<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’ร่ายผลงาน4ปี ‘รบ.’ปัดเอื้อ‘เอกชน-ทุน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ร่ายยาวในรายการศาสตร์พระราชาฯ ความงดงามของประชาธิปไตยคือรุ้ง 7 สี ประเทศเหมือนครอบครัวใหญ่ 4 ปีรัฐบาลดูแลครบทั้ง 3 พี่น้อง ทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน โดยเฉพาะน้องคนสุดท้อง ดูแลดีสุดผ่านประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน &amp;nbsp; แถมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เราอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเกิดแห่งนี้มาหลายร้อยปีด้วยความสงบสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภาร นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นประเทศประชาธิปไตย ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ภายใต้ความแตกต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยการยอมรับและเปิดใจเข้าหากัน นั่นคือความงดงามของประชาธิปไตย เพราะถ้าทุกคนคิดและเป็นเหมือนกัน ก็คงเหมือนรุ้งกินน้ำ ที่มีสีเดียว โทนเดียว คงไม่งดงามเหมือนรุ้ง 7 สีตามธรรมชาตินะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หากเปรียบประเทศเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ครอบครัวนี้ก็คงเหมือนทุกๆ ประเทศ ที่มีเศรษฐกิจและสังคม ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ หรือ 3 พี่น้อง พี่คนโต เปรียบเสมือนผู้ที่มีฐานะดี มีความเข้มแข็ง ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจขนาดใหญ่ แม้จะพึ่งพาตนเองได้ แต่รัฐบาลหรือพ่อแม่ก็ยังคงต้องให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกอยู่นะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกคนกลาง ก็คงเป็นชนชั้นกลาง มีหน้าที่การงานที่มั่นคง หากไม่มีปัจจัยภายนอกมากระทบ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากป่วยไข้ เกิดอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ชีวิตก็คงจะลำบากสักระยะ กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ รัฐบาลก็ต้องระวังไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมากระทบ เพื่อให้เขาเติบโตแข็งแรงได้อย่างไม่ลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับน้องคนสุดท้อง คือผู้ที่มีรายได้น้อย ทั้งเกษตรกร ทั้งอาชีพอิสระ รับจ้าง ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมถึง SME และ Star-up ที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ยังต้องพึ่งพาการส่งเสริมจากภาครัฐหรือพ่อแม่อยู่มาก รวมทั้งพี่คนโตและคนกลาง ก็ต้องช่วยพ่อแม่ดูแลน้องคนเล็ก ให้ความช่วยเหลือเชื่อมโยง ผูกพันกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหมือนที่ผมกล่าวอยู่เสมอว่า ทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยรัฐบาลก็จะดูแล ตั้งแต่ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง ให้ทุกคนในห่วงโซ่นี้เข้มแข็งและพึ่งพาตัวเองได้ โดยเราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ก็อย่าลืมว่าทุกคนก็ต้องไม่ปฏิเสธการพัฒนาตนเอง หาความรู้เพิ่มเติม ปรับตัว ไม่ปิดตัว ไม่ปิดโอกาสตนเองโดยรับข้อมูลข่าวสารภาครัฐอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อย่างน้อยก็รับฟัง &amp;ldquo;หอกระจายข่าว&amp;rdquo; ที่มีอยู่ทั้งกว่า 7 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีมาอย่างยาวนานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ที่เราเรียกว่าน้องคนสุดท้อง ผ่านการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน อาทิ การจัดสรรที่ดินทำกินและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ใน 61 จังหวัด กว่า 47,000 ราย ใช้พื้นที่เกือบ 4 แสนไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การอำนวยความยุติธรรม ขจัดคำกล่าว คุกมีไว้ขังคนจน โดยได้มีการตั้งกองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการด้านกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ภาครัฐได้ตระหนักถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การให้สวัสดิการต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย การเปิดโครงการร้านธงฟ้าที่มีร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมถึง 60,000 ร้าน รวมถึงการใช้แอปพลิเคชัน ถุงเงินประชารัฐ มากกว่า 40,000 ร้านค้า มาตรการสินเชื่อเพื่อการซื้อบ้านและซ่อมแซมบ้าน สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงิน 60,000 ล้านบาท การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีการไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้เกือบ 540,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน (หมู่บ้าน/ชุมชนละ 200,000 บาท) ครอบคลุม 8 หมื่นหมู่บ้าน และชุมชน รวมกว่า 92,000 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน (หมู่บ้าน/ชุมชนละ 200,000 บาท) ครอบคลุม 8 หมื่นหมู่บ้าน และชุมชน รวมกว่า 92,000 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และไม่ได้มุ่งเน้นในการให้ความช่วยเหลือระยะสั้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่ก็ได้วางรากฐานในการเพิ่มศักยภาพการผลิต มูลค่าสินค้าและบริการในระยะยาว รวมถึงการมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะเร่งผลักดันก็คือ การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากจะบอกว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลได้แก้ปัญหาที่หมักหมมมานานนับสิบๆ ปี พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาเพื่อวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เว็บไซต์รัฐบาลได้เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการตอบข้อวิจารณ์การบริหารงานรัฐ และการชี้แจงข้อวิจารณ์การบริหารงานรัฐในประเด็นต่างๆ ที่หลายคนสงสัย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริหารงานของรัฐในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในสังคม จึงขอนำประเด็นสำคัญๆ มาชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลความจริง โดยข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการยกประโยชน์ในที่ดินรถไฟมักกะสันให้แก่บริษัทซีพี นอกจากนี้ยังมีการต่อสัญญาเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยไม่ต้องประมูล และแก้ไขสัญญาเช่าจาก 25 ปี เป็น 50 ปี ให้แก่ธุรกิจเครือซีพี?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีการใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณสถานีมักกะสันของการรถไฟ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ภาครัฐจึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน โดยมีการคัดเลือกโดยวิธีประมูลแบบนานาชาติ โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปผู้ชนะการประมูล ส่วนประเด็นการต่อสัญญาเช่าอาคารศูนย์ประชุมฯ นั้น กระทรวงมหาดไทยประกาศให้ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นพื้นที่ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตร สิทธิให้เช่าเดิมสำหรับก่อสร้างโรงแรมจึงทำไม่ได้ ผู้เช่าไม่ได้ทำผิดสัญญา จึงไม่มีเหตุในการเลิกสัญญา จึงต้องปรับสัญญาใหม่โดยรัฐต้องได้รับประโยชน์ดีกว่าเดิม ซึ่งในสัญญาใหม่มูลค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า จึงเพิ่มระยะเวลาเช่าเป็น 50 ปี โดยเป็นไปตามกฎหมายและผลประโยชน์ตอบแทนของรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไทย ทำให้บุหรี่ไทยแพงเทียบเท่าบุหรี่นอก ส่งผลให้ไม่สามารถแข่งขันกับบุหรี่นอกได้ และส่งผลทำให้โรงงานยาสูบขาดทุนหลายพันล้านบาท?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : รัฐปรับโครงสร้างภาษียาสูบใหม่ให้สอดคล้องกับหลักสากล เน้นดูแลสุขภาพคนไทย จึงจัดเก็บอัตราภาษีเดียวกันทั้งบุหรี่ที่ผลิตในประเทศและบุหรี่นำเข้า ซึ่งการยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ราคาเอง โดยยังแข่งขันได้และมีกำไรในปี 61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ไม่สามารถบริหารจัดการด่านเก็บเงินได้ ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามารับสัมปทานเป็นผู้ทำด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง โดยรัฐจ่ายค่าจ้างให้เอกชนปีละ 2,000 ล้านบาท สัญญา 30 ปี ได้รับประโยชน์อย่างง่ายดาย โดยไม่มีความเสี่ยงแต่อย่างใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : กรณีการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O &amp;amp; M) โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี เอกชนมีหน้าที่ลงทุนและยังคงรับความเสี่ยงของงานระบบและดำเนินการ O &amp;amp; M ของโครงการทั้งหมด และจากผลการศึกษาฯ พบว่า การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ รูปแบบ PPP Gross Cost มีต้นทุนค่าใช้จ่ายของภาครัฐ &amp;ldquo;ต่ำกว่า&amp;rdquo; รูปแบบรัฐดำเนินการเอง และได้คำนึงถึงประโยชน์ของภาครัฐอย่างรอบคอบแล้ว โดยภาครัฐไม่ได้เสียเปรียบเอกชน และไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการต่อสัมปทานให้แก่บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ทั้งที่พบว่ามีการทุจริตภาษีไป 3,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ดำเนินการเอาผิดแต่อย่างใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่จริง : กรมศุลกากรได้ดำเนินการเพิกถอนใบขนสินค้าขาออกของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ตั้งแต่ปี 2554-2559 แล้ว ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินขอให้ดำเนินการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า การขนส่งของไปใช้ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณไหล่ทวีป ถือเป็นการนำไปใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในราชอาณาจักร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการแจกสัมปทานปิโตรเลียมโดยเลือกระบบที่รัฐเสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อระบบจ้างผลิตที่รัฐได้ประโยชน์ 80-90% กลับไม่ดำเนินการ แต่กลับเลือกระบบแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract : PSC) ที่ได้ส่วนแบ่งแค่ 30% เท่านั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : ระบบจ้างผลิต เป็นระบบที่เหมาะกับประเทศที่มีแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ ซึ่งลักษณะแหล่งปิโตรเลียมของไทยมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะที่จะใช้ระบบจ้างผลิต นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงปริมาณสำรองและศักยภาพปิโตรเลียมของประเทศ รวมถึงต้นทุนต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการเชิงประจักษ์เป็นปัจจัยในการพิจารณา ซึ่งเป็นตามมาตรฐานสากล ซึ่งทุกแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยเข้าหลักเกณฑ์ที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29230</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปีรัฐบาล, ประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66c042e7817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
