<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวใช้ยา &#039;ฟ้าทะลายโจร&#039;  รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่มีอาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;ก.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการส่งเสริมการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่มีอาการ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาและลดภาระระบบสาธารณสุข ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ซึ่งที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการมาตรการเชิงป้องกันความรุนแรงของโรคโควิด-19 ด้วยการใช้ยาฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่มีศักยภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์และลดการแบ่งตัวของไวรัส ใช้รักษาในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีอาการไม่รุนแรง จำนวน 1.18 หมื่นคน พบว่าได้ผลดีสามารถรักษาผู้ต้องขังหายแล้ว ร้อยละ 99.02 จากยอดผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโควิด19 ซึ่งปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศปลูกสมุนไพรประเภทต่างๆ โดยเน้นการปลูกฟ้าทะลายโจรและกระชายขาวเป็นหลักในพื้นที่ 141 ไร่ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเพื่อช่วยผู้ต้องขังในเรือนจำที่ติดเชื้อโควิค-19 และโรคอื่นๆ รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯกล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้กำชับถึงการส่งเสริมใช้ยาฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่มีอาการ จะต้องชี้แจงแนวทางให้ชัดเจน เช่น แนวทางการรักษา ปริมาณยาที่เหมาะสมต่ออาการของผู้ป่วย ข้อควรระวัง อาการข้างเคียง แนวทางการผลิตและจัดจำหน่าย เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปริมาณยาฟ้าทะลายโจรที่เหมาะสม จะต้องมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ที่ผู้ป่วยควรได้รับปริมาณ 180 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งเป็น 60 มิลลิกรัมต่อมื้ออาหาร จึงจะได้ผลชัดเจน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์พิจารณาหาแนวทางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้ายาฟ้าทะลายโจร ตลอดจนควบคุมราคาของยาฟ้าทะลายโจรและสมุนไพรอื่นๆ ให้มีความเหมาะสมและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111281</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ประชุมคณะรัฐมนตรี, ฟ้าทะลายโจร, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602c81e5b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’บ่ยั่นโควิดเข้าประชุมครม.ตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ และผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งผ่านไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลถึงรัฐมนตรีที่ลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ โดยแจ้งว่าเป็นข้อมูลที่ได้รับทราบเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา แบ่งเป็นรัฐมนตรีที่ลาการประชุม เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลที่มีความเสี่ยง ประกอบด้วย 1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา 3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 6.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 7.น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 8.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรัฐมนตรีที่ลาการประชุมบางส่วนจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากที่บ้าน ขณะที่ 9.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 10. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ลาการประชุมเนื่องจากติดภารกิจตรวจราชการที่ จ.กระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐมนตรีที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมที่ทำเนียบฯ แต่จะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากที่บ้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากที่กระทรวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรัฐมนตรีที่จะเข้าประชุมที่ทำเนียบฯ ในวันนี้ ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอีเอส) และนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะบรรยากาศทำเนียบรัฐบาลวันเดียวกันนี้ สำนักโฆษกฯขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดรุมสัมภาษณ์ โดยขอให้ยืนในจุดที่ทางทำเนียบฯ จัดไว้ให้เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์} ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, ประชุมคณะรัฐมนตรี, ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d0c68e2464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เปิดตัว รมว.คลัง อารมณ์ดีแกล้งหยอก &#039;สันติ&#039; นั่งเก้าอี้ตัวเดิมได้มั้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กับ ครม. ซึ่งหลังแนะนำเสร็จ ครม.ได้ปรบมือต้อนรับ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปหยอกนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่นั่งอยู่ด้านหลังนายอาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงไม่มี รมว.คลัง นายสันติต้องขยับมานั่งแถวข้างหน้า ซึ่งเป็นที่นั่งของ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการ รมว.คลัง แต่วันนี้นายสันติต้องขยับไปอยู่แถวหลังซึ่งเป็นเก้าอี้ของ รมช.คลัง เหมือนเดิมว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตรงนั้นนั่งได้มั้ย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ทำให้นายสันติและรัฐมนตรีคนอื่นๆ ต่างอมยิ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายอาคม และนายสันติ ว่าให้ไปยืนแถลงข่าวกับสื่อมวลชนร่วมกัน โดยบอกกับทั้งสามคนว่า ไปเรียกความเชื่อมั่นด้วยกันหน่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., ประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมช.คลัง, รมว.คลัง, สันติ พร้อมพัฒน์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f8433374028c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ระงับส่งทหารไปนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ครม.&amp;quot; ไฟเขียวต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน สิ้นสุด 31 ส.ค. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำแม้สถานการณ์โควิดดีขึ้น แต่ต้องดูแลทั้งระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล็งหาวันหยุดเพิ่มให้คนไทยเที่ยว พบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 1 ราย ทหารกลับจากสหรัฐ &amp;quot;ทบ.&amp;quot; เบรกส่งทหารไปฝึก ตปท. &amp;quot;ตร.&amp;quot; จ่อเรียกผู้จัดคอนเสิร์ต &amp;quot;เจนนี่&amp;quot; ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 ก.ค.63 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่าที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอขยายเวลาการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.63 โดยต้องสอดคล้องกับมาตรการผ่อนปรน ซึ่งจะให้ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับปกติ จะไม่เหมือนกับข้อกำหนดเมื่อครั้งที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงตอนหนึ่งถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า หลายคนบอกว่าตนมีแต่สั่งๆๆ แต่ตนสั่งตามกติกา ตามกฎระเบียบของสำนักนายกฯ ในเรื่องการบริหาร แต่คนปฏิบัติคือหลายคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้าราชการและประชาชนก็ต้องช่วยกัน อะไรที่ดูแลซึ่งกันและกันได้ก็ช่วยกัน สำหรับตนก็ดูแลทุกส่วน แต่ก็ต้องเห็นใจรัฐบาล เพราะงบประมาณที่ได้มาน้อยลง ภาษีก็ลดลง&amp;nbsp; แต่หลายอย่างก็ดีขึ้นจากมาตรการผ่อนคลาย รวมทั้งกำลังดูว่าจะมีวันหยุดเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ เพื่อให้คนได้ไปเที่ยวกันบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้เข้าใจว่าผมคิดทุกเรื่อง พยายามจะริเริ่มทุกเรื่องที่มีความเป็นไปได้ และให้หน่วยงานไปหากันมาให้เร็วขึ้น ให้เกิดประโยชน์โดยเร็ว ประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อน นี่คือสิ่งที่เป็นภาระหน้าที่ของผมอย่างยิ่งใหญ่ และยืนยันจะทำให้เต็มที่ ขอให้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประเทศจะได้เดินหน้าไปได้ แม้ว่าสถานการณ์โควิดจะจบไปแล้ว ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ก็หวังว่าให้มันเร็ว ขอฝากไปถึงสถานประกอบการต่างๆ ที่มีมาตรการผ่อนคลายไปให้แล้วควรต้องระมัดระวังด้วย การจัดการแสดงอะไรต่างๆ ก็ต้องระวัง ผมอยู่ในระดับสั่งการ อยู่ฝ่ายบริหาร ก็ต้องสั่งแบบนี้ มาตรการต่างๆ ก็ต้องผ่านไปที่ศูนย์ ศบค. ซึ่งมีหลายภาคส่วน ไม่ใช่ผมคนเดียว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวันฮารีรายอ วันที่ 31 ก.ค. ซึ่งจะมีการรวมตัวละหมาดและจัดเลี้ยงเฉลิมฉลองกัน จะต้องมีการเตือนให้ระมัดระวังโควิดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการแจ้งเตือนและขอความร่วมมือไปยังสำนักจุฬาราชมนตรีแล้ว เพื่อให้ออกประกาศแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจและกิจกรรมทางศาสนาไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงกรณีมีนักศึกษาไทยที่อียิปต์เสียชีวิต 1 ราย และมีคนไทยอยากเดินทางกลับประเทศ นายกฯ กล่าวว่า ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศดูแลเรื่องการเดินทางให้ดีที่สุด ซึ่งจะมีการเร่งรัดจัดหาเที่ยวบินพิเศษไปรับคนไทยในหลายประเทศ รวมถึงคนไทยในอียิปต์ด้วย ขณะกำลังรอเที่ยวบินอยู่ และให้กระทรวงการต่างประเทศไปดูเรื่องการกินอยู่ รวมถึงนำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นทหารชายไทย อายุ 26 ปี กลับจากการฝึกทหารที่ฐานทัพฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา และอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,298 ราย รักษาหายป่วยแล้ว 3,111 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 129 ราย และไม่มีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 16,891,173 ราย รักษาหายแล้ว 10,455,814 ราย เสียชีวิต 663,335 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถานการณ์ในหลายประเทศที่มีผู้ติดเชื้อกลับมาอีกครั้ง อยากจะย้ำว่าโอกาสที่ประเทศไทยจะกลับมาพบผู้ป่วยและโอกาสที่จะมีการแพร่ระบาดภายในประเทศยังมีอยู่ ตอนนี้เรายังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แม้ว่าเราไม่เจอผู้ป่วยมาระยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้นในเวลาที่เรายังไม่เจอผู้ป่วย ภาครัฐกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือหากกลับมาพบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์และจำกัดวงการแพร่ระบาดให้ดีที่สุด&amp;quot; รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กองทัพบก (ศบค.ทบ.) แถลงกรณีมีทหารไทยจากกองร้อยทหารราบ RTA Combat Team กำลังผสมจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ติดเชื้อไวรัสโควิดเพิ่มเติมรวม 9 นาย จากทั้งหมด 151 นาย ภายหลังเดินทางกลับจากการฝึกผสมรหัส Lightning Forge 2020 ที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกาว่า กองทัพบกได้สั่งชะลอเรื่องการฝึกร่วมทั้งหมดเอาไว้ก่อน ยกเว้นเพียงบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปฝึกร่วม รวมทั้งกำลังพิจารณาให้ชะลอการฝึกร่วมผสมทั้งหมด เพราะต้องยอมรับว่ายังไม่มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีตรวจพบการจัดคอนเสิร์ตของนักร้อง &amp;quot;เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น&amp;quot; ที่วัดเขาล้อม อ.อาวลึก จ.กระบี่ และหน้าอำเภอเก่า อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่มีการสวมใส่หน้ากากอนามัยว่า พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.ภ.จ.กระบี่ และ พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการไปยังพื้นที่เกิดเหตุให้รวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการเรียกตัวผู้จัดงานคอนเสิร์ต รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำ และจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72877</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทหารกลับจากสหรัฐ, ประชุมคณะรัฐมนตรี, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, สถานการณ์โควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21861c50408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาแรงต้านโควิด บิ๊กตู่งัดพรก.ฉุกเฉินเริ่มบังคับ26มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ได้เวลาใช้ยาแรง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; งัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้ไวรัสโควิด-19 เริ่ม 26 มี.ค.นี้ ระยะเวลา 1 เดือน ยกระดับเป็น &amp;ldquo;ศอฉ.โควิด-19&amp;quot; จัดคณะทำงานประสานกัน แย้มมาตรการมีทั้งขอความร่วมมือ-บังคับขู่ถ้ายังไม่ได้ผล &amp;quot;ปิดล็อก&amp;quot; หมด เตือนปล่อยเฟกนิวส์โดนแน่ โฆษก สธ.ชี้ถึงแม้จะใช้ยาแรง ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกและความร่วมมือของ ปชช. &amp;quot;เทพไท-สมชาย&amp;quot; หนุนทำให้มีเอกภาพ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; โลกสวยอย่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ปชช. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ข้องใจออก พ.ร.ก.แต่ยังขอความร่วมมือ ชง กมธ.ป.ป.ช.หาไอ้โม่งกักตุนหน้ากากอนามัย เปิดปมแอลกอฮอล์ราคาพุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทางไกลผ่านจอภาพ หรือระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณจากห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบฯ ไปยังรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง รวมถึงรัฐมนตรีที่ยังหยุดในช่วงกักตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า จากสถานการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 ราย มาตรการที่ออกไปแล้วในระยะที่ 2 มาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ วันนี้จะนำ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาประกาศ โดยจะประกาศใช้ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ซึ่งวันนี้ได้หารือมาตรการที่จำเป็นแล้ว ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการจัดระเบียบเรื่องการทำงาน ยกระดับเป็นศูนย์ฉุกเฉินในเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 หรือเรียกง่ายๆ ว่าศอฉ.โควิด-19 ซึ่งข้างล่างจะมีคณะทำงานสอดประสานกัน โดยมีปลัดกระทรวงของแต่ละภารกิจเป็นหัวหน้า ส่วนงานรับผิดชอบ เพื่อติดตามมาตรการที่ประกาศไว้เดิม อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ว่ากันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะมีการเสนอมาตรการเพิ่มเติมมาที่ ศอฉ.โควิด-19 โดยผมเป็นผู้อนุมัติ เพราะอำนาจทางกฎหมาย 38 ฉบับของทุกกระทรวงมาอยู่ที่นายกฯ หมด เป็นการบูรณาการอย่างแท้จริงในการบริหารงานตรงนี้ ฉะนั้นการทำงานตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. เวลา 09.30 น. จะมีการประชุม โดยนำหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดมาเสนอ รายงานสถานการณ์ให้ทราบ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะประกาศออกไปเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนข้อกำหนดตนกราบเรียนว่าเมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญคือจัดตั้งคณะทำงาน ผู้รับผิดชอบภายในศูนย์ฯ ว่าจะทำงานกันอย่างไร ประเด็นสำคัญคือข้อกำหนดนั้นสามารถออกได้ตลอดเวลา ทุกวัน ดังนั้นระยะที่ 1 ที่จะประกาศนั้น คือการทำอย่างไรที่จะลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ อาจจะเป็นการขอความร่วมมือหรือบังคับบ้างอะไรบ้าง แต่ในส่วนที่ว่าจะปิดจะเปิดอะไรต่างๆ จะเป็นมาตรการในระยะต่อไป อาจจะเข้มข้นขึ้น อยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่สถานการณ์มีความจำเป็นเพื่อสุขภาพประชาชนโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลมีความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะดูแลสุขภาพประชาชนให้ได้มากที่สุด ขอความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ที่ออกไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอความร่วมมืออย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หากจะต้องกลับจะต้องเจอมาตรการต่างๆ การคัดกรอง การตรวจสอบระหว่างทางมากมาย เช่นเดียวกับการที่เราทำมาตลอดกับคนที่เดินทางจากต่างประเทศ จะต้องมีการกักตัวที่บ้าน หรือในพื้นที่ หากมีความจำเป็นจะต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐเพิ่มเติม หากมีการพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องหามาตรการอื่นรองรับ ไม่ว่าโรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่เป็นร้อยเป็นพัน ในเรื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ ก็ต้องจัดหาให้เพียงพอ วันนี้แม้จะมีการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามา แต่ยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ จึงต้องจัดซื้อจัดหาเพิ่มเติม ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก วันนี้ถ้าตื่นตระหนกมันก็คือปัญหา ขอให้ฟังรัฐบาลในการให้ข่าวข้อมูล ซึ่งจะมีการให้ข้อมูลทั้งวันในสื่อโซเชียลต่างๆ ตั้งแต่เช้าถึงเย็น จะมีศูนย์บัญชาการต่างๆ ขอให้รีบฟังช่องทางรัฐบาลเป็นหลัก&amp;quot;&amp;nbsp;
ประกาศใช้พรก.ฉุนเฉิน1เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ขอให้ทุกคนระวังการใช้สื่อโซเชียล การให้ข่าวสารบิดเบือน เดิมใช้กฎหมายปกติอยู่ แต่จากนี้จะแต่งตั้งเจ้าพนักงาน พลเรือน ตำรวจ ทหาร จัดตั้งด้านตรวจ จุดสกัด เตรียมพร้อมช่วยเหลือส่วนต่างๆ ในการทำงาน จะมีการปรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ก็จำเป็นต้องปิดล็อกต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ ไม่ว่าจะกักตุนสินค้าหรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ รวมถึงการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งเหล่านี้จะมีความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ จึงขอเตือนไว้ ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีระยะประกาศใช้ 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.นั้น ก็เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบได้มีเวลาเตรียมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. ซึ่งประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงแรกว่า วันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งหมด แต่ใจถึงใจ เพราะ ครม.ทำงานร่วมกันมานาน จากนั้นเมื่อถึงช่วงท้ายการประชุม นายกฯ ได้กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;วันนี้ตนก็ขออำนาจ ครม.เพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะขณะนี้สถานการณ์มีความจำเป็น จากนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อประกาศใช้ฉุกเฉินแล้วนายกฯ จะมีอำนาจมากขึ้นในการประกาศหรือทำอะไร หรือแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ ทหารตำรวจ อำนาจอยู่ที่นายกฯ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อขอมติ และไม่ใช่เป็นการปิดเมือง ปิดจังหวัด ปิดประเทศ เพราะคนไทยยังต้องเดินทางกลับมา โดยที่ประชุมทุกคนเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ สอบถามที่ประชุมว่าใครมีอะไรจะพูดหรือไม่ โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า อยากให้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพียง 1 เดือนก่อน แม้อำนาจการประกาศจะมีถึง 3 เดือนก็ตาม โดยมาตรการเบื้องต้นในการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะพยายามหยุดการเคลื่อนย้ายของผู้คนให้อยู่กับบ้านให้มากที่สุด ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และประชาชน ควบคู่มาตรการทำงานเหลื่อมเวลา ส่วนมาตรการเปิด-ปิดสถานที่เสี่ยงยังคงเป็นไปตามประกาศของผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัด และยังคงผ่อนผันให้เปิดตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต &amp;nbsp;ร้านอาหาร และสถาบันการเงิน เป็นต้น ขณะที่การเดินทางของประชาชนนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ โดยเฉพาะรอยต่อของแต่ละจังหวัดอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเพียงพอต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ว่าการยกระดับมาตรการจะเพียงพอหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในประเทศเป็นสำคัญประเทศที่มีการปกครองแบบจีน มาตรการมีความเข้มข้นตั้งแต่แรกได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ได้รับรายงานตัวเลขที่ลดน้อยลง ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน และระยะของโรคด้วย กฎทุกอย่างอยู่ที่ทุกท่านเองจะปฏิบัติหรือไม่ แม้โทษปรับจะแรงขึ้นเพิ่มเป็นล้าน ถ้าทุกคนไม่มีปฏิบัติ ทุกคนยังอยู่ที่บ้าน ไม่มีใครไปตามจับท่านได้ อยู่ที่จิตสำนึกและความร่วมมือร่วมใจกัน ถ้าเราไม่อยากให้ภาครัฐประกาศมาตรการที่เข้มข้นต้องกลับมาที่ตัวเราเองร่วมมือตั้งแต่วันนี้ ถ้า กทม.ประกาศแล้วได้ผล จะเป็นตัวอย่างของทุกจังหวัดได้ทั้งหมด แล้วไม่ต้องประกาศอะไรเพิ่มเติมอีกเลย เราอยากเห็นภาพนี้มากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว.และประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเร็วก่อนที่จะสายเกินไป เพราะอำนาจพิเศษนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะสามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน มีบัญญัติในมาตรา 9 และ 11 รวมๆ ประมาณ 16 มาตรการ จะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ เพราะตอนนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังรุนแรง ลุกลามขยายตัวมาก จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาในลักษณะรวมศูนย์ โดยใช้ ศอฉ.เป็นศูนย์กลางการแก้ปัญหาทั้งหมด แม้อาจจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนบ้าง แต่ก็ขอให้ทุกคนเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ในการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด
พท.ข้องใจทำไมขอความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สรุปเป็นการแถลง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยังไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันนี้ นอกเหนือจากการที่ประชาชนต้องเสียสมาธิกับการแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ เดี๋ยวหน้ากากอนามัยหลุด เดี๋ยวแว่นตาหล่น แถลงเสร็จก็ลุกลี้ลุกลนเดินออกไป ไม่ได้อยู่ตอบคำถามเพิ่มเติมใดๆ จากนักข่าว ส่วนของเนื้อหาที่แถลงก็ดูว่ามีความย้อนแย้งอยู่ในตัวเอง คือจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.2563 เป็นต้นไป แต่เบื้องต้นจะขอความร่วมมือจากประชาชน จึงเกิดคำถามว่า ถ้าจะใช้วิธีการขอความร่วมมือแล้วทำไมต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และไม่ควรมีเป้าหมายเพื่อการควบคุมสื่อหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงไม่ควรมีการขยายขอบเขตของการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปเพื่อการอื่นหากประชาชนจะร้องเรียนเรื่องหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ ขาดตลาดหรือราคาแพง จะสามารถร้องทุกข์กับรัฐบาลได้หรือไม่ จะตกเป็นกลุ่มที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มาตรการที่รัฐออกมาก่อนหน้านี้เป็นมาตรการสนับสนุนการแพร่เชื้อโควิด-19 ให้มีการกระจายไปในหลายพื้นที่ เมื่อมีมาตรการปิดร้านอาหาร แรงงานในภาคบริการไม่มีเงินใช้ก็กลับบ้านต่างจังหวัด หากเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็จะเป็นพาหะอย่างดี ภายหลังมาตรการล็อกดาวน์ พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนถึงวันนี้จะถึง 1,000 คนแล้ว เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในเวลานี้ช้าไปมาก แต่ก็ยังดีหากออกมาแล้วคุมอยู่ รัฐจะออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ออกได้ แต่ต้องมีมาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้วย ออกมาตรการอะไรต้องมีมาตรการรองรับและไม่ควรเปิดโอกาสให้เจ้าสัวหาประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์ว่า วิกฤติที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้กฎหมายปกติอ่อนแอหรือคณะรัฐมนตรีมีอำนาจน้อยเกินไป แต่หัวใจของปัญหาที่นำมาสู่วิกฤติเกิดจากการที่รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การวางแผนอย่างไม่รอบคอบ ขาดการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเพียงพอ รวมถึงความล้มเหลวในการเปิดเผยข้อเท็จจริงและการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างจำกัดและระมัดระวัง ต้องไม่ใช้เพื่อลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตาม พ.ร.ก.นี้ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง และพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.นี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่ฉวยโอกาสใช้อำนาจตามอำเภอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัยจนทำให้ราคาแพงและหายากว่า ในฐานะกรรมาธิการ ป.ป.ช. คงร่วมกับกรรมาธิการในคณะทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องน่ารังเกียจ จะไม่ยอมให้ใครก็ตามที่หากินกับวิกฤติของชาติลอยนวลไปได้อย่างแน่นอน เรามอบให้คณะอนุกรรมาธิการไปทำการบ้านและนำรายละเอียดเข้าพิจารณาในคณะใหญ่วันพุธที่ 25 มี.ค. เชื่อว่าคงมีความคืบหน้าไปไม่น้อย และยังได้รับการร้องเรียนเรื่องแอลกอฮอล์ด้วยว่ามันมีความไม่ชอบมาพากลของการบริหารจัดการที่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก และเสกให้ต้นทุนแอลกอฮอล์ที่ราคาถูกมากๆ กลายเป็นสินค้าราคาแพงได้อย่างมหัศจรรย์ ดังนั้นจะเสนอให้กรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ควบคู่ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช. วันพุธที่ 25 มี.ค. จะมีการเชิญอธิบดีกรมการค้าภายใน กรมสรรพากร หน่วยงานที่ดูแลผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยขาดแคลน แต่ ส.ส.ต่างจังหวัดที่เป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้แจ้งลาประชุมหลายคน เนื่องจากหากเดินทางเข้ามา กทม. เมื่อกลับไปต่างจังหวัดจะต้องถูกกักตัว จึงยังไม่แน่ใจว่าจะประชุมได้หรือไม่ และวันนี้พบปัญหาวัสดุที่จะมาทำหน้ากากผ้า มีการขึ้นราคา หนังยางที่ใช้เย็บขาดตลาด หรือมีการขึ้นราคาไปมาก เดิมหนังยางม้วนละ 75 บาท ตอนนี้ราคาสูงถึง 300 บาท เรื่องนี้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูให้ครบวงจร ไม่อยากให้มีการใช้สถานการณ์แบบนี้มาแสวงหาผลประโยชน์ เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส แล้วมาสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60794</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิดีโอคอนเฟอเรนซ์, ศอฉ.โควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7a18d30b12e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มัดมือ‘ส.ส.’หามคสช. ‘บิ๊กตู่’ขู่‘ผมอยู่ไม่ได้พวกคุณก็อยู่ไม่ได้’/มีตติ้งกล่อมลิงชื่นมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ฉุนประกาศนิ่มๆ กลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีว่า &amp;ldquo;ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้&amp;rdquo; ลั่นหากเกิดสภาล่มครั้งที่ 3 อย่างเบาปรับ ครม. อย่างหนักยุบสภา! เช็กรายชื่อทั่นผู้ทรงเกียรติซีกรัฐบาลบาลสุดหมิ่นเหม่ มี 250 เสียงเกินองค์ประชุมแค่เสียงเดียว &amp;ldquo;สมคิด-อนุพงษ์&amp;rdquo; รุมสวด ปชป. บิ๊กป้อมยันเคลียร์แล้ว แต่ 6 เสียงนำโดยสาทิตย์-เทพไทจ่อโหวตสวนตั้ง กมธ.วิสามัญ มีตติ้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลคึกคัก &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ร่วมงานด้วย ฝ่ายค้านอิสระโผล่แจม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่พรรคร่วมรัฐบาลนัดพบปะหารือกันในช่วงค่ำที่สโมสรราชพฤกษ์เพื่อกระชับความสัมพันธ์นั้น ก็มีความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงเช้า โดยก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยักคิ้วและตอบถึงการจะไปร่วมพบปะหารือหรือไม่ว่า ไม่รู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวในการประชุม ครม.แจ้งว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เมื่อมีการหยิบยกปัญหารัฐบาลแพ้โหวตการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 และกรณีที่สภาล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาขึ้นมาพูดในวงประชุม โดยทันทีที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค. อย่าให้มีปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านสวนกลับได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พูดนิ่มๆ ว่า &amp;quot;เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันแล้ว ไม่ใช่อยู่ดีๆ คิดจะทำอะไรก็ทำ ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้&amp;quot;&amp;nbsp;
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า ตอนที่พรรค ปชป.เป็นรัฐบาล ตนเองก็ช่วยดูแลบ้านเมือง ทำไมมาตอนนี้ชวนมาเป็นรัฐบาล ทำไมพรรค ปชป.ทำแบบนี้ รู้ไหมบ้านเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า เสียงฝ่ายรัฐบาลปริ่มน้ำอยู่แล้ว เราต้องล็อกเสียงไว้เลย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย พรรค ปชป.โหวตสวนได้อย่างไร ยิ่งโหวตสวนก็ยิ่งติดลบ ทำไมไม่โนโหวต
จากนั้นเวลา 11.00 น. ที่ปกติเป็นเวลาพักเบรกของที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้ถือโอกาสประชุมวงเล็ก ที่ประกอบกับนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ได้พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าการประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.ล่มอีก อย่างเบาก็ปรับ ครม. อย่างหนักคือยุบสภา
ป้อมยันเคลียร์ ปชป.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการรัฐบาลรับประทานอาหารจะทำให้การทำงานของรัฐบาลราบรื่นขึ้นหรือไม่ว่า ทุกวันนี้ก็ราบรื่นอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเรามีความปรองดองกันอยู่แล้ว เพียงแต่ติดอยู่ที่ตัวบุคคล และได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้วว่าวันที่ 4 ธ.ค. จะไม่มี ส.ส.โหวตสวนมติ และเรื่องสภาผู้แทนราษฎรล่มคงไม่มีแล้ว ส่วน ส.ส.ที่ไม่สบายและไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยนั้นคงไม่มีปัญหา เพราะนับองค์ประชุมแล้วคงพอดีได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่จำเป็นต้องไปขอเสียงของฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปขอเขาได้อย่างไร ส่วนกระแสข่าวการฝากเลี้ยง ส.ส.เพื่อไทย (พท.) 20 คนนั้น ยืนยันว่าไม่มี แล้วถามว่าจะมีการฝากเลี้ยงได้อย่างไร ใครเป็นคนฝาก ขนาดตัวเรายังไม่รู้เรื่องเลย ยืนยันไม่ได้มีการไปเจรจากับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นการพบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน เนื่องจากไม่มีโอกาสได้พบปะกันตั้งแต่ตั้งรัฐบาลมา เพราะต่างคนต่างก็ทำงาน คงไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจกัน เพราะร่วมทำงานด้วยกันได้ดี ซึ่งการรับประทานครั้งนี้ก็หารือกันเป็นเรื่องๆ ไป วันนี้เป็นการที่แกนนำของทุกพรรคได้มีโอกาสพบปะพร้อมๆ กันในบรรยากาศที่มีโอกาสพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้น้อย และคงไม่ได้จัดครั้งนี้ แต่คงจัดเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกพรรคได้มีโอกาสพูดคุยกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคร่วมคงต้องมีโอกาสพบกันเป็นระยะๆ นอกจากนี้คงต้องหารือกันในส่วนของการพบปะกันของ ส.ส.ด้วย เพราะถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการพบปะ ส.ส.ในฟากรัฐบาลทั้งหมดด้วยในอนาคต&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว และว่า ส่วนในการประชุมวันที่ 4 ธ.ค.นั้น วิปรัฐบาลทำงานอยู่ ซึ่งน่าจะราบรื่น เชื่อว่าจะแก้ปัญหากันได้ และเดินหน้าไปด้วยดี ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างของพรรคร่วมถือเป็นเรื่องปกติของการทำงาน อย่าเพิ่งไปมองถึงเรื่องเสถียรภาพ และความไม่มั่นคง เพราะยังไม่ขนาดนั้น&amp;nbsp;
นายสุริยะกล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลต่างๆ ได้เจอเฉพาะคนที่เป็นรัฐมนตรี แต่ไม่มีโอกาสเจอแกนนำของพรรคอื่นๆ ดังนั้น การเจอแกนนำพรรคอื่นๆ ถือว่าเป็นประโยชน์ในการพูดคุยกัน สังสรรค์กัน แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ให้มีความร่วมมือกันเพิ่มขึ้น ส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่เป็นอะไร ได้เจอกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ทุกวัน ทุกการประชุม ครม. จึงไม่ต้องเคลียร์ใจอะไรกันหรอก และเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาสภาล่มได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทินยืนยันว่า จะเดินทางไปกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ซึ่งการรับประทานอาหารมันดีอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคเรามาครบอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวเช่นกันว่า ปกติ ครม.ก็รับประทานอาหารร่วมกันภายหลังการประชุม ครม.เป็นปกติทุกครั้งอยู่แล้ว เราไม่ได้มีปัญหาอะไร รัฐบาลยังมีความเข้มแข็ง และส่วนตัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. ได้ประสานให้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนไปร่วมงาน ซึ่งตนเองจะไปร่วมงานด้วยเช่นกัน ส่วนจะทำให้ความระหองระแหงภายในรัฐบาลคลี่คลายลงหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบว่าในวงรับประทานอาหารจะพูดคุยเรื่องใดบ้าง แต่อย่างน้อยได้พูดคุยร่วมกันบ้างก็ยังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า จะไปพร้อม น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค, นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ และแกนนำพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่สโมสรราชพฤกษ์ เริ่มคึกคักตั้งแต่เวลา 17.00 น. แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทยอยเดินทางมาถึง โดยแกนนำที่ทยอยเดินทางมาเป็นกลุ่มแรกๆ อาทิ กลุ่มพรรคเล็ก ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตคือพรรคฝ่ายค้านอิสระ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์, นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ได้เดินทางมาด้วย จากนั้นบรรดาแกนนำ รวมถึงรัฐมนตรีได้ทยอยเดินทางกันมา ทั้ง พล.อ.ประวิตร, &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์, นายสุริยะ, นายอุตตม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ, นายอนุทิน, นายศักดิ์สยาม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย, น.ส.กัญจนา กระทั่งเวลา 19.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโต๊ะหลักที่รับรองแขกวีไอพี ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร, นายอนุทิน, พล.อ.อนุพงษ์, นายอุตตม, ม.ร.ว.จัตุมงคล, นายสุวัจน์ &amp;nbsp;และ น.ส.กัญจนา ซึ่งเมนูอาหารมีการจัดเตรียมไว้เป็นอาหารจีน ประกอบด้วย ออเดิร์ฟ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว ผัดผักปวยเล้ง บะหมี่แห้งกุ้งแม่น้ำ และมีแป๊ะก๊วยบัวลอยน้ำขิงเป็นของหวาน
ข้องใจข้อ 85 ยื่นศาลตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีฝ่ายค้านเตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ &amp;nbsp;85 ในเรื่องการนับคะแนนใหม่นั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคนร่างข้อบังคับนี้ ซึ่งถ้าเรื่องใดที่มีการคัดค้านหรือโต้แย้งกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ วาระสำคัญคือการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้แต่งตั้ง กมธ.วิสามัญมาตรา 44 ซึ่งที่ผ่านมาการพิจารณาญัตติดังกล่าวเกิดเหตุองค์ประชุมล่มมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งจำนวน ส.ส.ในสภามีทั้งสิ้น 498 คน จาก 500 คน โดย 2 คนที่ขาดไปคือ 1.นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีจ้างวานฆ่า และ 2.นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรค พปชร. ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ทำให้องค์ประชุมที่จะประชุมสภาได้ที่ต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่คือ 249 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลมี 254 เสียง แต่มีแนวโน้มว่า ส.ส.อาจขาดหายไป 4 เสียง ได้แก่ 1.นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ที่ป่วยอยู่ 2.นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังบายพาสหัวใจ 3.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ และ 4.นายกรุงศรีวิไล ทำให้เสียงฝั่งรัฐบาลเหลือสูงสุดแค่ 250 เสียง เกินองค์ประชุมแค่คะแนนเดียว ดังนั้นวิปรัฐบาลจึงเช็กเสียงอย่างเข้มข้น และกำชับ ส.ส.ทุกคน ตลอดจนรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ห้ามขาดประชุมเด็ดขาด เพราะมีเสียงหมิ่นเหม่ โดยล่าสุดในการประชุมวิปรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ได้วางแนวทางป้องกันเหตุองค์ประชุมล่มไว้ในเบื้องต้น โดยเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล แทนการเสียบบัตรลงคะแนน เพื่อให้ ส.ส.ที่ติดภารกิจประชุม ทั้ง กมธ.สามัญและ กมธ.วิสามัญมาแสดงตนเป็นองค์ประชุมได้ทัน นอกจากนี้ยังกำหนดให้วิปรัฐบาล 1 คน ทำหน้าที่ประสานงาน ส.ส. 6 คน โดยเฉพาะในส่วน ส.ส.พลังประชารัฐได้กำหนดขั้นตอนว่า วิปรัฐบาลคนใดติดต่อ ส.ส.ที่อยู่ในกลุ่มตนเองไปแล้ว แต่ ส.ส.ไม่ติดต่อกลับมา ขอให้แจ้งต่อกรรมการบริหารพรรค หรือ ส.ส.อาวุโสให้เป็นผู้ประสานงานติดต่อ ส.ส.คนดังกล่าวแทน เพื่อให้ ส.ส.เกิดความเกรงใจให้ความสำคัญกับการประชุมสภามากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พรรค พปชร.ยังได้กำชับ ส.ส.ทุกคนให้เข้าประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.อย่างพร้อมเพรียง ห้ามลา ห้ามเจ็บ และห้ามป่วย รวมทั้งกำชับหนักแน่นว่าแพ้ไม่ได้ โดยเวลา 14.00 น. ทุกคนต้องอยู่ในสภาแล้ว โดยมอบหมายให้แต่ละภาคเช็กชื่อ ส.ส.ตัวเอง นอกจากนี้ยังแจ้งว่า พล.อ.ประวิตรได้เคลียร์กับพรรค ปชป.แล้ว แต่ก็มี ส.ส.ของพรรคลุกขึ้นเสนอต่อที่ประชุมว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ให้เข้าร่วมมือ พรรค พปชร.ก็ควรมีมาตรการดำเนินการหรือท่าทีอะไรอย่าง เช่น ริบโควตารัฐมนตรีกลับคืน ซึ่งมี ส.ส.ส่วนหนึ่งเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรค ปชป.ก็มีการประชุม ส.ส.พรรคเช่นกัน โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล แจ้งถึงมติวิปรัฐบาล ว่าต้องการ ส.ส.ของพรรคทุกคนเข้าร่วมประชุม และขอความร่วมมือ ส.ส.พรรคทำตามมติวิปรัฐบาล โดยให้คำนึงถึงความเป็นเอกภาพของรัฐบาล หรืออย่างน้อยที่สุดก็ขอให้อีก 5 คนที่โหวตสวนมติวิปครั้งก่อนงดออกเสียงแทน ส่วนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ในฐานะหนึ่งในเจ้าของญัตติ &amp;nbsp;มติวิปรัฐบาลก็พอเข้าใจเหตุผลได้
6 เสียง ปชป.ส่อโหวตสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาทิตย์กล่าวหลังประชุมว่า จะสนับสนุนให้มีตั้ง กมธ.วิสามัญเช่นเดียวกับ เพื่อน ส.ส.บางส่วนที่ได้โหวตสนับสนุนญัตติของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุมผู้ใหญ่ของพรรคกำชับให้ ส.ส.ทุกคนเข้าร่วมประชุมสภาในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้พูดคุยเกี่ยวกับการโหวตสวนมติของวิปรัฐบาลของ ส.ส.ทั้ง 6 คน โดยให้แต่ละคนลุกขึ้นอธิบายถึงเหตุผลในการโหวต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ผู้ใหญ่และเพื่อนสมาชิกรับฟังและยอมรับในเหตุผล โดยเฉพาะนายจุรินทร์ก็เคารพการตัดสินใจของ ส.ส. แต่ผู้ใหญ่ได้พูดในที่ประชุมด้วยว่าประเทศเราเป็นระบบรัฐสภา ต้องเคารพมติของวิปรัฐบาล ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก ปชป.แจ้งว่า ส.ส.ของพรรคที่โหวตสวน 6 คนนั้น ล่าสุดพบว่ามี 4 ส.ส.ที่จะโหวตสวนตามมติเดิม คือ 1.นายสาทิตย์ 2.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช 3.นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และ 4.นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก และนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา ยังไม่แน่ชัดว่าจะยังคงโหวตตามเดิม หรืองดออกเสียงตามมติพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากเรียกร้องไปยังประธานวิปรัฐบาลให้ถอนญัตติการนับคะแนนใหม่ เพื่อให้การประชุมสภาเดินหน้าทำงานได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าหากยังคงยืนยันญัตติต่อไป เชื่อว่าในวันข้างหน้าจะมีลัทธิเอาอย่าง ต่อไปจะเกิดปรากฏการณ์สภาล่มรายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากองค์ประชุมล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงปฏิเสธแล้วโยนความผิดไปให้วิปรัฐบาลเท่านั้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมคณะรัฐมนตรี, ปรับครม., ผมอยู่ไม่ได้พวกคุณก็อยู่ไม่ได้, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุบสภา, สภาล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de67116bb73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ขันนอต‘รมต.-สส.’แก้แพ้โหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันเชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาล ขอร้อง ส.ส.เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน &amp;quot;ครม.&amp;quot; เคาะชื่อ ขรก.การเมืองล็อต 2 พร้อมตั้งวิปรัฐบาล 61 &amp;nbsp;คน &amp;quot;วิรัช&amp;quot; นั่ง ปธ. เครื่องร้อนประชุมปรับแผนใหม่หลังแพ้โหวตในสภา &amp;quot;อุตตม&amp;quot; แจ้ง &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; รับเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้ว &amp;quot;มงคลกิตติ์&amp;quot; แฉไขก๊อกร่วม รบ. เหตุรับไม่ได้ผู้ใหญ่ พปชร.ผิดสัญญา &amp;quot;9 พรรคเล็ก&amp;quot; ควง &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; แถลงยืนข้างลุงตู่ อ้างทำเพื่อบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพรัฐบาลหลังฝ่ายรัฐบาลแพ้มติโหวตในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตนมีความเชื่อมั่น จากการทำงานร่วมกับรัฐบาลและ ครม.ที่มาจากการเลือกตั้งทุกคน รวมทั้งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ด้วยมิตรไมตรีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในการทำงานมีอะไรก็มาถามตนตลอดเวลา อะไรทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งก็ได้อธิบายขั้นตอนและข้อปฏิบัติที่ผ่านมาให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งวันนี้มีกฎหมายหลายฉบับ ทุกคนต้องระมัดระวัง ส่วนเรื่องในสภาก็เป็นเรื่องของสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เคยกราบเรียนไปแล้วเรื่องใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก็ควรจะต้องร่วมมือกันให้ได้ ถ้ามัวแต่มุ่งว่าเป็นเรื่องเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย รบกันไปรบกันมา ประเทศชาติก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ก็สุดแล้วแต่ทุกคน ความมีเสถียรภาพของรัฐบาลนั้นมีความจำเป็น แต่ประชาชนจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด จึงอยากขอร้องบรรดาส.ส.ว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติไปด้วยกัน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงข้อเท็จจริงในการนัดหารือพรรคเล็กร่วมรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มี เรื่องการรับประทานอาหารร่วมกันก็ยังไม่มี ไม่รู้ว่าใครไปนัดกับเขาหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้คนไทยสนใจในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องรอบตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับบ้างว่าสถานการณ์วันนี้บางคนอาจจะต้องลำบากบ้าง ซึ่งจะต้องพิจารณาดูถึงการปรับตัว โดยวันนี้ก็ได้สั่งในที่ประชุม ครม.ว่าทำอย่างไรจะสามารถตอบสนองคนทุกกลุ่มได้ ถ้าใช้หลักการเดียวกันแล้วทำทั้งหมด ก็จะไม่ตรงกับความต้องการของคนทุกกลุ่ม&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ ได้มีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในหลายกระทรวง ซึ่งจะมีการทยอยแต่งตั้งไปเรื่อยๆ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ขอให้มองว่าเป็นการตั้งคนเพื่อเข้าไปทำงาน ไปช่วยงานที่กระทรวงและช่วยงานรัฐมนตรี ความจริงแล้วตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งของนายกฯ แต่ตนได้มอบหมายให้ทุกกระทรวง เพื่อช่วยติดตามงานและรายงานกลับมาที่นายกฯ ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง แม้จะไปอยู่ตามกระทรวงแล้วก็ตาม
วิป รบ.ปรับแผนโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอชี้แจงให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นระบบการตรวจสอบถ่วงดุลเช่นเดียวกัน อย่าไปดูถูกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญหรือเป็นตำแหน่งต่างตอบแทน ตำแหน่งเทกระโถน จะไปดูถูกคนแบบนี้ไม่ได้ ถ้าดูถูกกันแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากไปทำงานให้&amp;quot; นายกฯกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.ได้เห็นชอบแต่งตั้งนายไชยยศ จิรเมธากร เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;ประจำนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประจำนายจุรินทร์, พล.อ.พลภัทร วรรณภักตร์&amp;nbsp;เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กลาโหม ประจำ พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองล็อต 2 ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตก&amp;nbsp;ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ตลอดจนคนใกล้ชิดในพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ครม.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) โดยมีองค์ประกอบหน้าที่และอำนาจ 1.คณะที่ปรึกษานายสมศักดิ์ &amp;nbsp;เทพสุทิน นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ นายเทวัญ &amp;nbsp;ลิปตพัลลภ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายสุรชัย &amp;nbsp;ภู่ประเสริฐ และนางฐะปาณีย์ &amp;nbsp;อาจารวงศ์ เป็นที่ปรึกษา/กรรมการ ส่วนคณะกรรมการจำนวน 61 คน มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ &amp;nbsp; ประธานกรรมการ, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานกรรมการ คนที่ 1, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองประธานกรรมการ คนที่ 2, นายวิเชียร ชวลิต รองประธานกรรมการ คนที่ 3 เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงการเสนอตั้งโฆษกรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรค ว่าพรรคจะส่งรายชื่อรองโฆษกฯ คนเดิมคือ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล แต่ที่ยังไม่เข้า ครม. เนื่องจากยังรอขั้นตอนเรื่องกรอกเอกสารเรื่องคุณสมบัติก่อน ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้ดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคว่า ยังไม่ทราบ ก็แล้วแต่พรรค พปชร. ใครอยากเสนอก็เสนอไป ส่วนปัญหาของพรรคนั้น ตอนนี้ก็มีการหลอมรวมกันอยู่แล้ว ถือเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว พรรคไม่ได้แตกแยก ถือว่าดีอยู่แล้ว ซึ่งเราไม่ต้องเป็นก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพรรค พปชร.มีการประชุม ส.ส.พรรค โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตรได้ตอบรับคำเชิญมาดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. เป็นผู้แจ้งในที่ประชุม ส.ส.ให้รับทราบ โดยที่ไม่ ส.ส.คนใดสอบถามหรือมีความเห็นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประวิตรจะมาร่วมประชุม ส.ส.ของพรรคในวันอังคารที่ 20 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคได้วางโครงสร้างกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไว้ให้ พล.อ.ประวิตรพิจารณาบุคคลที่จะมาอยู่ในตำแหน่งต่างๆ โดยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขานุการ คือ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ? และประธานวิปรัฐบาล, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรีและประธาน ส.ส. รวมถึง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี รับผิดชอบด้านการชี้แจงตอบโต้ประเด็นที่พรรคถูกโจมตี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ รับผิดชอบด้านประชาสัมพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งหลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ วิปรัฐบาลได้มีการแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือให้รัฐมนตรีที่ยังมีสถานะเป็น ส.ส.ไม่ให้ลงพื้นที่ในวันที่มีการประชุมสภา เพื่อป้องกันปัญหาแพ้โหวตให้กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน กรณีที่มีการลงมติโหวตในวาระสำคัญต่างๆ โดยขอให้ลงวันหยุดหรือวันที่ไม่มีประชุมสภา?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอให้วิปรัฐบาลเปลี่ยนวันประชุมประจำสัปดาห์ จากเดิมที่ต้องประชุมทุกวันอังคาร เวลา 09.00 น. เปลี่ยนเป็นการประชุมทุกวันจันทร์ ซึ่งนายกฯ ต้องการรับทราบความเคลื่อนไหวของการประชุมสภา ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี อีกทั้งยังต้องการให้ทั้งวิปรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนที่จะมีการประชุมสภาทุกสัปดาห์อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เป็นประธานการประชุมวิปรัฐบาล วาระสำคัญคือการหาแนวทางบริหารจัดการเสียงลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนรษฎร หลังการประชุมสภาฯ นัดที่ผ่านมา เสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลแพ้โหวต ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ระหว่างการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 9 ว่าด้วยการทำหน้าที่และอำนาจของประธานสภาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองกรรมการวิปรัฐบาล กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้วิธีแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว และมั่นใจว่าในการประชุมสภาวาระกฎหมายหรือญัตติที่สำคัญจะไม่เกิดเหตุการณ์แพ้โหวตเหมือนที่ผ่านมา เพราะหากแพ้เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ โดยวิธีการคือจะมีการประชุมวิปรัฐบาลทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 น. เพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบความเห็นและชี้แจงรายละเอียดที่สำคัญ วิปรัฐบาลที่มี ส.ส.ของแต่ละพรรคจะร่วมพิจารณาด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในรายละเอียดของร่างกฎหมาย รวมถึงเพื่อให้การลงมติไม่เกิดความสับสน&amp;nbsp;
9 พรรคเล็กยันหนุนลุงตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ เวลา 13.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พร้อมสมาชิกพรรค ได้แถลงข่าวประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระอย่างเป็นทางการว่า พรรคได้มีการประชุมและมีมติเป็นเอกฉันท์ ขอเปลี่ยนสถานะจากพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านอิสระยืนข้างประชาชน โดยไม่ได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน แนวนโยบายของพรรคอะไรที่รัฐบาลทำถูกต้องก็จะสนับสนุน สิ่งใดไม่ถูกต้องก็จะคัดค้าน การทำงานของพรรคจะเป็นเอกเทศ ในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้มีแค่รัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่จะมีฝ่ายค้านอิสระอีก 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า เหตุผลที่ออกจากฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากการทำงานในสภาในฐานะฝ่ายรัฐบาลไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาล เพราะต้องเกรงใจกันหลายขั้นตอน อีกทั้งมีการบล็อกกันไม่ให้ได้พูด ให้เวลาในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองน้อยมาก พรรค พปชร.ไม่ให้เกียรติกัน ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลไปดำเนินการ และกลับสวนทางกันทางนโยบายกันอย่างชัดเจน อาทิ การเร่งจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งและแอร์บัส 38 ลำ 1.56 แสนล้านบาท การเพิ่มภาษีน้ำมันผลักภาระให้ประชาชน การออกนโยบายประชานิยมแบบหายนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ใหญ่ใน พปชร.ไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาแบบให้เกียรติกัน ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น จน 10 พรรคต้องออกมาเรียกร้อง จนมาถึงขณะนี้มันสายเกินไปแล้ว และกรณีนายกรัฐมนตรี กล่าวถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ 2560 และไม่แสดงสปิริตความรับผิดชอบทางการเมือง หรือแก้ไขให้ถูกต้อง&amp;quot; นายมงคลกิตติ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. ที่พรรคประชานิยม 9พรรคเล็ก นำโดยนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย, นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่, นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย พร้อมหัวหน้าพรรคเล็กอีก 6 คน รวมทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืนของกลุ่ม 9 พรรคเล็กต่อรัฐบาล ภายหลังการถอนตัวของนายมงคลกิตติ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มพรรคเล็กได้ประสานงานผ่าน ร.อ. ธรรมนัสมาด้วยดีโดยตลอด แต่ที่มีกระแสข่าวออกไป เป็นเพราะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนนิดหน่อย แม้ตอนนี้จะเหลือ 9 พรรคครึ่ง เพราะยังคงมีการประสานงานกับนายมงคลกิตติ์อยู่ แต่ก็ยังยืนยันว่าเรายังสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม และสนับสนุนตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กนั้นตำแหน่งรัฐมนตรีแม้ว่าเราจะต่อรองจริงๆ เราก็ต่อรองได้ แต่เพื่อบ้านเมือง เราก็ทำให้เห็นมาแล้วว่าเราสามารถก้าวข้ามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิเชษฐกล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าที่เคลื่อนไหวนั้นเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่งสัญญาณขอคำตอบ และขอยืนยันว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งที่ยืนยันมาตลอด คือ ทั้ง 9 พรรคที่มาร่วมแถลงข่าวยังเหนียวแน่น และสนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองทั้ง 10 พรรคได้เสนอคุณสมบัติแต่ละท่านไปแล้ว ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 10 &amp;nbsp;ท่านก็ตั้งใจจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส.ไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงส่งตัวแทนเข้ามา และคาดว่ารายชื่อจะนำเข้า ครม. ในวันอังคารที่ 20 ส.ค. และเรื่องนี้ไม่ใช่การต่อรองทางการเมืองแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่ผมแถลงไปในเรื่องของน้องเต้นั้น ก็ต้องปล่อยให้น้องไปทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะวันนี้ปัญหาบ้านเมืองและปัญหาพี่น้องในระดับรากหญ้าเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ขอสรุปว่าทั้ง 9 พรรคยังยืนยันเหมือนเดิม คือจะร่วมพัฒนาบ้านเมืองไปด้วยกันกับรัฐบาล&amp;rdquo; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการแถลงข่าว ทางเจ้าหน้าที่ของพรรคประชานิยมได้ทำการแกะป้ายของพรรคไทยศรีวิไลย์ที่ติดอยู่ด้านหลังเวทีการแถลงข่าวออก ทำให้สัญลักษณ์เหลือเพียง 9 พรรคเท่านั้น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43394</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมคณะรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, เสถียรภาพรัฐบาล, แก้แพ้โหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52c8bbdb81b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
