<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชาติ ไม่ปิดประตูหนุนบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ประชาชาติไม่ผูกติดเพื่อไทย&amp;nbsp;เงื่อนไขหนุนบิ๊กตู่คัมแบ็กคือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเกิดขึ้นของ พรรคประชาชาติ ที่แกนนำผู้จัดตั้งพรรค-ว่าที่กรรมการบริหารพรรค เป็นอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทย และหลายคนเป็นอดีต ส.ส.กลุ่มวาดะห์ พรรคไทยรักไทย-อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทำให้มีการมองและวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พรรคประชาชาติเป็นพรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งขึ้นมาตามยุทธศาสตร์การเมืองของเพื่อไทยที่ต้องการให้มีพรรคสาขาไปทำการเมืองและเก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงวิจารณ์ดังกล่าว คนในพรรคประชาชาติ นัจมุดดีน อูมา โฆษกพรรคประชาชาติ อดีต ส.ส.นราธิวาส กลุ่มวาดะห์ ย้ำว่าพรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคนอมินี และไม่ใช่พรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นพรรคการเมืองที่เลือกแนวทางสายกลาง ไม่อยู่กับขั้วใดขั้วหนึ่ง แต่หากพรรคประชาชาติจะไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองไหน หรือขั้วการเมืองใดหลังการเลือกตั้ง ก็จะต้องมาด้วยระบอบประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;-หากมีบางพรรคที่ไม่ใช่เพื่อไทย แต่ได้เสียงรองๆ ลงมาแล้วมีการรวมเสียงกันตั้งรัฐบาล&amp;nbsp; เช่น ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ แล้วได้ ส.ส.เกิน 250 เสียง แล้วมาทาบทามพรรคประชาชาติ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็ต้องดูที่เงื่อนไข ต้องดูว่าเขาจะให้เราทำอะไร หากเป็นเงื่อนไขที่ดูแล้วเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาประเทศชาติ เราก็ต้องมานั่งคุยกันว่าการเชิญชวนนั้นพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ การจะให้ตอบตอนนี้มันยังไกลไป แต่หลักเราคือเราเดินสายกลาง เราคือพรรคสายกลาง ไม่ได้เอียงไปทางซ้ายหรือขวา อันนี้พูดด้วยความจริงใจ แต่หากเขาเป็นรัฐบาล มาด้วยระบอบประชาธิปไตย ถ้าเขามาทาบทามเรา เราก็ต้องดูว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้มีหรือไม่ อย่างให้เราไปดูแลกระทรวงสาธารณสุข ก็อาจเห็นว่าใครไปเป็นก็ได้ หรือกระทรวงพลังงาน เราก็อาจไม่ถนัด อันนี้ผมสมมุติ แต่หากเขาให้เราดูหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ แบบนี้ก็ค่อยว่ากัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-คนมองกันว่าพรรคประชาชาติจะไปทางเดียวกับพรรคเพื่อไทยตลอด?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่ใช่ ยืนยันแน่นอน ไม่ใช่ ชัดเจน จุดยืนพรรคเราชัดเจนคือเราเป็นกลางทางการเมือง พรรคประชาชาติก็คือพรรคประชาชาติ จุดยืนเราคือประชาธิปไตย และจะมาแก้ไขวิกฤติของบ้านเมือง ก็ดูตัวอย่างที่มาเลเซีย กรณี นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด กับอันวาร์ อิบราฮิม ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย แต่ถึงเวลาจะต้องมาแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองก็จับมือกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หากพลเอกประยุทธ์ลงเล่นการเมืองโดยไปอยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วหลังเลือกตั้งมีการจับมือกันของพรรคต่างๆ เช่น พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์&amp;nbsp; รวมพลังประชาชาติไทย แล้วได้เสียงเกิน 250 เช่น 270 เสียง โดยมาชวนพรรคประชาชาติด้วยจะเอาอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็อยู่ในเงื่อนไขที่บอก หากท่านมาจากการเลือกตั้งแล้วได้รับการสนับสนุนจากสภาฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี หากเขามาเชิญให้พรรคประชาชาติไปร่วมรัฐบาล เราก็ต้องมาดูเงื่อนไขว่าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ หากเราดูแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแล้วท่านก็มาด้วยระบอบประชาธิปไตย เราก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว อยู่ที่เงื่อนไข แต่จะให้เราประกาศว่าเราจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ในวันนี้เราทำไม่ได้ เพราะต้องให้ผ่านขั้นตอนนี้ไปก่อน อันนี้ยังไกลเกินไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงว่า แต่ท่าทีของหัวหน้าพรรค นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่พูดตอนประชุมจัดตั้งพรรคเมื่อ 1 ก.ย. ที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช.ในเรื่องต่างๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ การปิดกั้นเสรีภาพ หรือเพราะอันนั้นเป็นเรื่องการทำงานของ คสช. โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวตอบว่า ใช่ มันคนละตอน อันนั้นเป็นยุค คสช. และเป็นการปลุกเร้าสมาชิกว่าจุดยืนของพรรคเราคือแบบนี้ แต่ถ้าพลเอกประยุทธ์มาตามระบอบประชาธิปไตยในอนาคต ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการขับเคลื่อนเพื่อตั้งพรรคต่อจากนี้ หลังมีการประชุมใหญ่ของผู้ร่วมก่อตั้งพรรคที่ปัตตานีเมื่อ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการเลือกนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นหัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นเลขาธิการพรรคว่า ถึงตอนนี้ความเป็นพรรคประชาชาติยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้อยู่ขั้นตอนจัดเตรียมส่งเอกสารยื่นให้สำนักงาน กกต.เพื่อให้ กกต.อนุมัติการจัดตั้งพรรคประชาชาติ ตอนนี้ยังดำเนินกิจกรรมการเมืองอะไรไม่ได้ ต้องรอ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง เมื่อปลดล็อกแล้วก็จะมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การหาสมาชิกพรรค การตั้งสาขาพรรค การเตรียมทำไพรมารีโหวต ซึ่งไม่ว่าสุดท้าย คสช.จะมีการทำไพรมารีโหวตด้วยรูปแบบไหน พรรคประชาชาติก็พร้อม โดยเบื้องต้นพรรคคุยกันว่าจะส่งประมาณ 170 เขต จาก 350เขต แต่ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดที่มี 50 เขต จะส่งครบทุกเขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ที่ กกต.จะกำหนดจำนวน ส.ส.เขตออกมาพบว่า เก้าอี้ ส.ส.ยังคงมีเท่าเดิมคือ 11 ที่นั่ง เหมือนตอนเลือกตั้งปี 2554 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เราต้องการ 1 ล้านเสียงจากทั่วประเทศ ซึ่งหากทำได้ตามเป้า พรรคก็จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้วประมาณ 15 คน โดยเป้าหมายที่วางไว้คือ ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วางไว้ที่น่าจะได้ประมาณ 3 แสนคะแนน ส่วนภาคใต้จังหวัดแถบอันดามัน คือ สตูล กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ระนอง ก็คาดไว้ที่ประมาณ 1 แสน 5 หมื่นคะแนน ส่วนที่พัทลุง สงขลา ตั้งเป้าไว้ที่ 1 แสนคะแนน ส่วนที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ก็ตั้งเป้าไว้ที่ 7 หมื่นคะแนน รวมๆ แล้วก็ตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 6 แสนคะแนน ใน 14 จังหวัดภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนภาคอื่นๆ เช่น ภาคอีสาน ตอนนี้มีคนเห็นด้วยกับนโยบายพรรคเรา แจ้งความจำนงขอลงสมัครประมาณ 40-50 คน เราก็ตั้งเป้า อีสานจะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่&amp;nbsp; 250,000 คะแนน นอกนั้นก็เป็นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร รวมกันประมาณ 400,000-450,000 คะแนน โดยในกรุงเทพมหานคร พรรคจะส่งคนลงสมัคร ส.ส.เขตประมาณ 20 เขต โดยนายวรวีร์ มะกูดี หรือบังยี จะเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ กทม. ที่จะเน้นในเขตเลือกตั้งรอบนอก เช่น ทุ่งครุ หนองจอก มีนบุรี พระโขนง สวนหลวง เพราะในย่านกลางเมืองในกรุงเทพมหานคร เราคงไปเจาะได้ยาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นัจมุดดีน กล่าวต่อไปว่า จากเป้าหมายที่พรรควางไว้ดังกล่าวที่ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา บอกว่าพรรคจะได้ 20 ก็เพราะที่ผู้ร่วมจัดตั้งพรรคประเมินกันว่า เป้าหมาย 1 ล้าน จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 15 ที่นั่ง แต่รวมกับ ส.ส.เขต ก็จะได้ประมาณ 20 ที่นั่ง เพราะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคได้เดินสายพบประชาชนกลุ่มต่างๆ เพื่อไปเชิญชวนผู้มีอุดมการณ์ร่วมกันมาจัดตั้งพรรคประชาชาติ พบว่าได้กระแสตอบรับดีเกินคาด เช่น ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ามีอดีต ส.ส.ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย มีอดีต ส.ว.ปัตตานี ยะลา เห็นด้วยกับแนวทางของพรรค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บางเขตที่เป็นพื้นที่เขตเมือง ก็มีพี่น้องชาวไทยพุทธติดต่อมาต้องการขอลงสมัครในพรรคประชาชาติ ทางพรรคเราก็เปิดโอกาสหมด โดยให้ไปหารือกันเอง เราก็ถามพี่น้องไทยพุทธว่าทำไมสนใจมาลงพรรคประชาชาติ เขาก็บอกว่าเขามีความเชื่อมั่น เพราะเชื่อมั่นในตัวผู้นำพรรค คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อมีตำแหน่งทางการเมืองผ่านตำแหน่งสำคัญๆ เช่น ประธานรัฐสภา รมว.มหาดไทย-คมนาคม-เกษตรฯ และรองนายกฯ ก็ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย เป็นนักการเมืองที่เป็นหน้าตาของคนภาคใต้ เราถึงมั่นใจว่าพรรคจะได้ ส.ส. 15-20 ที่นั่ง หรืออาจได้มากกว่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัจมุดดีน-อดีต ส.ส.นราธิวาส กล่าวถึงกรณีผลการออกเสียงโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตอนทำประชามติเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียงส่วนใหญ่โหวตไม่รับร่าง รธน. ผลประชามติดังกล่าวจะมีผลต่อการหาคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาชาติหรือไม่ ว่า ใน 14 จังหวัดภาคใต้ คะแนนไม่รับร่างมีด้วยกัน 960,000 เสียง ส่วนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีไม่รับร่าง รธน.รวมกัน 450,000 เสียง ทั้งหมดมองว่าคงจะนำมาแปรเป็นคะแนนให้กับพรรคประชาชาติ ตอนเลือกตั้งไม่ได้ แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรา เพราะพรรคประชาชาติต่อสู้บนหนทางประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เชื่อว่า 960,000 เสียง ที่เป็นคนที่หนุนพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีบางส่วน รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา ก็คงมีบ้างในคะแนนโหวตไม่รับร่างดังกล่าว แต่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ น่าจะเป็นเสียงที่จะมาเป็นของพรรคประชาชาติ โดยกลุ่มดังกล่าวชัดเจนคือ ไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งตรงกับเรา ที่พรรคไม่เอาด้วยกับ รธน.ฉบับปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าเราไปเห็นด้วยกับเสื้อแดง แต่เราไม่เห็นด้วยใน 2 เงื่อนไข เพราะในมาตราที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพและศาสนา ที่ปรากฏในมาตรา 37 มันถูกจำกัด รวมถึงเสรีภาพในการศึกษา ตามมาตรา 54 ก็มีข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมเองเคยไปพบตัวแทนฝ่าย กรธ. คือ นายอมร วาณิชวิวัฒน์ ผมก็ไปบอกว่า หลักการดังกล่าวมีปัญหา หากมีการแก้ไขตอนยกร่างตั้งแต่แรก ผมรับได้ แต่เมื่อสุดท้ายที่ประชุม กรธ.เสียงส่วนใหญ่ให้ยืนตามที่เขียนออกมา ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น เมื่อคะแนนโหวตโนไม่รับร่าง รธน.ออกมาดังกล่าว ก็มีผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ที่ตอนนั้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นห่วง ผมก็ไปพบและคุยกับนายกฤษฎา ที่เป็นอดีต ผวจ.ยะลา ที่กระทรวงมหาดไทย ผมก็บอกไปว่าเหตุผลที่คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โหวตไม่รับร่าง จาก&amp;nbsp; 2 ประเด็นข้างต้น ก็เสนอไปว่าอยากให้เสนอหัวหน้า คสช.ให้แก้ไข 2 ประเด็นดังกล่าว เพราะหากไม่แก้จะมีผลทางด้านจิตวิทยามาก ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น ที่อดีตปลัดมหาดไทยไปเสนอหัวหน้า คสช.ต่อมาถึงข้อเป็นห่วงดังกล่าว ก็มีประกาศ คสช.แก้ไขออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป้า 1 ล้านเสียงคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาชาติ ย้ำว่า เป้าหมาย 1 ล้านเสียงเพื่อจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ประมาณ 15 ที่นั่ง พรรคจะทำได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การทำงานของคนในพรรคประชาชาติต่อจากนี้ แต่สำหรับ ส.ส.เขต ใน 3 จังหวัดชายแดนที่มี 11 ที่นั่ง พรรคตั้งเป้าไว้ที่ 5-6 ที่นั่ง โดยสภาพการเมืองในพื้นที่เวลานี้ เช่นที่นราธิวาส ในเขตเลือกตั้งของผม ที่ผ่านมามีการสู้กันของ 3 คนมาตลอด คือผม ตั้งแต่สมัยอยู่ความหวังใหม่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และประชาธิปัตย์ กับกูเฮง ยาวอหะซัน ที่อยู่กับพรรคชาติไทย ฯ และเคยมีข่าวว่าจะไปภูมิใจไทย แต่เมื่อตอนนี้มีการตั้งพรรคประชาชาติ เขาก็มาอยู่ด้วยกัน การที่พวกเรามาตั้งพรรคกันเอง หากเราจะเอาทุกตำแหน่งทุกที่ คนอื่นก็ไม่มาอยู่ด้วยกันกับเรา เราสร้างบ้านให้คนอื่นมาอยู่ด้วย อันไหนที่เสียสละได้ ถ้าถอยได้เราก็ต้องถอย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมก็คุยกับกูเฮง ยาวอหะซัน ก็ถามเขาว่าจะลง ส.ส.เขตหรือบัญชีรายชื่อ หากลงบัญชีรายชื่อ อันดับที่เท่าไหร่ในพรรค ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ แต่รับรองไม่ขี้เหร่แน่นอน คุยกันแล้ว เขาก็บอกว่าขอลง ส.ส.เขต เมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็ไปลงบัญชีรายชื่อของพรรคแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภาพรวมในพื้นที่นราธิวาสพบว่า มีพรรคการเมืองเข้าไปทำพื้นที่แล้วหลายพรรค เช่น ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนการแข่งขัน เราก็ต้องรอดูว่าแต่ละพรรคจะส่งใคร ของพรรคก็ให้โอกาสหากจะมีอดีต ส.ส.มาอยู่กับพรรค แต่หากเขาไม่มา เราก็จัดคนลงสู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนที่ปัตตานี เดิมเขต 3 อดีต ส.ส. ปี 54 คือ อนุมัติ ซูสารอ ที่เคยอยู่พรรคมาตุภูมิ ขณะที่นิมุคตาร์ วาบา อดีต ส.ส.ปัตตานี ก็อยู่พรรคภูมิใจไทย 2 คนนี้สู้กันเอง ก็แพ้กันแค่หลักพัน แต่วันนี้ทั้ง 2 คนนี้มาอยู่ด้วยกันแล้วที่พรรคประชาชาติ โดยอนุมัติลง ส.ส.เขต และนิมุคตาร์ วาบา ก็ไปขึ้นบัญชีรายชื่อ เท่ากับตอนนี้ก็ 2 เขตแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่ยะลาก็น่าจะได้สัก 2 ที่นั่ง คือเขตของซูการ์โน มะทา อดีต ส.ส.ยะลา ส่วนอีก 2 เขต พรรคก็จะส่งอดีต ส.ว.ยะลา และอดีตรองนายกฯ อบจ. สำหรับจังหวัดปัตตานีก็มี เช่น ในเขต 4 ก็ส่งนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ อดีต ส.ส.ภูมิใจไทย รวมหมด 3 จังหวัด ก็ประมาณ 5 คนแล้ว พรรคถึงเชื่อว่า ส.ส.เขต น่าจะได้ 5-6 คนเป็นอย่างน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่พื้นที่จังหวัดแถบอันดามัน พรรคก็มีการลงพื้นที่แล้ว พบว่ากระแสตอบรับดีมาก ประชาชนในพื้นที่ตื่นตัว เขาบอกว่าไม่เคยมีที่พรรคไหนจะเปิดกว้าง ใครมาก็ได้ เป็นพรรคที่ทุกคนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-คนมองว่าประชาชาติเป็นพรรคสาขาของเพื่อไทย ตั้งขึ้นมาเพื่อเก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์โดยเฉพาะในภาคใต้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่ใช่ เรายืนยันว่าเราเป็นพรรคของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่พรรคนอมินีของใคร หลักการของเรา เราจะสนับสนุนขั้วอำนาจที่มาด้วยระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น หลักการเป็นอย่างนี้ ถ้าใครมาด้วยระบอบประชาธิปไตย เราก็ต้องสนับสนุนคนนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นัจมุดดีน ย้ำต่อว่า พรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาแบบพรรคเฉพาะกิจ เห็นได้จากโครงสร้างพรรค ที่มีทั้งคนรุ่นกลาง และมีคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเยอะ เพราะเราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ แนวทางที่พรรคเราตั้งไว้ก็คือ การเป็นทางสายกลางในท่ามกลางวิกฤติความขัดแย้งและยืนยันในระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตเท่านั้นที่จะมาแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศไทยได้ อย่างที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย วันนี้ไปไกลแล้ว เพราะเขามีการเลือกตั้งทุกระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-โมเดลที่มาเลเซียก็อาจเกิดขึ้นได้กับการเลือกตั้งที่ไทย? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็อาจเกิดขึ้นได้ในรอบนี้ และวันนี้กระแสการเปลี่ยนแปลงที่มาเลเซียมีผลอิทธิพลสูงมากในภาคใต้วันนี้ทั้งภาคใต้ซีกอันดามันและในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนกระบี่ ภูเก็ต พังงา สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นที่มาเลเซียมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกรณีเสียงสนับสนุนของคนในพรรคที่เลือก พ.ต.อ.ทวี มาเป็นเลขาธิการพรรคว่า คนชอบพูดกันว่าพรรคประชาชาติเป็นพรรคของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นพรรคที่จะไปเน้นคนที่นับถือศาสนาอิสลาม อันนี้เป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชาติไม่ใช่พรรคของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และก็ไม่ได้เป็นพรรคที่เน้นเฉพาะคนที่นับถือศานาอิสลาม พ.ต.อ.ทวีเป็นไทยพุทธ และเป็นข้าราชการ 1 ใน 2 คน ที่คนมุสลิมให้การนับถือ อีกคนคือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลองถามคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนที่ชาวบ้านเอ่ยชื่อถึงก็จะมี 2 คนนี้ พลเอกชวลิต กับ พ.ต.อ.ทวี นี่คือเรื่องจริง เพราะแก้ปัญหาโดนใจชาวบ้าน พ.ต.อ.ทวีก็เสียสละ เพราะยังเหลือชีวิตราชการอีก 2 ปีกว่า ก็ยอมลาออกเพื่อมาทำงานตรงนี้ เป็นไปตามแรงเชียร์ของประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมทำโพลถามประชาชนว่า สมควรมีการตั้งพรรคการเมืองหรือไม่ ผลโพล 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยให้ตั้งพรรคการเมือง และเมื่อถามต่อไปว่า ผู้นำพรรคควรมีใครบ้าง ชื่อที่ตอบมาก็มีชื่อท่านวันนอร์ ชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อยู่ในอันดับต้นๆ มาตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา ตอนเริ่มตั้งพรรคประชาชาติ คนในพรรคก็มีการเดินทางไปพบพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่บ้านพัก เพื่อคุยกันเรื่องนี้ โดยพลเอกชวลิตก็ให้กำลังใจ แต่ท่านอายุ 86 ปีแล้ว ก็ไม่ได้สะดวกที่จะมาทำตรงนี้แล้ว เราก็ไปเยี่ยมไปพบท่าน ในฐานะอดีตลูกพรรคเก่าตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ ท่านก็ให้กำลังใจ และเชื่อว่าในการทำงานของพรรคประชาชาติ ก็คงได้อาศัยคำแนะนำจากท่านพลเอกชวลิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นัจมุดดีน-โฆษกพรรคประชาชาติ ยังประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า ดูจากท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบันที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้วประกาศโรดแมปการเลือกตั้งออกมาชัดเจน คือ 24 ก.พ.2562 แล้วก็มีความพยายามในด้านต่างๆ เช่น การเตรียมกำหนดแบ่งเขตเลือกตั้ง ก็เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็เชื่อว่าเมื่อ กกต.มีหลักคิดแบบนี้ ก็น่าจะทำให้ กกต.ชุดปัจจุบันเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้ แต่ขออย่างเดียว ทางรัฐอย่าไปใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคใดพรรคหนึ่ง ควรให้ทุกพรรคการเมืองมีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบได้ โดยต่อจากนี้ต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้ว การปลดล็อก การทำไพรมารีโหวตจะออกมาอย่างไร โดยระบบดังกล่าวมองว่า ทุกพรรคการเมืองก็ต้องเจอปัญหาเหมือนกันหมด ก็คงมีการคลายล็อกในส่วนนี้ ส่วนเลือกตั้งเสร็จแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีความวุ่นวายอะไร เพราะวันนี้กลุ่มการเมืองต่างๆ เช่น กปปส., นปช. ต่างก็เบาบางไปมากแล้ว อีกทั้งต่างก็ได้รับบทเรียนความสูญเสียเชื่อว่า 4 ปีกว่าที่ผ่านมา บทเรียน ประสบการณ์จะเป็นหลักยึดได้ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหลังจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เร่งฟื้นฟูสัมพันธ์ ไทย-ซาอุฯ&amp;nbsp;เลือกตั้งผู้ว่าฯ จังหวัดใหญ่-ผอ.เขต กทม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัจมุดดีน อูมา-โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวถึงนโยบายของพรรคประชาชาติที่จะใช้ในการหาเสียงว่า หลักๆ ก็มีหลายเรื่องแบ่งเป็นทั้งนโยบายพื้นฐานและนโยบายรวม อย่างนโยบายพื้นฐานก็เน้นเรื่องการยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยจะเน้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เป็นประชาธิปไตย และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและเปิดโอกาสให้สมาชิก ร่วมกันกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาการเมืองการปกครอง พรรคจะเน้นการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม ที่เน้นการเคารพความแตกต่างในชาติพันธุ์ และลดปัญหาความขัดแย้งด้วยหลักยุติธรรมและสันติวิธี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนโยบายรวมก็มีหลายด้าน เช่น การบริหารและการปกครอง พรรคจะเน้นการกระจายอำนาจจากราชการส่วนกลางไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ โดยพัฒนาให้ อปท.เป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการสาธารณะและการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีความพร้อมที่จะกำหนดให้เป็นพื้นที่รูปแบบการปกครองพิเศษ เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา&amp;nbsp; ภูเก็ต ขอนแก่น และจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงท้องถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ เราก็จะส่งเสริมให้มีการปกครองในรูปแบบพิเศษภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งของผู้บริหาร กทม.ตั้งแต่ระดับเขต คือให้มีการเลือกตั้ง ผอ.เขตต่างๆ ใน กทม.โดยประชาชนเช่นเดียวกับผู้ว่าฯ กทม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เขตปกครองพิเศษพรรคเน้นว่า หลักการปกครองตนเองที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ โดยให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ก็คือเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ตอาจจะเหมือนกัน แต่พอลงไปดูในพื้นที่สามจังหวัด เป็นพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งในความรู้สึก เราก็ต้องไปถามประชาชนว่าเขาต้องการแบบไหน ภูเก็ตอาจเหมือน กทม.ก็ได้ ก็อาจเลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง เพราะเขาพร้อมอยู่แล้ว แต่เราเน้นว่าต้องอยู่ใต้กรอบรัฐธรรมนูญ เพราะพูดตรงๆ เรื่องนี้ ดูแค่ที่อินโดนีเซียที่เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ที่ผ่านมา ทำให้โลกตะลึงว่าประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก 250 ล้านคน จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้ดี ผมไปอินโดนีเซียเห็นมีการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นจำนวนมาก ก็พบว่ามีการเลือกตั้งตั้งแต่ระดับนายอำเภอจนถึงผู้ว่าฯ ส่วนที่มาเลเซียซึ่งระบบของเขามีมุขมนตรี โดยแต่ละรัฐจะมีนักการเมืองท้องถิ่นคล้ายๆ กับ ส.จ.ของไทย ที่หากรวมกันแล้วพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก ก็จะไปตั้งคนคนหนึ่งเป็นมุขมนตรีของรัฐนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แนวทางของพรรคประชาชาติไม่ใช่การยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค แต่ให้ใช้กับจังหวัดที่มีความพร้อม เช่นความพร้อมของรายได้ ความพร้อมของประชาชน เชียงใหม่, โคราช, ขอนแก่น, ภูเก็ต และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกรุงเทพฯ ที่พรรคเสนอให้เลือกตั้งตั้งแต่ระดับ ผอ.เขต แต่พวก ส.ก.และ ส.ข.ก็ยังให้มีอยู่ต่อไป เพราะ ผอ.เขตทุกวันนี้มีการโยกย้ายตลอด โดยที่เขตต่างๆ ใน กทม.มีสภาพแตกต่างจากอำเภอในต่างจังหวัดที่ใช้ระบบนายอำเภอ แต่ ผอ.เขตถือเป็นฝ่ายบริหาร แต่การเป็นข้าราชการมีข้อจำกัดมาก เราก็เสนอให้เลือกตั้ง ผอ.เขต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีกหนึ่งแนวนโยบายที่น่าสนใจก็คือ นโยบายจะเร่งฟื้นฟูและปรับความสัมพันธ์ทวิภาคีของไทยกับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียให้กลับสู่สภาพเดิม ประเด็นดังกล่าว โฆษกพรรคประชาชาติ เน้นย้ำนโยบายเรื่องนี้ว่าพรรคให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าในประเทศไทยหัวหน้าพรรคประชาชาติมีศักยภาพที่จะทำสิ่งนี้ได้ เพราะท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา นอกจากเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแล้วยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรสันนิบาตมุสลิมโลก ที่ผ่านมาที่มีปัญหาคือกรณีเพชรซาอุฯ แต่ก็ยังไม่หนักเท่าเรื่องการฆ่านักการทูตซาอุดีอาระเบียที่เป็นเรื่องใหญ่ แล้วยังมีไปโกหกเขาอีก เรื่องนี้สมัย พ.ต.อ.ทวี&amp;nbsp; สอดส่อง เลขาธิการพรรคอยู่กระทรวงยุติธรรม ก็มีความพยายามจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ โดยให้นายวรวีร์ มะกูดี นำทีมฟุตบอลไทยไปแข่งที่ซาอุดีอาระเบีย แล้วก็นำเด็กไทยที่เรียนที่ซาอุฯ มาเตะบอล เป็นการใช้กีฬาเข้ามา หากพรรคประชาชาติได้เป็นรัฐบาลก็เชื่อว่าจากการที่พรรคมีบุคลากรอย่างอาจารย์วันนอร์, พ.ต.อ.ทวี และนายวรวีร์ สามคนนี้จะทำได้มากกว่าพรรคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนผ่านการสร้างความสัมพันธ์ การพูดคุย เราต้องไปพูดตรงไปตรงมากับเขา ว่าขอโทษในสิ่งที่ผิดพลาดไปทั้งหมด ใครจะทำผิดพลาดอะไรไปเราไม่รู้ แต่เราจะไปขอโทษแทนเขา เพราะที่ผ่านมาแรงงานไทยไปทำงานที่ซาอุฯ ร่วม 3-4 แสนคน แล้วซาอุดีอาระเบียต้องการแรงงานไทย วันนี้คนงานฟิลิปปินส์ไปทำงานที่ซาอุฯ ร่วมเจ็ดแสนคน แต่แรงงานไทยไปไม่ได้ แม้ช่วงหลังความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุฯ จะดีขึ้นบ้างเล็กน้อย เช่นสายการบินของซาอุฯ เริ่มรับส่งคนไปประกอบพิธีฮัจญ์แล้ว หลังจากที่ห่างหายไปร่วมยี่สิบปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยุติธรรมทางเลือก-เจรจาผู้เห็นต่าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และในฐานะที่เป็นพรรคที่มีอดีต ส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมเป็นแกนนำจัดตั้งพรรคประชาชาติ สิ่งที่หลายคนอยากรู้กันก็คือ แล้วพรรคประชาชาติจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร เรื่องนี้ นัจมุดดีน อูมา-อดีต ส.ส.นราธิวาส กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวอยู่ในนโยบายการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศที่มีสองด้าน ด้านแรกคือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นภาพใหญ่ของประเทศ เราขอประกาศว่าเราเป็นกลางทางการเมือง เราไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่งที่มีความขัดแย้ง เราจะฟื้นฟูสถาบันและกลไกในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะพรรคการเมือง รัฐสภาให้กลับมาทำหน้าที่ในการคลี่คลายวิกฤติของประเทศบนพื้นฐานของความเป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และเรื่องที่สองเป็นเรื่องนโยบายการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคมีนโยบายหลักในเรื่องนี้ 6 ด้านใหญ่ๆ เช่น 1.ให้ยุติธรรมความไม่สงบที่เกิดขึ้นโดยเร็ว 2.ขจัดความรู้สึกหวาดระแวง อคติ และความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน 3.ลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;4.ปฏิรูปและปรับปรุงกฎหมายพิเศษที่ใช้บังคับในพื้นที่ เช่น พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้ประชาชนและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายในหมู่บ้าน และสังคมเมืองให้ใช้กำลังตำรวจและพลเรือนดูแลความสงบและความปลอดภัย ตามอำนาจหน้าที่ 5.เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและการอำนวยความเป็นธรรม 6.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเรือนจำ ทัณฑสถาน ให้เหมาะสมกับพื้นที่ตามหลักปฏิบัติทางศาสนา อาทิ ให้ผู้ต้องขังสามารถปฏิบัติภารกิจและการแต่งกาย&amp;nbsp; การจัดอาหารให้ด้วยความเป็นธรรมภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ การแก้ปัญหาภาคใต้จะต้องมีนโยบายด้านอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การศึกษา การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พรรคจะชูแนวทางสันติวิธี การพูดคุยกับผู้เห็นต่าง แสวงหาทางออกโดยใช้หลักสันติวิธี หลักการมีส่วนร่วมเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะเราก็ต้องพูดตรงไปตรงมาว่าหากเราไม่เปิดใจกว้าง โอกาสที่จะแสวงหาความจริงคงยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้จะสนับสนุนแนวทางยุติธรรมทางเลือก เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเราใช้กระบวนการปกติจะไปแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จไม่ได้ เพราะเป็นที่ระบบ กฎหมาย อย่างโครงการพาคนกลับบ้านถามว่าดีหรือไม่-ก็ดี แต่เราจะส่งเสริมให้ดีกว่านี้ คนมาเข้าร่วมกับโครงการพาคนกลับบ้าน แต่เขามีคดีอยู่จะทำอย่างไร หากเราใช้ยุติธรรมปกติแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องใช้ยุติธรรมทางเลือก&amp;nbsp; เช่นในกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจการสั่งคดีของอัยการ ที่มีการเขียนไว้ว่าสามารถยุติคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -แนวทางการพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ เช่น มาราปาตานี และตอนนี้รัฐบาล คสช.ก็กำลังทำ ทางพรรคจะทำอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราจะสานต่ออยู่แล้ว ส่วนจะเข้มข้นแค่ไหนก็อยู่ที่โอกาสที่เราจะได้รับจากประชาชน ผมเชื่อว่า ความเชื่อมั่นที่เราเคยทำในอดีต เป็นสัญญาประการหนึ่งอย่าง พ.ต.อ.ทวี ที่เคยเป็นอดีตเลขาธิการ ศอ.บต.มาร่วมสองปีกว่า คนเห็นหน้า พ.ต.อ.ทวีก็รู้ว่าคือสันติภาพสันติวิธี เราไม่ได้ใช้หลักความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา กฎหมายบางฉบับที่มีปัญหาเราก็ต้องทบทวน อย่างกฎหมายเรื่องการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ ก็ควรต้องใช้คนในพื้นที่เป็นหลัก ส่วนพวกกฎอัยการศึก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ต้องมาดูกันว่ากฎหมายเหล่านี้ส่วนไหนบ้างที่เป็นอุปสรรค ก็ต้องมาคุยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องปัญหาความมั่นคง เราก็ต้องฟังความเห็นของฝ่ายความมั่นคงประกอบอยู่แล้วในการแก้ไขปัญหา แต่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอความเห็นด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพราะทุกวันนี้โอกาสที่ประชาชนจะได้เข้ามานำเสนอความเห็นและนำไปสู่การปฏิบัติยังมีน้อย&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้ที่อยู่ในยุค คสช. สถิติการก่อเหตุลดลง เราไม่ปฏิเสธ แต่ปัญหาความรู้สึกลึกๆ ก็ยังมีอยู่ สิ่งที่ คสช.ทำดีเราก็ต้องสนับสนุน อย่างเรื่องแนวทางการพูดคุย ก็เริ่มสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มายุค คสช.ก็ยังมีการสานต่อ ซึ่งหากพรรคมีอำนาจเราก็พร้อมจะทำต่อไป สานต่อไป ก็เชื่อว่าหากพรรคประชาชาติได้มีโอกาสเป็นรัฐบาลปัญหาในพื้นที่จะดีขึ้น เพราะวันนี้ประชาชนส่วนหนึ่งยังมีความหวาดระแวงและรัฐเองก็ยังมีอคติกับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยสถานการณ์ในพื้นที่เวลานี้ประชาชนก็มีความลำบาก ไม่ใช่ว่าเรามาด่าเล่นๆ คนไม่มีเงินจริงๆ&amp;nbsp; คนใต้อยู่ด้วยยางพารา ผลิตผลการเกษตร ปาล์มน้ำมัน ถ้าพืชเศรษฐกิจราคาตกต่ำ คนก็ไม่มีเงิน โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การท่องเที่ยวก็แย่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้พรรคก็มีแนวนโยบายด้านอื่นๆ เช่น ด้านต่างประเทศที่เน้นสามด้าน เช่น จะเน้นการสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศในเขตวัฒนธรรมเดียวกัน เช่นเขตวัฒนธรรมลายู ที่ประกอบไปด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ รวมถึงกลุ่มประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง คือ ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา และจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับนโยบายด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เราจะปรับปรุงและยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็นไม่สอดคล้องกับสภาพของบ้านเมือง โดยให้มีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อพัฒนาและปฏิรูปกฎหมาย เช่น ส่งเสริมให้มีสำนักงานกฤษฎีกาประจำจังหวัดหรือท้องถิ่นบางแห่งที่มีความจำเป็น และให้มีการปฏิรูปองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีตัวแทนจากภาควิชาชีพและมีความยึดโยงกับประชาชน และเห็นว่าควรปรับปรุงและพัฒนากระบวนการยุติธรรม เช่น ตำรวจ อัยการ ศาล กรมราชทัณฑ์ กรมบังคับคดีเพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่ด้านเศรษฐกิจก็จะให้มีการยกเลิกกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ปฏิรูปสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชนที่มีรายได้และกำไรที่มากเกินควร-จัดให้มีสาธารณสุขและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน-ส่งเสริมการค้าขายตามแนวชายแดน และพัฒนาระบบเศรษฐกิจตามฐานคุณธรรม โดยส่งเสริมการสร้างกองทุนสวัสดิการเพื่อสังคมในระดับหมู่บ้านและชุมชน และให้ดำเนินงานอย่างเสมอภาค โดยเน้นหนึ่งอำเภอ หนึ่งอุตสาหกรรม ขณะที่เรื่องที่ดินจะให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยให้มีการปฏิรูปที่ดิน แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในเรื่องที่ดินทำกิน ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพดินและสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน-ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานให้คุ้มค่าและยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนด้านสังคมก็มีนโยบาย อาทิ ด้านการศึกษา เน้นเรื่องสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานและเสรีภาพส่วนบุคคล และสนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและการให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย จะส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจสถานศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะการพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; จัดตั้งกองทุนเพื่อการกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เสมอภาคและเป็นธรรม ในกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีรูปแบบการศึกษาเป็นแบบพิเศษ จะส่งเสริมและสนับสนุนให้มีค่าตอบแทนครูสอนศาสนาในทุกศาสนา ส่วนกลุ่มสตรี เราจะส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรมระหว่างเพศ และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ&amp;nbsp; จะให้มีสถาบันพัฒนาสตรี ครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น และให้เพิ่มศักยภาพกองทุนพัฒนาสตรีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่นโยบายด้านศาสนา พรรคจะส่งเสริมและสนับสนุนศาสนาทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน เน้นความเป็นพหุวัฒนธรรมในทางศาสนาและจิตวิญญาณ กรณีศาสนาอิสลาม กรรมการอิสลามประจำมัสยิดและกรรมการประจำจังหวัด ตลอดจนบุคลากรอื่นๆ จะส่งเสริมสนับสนุนให้มีกิจกรรมข้ามวัฒนธรรมระหว่างศาสนิก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และจะปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล ในกรณีการวินิจฉัยชี้ขาดกรณีคดีแพ่งเกี่ยวกับครอบครัวและมรดก เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามด้วยกัน เช่นหากเป็นคดีมรดก ถ้าคนนับถือศาสนาอิสลามมีข้อพิพาทระหว่างกัน เราจะใช้หลักกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก แต่หากคู่พิพาทคนหนึ่งเป็นพุทธและอีกฝ่ายเป็นอิสลามจะใช้หลักนี้ไม่ได้ ต้องเฉพาะที่คู่กรณีนับถือศาสนาอิสลามแล้วมีข้อขัดแย้งกันต้องใช้หลักทางกฎหมายอิสลาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยกตัวอย่างหากเป็นเรื่อง มรดก ฝ่ายชายสองส่วน ผู้หญิงหนึ่งส่วน หากหย่าร้าง หลักของศาสนาอิสลามบอกว่าถ้าสามีพูดว่าฉันหย่าภรรยาแล้ว มีพยานสองคนได้ยินถือว่าใช้ได้ แต่ถ้ากฎหมายไทย-ไม่ได้ ต้องไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ ซึ่งคนเรียกร้องมากเรื่องนี้ เราก็บอกว่าหากเรามีโอกาสในอนาคต&amp;nbsp; เราก็จะขยายฐานกฎหมายนี้ในเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีคนมุสลิมอยู่มาก เช่น นนทบุรี หากเขาอยากให้ใช้หลักนี้ด้วยเราก็จะขยายให้ แต่หากเขาไม่อยากได้ก็ไม่ต้อง เพราะคนนครศรีธรรมราชถามผมว่า กฎหมายแพ่งครอบครองมรดกจะขยายมาที่นครศรีธรรมราชได้เมื่อใด ผมก็บอกว่าผมขยายให้ไม่ได้ ต้องออกเป็นกฎหมาย เลยนำเรื่องนี้มาเป็นนโยบายพรรคด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้านนโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็จะสนับสนุนการปฏิรูปกฎหมายที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติจัดให้มีแผนการบริหารทรัพยากรน้ำ และจะให้มีการปฏิรูปกฎหมายประมงให้เป็นธรรม ปรับปรุงเรื่องการประมงเพื่อการพาณิชย์ให้มีความยั่งยืน เป็นต้น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:108.0pt&quot;&gt;โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.......................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17109</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัจมุดดีน อูมา, ประชาชาติไม่ปิดประตูหนุนบิ๊กตู่, แทบลอยด์, โฆษกพรรคประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180908/image_big_5b93d1a969050.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
