<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งยกฟ้อง ไม่คุ้มครอง นักข่าวประชาไท-ม็อบ REDEM </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีน.ส.จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไท เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จากกรณีได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนยาง จากเหตุการณ์การปะทะกันของผู้ชุมนุมของกลุ่ม REDEM กับจนท.ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์ขอท้ายฟ้องดังนี้ 1. ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสอง และเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดของจำเลยที่ 1 ดำเนินการปิดกั้นทางสัญจรหรือสถานที่ต่าง ๆ ด้วยการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหีบเพลง รถยนต์ รั่วเหล็ก หรือวัสดุเครื่องมืออื่นใดในทำนองเดียวกัน ในสถานที่ที่จะมีการชุมนุมสาธารณะและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงทุกครั้งที่มีการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยทั้งสองและเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการสลายการชุมนุม ห้ามใช้แก๊สน้ำตาหรือสารเคมี ห้ามฉีดน้ำและใช้กระสุนยางในการควบคุมผู้ชุมนุม ห้ามข่มขู่คุกคามและใช้ความรุนแรงกับโจทก์และสื่อมวลชนอื่น ห้ามจำกัดพื้นที่ หรือกีดกันโจทก์และสื่อมวลชนอื่นออกจากพื้นที่ที่สื่อมวลชนกำลังปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนห้ามจำกัดเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน หรือเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองไว้ทุกครั้งที่มีการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3.ให้จำเลยทั้งสองตั้งกรรมการสอบสวน เจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งระดับผู้บังคับบัญชาที่ทำหน้าที่สั่งการและในระดับปฏิบัติ เพื่อลงโทษทางวินัยและห้ามมิให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ใช้ความรุนแรงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนอีกจนกว่าจะได้รับการปรับปรุงพฤติกรรม เพื่อป้องกันมิให้มีการคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลขน รวมทั้งก่ออันตรายแก่เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าสำหรับคำขอท้ายฟ้องข้อ (1) และ (2) เห็นว่า แม้โจทก์ฟ้องคดีโดยบรรยายฟ้องถึงเหตุการณ์การชุมนุมสาธารณะที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ก็ตาม แต่คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งข้อ (1) และ (2) กลับเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองและเจ้าพนักงานตำรวจในสังกัดของจำเลยที่ 2 กระทำการหรือไม่กระทำการใด ๆ ในเหตุการณ์การชุมนุมสาธารณะที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทุกครั้งที่จะมีการชุมนุม ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์กับที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงการชุมนุมสาธารณะเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจึงเป็นการขอให้บังคับเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตทั้งสิ้น ศาลจึงไม่อาจบังคับตามคำขอท้ายฟ้องทั้ง 2 ข้อนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำขอท้ายฟ้องข้อ (3) เห็นว่าการตั้งกรรมสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อลงโทษทางวินัยและห้ามมิให้ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะปรับปรุงพฤติกรรม เป็นกระบวนการทางวินัยซึ่งเป็นอำนาจบริหารงานบุคคลภายในหน้าที่ของจำเลยทั้งสองในฐานะผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงยังไม่อาจมีคำพิพากษาหรือคำสั่งบังคับให้จำเลยทั้งสองตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ข้อ (3) พิพากษายกฟ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาไท, ม็อบรีเด็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b39ccea197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปิด &#039;วอยซ์ทีวี&#039; ผิดหลายกระทง-อุทธรณ์ไม่ได้ต้องไปเปิดใหม่ อีก 3 สื่อยังต้องลุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส แถลงข่าวร่วมกับกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) เผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มีคำสั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้ดีอีเอส ดำเนินการตรวจสอบและระงับการเผยแพร่ของสื่อที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น ทางดีอีเอสได้ตรวจสอบ ประมวลโดยฝ่ายกฎหมาย เสนอศาลปิดแพลทฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทางของสื่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;องค์กร คือ วอยซ์ทีวี ประชาไท&amp;nbsp;The Reporters&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;The Standard&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งจากศาล สั่งปิดทุกแพลทฟอร์มออนไลน์ของ วอยซ์ทีวี แล้ว ส่วนอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สื่อยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวว่า กรณีของวอยซ์ทีวีนั้นเนื่องจากเข้าข่ายหลายองค์ประกอบความผิด ทั้งขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในที่นี้รวมถึงพ.ร.บ.คอมฯ ด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการขออำนาจศาลสั่งปิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่หากจะไปเปิดยูอาร์แอลใหม่ ก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวอีกว่า บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับการดำเนินการของการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่ามีการเฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ในทุกด้านทุกแพลตฟอร์ม เมื่อพบการกระทำความผิดจะรวบรวมพยานหลักฐานและเสนอเรื่องขอความเห็นชอบต่อศาลให้มีคำสั่งปิดกั้น หลังจากนั้นประสานการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หลังจากมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กระทรวงดีอีเอสได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมในการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงพิจารณาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และประสานงานการตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับความผิดต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และดำเนินการร้องขอคำสั่งศาลในการระงับหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีแอพลิเคชั่นเทเลแกรม (Telegram)&amp;nbsp;ศูนย์เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การชุมนุมกระทรวงดีอีเอสตรวจพบการใช้แอพลิเคชันดังกล่าวในการนัดหมายเชิญชวนชุมนุม ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประกอบมาตรา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;nbsp;จึงแจ้งเรื่องต่อไปยังผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทราบและพิจารณาข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้มีสั่งที่&amp;nbsp;11/2563&amp;nbsp;เรื่องระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการเพื่อให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (เทเลแกรม) ขอเรียนว่ากระทรวงดีอีเอสได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนตามกฎหมายและมีการขอความเห็นชอบต่อศาลมาโดยตลอด ไม่มีการทำเกินอำนาจหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติโดยเคารพสิทธิการเข้าถึงสื่อทุกประเภทของประชาชนโดยเสรีภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ในภาวะปกติมีสองศูนย์ ศูนย์แรกคือศูนย์เฝ้าระวังความผิดทางเว็บไซต์ ศูนย์ที่สองคือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ซึ่งหลังจากที่เหตุการชุมนุมก็ได้การรวมการทำงานของทั้งสองศูนย์เพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางอินเตอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ จากต่างประเทศ เช่น ยูทูป ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และเทเลแกรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะรวบรวมหลักฐานและขอคำสั่งศาล เมื่อศาลมีคำสั่งก็จะแจ้งไปยังผู้บริการอินเตอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มจากต่างประเทศเหล่านั้นเพื่อทำการปิดเฉพาะแอคเคาท์ที่กระทำผิด ไม่ได้ปิดทั้งหมด แต่ตั้งแต่มีการประกาศภาวะฉุกเฉินเราก็ได้ร่วมทำงานกับศูนย์ กอร.ฉ. โดยจะมีการรายงานการกระทำผิด ซึ่งในสองวันที่ผ่านมาสามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดแล้วกว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ราย ที่เข้าข่าย และที่พบต้นโพสต์มีความชัดแจน&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ราย เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) 46&amp;nbsp;ราย วันนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย โดยสิ่งที่ทางกระทรวงฯ ทำยึดตามหลักกฎหมายและสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้สื่ออินเตอร์เน็ตทุกคน เราจะพยายามดูเพื่อไม่ให้กระทบในภาพกว้าง&amp;nbsp; สำหรับผู้กระทำความผิดจะมีโทษ ตามพรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดตาม ป.วิอาญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81236</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Reporters, The Standard, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กอร.ฉ., ข่าวปลอม, ประชาไท, พรก.ฉุกเฉิน, ภุชพงค์ โนดไธสง, วอยซ์ทีวี, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e8bb7aeb49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประชาไท&#039;คุยกับ&#039;โจชัว หว่อง&#039;ตอบข้อพาดพิงจาก ผบ.ทบ. การพบกับธนาธร อนาคตของฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 &amp;nbsp;- เว็บไซต์ประชาไท&amp;nbsp;เผยแพร่รายงานพิเศษเรื่อง &amp;quot;คุยกับโจชัว หว่อง: ตอบข้อพาดพิงจาก ผบ.ทบ. การพบกับธนาธร อนาคตของฮ่องกง&amp;quot; โดยมีรายละเอียดดังนี้ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ประชาไทติดต่ออีเมลเพื่อขอสัมภาษณ์โจซัว หว่อง หลัง พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กล่าวพาดพิงเขาและขบวนการประท้วงในฮ่องกง เพื่อตอบประเด็นต่าง ๆ ข้างต้น รวมไปถึงอัพเดทเรื่องราวการรับสมัครเลือกตั้งของนักกิจกรรมฮ่องกง และสถานการณ์ประท้วงล่าสุดในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์รับสมัครเลือกตั้งเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจชัว หว่อง: &amp;ldquo;เกี่ยวกับการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่น ผมจะส่งแถลงการณ์ฉบับเต็มให้ว่าทำไมผมถึงลงสมัคร และทำอย่างไรถึงจะส่งกำลังใจให้ประชาชนมุ่งสู่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสถาบัน​ นี่เป็นเป้าหมายหลักของผมในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่น โชคร้ายที่ผมยังต้องรอการยืนยันจากรัฐบาลก่อนว่าจะอนุญาตให้ผมลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ช่วยอัพเดทการประท้วงในฮ่องกงหน่อยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการที่ขบวนการประท้วงในฮ่องกงเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวออกมาต่อสู้เพื่อให้ฮ่องกงเป็นสมัยใหม่ โดยแสดงให้โลกเห็นถึงความไม่พอใจและเส้นทางสู่การเลือกตั้งที่เป็นเสรีและระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้เปลี่ยนเมืองระดับโลกเช่นนี้ให้กลายเป็นรัฐตำรวจและใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น มันจะจุดประกายให้ประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากยิ่งขึ้นด้วยก็เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดอย่างไรกับการที่ ผบ.ทบ. ไทยกล่าวพาดพิงคุณในหลายประเด็น รวมถึงกล่าวว่าจีนเป็นส่วนหนึ่งของฮ่องกงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ว่าฮ่องกงจะอยู่ภายใต้การปกครองของปักกิ่งหรือไม่ เราก็ควรมีอำนาจอิสระในการปกครองตัวเอง ซึ่งเป็นคำประกาศที่ลงนามไว้ร่วมกันกับอังกฤษ และเป็นสนธิสัญญาที่ลงนามอยู่ในองค์การสหประชาชาติครับ ผมหวังว่าผู้บัญชาการกองทัพบกไทยจะสามารถตระหนักได้ถึงความสำคัญของการรับรองให้ประชาชนมีเสรีภาพ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าสากลที่พวกเรายึดถือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดอย่างไรกับคำพูดของ ผบ.ทบ. ไทยที่ว่า ตอนนี้ไม่มีใครอยากไปฮ่องกงเพราะการประท้วง และไม่อยากให้เยาวชนไทยเอาเยี่ยงอย่างฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฮ่องกงต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานเพราะปักกิ่ง และเมื่อผู้บัญชาการกองทัพไทยขอให้อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ความเห็นอย่างเดียวของผมคือถ้ารัฐบาลของไทยทำเหมือนกัน เยาวชนไทยก็คงจะทำเหมือนกับที่เยาวชนฮ่องกงทำมาแล้วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้น มันเลยขึ้นอยู่กับกองทัพ และขึ้นอยู่กับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณเคยมาประเทศไทยหรือไม่ เพราะ ผบ.ทบ. บอกว่าคุณมาเมืองไทยไม่รู้ตั้งกี่รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เคยมาประเทศไทยในช่วงสองสามปีมานี้เลย โดยเฉพาะในช่วงหลังจากที่ถูกกักตัวอยู่ที่กรุงเทพและถูกขึ้นบัญชีดำโดยรัฐบาลไทยในปี 2559 ดังนั้น มันเป็นข่าวปลอมนะครับ และเป็นคำกล่าวหาที่ไม่จริงเวลาที่บอกว่าผมเคยมาประเทศไทยหลายครั้งแล้ว การมาเที่ยวประเทศไทยครั้งเดียวของผมคือเมื่อสมัยตอนผม 10 ขวบ ตอนนั้นผมมาเที่ยวกับครอบครัวกับพ่อแม่ที่กรุงเทพ เท่านั้นเองครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดอย่างไรกับการที่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจถูกโจมตีอย่างหนักหลังจากถ่ายรูปและพูดคุยกับคุณเป็นเวลา 5 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันไม่มีเหตุผลเลย เพราะแม้ว่าเราจะมีความคิดเหมือนกัน และตระหนักถึงความสำคัญของเสรีภาพและประชาธิปไตย นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องห้ามมีการสื่อสารกัน ตอนนั้น เราแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับความน่ากลัวของการปราบคนเห็นต่าง และวิธีการที่รัฐบาลไทยไม่เคารพเสียงของผู้เห็นต่างและเสียงที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรี&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณมองอนาคตของฮ่องกงไว้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อนาคตของฮ่องกงควรให้ประชาชนฮ่องกงเป็นผู้ตัดสิน เราควรมีสิทธิกำหนดชะตาของตนเองแทนที่จะถูกครอบงำด้วยการใช้กำลัง เราหวังว่าฮ่องกงจะเป็นสถานที่ของเสรีภาพและประชาธิปไตย และเราสามารถเป็นคนที่กำหนดอนาคตของเราได้ และตอนนี้ฮ่องกงกำลังทุกข์ทรมานอยู่ ที่จริงแล้วมีนักกิจกรรมถูกจับกุม ถูกคุกคามทางเพศ และทารุณกรรมอยู่ในสถานีตำรวจกว่า 3,000 คน ไม่ใช่แค่ผู้ประท้วงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยปฐมพยาบาล นักข่าว พยาบาล และหมอด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการทำลายสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก&amp;nbsp;เว็บไซต์ประชาไท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประชาไท, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b0fcc64275.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ประชาไทเผยแพร่บทความ&#039;การทำร้ายจ่านิวเป็นการทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- เว็บไซต์ประชาไทเผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;ถึงอนุรักษ์นิยมที่ยังมีสติ: การทำร้ายจ่านิวเป็นการทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยบทความชิ้นนี้เขียนโดยผู้ใช้นามปากกาว่า &amp;quot;ราษฎรของแผ่นดิน&amp;quot; &amp;nbsp;มีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;
เมื่อเที่ยงวันนี้ ผมกำลังรับประทานอาหารกลางวัน ได้มีคนส่งข่าวรายงานมาให้ทราบว่า แกนนำนักเคลื่อนไหวคนหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า จ่านิว ถูกทำร้ายร่างกาย และในช่วงเย็น ข่าวโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ก็ลงข่าวแทบทุกช่อง ข่าวจ่านิวทำให้ผมกังวลใจมาก การทำร้ายร่างกายนักเคลื่อนไหวคนนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองในเดือนเดียวกัน คร้งนี้เขาถูกทำร้ายหนักกว่าครั้งก่อนถึงขั้นสลบ แม้คนไทยเองไม่ว่าฝ่ายไหน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองอย่างไรก็ตาม แต่การทำร้ายคนที่คิดเห็นแตกต่างเป็นการสะท้อนความไม่ปลอดภัยโดยรวมของประเทศ ไม่ว่าใครที่จะมาเที่ยวไทยก็จะกลัวไม่กล้ามา ถ้าหากทำร้ายกันได้โดยที่ยังจับคนร้ายไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ก็แสดงว่ากฎหมายไม่มีประโยชน์อะไรสักเท่าไหร่ ต่อไปต้องพกอาวุธติดตัวกัน ไม่ว่าจะเล็กๆ น้อยๆ แทนที่จะจบลงที่วงสนทนา ต้องเป็นหยิบไม้มาตีกันให้เลือดสาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเตือนว่า สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดากระทรวงมหาดไทย เคยตรัสถึงพันธกิจรัฐสมัยใหม่ว่า รัฐสมัยก่อนปล่อยให้ประชาชนอยู่กันเอง แต่รัฐสมัยใหม่ หลังปฏิรูปการปกครองสมัยร.5 รัฐจะต้องทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ผมไม่ทราบว่าข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการอื่นๆ รู้หรือไม่ว่ากำลังตบพระพักตร์พระองค์อยู่ จากการเมินเฉยกับเรื่องทำร้ายร่างกาย ทำให้เห็นว่าสถาบันในรัฐไม่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีมีความปล่อยมีความสุข ปราศจากความทุกข์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่กล่าวมานี้ ผมยังมีความกังวลอีกประการด้วย อยากจะปรึกษาเพื่อนอนุรักษ์นิยมทั้งหลาย กล่าวคือ หลังพิธีบรมราชาภิเษซึ่งถือว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยเต็มที่ เป็นแผ่นดินที่ทรงปกเกล้าอย่างเต็มที่ ควรจะเป็นแผ่นดินที่ร่มเย็น สันติสุข มิใช่หรือ แต่มีการปล่อยให้มีการทำร้ายเยาวชน นักเคลื่อนไหว นี่เป็นการหลู่พระเกียรติหรือไม่ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ที่อ้างว่ามา &amp;quot;รักษาความสงบแห่งชาติ&amp;quot; แต่ปล่อยปะละเลยที่จะคุ้มครองชีวิตพลเมือง แล้วจะคุ้มครองอะไรอื่นๆ ได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ใหญ่แล้ว ควรจะมีความอดทนอดกลั้นต่อคนที่ต่อต้าน และไม่ปล่อยปะละเลยให้เยาวชนถูกทำร้ายทารุณ พลเอกทั้งสามทราบหรือไม่ว่า ข่าวการทำร้ายร่างกายจ่านิวเป็นที่รู้กันทั่วประเทศทางสื่อสารมวลชนและลามไปต่างประเทศด้วย คนเป็นรัฐบาลจะไม่รับผิดชอบได้อย่างไร และแผ่นดินของพระมหากษัตริย์หลังบรมราชาภิเษกที่ควรจะสงบร่มเย็น กลับกำลังกลายเป็นกาลียุค รัฐบาลต้องคิดให้หนัก ทหารและตำรวจทั้งหลายต้องคิดให้หนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียกร้องต่อเพื่อนอนุรักษ์นิยมที่ยังมีสติพิจารณาข้อความที่ผมเขียนว่ามีเหตุมีผลหรือไม่ ถ้าหากจ่านิวและนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ยังถูกทำร้าย แสดงว่ารัฐบาลที่อ้างความมั่นคงทำไม่ได้แบบที่อ้าง ผมแนะนำว่าพวกเราควรถวายฎีกาให้พระมหากษัตริย์ทรงทราบ และผมขอเรียกร้องให้หาตัวคนทำผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องเพื่อราษฎร มิใช่เป็นผู้พิทักษ์ใครบางคนที่มีอำนาจ การทำร้ายร่างกายจ่านิวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39966</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ถวายฎีกา, ทำร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์, ประชาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1abb04e2c52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ยอมรับลบล้างผลพวงรัฐประหารไม่ง่าย เตือนลั่นฝ่ายอนุรักษ์นิยมยุบอนาคตใหม่ประเทศไทยพังแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - นายธนาธร &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษ์ณ์พิเศษ ประชาไทและเว็บไซต์ New Mandala ซึ่งเป็นโครงการที่จัดโดยวิทยาลัยเอเชียและแปซิฟิก Coral Bell มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมไทยหลังการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งถึงนโยบายที่เสนอไว้กับสังคม ว่าถ้ามีโอกาสได้เป็นฝ่ายบริหาร การผลักดันนโยบายต่างๆ ย่อมสามารถทำได้ตั้งแต่ระดับประกาศกระทรวงไปจนถึงการออกกฎหมาย เรียกว่ามีกลไกมากมายที่เปิดช่องให้ผ่านออกมาเป็นนโยบาย แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านหากต้องการผลักดันกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่ก็สามารถทำได้โดยใช้เสียง ส.ส. 20 คน ผลักดันกฎหมายเข้าสู่สภาได้ ผ่านหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยก็ได้อภิปรายและยกระดับความเข้าใจของสังคมในเรื่องนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดถึงการบลล้างผลพวงรัฐบาลประหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคว่า ก็ต้องทำ แต่อย่างที่พอเราไม่ได้มีเสียงเยอะที่จะกำหนดทุกอย่าง &amp;nbsp;การลบล้างผลพ่วงรัฐประหาร มันอาจมีอาจจะมีสิบสเต็ป ได้สามได้สี่ได้ห้าก็ต้องเอาอาจจะทำได้ไม่จบภายในรัฐบาลชุดนี้ แต่เราจะไม่ยกเลิกนโยบายนี้ ต้องทำต่อให้จบต้องบอกประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมพูดตลอด ตั้งเเต่ตั้งพรรคมา ผมไม่เคยพูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเปลี่ยนเเปลงได้ ผมพูดเสมอว่านี่คือการเดินทางยาว เพราะเราเข้าใจข้อจำกัดของสภาเเต่เรายังเลือกทำงานการเปลี่ยนเเปลงในสภาเพราะอะไร เพราะเราคิดว่า นี่คือวิธีสันติที่สุด ที่ไม่ต้องมีคนตาย ยกเว้นเเต่ว่า ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมองไม่เห็นช่องทางนี้ เเล้วปิดประตู คือหมายความว่า ถ้าปิดประตูยุบพรรคอนาคตใหม่ คือกลัวจนเกินเหตุเเล้ว ปิดประตูตรงนี้ นี่แหละจะทำสังคมไทยพังจริงๆ เพราะมันไม่มีทางออกให้กับการกลับมา สำหรับประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่าตราบใดที่คุณไม่ได้ 500 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร คุณต้องประนีประนอมไม่มากก็น้อย เราเลือกทำงานการเมือง เลือกการเปลี่ยนแปลงโดยตั้งพรรคการเมือง หมายความว่าเราต้องการเปลี่ยนแปลงในระบอบรัฐสภา ในระบอบรัฐสภาต่อให้ข้อเสนอคุณ Radical แค่ไหน ถ้าคุณไม่ได้ 500 เสียง คุณต้องประนีประนอมอยู่แล้ว ต่อให้ข้อเสนอไกลเท่าไหร่ แต่การลงมือทำต้องค่อยเป็นค่อยไป...&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37189</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, ประชาไท, พรรคอนาคตใหม่, ลบล้างผลพ่วงรัฐประหาร, ิอนค., เอก ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cef27ca815d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
