<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ใหม่ถวายสัตย์ฯกลางเดือนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ประยุทธ์ประชุมอำลาแล้ว ก่อนถ่ายรูปทิ้งทวนเป็นที่ระลึก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ย้ำถวายสัตย์ปฏิญาณกลางเดือนนี้แน่ เตรียมปฐมนิเทศรัฐมนตรีชุดใหม่ แจงพร้อมนำนโยบายทุกค่ายมามัดรวม เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ สนธิรัตน์ชี้นโยบายร่างแรกเสร็จแล้ว เตรียมถกพรรคร่วมวางคิวความสำคัญ &amp;ldquo;ลุงตู่-ลุงป้อม&amp;rdquo; ประสานเสียงไม่สนใจแม้ววางมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 9 ก.ค. ถือเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้าย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่ารอเจอหน้ากันตอน ครม.ชุดหน้าเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่วันนี้ได้มีการถ่ายรูป ครม.ร่วมกัน ส่วนงานของ ครม.ชุดปัจจุบันยังมีอะไรที่ไม่สำเร็จ และต้องสานต่อใน ครม.ชุดหน้าหรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบ ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้อวยพรให้ทุกคนไปทำหน้าที่ที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่ได้อยู่ร่วมกันมาตลอด และบอกว่าหากใครมีปัญหาอะไรก็สามารถโทรศัพท์มาพูดคุยปรึกษาหารือได้ ซึ่งทุกคนต่างยกมือไหว้อำลา ก่อนที่นายกฯ จะชวนทุกคนไปถ่ายภาพหมู่ร่วมกันเป็นที่ระลึก พร้อมมอบเหรียญเงินรัชกาลที่ 10 ที่จัดทำโดยสำนักกษาปณ์ กรมธนารักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ กล่าวขอบคุณและบอกว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถึงแม้ต่อไปไม่ได้ทำงานให้ ครม.แล้ว แต่ทุกคนสามารถช่วยเป็นที่ปรึกษาให้นายกฯ ได้ตลอด มีอะไรก็เสนอแนะเข้ามา โดยในวันนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ ได้ลาประชุม จึงเหลือรัฐมนตรีร่วมประชุมและถ่ายภาพร่วมกันทั้งสิ้น 15 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.15 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.นัดสุดท้ายว่า หลายคนคงอยากถามว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อ ครม.ชุดใหม่เมื่อใด ขอให้ใจเย็นๆ นิดหนึ่ง เพราะคงเร็วๆ นี้ ส่วนขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำเรื่อง ขอวันเวลาในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เชื่อว่าคงไม่เกินกลางเดือนนี้ ขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ผมตั้งใจคุยกับคณะรัฐมนตรีสักครั้งหนึ่งก่อน เหมือนการปฐมนิเทศ พบปะหารือ โดยวางแผนไว้ว่าหลังพิธีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ข้อสำคัญต้องพิจารณาร่วมกันในเรื่องนโยบายของรัฐบาล&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ใช้นโยบายทุกพรรค
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้มีการหารือเรื่องนโยบายในระดับของพรรคการเมืองต่างๆ ไปบ้างแล้วว่าจะมีความสอดคล้องกันอย่างไร ไม่ใช่เขียนแค่ของตัวเองอย่างเดียว ซึ่งทำไม่ได้ ต้องเป็นนโยบายของพรรคการเมืองทั้งหมด โดยให้เอานโยบายของพรรคฝ่ายค้านมาดูด้วยว่ามีเรื่องใดที่ตรงกันบ้าง ซึ่งบางอย่างก็ทำไปบ้างแล้ว แต่อาจได้ไม่มากเท่าที่ต้องการ หรือที่หาเสียงกันมา ซึ่งก็เห็นใจอยู่ แต่เมื่อเราเป็นรัฐบาลแล้วทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณ เพราะเรามีหลายพรรคการเมืองที่รวมกัน เชื่อมั่นว่าทุกพรรคการเมืองรักชาติและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ยืนยันว่าได้เอานโยบายของทุกพรรคมาดู ทั้งของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพราะถือว่ารัฐบาลเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งต้องดูแลเรื่องเหล่านี้ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ที่สำคัญที่สุด จะทำอย่างไรให้งบที่ใช้จ่ายด้านบุคลากรนั้นน้อยลง จึงได้สั่งการให้ ก.พ.และ ก.พ.ร.ไปพิจารณาแผนบรรจุข้าราชการประจำปีใหม่&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการวิจารณ์ว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าส่งผลต่อนโยบายนั้น ยืนยันว่าไม่มีผลอะไร เพราะได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้ว หน่วยงานต่างๆ สามารถใช้งบประมาณปี 2562 ได้ก่อน เพราะมีการตั้งงบประมาณไว้ไม่เกิน 50% ของวงเงินงบประมาณปี 2562 ทั้งนี้ ไม่ห่วงว่าฝ่ายค้านจะตีรวนเรื่องดังกล่าว เพราะคนที่จะเสียผลประโยชน์คือประเทศและประชาชน ดังนั้นใครที่คิดจะตีรวนในเรื่องนี้ขอให้ใคร่ครวญให้ดี และอยากบอกประชาชนว่า ทุกอย่างจะทำไม่ได้ทั้งหมด ถ้างบประมาณไม่ผ่าน จึงขอให้คำนึงผลประโยชน์ของชาติ อย่าให้เป็นประเด็นทางการเมืองมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เหนื่อย ชินแล้ว ผ่านมา 5 ปีแล้ว ถ้าจะมีก็ใจนี่แหละ เพราะอยากทำงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และคิดว่าได้ทำเต็มที่แล้ว ที่สำคัญคนไทยด้วยกันเองต้องคำนึงถึงการพูดและการแสดงความคิดเห็น ทั้งในและต่างประเทศต้องนึกถึงคำว่าประเทศไทย เพราะเราเป็นประเทศอิสระมาช้านาน ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวในกระบวนการภายในของเรา โดยเฉพาะข้อกฎหมาย ถ้ามันใช่ ก็พอรับได้ แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือน ก็อย่าทำให้ประเทศเสียหาย ทำให้ความเชื่อมั่นลดน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศพอสมควร เพราะเห็นจากผลงานและการปฏิบัติหน้าที่มาตลอด 5 ปี หลายอย่างเราทำได้ดี ถือเป็นการปฏิรูปที่ไม่ได้รับการแก้ไขมานาน ต่างประเทศเขาพอใจตรงนี้ แต่คนของเราเองอาจไม่เข้าใจว่ามีการปฏิรูปแล้วหรือยัง เพราะการปฏิรูปการเมืองไม่ใช่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของพรรคการเมืองและนักการเมืองต้องมีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของตัวเองด้วย ขอร้องว่าอย่าใช้เวทีสภามาเป็นเรื่องด้อยค่าหรือล้มรัฐบาล ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เพราะถือว่าสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ทุกอย่างก็พัฒนาต่อไปไม่ได้ การที่รัฐบาลกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ประเทศด้านต่างๆ นั้น ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ แต่สืบทอดการแก้ไขปัญหาที่ทุกคนมีส่วนร่วม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธตอบคำถามหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณจะแถลงนโยบายได้เมื่อใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะทำงานประสานงานพรรคร่วมในการจัดทำนโยบายรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างนโยบายว่า ร่างแรกเสร็จแล้ว และ 1-2 วันจะนำเข้าที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหารือให้นโยบายนำมาปฏิบัติได้จริง ซึ่งทุกนโยบายไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมไปถึงนโยบายกัญชาเสรี ต้องพูดคุยให้เห็นพ้องร่วมกันในรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเราหารือกับพรรคร่วมเสร็จได้นโยบายร่วมกันแล้ว ได้งบประมาณที่จะนำไปใช้แล้ว ก็จะนำไปสู่แผนปฏิบัติการ เรียงลำดับว่าอะไรจะเป็นเรื่องเร่งด่วนของพรรคของรัฐบาลที่จะทำ เร็วๆ นี้น่าจะได้กรอบทั้งหมด&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. ที่พรรค พปชร. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. หนึ่งในทีมทำงานร่างนโยบายรัฐ รับข้อเสนอจากตัวแทนพรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่สอดคล้องกับนโยบายของพรรค โดยนายกอบศักดิ์กล่าวขอบคุณในข้อเสนอของพรรคร่วม และระบุว่าพรรคจะนำไปพิจารณาต่อไป
สนธิรัตน์จูบปากสามมิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะปัญหารอยร้าวในพรรค พปชร. ซึ่งบรรยากาศในการประชุม ส.ส.ประจำสัปดาห์เป็นไปอย่างชื่นมื่น ต่างจากสัปดาห์ก่อนอย่างมาก โดยก่อนการประชุม นายสนธิรัตน์ได้เข้าไปพูดคุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งคาดว่าจะปรับความเข้าใจกันหลังเกิดข้อพิพาทเรื่องโควตา รวมถึงการขับไล่ให้พ้นเก้าอี้เลขาฯ พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น การปรากฏตัวของนายสนธิรัตน์ ยังถือเป็นครั้งแรกในรอบ 2 สัปดาห์ที่มีปัญหาเรื่องโควตา และการล่าชื่อขับไล่ โดยนายสนธิรัตน์ระบุว่า ไม่มีอะไรชี้แจง เรื่องก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องปกติในการทำงาน ที่มีสมาชิกหลากหลาย มีอะไรก็รับฟังกัน ถือเป็นเรื่องในบ้าน ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมองหน้ากันได้ตามปกติหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มองได้ตามปกติ คนทำงานกันก็คุยกัน ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างจบไปหมดแล้ว &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวกับคนที่มีปัญหาด้วยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คุยกันแล้วไม่ต้องห่วง และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ข่าวก็มีมาตลอดเวลา ในส่วนของตนเองยืนยันว่ายังทำงานได้ และยังทำอยู่ทั้งการประสานนโยบายก็ยังทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความชัดเจนของบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะสรุปให้ชัดในการประชุม ส.ส.เลยหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า จะเริ่มหารือกัน ทุกอย่างต้องทำเป็นขั้นตอน เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน ไม่ยากอะไร อย่ากังวลใจ แต่ละพรรคมีวิธีการทำงานไม่เหมือนกัน ส่วนตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองอื่นๆ ยังไม่ถึงเวลาพิจารณา เพราะยังไม่โปรดเกล้าฯ ครม.ลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์สิ้นสุดลงเฉพาะตัว เหตุเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่นั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นายวิษณุอธิบายบิดเบือนมาตลอดว่า คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งผิดถนัด เพราะหลักฐานที่ควรพิจารณาโยงไปว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ 1. พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหัวหน้า คสช. &amp;nbsp;และ 2.คำสั่งของ คสช.ที่ออกมาทั้งหมดเป็นคำสั่งในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด ดังนั้นจึงเสนอหลักฐานทั้งสองอย่างนี้ให้สังคมและนายวิษณุนำไปพิจารณา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวเช่นกันว่า นายวิษณุพูดเหมือนรู้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล่วงหน้า หรือต้องการชี้นำคำวินิจฉัยกรณีความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เพราะการอ้างมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจงใจไม่พูดถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชี้ชัดว่าหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้พฤติกรรมของนายวิษณุมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งนี้ แม้ กกต.จะเป็นองค์กรที่มีอำนาจเต็มในการพิจารณาคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ แต่เมื่อบางประเด็นในข้อวินิจฉัยดังกล่าวขัดหรือแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่ถือว่าเป็นเหตุอันควรสงสัยเลยหรือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ามติ กกต.ถือเป็นที่สุดก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ทุกอย่างต้องไปจบที่ศาล แล้วคำพิพากษาศาลฎีกาจะถูกเพิกเฉย ไม่แม้แต่จะนำมาสงสัยได้อย่างไร ถ้าพูดให้ถึงที่สุดการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ยิ่งมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งเรื่องแบ่งเขต สูตรคำนวณคะแนน ความล่าช้าเรื่องการเปิดผลคะแนนแต่ละหน่วย แม้กระทั่งการพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ ดูเหมือนว่าฝ่ายเสียประโยชน์จะอยู่ตรงข้ามรัฐบาล ส่วนที่ได้ประโยชน์คือฝ่ายสืบทอดอำนาจหรือไม่&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;ldquo;พี่ป้อม-น้องตู่&amp;rdquo;เมินแม้ว
ขณะที่นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ส่งเรื่องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีเห็นว่าการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 วรรคสองหรือไม่ ว่าเรื่องนี้มีการอ้างถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือรัฐสภา ซึ่งต้องฟังข้อเท็จจริงและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะมีหนังสือไปยังประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ชี้แจงกลับมา ซึ่งปกติผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะให้ชี้แจงกลับมาภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีการแสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะวางมือทางการเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไปถามเขาสิ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวทำนองเดียวกันว่า ต้องไปถามนายทักษิณ ถามตนเองคงไม่รู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายทักษิณวางมือจริง จะส่งผลดีต่อทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ท่านอยู่ต่างประเทศ ความจริงก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรอยู่แล้ว ส่วนจะมีตัวแทนที่จะเดินเกมทางการเมืองต่อหรือไม่นั้น ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อย้ำถามว่า หากนายทักษิณต้องการซุ่มเงียบเพื่อหวังที่จะเดินเป็นเกมทางการเมืองต่ออย่างลับๆ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ สื่อคิดอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้นแหละ และเมื่อถามอีกครั้งว่า คิดว่านายทักษิณจะวางมือทางเกมการเมืองจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่เคยคิดว่านายทักษิณจะวางมือหรือไม่วางมือ เพราะไม่เกี่ยวกับตนเอง ทั้งนี้ เมื่อถามว่าแล้ว พล.อ.ประวิตรจะวางมือด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเช่นกันว่า ไม่ทราบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ประยุทธ์, ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย, หนังสือพิมพ์, เตรียมปฐมนิเทศรัฐมนตรีชุดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d249ece995a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
