<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งกลางวง ครม.เร่งแจงงบ 65 บ่นอุบพรรคร่วมรัฐบาลปล่อยลูกน้องซัดโครมๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า​ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ปรากฏว่าเกิดปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตของระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มีปัญหาทำให้เกิดจอดับถึง 3 ครั้ง จนทำให้การประชุมต้องสะดุดเป็นระยะๆ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการประชุมครม.ที่ผ่านมา จนครั้งหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม เคยบ่นว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่างไรก็ตาม​ ในที่ประชุมครม.ครั้งนี้ส่วนใหญ่หารือถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน​ แต่มีบางช่วงได้มีการพูดถึงบรรยากาศในการประชุมสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีประมาณ พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรารภเชิงตัดพ้อ​ น้อยใจ​ กรณีมีส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ที่อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณว่า &amp;ldquo;ขอให้ช่วยๆกัน ตรงไหนเกี่ยวข้องก็ให้ช่วยเร่งตอบ ปากก็ว่าโอเค แต่ปล่อยให้ลูกพรรคซัดโครมๆ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ยังมีช่วงหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้บอกกับ​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​รมว.สาธารณสุข​ และนายสาธิต​ ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข​ ให้ช่วยชี้แจงรายละเอียดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกตัดไปว่าเป็นส่วนไหนอย่างไร และให้บอกด้วยว่าในงบฯพ.ร.ก.กู้เงิน​ กระทรวงสาธารณสุขได้งบตรงไหนอย่างไรบ้าง​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม​ ปรากฎว่าระหว่าง​ พล.อ.ประยุทธ์กำลังพูดอยู่​ ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ขัดข้อง​ ทำให้รัฐมนตรีหลายคนหลุดจากระบบเชื่อมต่อออกไป​ แต่พอเมื่อวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กลับมาแล้ว​ หลายคนไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอะไรไปบ้าง มีแต่ได้ยินเสียงนายสาธิต หัวเราะแฮะๆแก้เขินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า​​ ในการประชุมครม. ครั้งนี้​ ในบางช่วง​ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงอาการหงุดหงิด​ต่อกรณีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร​ ที่ประกาศผ่อนคลาย​ 5​ กิจการ​กิจกรรมไปเมื่อวันที่​ 31​ พ.ค.​ จน​ ศบค.ต้องออกมาเบรกในตอนค่ำว่า​ ทำอะไร​&amp;nbsp;ตัดสินใจอะไรไปโดยไม่ยอมบอกแต่กลับประกาศออกไปเลย​ เหมือนหวังจะหาเสียง​ จนนายกฯต้องออกมาเบรกเอง เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104932</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 65, ประชุม ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5fe1e96173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม2แสนล.เยียวยา ครม.เคาะแพ็กเกจใหญ่เติมเงิน‘เราชนะ-ม.33-คนละครึ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นและเยียวยาโควิดล็อตใหญ่ วงเงิน 225,500 ล้านบาท มาครบทั้ง &amp;ldquo;ปล่อยกู้-เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-เราชนะ-ม33เรารักกัน-คนละครึ่ง&amp;rdquo; พร้อมผุดโครงการใหม่ให้ผู้มีฐานะ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; คาดหวังคนมีอันจะกินร่วม 4 ล้านราย ลากยาวมาตรการตั้งแต่ &amp;ldquo;มิ.ย.-ธ.ค.&amp;rdquo; ลุงตู่สั่งหน่วยงานเคาะมาตรการระยะสั้นเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า พร้อมหั่น &amp;ldquo;ค่าไฟ-ค่าน้ำ&amp;rdquo; 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 5 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ว่ามาตรการระยะที่ 1 มี 3 มาตรการหลักที่ดำเนินการได้ทันที ได้แก่ 1.มาตรการด้านการเงินมี 2 มาตรการ คือมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายละ 10,000 บาท ด้วยหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อปกติ ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน เป็นเวลา 3 ปี ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก และมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยขยายเวลาพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ 2.มาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย โดยจะลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟ้าและน้ำประปาของประชาชน และกิจการขนาดเล็กทั่วประเทศ ในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.2564
และ 3.มาตรการต่อเนื่องด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ประกอบด้วย 2 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 85,500 ล้านบาท ได้แก่ 1.การเพิ่มวงเงินโครงการเราชนะอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยให้สิ้นสุดการใช้จ่ายในเดือน มิ.ย.2564 วงเงินรวมประมาณ 67,000 ล้านบาท และ 2.การเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนโครงการม33เรารักกัน อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยให้สิ้นสุดเวลาการใช้จ่ายในเดือน มิ.ย.2564 วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มาตรการระยะที่ 1 นั้น ครม.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการในส่วนของมาตรการด้านการเงินทั้ง 2 เรื่องตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และเห็นชอบให้ดำเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาและไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.แล้ว ส่วนการเพิ่มเงินในโครงการเราชนะและม33เรารักกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการจะเร่งนำเสนอโครงการให้พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งได้กำหนดให้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้าต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการต่อเนื่องอื่นๆ อีก เช่น การช่วยเหลือลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยขยายเวลามาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมสู้ภัยโควิดออกไปจนสิ้นปีนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ซึ่งจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ประมาณ 3 ล้านคน รวมทั้งการชดเชยผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ต้องกักตัวหรือต้องหยุดทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นอกจากโครงการระยะสั้นแล้ว รัฐบาลยังได้วางแผนช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องไปอีกถึงอย่างน้อยสิ้นปีนี้ ด้วยมาตรการระยะที่ 2 ในช่วงเดือน ก.ค.- ธ.ค.2564 ซึ่งคาดว่าถ้าเราร่วมมือกันเพื่อจำกัดการระบาดเต็มที่ สถานการณ์การระบาดน่าจะคลี่คลายลงจนอยู่ในระดับที่ดำเนินมาตรการในระยะที่ 2 ได้ โดยมาตรการประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก วงเงิน 140,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.มาตรการลดภาระค่าครองชีพประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท เวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.-ธ.ค. ครอบคลุมประชาชนประมาณ 13.6 ล้านคน และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท เวลา 6 เดือน ตั้งแต่ ก.ค.- ธ.ค. ครอบคลุมประชาชนประมาณ 2.5 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.มาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ภาครัฐจะสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) ให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เมื่อชำระเงินผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตังกับผู้ประกอบการร้านค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
คลังยันพร้อมคลอดมาตรการดูแล
&amp;ldquo;มาตรการระยะที่ 2 ทั้ง 4 โครงการข้างต้น จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 51 ล้านคน และคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 473,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถมีโอกาสในการขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น ซึ่งมาตรการในระยะที่ 2 นี้ ครม.ได้รับทราบในหลักการและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะเร่งดำเนินการเพื่อขออนุมัติจาก ครม.ต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวถึงรายละเอียดมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ว่า มี 2 มาตรการคือ 1.มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ผ่านออมสินและ ธ.ก.ส. โดยให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายละ 10,000 บาท ด้วยหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่าสินเชื่อปกติดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน เป็นเวลา 3 ปี โดยปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก และ 2.มาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้ขยายเวลาพักชำระหนี้เงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.
&amp;ldquo;ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ เช่น Non-bank เป็นต้น และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปประสานกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นหลัก โดยอาจให้ความสำคัญกับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่มากไปน้อย ในลักษณะเช่นเดียวกันกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป&amp;rdquo; นายอาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าวอีกว่า รัฐบาลยังมีมาตรการด้านการเงินที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ 1.พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS9 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 3.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ของ ธปท. 4.มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 5.การปรับวิธีคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ และ 6.การแก้ไขเพิ่มเติมอัตราดอกเบี้ยในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
&amp;ldquo;กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที รวมไปถึงการออกมาตรการเพื่อดูแลและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ได้คลี่คลายลงในระยะต่อไป&amp;rdquo; นายอาคมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานคือค่าไฟฟ้าและน้ำประปา สำหรับค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า ดังนี้ กรณีหน่วยการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับใบแจ้งไฟฟ้าเดือน เม.ย.2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริง กรณีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย. ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ ดังนี้ สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย.2564 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 500 หน่วยต่อเดือน แต่ไม่เกิน 1,000 หน่วยต่อเดือน ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย.64 บวกด้วยหน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย.64 ในอัตรา 50% ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 1,000 หน่วยต่อเดือน ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย.64 บวกด้วยหน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือน เม.ย.64 ในอัตรา 70% โดยให้เป็นส่วนลดค่าไฟฟ้าก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ให้สิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก ทั้งนี้ มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก กำหนดดำเนินการเป็นเวลา 2 เดือน คือ พ.ค.-มิ.ย.64 ส่วนของค่าน้ำประปา ให้ลดค่าน้ำประปาลง 10% เฉพาะบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) เป็นเวลา 2 เดือน คือ พ.ค.-มิ.ย.64 &amp;nbsp;
ยันมีเงินเพียงพอดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดนุชากล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบหลักการโครงการม33เรารักกัน ที่จะเพิ่มวงเงินสัปดาห์ละ 1,000 บาท จำนวน 2 สัปดาห์ เวลาการใช้จ่ายถึงวันที่ 30 มิ.ย.64 กรอบวงเงิน 18,500 ล้านบาท โดยจะนำเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งโครงการเราชนะและม33 เรารักกัน จะใช้งบประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท ส่วนมาตรการในระยะถัดไป ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเพิ่มค่าครองชีพ 200 บาท 6 เดือน&amp;nbsp; ก.ค.-ธ.ค.64, โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยช่วยเหลือเดือนละ 200 บาท 6 เดือน ก.ค.-ธ.ค.64, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 วงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 31 ล้านคน, โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ให้ประชาชนไปใช้จ่ายซื้อสินค้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ในเดือน ส.ค.-ธ.ค.2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจว่าเงินภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินที่เตรียมไว้ยังเพียงพอที่จะดูแลประชาชนต่อไป นอกเหนือจากการช่วยเหลือข้างต้นแล้ว ในส่วนการช่วยเหลืออื่นๆ ยังมีอยู่ตลอดเวลา เราจะดูทุกมิติของกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบ
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการประปานครหลวง (กปน.) กล่าวถึงมาตรการลดค่าน้ำประปาว่าประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิแต่อย่างใด
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปมติ ครม.ว่ามาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะเร่งด่วนจะมีกรอบวงเงินรวม 85,500 ล้านบาท โดยโครงการม33เรารักกัน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน วงเงิน 18,500 ล้านบาท และโครงการเราชนะ มีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 32.9 ล้านคน กรอบวงเงิน 67,000 ล้านบาท ส่วนมาตรการระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง มีกรอบวงเงินเบื้องต้น 140,000 ล้านบาท โดยเป็นการเบิกจ่ายจาก พ.ร.ก.เงินกู้ที่ยังคงเหลือ โดยมาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ในโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; 13.65 ล้านคน และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ กลุ่มเป้าหมาย 2.4 ล้านคน
ส่วนมาตรการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูง ได้แก่ มาตรการคนละครึ่งระยะที่ 3 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน และโครงการยิ่งใช้ยิ่งดี คาดว่าประชาชนจะเข้าโครงการ 4 ล้านคน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101901</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระตุ้นเศรษฐกิจ, ประชุม ครม., ปล่อยกู้-เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-เราชนะ-ม33เรารักกัน-คนละครึ่ง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งใช้ยิ่งได้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาโควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092a7fe5d3f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์วางเป้า2564 รุก‘รวมไทยสร้างชาติ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาล VERY กู้สุดคึก ประชุม ครม.นัดสุดท้ายอำลาปี 63 เปิดเพลงช่วงพักการประชุม อัดไปสามเพลงรวด&amp;nbsp; คนดีไม่มีวันตาย-ศรัทธา-รักเธอไม่มีวันหยุด &amp;quot;ตู่ไม่รู้ล้ม&amp;quot; ปลุกลูกทีม ปีหน้าทำงานเชิงรุก ยังฝันเห็นรวมไทยสร้างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสุดท้ายของปี 2563 โดยภายหลังการประชุม ครม.เสร็จสิ้นลง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆกประจำสำนักนายกฯ แถลงหลังการประชุม ครม.ว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทน ครม. มอบกระเช้าดอกไม้และกล่าวอวยพรปีใหม่แก่นายกฯ โดยได้อวยพรให้นายกฯ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย พร้อมกันนี้ ครม.ได้เป็นกำลังใจให้นายกฯ ในการทำงานเพื่อประชาชนคนไทย และประเทศชาติต่อไป ซึ่งนายกฯ ได้อวยพรพร้อมขอบคุณครม. ที่ได้ช่วยกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทย และร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก่อนการประชุม ครม.ได้มีการเปิดวีดิทัศน์เพื่อเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านโทรทัศน์ โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 11 และไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของวัดที่จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยนายกฯ ขอให้พี่น้องประชาชนอยู่บ้านสวดมนต์ออนไลน์กัน พร้อมกับเปิดเผยว่า ในช่วงเบรกพักการประชุม ครม. มีการเปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย ของธีร์ ไชยเดช, ศรัทธา ของหินเหล็กไฟ&amp;nbsp; และรักเธอไม่มีวันหยุด ของอ้อน เกวลิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแกนนำรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวติดตลกกับสื่อมวลชนถึงการทำงานในปีหน้าว่า &amp;ldquo;ไม่ไหวแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำต่อในปีหน้า เพราะยังไม่จบ&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เลือกที่จะแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านเพจไทยคู่ฟ้า โดยไม่ได้มีการออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้วางแนวทางการดำเนินงานในวันข้างหน้าไว้ว่า ได้ขอร้องและขอความร่วมมือจาก ครม.ทั้งคณะในการทำงาน เพราะสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จึงต้องทำตัวเองให้พร้อมรับกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ทั้งวันนี้และวันหน้า จึงได้ฝาก ครม.ทุกคนให้ทำงานเชิงรุก บูรณาการกันให้มากยิ่งขึ้น หลักการสำคัญต้องยึดหลักโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้เสมอ ต้องฟันฝ่าต่อสู้ไปด้วยกันทั้ง ครม. รัฐบาล และประชาชนทุกภาคส่วน เราต้องเดินหน้าไปด้วยกันที่เรียกว่า รวมไทยสร้างชาติ และตรวจสอบได้เสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงผ่านไลฟ์สดผ่านเพจไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีสื่อมวลชนอยู่ในห้องแถลงครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดเพลงศรัทธา ของวงหินเหล็กไฟ พร้อมกับมีมิวสิกวิดีโอการทำงานของรัฐบาลประกอบเพลงไปด้วย เพื่อให้เห็นการทำงานในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เสมาฯ 1 ยันมีผลงานการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากรัฐมนตรีและนักการเมืองต่อฉายาทางการเมืองที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ก็มีออกมาหลากหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ฉายา &amp;quot;ไฮเตอร์เซอร์วิส&amp;quot; กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่รู้สึกงอนที่ได้รับฉายานี้ เพราะถือเป็นการหยอกล้อเล่นกันสนุกปีละหนคนกันเอง อยากถามว่าเคยอ่านเรื่องอิเหนาหรือไม่ ช่วงตอนที่กระเซ้าเย้าแหย่&amp;nbsp; อิเหนาบอกว่าพี่รักดอกจึงหยอกเล่น เพื่อให้เป็นประเพณีเสน่หา&amp;nbsp; ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะโกรธา รู้กระนี้พี่ยาจะหยอกไย ดังนั้น ผู้สื่อข่าวก็อยากจะพูดหยอกอย่างเดียวกันกับอิเหนา ฉะนั้นปีหน้าตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะตั้งฉายาให้สื่อด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องอะไรจะไปต่อปากต่อคำ ไม่รู้จักสื่อมากพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงฉายาที่ได้รับคือ &amp;ldquo;หวีดดับ&amp;rdquo; ว่า ถือเป็นเรื่องจริง เพราะรับรู้ตลอดว่าพื้นฐานของตนมาอย่างไร ต่อสู้เพื่ออะไร เพียงแต่บริบทและสถานะเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อมาเป็น รมว.ศึกษาธิการแล้วจะไม่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ส่วนที่มองว่าไม่มีผลงานนั้น ไม่กังวล เพราะมั่นใจในแนวทางที่วางเอาไว้ เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบร่างมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญทำให้ครูได้เห็นช่องทางการเจิรญเติบโตที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ครูที่อยู่ในสายการสอนไม่ต้องกังวลว่าต้องเข้าสู่สายบริหาร และระยะเวลาการขยับเลื่อนตำแหน่งเป็นไปด้วยความเหมาะสม ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความสบายใจให้กับครูได้เห็นเส้นทางอาชีพ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมั่นใจในแนวทางที่กำลังเดิน นอกจากจะส่งเสริมครูแล้ว ผมวางแผนพัฒนาโรงเรียน คุณภาพชุมชน ที่เป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการจัดสรรงบประมาณ ในปัจจุบันมีความเข้าใจในการใช้งบมากขึ้น โดยสามารถผสมผสานเพื่อความเหมาะสม และทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมมองว่าต้องมีคนเข้าใจเรื่องนี้ เพราะการศึกษาไม่ได้แก้ได้ปีเดียว หากแก้ไขได้ภายในปีเดียวเราคงแก้ไขปัญหาได้ทุกๆ ปี ไม่ได้ทำงานเพื่อให้คนเข้าใจ แต่ผมวางแนวทางไว้เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนต่อไปดำเนินการต่อ ผมมองว่าการศึกษามีความซับซ้อน มีปัญหาเชื่อมโยงในกระบวนการแก้ไข เช่น การแก้ไขส่วนหนึ่งอาจจะไปกระทบส่วนอื่นๆ ซึ่งเราต้องระมัดระวัง และมีความเข้าใจในการแก้ไขปัญหา&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่นๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมากที่ สผ 0014/ผ 69 ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องนัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 12 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพุธที่ 6 ม.ค. 64 ครั้งที่ 13 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ในวันพฤหัสบดีที่ 7 ม.ค.64 และครั้งที่ 14 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 8 ม.ค.64 เวลา 09.30-19.00 น. ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายภูมิสรรค์ เสนีวงค์ ณ อยุธยา กรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานเครือข่ายองค์กรภายนอกพรรค กล่าวว่า ในปี 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานเครือข่ายองค์กรภายนอกพรรค จะรื้อฟื้นสภากาแฟการเมืองข้างถนนในรูปแบบโมบายเคลื่อนที่ เตรียมลงพื้นที่ กทม. โดยการนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมยุวประชาธิปัตย์ ผสมผสานคนทุกรุ่น ทุกกลุ่ม ส.ส. ส.ก. ส.ข. ผู้สมัคร สาขา ผู้เเทนจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งทุกระดับ เพื่อรับฟังพี่น้องประชาชน นำมาจัดทำนโยบายร่วมกัน ทั้งนโยบายระดับชาติและเฉพาะถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิสรรค์กล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะไปลงรับฟังประชาชนด้วยตัวเอง ร่วมคิดกับประชาชน เเละนำไปสู่นโยบาย ทำได้ไว ทำได้จริง ดังผลงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ได้ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประกันรายได้ ซาเล้งเพื่อนยาก เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88341</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำงานเชิงรุก, ประชุม ครม., รวมไทยสร้างชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feb3254c2afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039; พร้อมชูบทบาทในเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 37 เวทีคู่ขนานร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลีและญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศและในหลายเวที ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจและเป็นที่ยอมรับจากต่างชาติ ครม.เห็นชอบเอกสารที่จะมีการลงนามหรือรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 37 ประชุมระหว่างวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเอกสารที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ มีจำนวนหลายฉบับ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น 1.การจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี ค.ศ. 2025 2.การวางแนวทางการฟื้นตัวและสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาวให้แก่อาเซียนหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 3.การเสริมสร้างขีดความสามารถและความยืดหยุ่นของระบบสาธารณสุข การศึกษา และ SMEs 4.การอำนวยความสะดวกการเดินทางด้านธุรกิจที่จำเป็นในภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสาธารณสุข 5.การส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้นำสหรัฐฯ ในเรื่องการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ เป็นต้น 6.การรับรองโคลอมเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วมเป็นอัครภาคีอย่างเป็นทางการในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุมน้ำโขง-เกาหลี ครั้งที่ 2 และการประชุมระดับผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 12 ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเป็นการจัดประชุมคู่ขนานกับการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 37 โดยร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุมน้ำโขง-เกาหลี ครั้งที่ 2 แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความร่วมมือบนพื้นฐาน 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาชน ความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ รวมถึง 7 สาขาที่มีความสำคัญ เช่น 1.วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม 2.การพัฒนาทรัพย์มนุษย์ สร้างขีดความสามารถในระดับอุดมศึกษา การเรียนรู้ทางอิเล็กทรอนิสก์และอาชีวศึกษา 3.ข้อมูลเทคโนโลยี โดยเสริมสร้างความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 12 จะเป็นการดำเนินการภายใต้ 3 เสาหลัก ของยุทธศาสตร์กรุงโตเกียว ค.ศ.2019 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ 1)การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ดีและมีประสิทธิภาพ เช่น การก่อสร้างระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกในเมียนมา 2)การสร้างสังคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่น ความร่วมมือทางวิชาการเพื่อลดช่องว่างทางทักษะของผู้เชี่ยวชาญประเทศลุ่มน้ำโขง รวมถึงการสานต่อความสัมพันธ์ อาทิ 1)ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 เช่น การสนับสนุนเงินจำนวน 1 พันล้านเยนของญี่ปุ่น สำหรับโครงการส่งเสริมความมั่นคงของมนุษย์ในระดับฐานรากในปี ค.ศ.2020 2) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) เช่น การเร่งรัดเพื่อบรรลุแผนแม่บทACMECS (ค.ศ.2019-2030)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า มากไปกว่านั้น ยังมีการประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 31 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 27 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ผ่านการประชุมทางไกล ซึ่งประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ โดยในการประชุมทั้ง 2 ครั้งนี้จะมีการรับรองร่างเอกสาร รวม 3 ฉบับ ได้แก่ 1)ร่างถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 31 เป็นการสรุปความร่วมมือในการฟื้นฟูเศรฐกิจภายหลังโควิด-19 เช่น ส่งเสริมการค้าและการลงทุนเสรีเปิดกว้าง รักษาการเคลื่อนย้ายสินค้าที่จำเป็น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 2)ร่างปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 27 (ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ค.ศ.2020) เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ซึ่งมีสมาชิก 21 ประเทศ เพื่อรับมมือและฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 เช่น การบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 การกำหนดกรอบดำเนินงานตามปฏิญญาผู้นำว่าด้วยวิสัยทัศน์เอเปคภายหลังปี ค.ศ.2020 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจผ่านเสรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี 3)ร่างปฏิญญาผู้นำว่าด้วยวิสัยทัศน์เอเปคภายหลังปี ค.ศ.2020 เป็นเอกสารกำหนดวิสัยทัศน์และกรอบการดำเนินงานใน 20 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ เช่น การค้าและการลงทุนเสรี นวัตกรรมและกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน สำหรับประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดันให้มีการบรรจุอยู่ในร่างปฏิญญาฯ นี้ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดย่อม ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSME) และแนวทางการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37, รัชดา ธนาดิเรก, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa61a2156f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เปิดเพลง &#039;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&#039; ปลุกใจ ครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเมื่อเวลา 12.10 น. ภายหลังช่วงพักการประชุม ครม. และมีการประชุม ครม.ต่อในรอบที่สองนั้น โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เปิดเพลง &amp;quot;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;quot; คำร้อง/ทำนองโดย นายเทพพนม สุวรรณะบุณย์ และเมื่อจบเพลงนายกฯ ได้พูดกับที่ประชุมครม.ว่า &amp;quot;เพลงที่ทุกท่านได้ฟังเหมือนเป็นเพลงที่สะท้อนบทบาทของรัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;บล็อค&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ด่ายับ!พูดบิดเบือนเป็นอาชีพ รับความชั่วไม่ไหวจริงๆ
	อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจี้ผู้บริหารมธ.ลำปางแจ้งความคนฉีกพระบรมฉายาลักษณ์
	ฮือฮา! รัฐศาสตร์ มช. ยกเลิกเกลี้ยง 6 กิจกรรมบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
	&amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; แขวะ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; เกือบ 7 ปีปกครองประเทศ ทำเก่งอยู่ 2 เรื่อง!
	ตะลึง! &amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39; แฉแผนนักล่าอาณานิคม ถามใจคนไทยจะยอมหรือร่วมกันสู้

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อยู่อย่างจงรักตายอย่างภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b5a52b2eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เปิดตัว รมว.คลัง อารมณ์ดีแกล้งหยอก &#039;สันติ&#039; นั่งเก้าอี้ตัวเดิมได้มั้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กับ ครม. ซึ่งหลังแนะนำเสร็จ ครม.ได้ปรบมือต้อนรับ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปหยอกนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่นั่งอยู่ด้านหลังนายอาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงไม่มี รมว.คลัง นายสันติต้องขยับมานั่งแถวข้างหน้า ซึ่งเป็นที่นั่งของ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการ รมว.คลัง แต่วันนี้นายสันติต้องขยับไปอยู่แถวหลังซึ่งเป็นเก้าอี้ของ รมช.คลัง เหมือนเดิมว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตรงนั้นนั่งได้มั้ย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ทำให้นายสันติและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ต่างอมยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายอาคม และนายสันติ ว่าให้ไปยืนแถลงข่าวกับสื่อมวลชนร่วมกัน โดยบอกกับทั้งสามคนว่า ไปเรียกความเชื่อมั่นด้วยกันหน่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., ประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมช.คลัง, รมว.คลัง, สันติ พร้อมพัฒน์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f8433374028c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบขยายอายุใช้งานรถแท็กซี่ 12 ปี &#039;วราวุธ&#039; ห่วงปล่อยฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบหลักการแก้ไขกฎกระทรวงคมนาคมในการรถโดยสารไม่เกิน 7 คนหรือรถแท็กซี่ โดยมีการกำหนดเรื่องอุปกรณ์ ระบบ หรือเทคโนโลยีติดตามรถแท็กซี่ที่สามารถนำมาใช้แทนเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถได้ เช่นสามารถใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแทนได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รวมถึงมีการขยายอายุการใช้งานรถแท็กซี่จากเดิม 9 ปี เป็น 12 ปี นับตั้งแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เพื่อให้เกิดการแข่งขันด้านบริการ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเจ้าของรถ และผู้ประกอบการขับรถแท็กซี่ในช่วงภาวการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการขยายเวลาเป็น 12 ปี มีความคิดเห็นเพิ่มเติมจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีความเป็นห่วงการปล่อย PM2.5 โดยมีการหารือว่าอาจจะประกาศใช้กฎกระทรวงดังกล่าวเพียงแค่ 3 ปีก่อนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f609c169ae2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
