทั้งประเทศรู้เท่าทันไม่ทำตามการออกแบบชักจูงของต่างชาติ บ้านเมืองก็จะไม่วิกฤตแย่ลงไปมากกว่านี้อีก
-&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพดล กรรณิกา, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชาชนหนุนใคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b2485f019d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
