<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ลั่นขจัดตำรวจไม่ดีออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประชุมตำรวจ ย้ำคนไม่ดีต้องขจัดออกไป สั่งเดินหน้าปฏิรูป ตร. นำความเห็น กก.ปฏิรูปกับข้อ กม.มาพิจารณาร่วมกัน ลั่นยึดประโยชน์ ปชช. &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ไฟเขียวสอบวินัยร้ายแรง &amp;quot;อดีต ตร.ติดตามนายกฯ ปู&amp;quot; พร้อมตีตกคำร้องรองฯไพรัตน์ อึ้ง! &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; โดนเด้งเข้ากรุโผล่ร่วมวง ก.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 29 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2563 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ ประกอบด้วย การเยียวยาคืนสิทธิการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายให้แก่ พ.ต.ท.สมยศ ตรีประสิทธิ์ชัย, ตร.หารือกรณีให้สิทธิข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสำนวนอัยการ และให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่นิติกร, อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.ท.วทัญญู วิทยผโลทัย อดีต ผกก.สันติบาลและอดีตนายตำรวจติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องทุกข์, อ.ก.ตร.ร้องทุกข์หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ร้องทุกข์, ตร.หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2557&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้สอบถามผลการปฏิบัติในคดีสำคัญทั้งหมด และรับฟังรายงานคดีสำคัญต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหลังการประชุม ก.ตร.ว่า การประชุมของ ก.ตร.เป็นเรื่องของการบริหารกิจการภายในของตำรวจ ทั้งเรื่องการลงโทษ การเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งมีการลงโทษไล่ออกปลดออกกันเยอะแยะไปหมด ไม่ใช่ว่าเราไม่ทำงาน คนไม่ดีก็ต้องขจัดออกไป ซึ่งต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เน้นย้ำไปเรื่องของการปฏิรูปตำรวจไปด้วย จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจกันว่าเราทำอะไรไปบ้าง และเกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง หลายอย่างต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา และก็ต้องรับฟังความคิดเห็นทั้งสองทาง ทั้งจากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ และเอากฎหมายมาดูด้วย มีทั้งองค์กร บุคลากร และเครื่องไม้เครื่องมือ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องดูว่าที่ทำมาได้อะไรมาแล้วบ้างที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ และเจ้าหน้าที่จะทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ เราต้องร่วมมือซึ่งกันและกัน อยากฝากว่าวันนี้ประเทศชาติต้องการความรัก ความสามัคคี&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการประชุม ก.ตร.ว่า กรณีหารือปัญหาข้อกฎหมาย ที่พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ได้ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสันติบาล มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อนนั้น น่าจะเป็นคำสั่งที่มิชอบ อนุฯ ร้องทุกข์ได้พิจารณานำเสนอ ก.ตร.แล้วส่งเรื่องให้อนุฯ กฎหมายพิจารณา วันนี้ได้ข้อสรุปจากอนุฯกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า ประเด็นแรกเรื่องการตั้งกรรมการสืบสวนร้ายแรงโดยไม่ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนทำได้หรือไม่ ซึ่งทางอนุฯ กฎหมายได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าสามารถกระทำได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติมาตรา 84 และ 86 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ข้อ 3 กรณีมีการกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยร้ายแรง จะสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ ในกรณีนี้แสดงว่าผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมีความเห็นว่ามีมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นต่อมา ถ้าพิจารณาว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน ดังนั้นหากเห็นว่ามีมูลเพียงพอในข้อเท็จจริงก็สั่งการได้ โดยสรุป ก.ตร.ตอบกลับไปว่าการดำเนินการที่ตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงโดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงก่อนนั้น สามารถทำได้ตามกฎหมาย&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ในส่วนกรณีที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ขณะดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ) ได้ออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.ไพรัตน์มาฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยร้องทุกข์มา 3 ประเด็น เรื่องแรกจเรตำรวจแห่งชาติในขณะนั้นมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ได้หรือไม่ ได้ข้อสรุปว่า พล.ต.อ.สุชาติไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปก.ตร. ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. ดังนั้นจึงมีอำนาจให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่ 2 เมื่อมาอยู่ ศปก.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติสามารถส่งตัวไปฝึกธำรงวินัยได้หรือไม่ กรณีดังกล่าวจเรตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติจาก ตร. ว่ากรณีถ้าเห็นว่ามีโครงการเพิ่มพูนประสิทธิภาพก็สามารถส่งไปได้ และประเด็นที่ 3 เมื่อจเรตำรวจแห่งชาติพบการกระทำความผิดของข้าราชการตำรวจแล้วดำเนินการทางวินัยได้หรือไม่นั้น กรณีกฎหมายกำหนดไว้ว่ากรรมการดำเนินการทางวินัยเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา เมื่อจเรตำรวจพบการกระทำผิดของข้าราชการตำรวจ ก็ส่งเรื่องไปทางต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ที่ถูกคำสั่งย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ยังคงเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร. รวมถึงป้ายชื่อที่เขียนกำกับที่นั่งก็ยังระบุว่าเป็น รอง ผบ.ตร. (สส) ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า แม้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์จะไม่ได้รับผิดชอบหน้างานสืบสวนสอบสวนแล้ว แต่ยังคงทำหน้าที่เป็น ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และ ผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55839</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไม่ดีต้องขจัดออกไป, ปฏิรูปตำรวจ, ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สอบวินัยร้ายแรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e318e1c166aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
