<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยี้ประชามติรธน./โพลอัดไอลอว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เสียงยี้แนวคิด &amp;ldquo;สภาสูง&amp;rdquo; ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุซื้อเวลากฎหมายประชามติยังเป็นวุ้น &amp;ldquo;ซูเปอร์โพล&amp;rdquo; เผยผลสำรวจชัด คนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยรับเงินฝรั่งแก้ไขกฎหมายสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 22 พ.ย. มีความต่อเนื่องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเฉพาะแนวคิดของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในการทำประชามติก่อนแก้ไข โดยนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย เพราะขณะนี้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาเนื้อหาแล้ว ควรต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนที่มีบุคคลเตรียมเสนอเรื่องให้ทำประชามติหรือเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย
เมื่อถามถึงการนัดประชุม กมธ.ในวันที่ 24 พ.ย. โดยจะมีการเสนอชื่อนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน กมธ.นั้น นายนิกรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะหารือกันอีกครั้งวันที่ 23 พ.ย.นี้ ส่วนกรณีพรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ชิงตำแหน่งประธานนั้น ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้าทำตามแนวคิด ส.ว. อาจต้องทำประชามติถึง 3 รอบด้วยกัน คือ 1.จากที่ ส.ว. 72 คนจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังผ่านวาระแรก 2.การทำประชามติหลังผ่านวาระที่ 3 และ 3.หลังสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็นำมาทำประชามติถามรายมาตรา ซึ่งดูมากเกินไป ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น เพราะรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กำหนดไว้
เมื่อถามว่า หาก ส.ว.จับมือกับฟากรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว เสียงฝ่ายค้านก็ไม่พอจะคัดค้าน นายประเสริฐกล่าวว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการซื้อเวลา ซึ่งจะยิ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลานานเข้าไปอีก นอกจากนี้ กฎหมายประชามติก็ยังไม่มี รัฐบาลยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาทั้งที่ควรเสนอตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 แล้ว หลายอย่างจะทำให้บรรยากาศและสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะ กมธ.พิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับเพิ่มเติม กล่าวเช่นกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้มีการอภิปรายในสภามาแล้วหลายครั้ง ใช้เวลาเป็นเดือนๆ แล้วจนสมาชิกรัฐสภามีมติให้แก้ไข ดังนั้นสภาควรเร่งแก้ไข การเสนอทำประชามติจึงเหมือนเป็นการเตะถ่วง ซื้อเวลา แสดงถึงความไม่จริงใจในการแก้ไข และวันนี้พระราชบัญญัติประชามติก็ยังไม่มีเลย กมธ.ควรเร่งดำเนินการโดยเร็ว
&amp;ldquo;คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงมีเพียง ส.ว.บางคนเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว
วันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจในหัวข้อเรื่อง ฝรั่งท่อน้ำเลี้ยงไอลอว์ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,824 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงการรับรู้ข่าวนายจอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาทเกิดวิกฤติเศรษฐกิจไทย และเข้าครอบครองผลประโยชน์ชาติของไทย พบว่า 70.2% ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยทราบข่าว ในขณะที่ 29.8% เคยได้ยินเคยทราบ และเมื่อถามถึงความเชื่อและความเห็นเกี่ยวกับฝรั่งหนุนหลังม็อบและไอลอว์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 97.3% ระบุรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ เอาข้อมูลความจริง แสดงเส้นทางการเงินจากฝรั่งถึงไอลอว์และเครือข่ายให้คนทั้งประเทศรู้ รองลงมาคือ 94.8% เชื่อว่ามีขบวนการชักศึกเข้าบ้าน เคลื่อนไหวปั่นกระแส ทำคนไทยแตกแยก ในขณะที่ 94.7% ระบุไม่สบายใจต่อข่าวไอลอว์รับเงินจากฝรั่งเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญแตะต้องสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่ 93.5% ระบุกลุ่มทุนฝรั่งจ้องจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ชาติ หลังคนไทยแตกแยกและสูญเสีย และ 91.5% ระบุเชื่อว่ามีกลุ่มทุนฝรั่งสนับสนุนไอลอว์แก้รัฐธรรมนูญ
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 98.3% ระบุทุกจังหวัดควรรณรงค์ทำกิจกรรมต่อเนื่อง ชูประเด็นรู้ รัก สามัคคี ปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน ปกป้องสถาบันหลักของชาติ รองลงมา 97.3% ระบุเอาผิดตามกฎหมาย จัดการขบวนการรับเงินฝรั่งปลุกปั่นแตกแยก,&amp;nbsp; 96.5% ระบุกังวลรัฐบาลปล่อยปละละเลยความแตกแยกของคนในชาติกระจายไปพื้นที่ต่างๆ จนยากจะควบคุม ในขณะที่ 96.1% ระบุรัฐบาลและหน่วยงานรัฐควรใส่ใจตอบสนองความต้องการที่ดีของกลุ่มย่อย ๆ ในม็อบอย่างเร่งด่วน และ 93% ระบุสื่อมวลชนควรช่วยกันเสริมสร้างความสงบสุขในบ้านเมือง
&amp;ldquo;คนส่วนใหญ่ไม่สบายใจต่อข่าวฝรั่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ไอลอว์ เคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญที่อาจจะนำไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติและเกิดการสูญเสีย เพราะมีขบวนการจะแก้ในหมวดเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ และที่น่าเป็นห่วงคือ หลังความแตกแยกลุกลามปานปลายและการสูญเสีย กลุ่มทุนต่างชาติจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ชาติไปในห้วงเวลาที่คนไทยทั้งชาติอ่อนแอ&amp;rdquo; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชามติรัฐธรรมนูญ, รับเงินฝรั่งแก้ไขกฎหมายสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba7c8eea7eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คำนูณ&#039;ยกบทบาทส.ว.เร่งรัดปฏิรูปประเทศ-ชี้ขาดร่างกม.ที่จะทำให้คนผิดไม่ต้องรับโทษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ค.62-นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn เรื่อง &amp;#39;250 ส.ว.&amp;#39; มีเนื้อหาดังนี้
หน้าที่และอำนาจในระยะเปลี่ยนผ่านของสมาชิกวุฒิสภาชุดบทเฉพาะกาล
__________________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญจำนวนทั้งสิ้น 250 คนจาก 3 ประเภทเป็น &amp;#39;ผู้แทนปวงชนชาวไทย&amp;#39; เช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คนจาก 2 ประเภท มีหน้าที่ต้องปฏิบัติและมีอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทั้งในบททั่วไปและบทเฉพาะกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจตามบทเฉพาะกาลเป็นหน้าที่พิเศษที่ได้รับการบัญญัติเพิ่มขึ้นเพื่อให้วุฒิสภาเป็นหนึ่งในกลไกป้องกันไม่ให้บ้านเมืองกลับไปสู่วิกฤตทางการเมืองเดิมก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง หน้าที่ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนี้ตามมาภายหลัง โดยเป็นผลมาจากผลการออกเสียงประชามติใน &amp;#39;คำถามเพิ่มเติม&amp;#39; ของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ทำให้ต้องมีกระบวนการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกมีหน้าที่หลักเฉพาะกาลอยู่ก่อนหน้าแล้วถึง 3 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 1 ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 2 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตั้งแต่ต้นในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แทนที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้เสร็จก่อนแล้วจึงค่อยส่งมาที่วุฒิสภาเหมือนร่างกฎหมายทั่วไปที่เคยเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ 3 ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญเฉพาะบางลักษณะซึ่งสภาใดสภาหนึ่งยับยั้งไว้และพ้นกำหนดเวลา 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีที่เป็นร่างกฎหมายการเงิน แทนที่จะให้เป็นอำนาจเต็มของสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะประการที่ 1 และ 2 นี่คือเอกลักษณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศที่มีกำหนดไว้โดยเฉพาะให้ทุกรัฐบาลที่เข้ามาต้องดำเนินการปฏิรูปประเทศตามแผนปฏิรูปประเทศรวม 12 ด้าน โดยในปัจจุบันแผน 10 ด้านแล้วเสร็จและประกาศราชกิจจานุเบกษาไปแล้วกว่า 1 ปี ส่วนอีก 2 ด้านคือด้านการศึกษาและด้านตำรวจนั้นตัวร่างกฎหมายหลักเสร็จแล้วในชั้นกฤษฎีกา ทั้งหมดเหลือแต่การทำตามแผน สมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลนี้ได้รับการออกแบบไว้ให้เป็นคล้าย ๆ &amp;#39;องครักษ์พิทักษ์การปฎิรูปประเทศ&amp;#39; ทั้งติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบ และอาจถึงการมีส่วนในกระบวนการกล่าวโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม รวมทั้งเข้าร่วมในกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายตามแผนปฏิรูปประเทศผ่านช่องทางพิเศษโดยร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพราะการปฎิรูปประเทศคือการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศที่สมุฏฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประการที่ 3 นี่ก็สำคัญมากเช่นกัน แต่แทบไม่ค่อยได้รับการพูดถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญที่จะมีส่วนช่วยระงับวิกฤตในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นก่อน 22 พฤษภาคม 2557 ได้ หากจะเกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือโดยปกติแล้วเมื่อร่างกฎหมายใดถูกยับยั้ง ไม่ว่าเพราะวุฒิสภาไม่เห็นด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาหรือของคณะกรรมาธิการร่วม โดยปกติแล้วร่างกฎหมายนั้นยังคงอยู่ ไม่ตกไป เพียงแค่อยู่ระหว่างถูกยับยั้งเท่านั้น เพราะเมื่อพ้น 180 วัน หรือ 10 วันในกรณีเป็นร่างกฎหมายการเงิน สภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียวสามารถหยิบยกกลับขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ทันที และมีมติชี้ขาดได้โดยไม่ต้องฟังเสียงวุฒิสภาอีก พูดภาษาชาวบ้านคือร่างกฎหมายปัญหายังไม่ตาย แค่สลบไป สภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกชีวิตให้ฟื้นขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงยังจำร่างกฎหมาย &amp;#39;นิรโทษกรรมสุดซอย&amp;#39; ต้นเหตุของการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 กันได้นะ ข้างนอกรัฐสภา - มีมวลชนชุมนุมคัดค้าน ข้างในรัฐสภา - สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ผ่านวุฒิสภาลงมติยับยั้ง แต่ไม่จบ เพราะร่างกฎหมายยังไม่ตาย วุฒิสภาทำได้แค่เพียงให้สลบไปชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพ้น 180 วันแล้วสภาผู้แทนราษฎรสามารถปลุกให้ตื่นขึ้นมามีชีวิตใหม่โดยหยิบยกขึ้นพิจารณาใหม่โดยสภาเดียวได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ผู้ชุมนุมนอกรัฐสภาไม่สลายตัวทันที เพราะไม่ไว้ใจเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีมติผ่านร่างกฎหมายนั้นออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเฉพาะกาลได้ปรับเปลี่ยนเป็นว่าให้วุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาด้วย ถ้าจะมีมติให้ร่างกฎหมายปัญหานั้นผ่านก็ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของที่ประชุมร่วม 2 สภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจหน้าที่สำคัญประการที่ 3 นี้ไม่ได้ใช้กับร่างกฎหมายทุกฉบับ ใช้เฉพาะแต่กับร่างกฎหมาย 2 ลักษณะเท่านั้น คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมโทษหรือองค์ประกอบความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ เฉพาะเมื่อการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมีผลให้ผู้กระทำความผิดพ้นจากความผิดหรือไม่ต้องรับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะข้อ 2 ร่างกฎหมายใดจะเข้าข่ายนี้ วุฒิสภาต้องมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดง่าย ๆ รวม ๆ ภาษาชาวบ้านได้ว่าให้เข้ามามีส่วนร่วมชี้ขาดร่างกฎหมายที่จะทำให้คนผิดไม่ต้องรับโทษ หรือร่างกฎหมายที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ 5 - 6 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยก็จำกัดวงให้ปัญหายังมีทางแก้ไขในระบบรัฐสภามากขึ้นกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 ประการนี้ มีผลบังคับเฉพาะอายุของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก 5 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเสียงข้างมาก 16,820,402 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 61.35 ของจำนวนผู้มาออกเสียงทั้งหมด
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลเข้ามาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เดิมทีไม่ได้บัญญัติอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญแต่ต้น แต่เกิดจากมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีความเห็นตรงกันโดยสรุปว่า ไหน ๆ จะให้ช่วง 5 ปีของอายุสมาชิกวุฒิสภาชุดเฉพาะกาลเป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่สำคัญแล้ว แทนจะให้สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้คอยแต่ติดตามการปฏิรูปประเทศและการเป็นกลไกยับยั้งวิกฤตตามอำนาจหน้าที่ 3 ประการดังที่กล่าวมา ซึ่งล้วนเป็นกลางทางและปลายทาง หากจะเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้อีกสักประการหนึ่งโดยให้มีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมาเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศด้วย ให้เป็นการมีส่วนร่วมเสียตั้งแต่ต้นทางเลย จะดีกว่าหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บทบาทชี้ขาดในการเลือกนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 376 คนขึ้นไปจากสมาชิกทั้งหมด 500 คนลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เสียงของสมาชิกวุฒิสภา 250 คนก็ไม่มีความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนรู้อยู่ว่านี่เป็นประเด็นละเอียดอ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากระนั้นเลย ถามประชาชนตรง ๆ เลยจะถูกต้องที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่มาของคำถามเพิ่มเติมในการออกเสียงประชามติเมื่อ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตอบคำถามนี้มาแล้วในการลงประชามติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เห็นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 15,132,050 เสียง หรือเท่ากับร้อยละ 58.07 ของจำนวนผู้มาออกเสียงประชามติทั้งหมด
_______________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลจึงมีจุดเชื่อมโยงกับประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฏิรูปประเทศทุกด้านเดินหน้าตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าที่และอำนาจนี้จะคงอยู่เพียงชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวิตช์ส.ว.ชุดเฉพาะกาลที่ได้เปิดแล้วในวันนี้ เมื่อครบเวลา 5 ปีก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36078</URL_LINK>
                <HASHTAG>250 ส.ว., คนผิดไม่ต้องรับโทษ, คำนูณ สิทธิสมาน, ประชามติรัฐธรรมนูญ, เร่งรัดปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;อ้อน 16.8 ล้านเสียงประชามติรัฐธรรมนูญเทคะแนนให้&#039;ลุงตู่&#039;ขวางอย่าให้คนโกงกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 มี.ค.62-นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า บรรยาการเลือกตั้งโค้งสุดท้ายเป็นไปด้วยความเข้มข้น โดยพรรคพลังประชารัฐก็ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทั่วประเทศเพื่อดึงคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ซึ่งอยากจะขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้กว่า16.8 ล้านคนได้ให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งเพื่อสานงานต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้หากพี่น้องคนไทยไม่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐพรรคการเมืองบางพรรคที่มีปัญหาการทุจริตโกงชาติบ้านเมืองจะกลับมาอย่างแน่นอนเพราะฉนั้นต้องช่วยกัน เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธได้ทำการแก้ไขปัญหาของประเทศที่สะสมมานานเสร็จแล้ว หลังจากนี้หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อก็จะดำเนินการทางด้านภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31689</URL_LINK>
                <HASHTAG>16.8 ล้านเสียง, ธนกร วังบุญคงชนะ, ประชามติรัฐธรรมนูญ, รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, สนับสนุนบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c9051b39c12f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
