<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;สวนเจ็บ&#039;ณัฐวุฒิบัวใต้น้ำ&#039;แยกไม่ออกเผด็จการกับปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังเป็นบัวใต้น้ำ ที่พูดว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยพูดชัดๆว่า จะไม่ร่วมมือกับคสช.สนับสนุนนายกฯคนนอก น่าสนใจว่าอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์คือร่วมทอดอำนาจเผด็จการหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งความจริงช่วงนี้ ตนจำศีลไม่อยากพูดอะไรให้บรรยากาศมันร้อนขึ้นมานั่งดูบรรยากาศพรรคการเมืองใหม่ๆเขาไปจดทะเบียน พอครึ้มอกครึ้มใจ แต่พอนายณัฐวุฒิแขวะมาถึงอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องเลิกจำศีลชั่วคราว มาสนทนาธรรมกับณัฐวุฒิ หน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ณัฐวุฒิ เข้าใจหรือว่า เผด็จการคืออะไร เผด็จการมีทั้งในสภา และ นอกสภา แน่นอนทหารที่มาจากการยึดอำนาจเป็นเผด็จการ แต่ผู้มาจากการเลือกตั้งก็เป็นเผด็จการได้เหมือนกันนะครับ ฮิตเล่อร์ นั่นปะไร มาจากการเลือกตั้งเหมือนกันแต่เป็นเผด็จการจนนำโลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ไม่ยอมรับฟังเสียงข้างน้อย ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ใช้เสียงข้างมากเพื่อประโยชน์ของตนเองและครอบครัว จนติดคุกกันเป็นแถว อยู่ในเรือนจำจนกลายเป็นเสียงข้างมากในเรือนจำไปแล้ว นั่นก็เป็นเผด็จการนะครับ เขาเรียกว่าเป็นเผด็จการพลเรือน เผด็จการพลเรือนแบบนั้นอยู่ใต้ขนตาของณัฐวุฒิแท้ๆ ไม่รู้จักเลยหรือครับ อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศเมื่อ 6 เมษายน 2489 เราต่อต้านทั้งเผด็จการในสภาและนอกสภา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ &amp;nbsp;ระบุว่าเราจึงประกาศว่า หลังเลือกตั้งเราสนับสนุนหัวหน้าพรรคของเราเป็นนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิอย่าห่วงพรรคประชาธิปัตย์เลย ว่าแต่ว่าณัฐวุฒิหาหัวหน้าพรรคของตัวเองให้เจอก่อนเถอะ ค่อยมาแขวะพรรคอื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จนถึงวันนี้แล้ว ยังแยกไม่ออกว่าอย่างไหนคือเผด็จการ อย่างไหนคือประชาธิปไตย แบบนี้ เปรียบเหมือนบัวใต้น้ำ ได้แต่เป็นอาหารของปลาและเต่าไปวันๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายกฯคนนอก, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., ประชาธิไตย, เผด็จการ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa08d730cf4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2018 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!แค่ 3.3%มองประชาธิไตยคือการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.61 - สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,113 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึง ความรู้ประชาชนต่อ ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิดให้คนตอบตอบเอง พบว่า ประชาชนจำนวนมากกว่า 1 ใน 3 หรือ 36.6% ระบุ ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ตอบ รองลงมาคือ 19.5% ระบุ ประชาธิปไตยคือ ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ 18.8% ระบุประชาธิปไตย คือ อิสระในการคิดการพูด &amp;nbsp;13.5% ระบุประชาธิปไตยคือ ฟังเสียงคนข้างมาก &amp;nbsp;6.9% ระบุประชาธิปไตยคือ ประชาชนรักสามัคคีกัน มีส่วนร่วม ในขณะที่เพียง 3.3% ระบุประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง และ 1.4% ระบุประชาธิปไตยเป็นเรื่องผลประโยชน์ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความชอบต่อประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้หรือเป็นแบบใด พบว่า จำนวนมากหรือ 41.3% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ &amp;nbsp;58.7% ต้องการประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน และบางส่วนระบุแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้นกว่านี้ เป็นต้น และเมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า หญิง 42.2% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ ในขณะที่ชายมีอยู่ 40.3% แต่ในกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน หรือแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้น นั้น ชายมีอยู่ 59.7% ส่วนหญิง 57.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่น่าสนใจคือ คนการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 45.9% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่คนการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไปมีอยู่ 36% ในขณะที่ คนการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 54.1% เทียบกับ คนการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป 64% ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน หรือแบบไหนไม่รู้แต่ขอให้ดีขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3343</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดขวางการเลือกตั้ง, ซูเปอร์โพล, ประชาธิไตย, พอเพียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a88e4cbd1dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
