<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เร่งยกระดับงานวัฒนธรรม 6 จังหวัดอันดามัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 พ.ย. - นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นอกสถานที่ อย่างเป็นทางการ ที่ จ.ภูเก็ต ว่า ตนได้รายงาน
การตรวจราชการงานวัฒนธรรม ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ โดย วธ.จะมุ่งขับเคลื่อนโครงการแนวทางการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมเพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมเศรษฐกิจบนฐานวิถีชีวิตใหม่ :ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร วัดมงคลวนาราม (วัดในยาง) ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นำเป็นต้นแบบความสำเร็จไปขยายผลสู้การพัฒนาชุมชนอื่นๆ โดยเน้นการปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สืบสานวิถีวัฒนธรมที่ดีงาม ตลอดจนเทิดทูนสถาบันหลักขอชาติ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอิทธิพล &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนท้องถิ่น โดยให้มีการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรม และกิจกรรมท่องเที่ยวที่เข้าถึงวิถีชีวิตชาวบ้าน พัฒนาเมืองศิลปะ รวมทั้งยกระดับเทศกาลงานประเพณีท้องถิ่นสู่ระดับชาติและนานาชาติในรูปแบบวิถีชีวิตใหม่ ทั้งนี้ ตนมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรม กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย บูรณาการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ให้ สำนักงานวัฒนธรรม 6จังหวัดฝั่งอันดามัน ค้นหา และนำเสนอนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อต่อยอดรูปแบผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมให้เป็นที่ยอมรับของตลาดและต่อยอดจากการที่ จ.ภูเก็ตได้รับการประกาศยกย่องเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารจากยูเนสโก

&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ขณะเดียวกันให้มีการพัฒนาศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยจะต้องมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักในพื้นที่จ.ภูเก็ต และกลุ่มเป้าหมายรองคือ คนในพื้นที่ 5จังหวัดฝั่งอันดามัน โดยให้มีการเข้าถึง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง และได้เรียนรู้ ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการถาวรนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวทางด้านประวัติศสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน และจากการพบปะและประชุมหารือร่วมกับผู้นำทางศาสนา ได้มีความร่วมมือที่จะบูรณาการการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โดยมอบกรมการศาสนา ร่วมกับองค์การศาสนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนปฏิบัติตามหน้าที่ของศาสนิกชน และนำหลักธรรมทางศาสนาไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในลักษณะพหุวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ ให้ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาร่วมสร้างความเข้าใจ ความสามัคคีของคนในชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดระหว่างกัน&amp;quot; นายอิทธิพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, นสพ.ไทยโพสต์, ประชุมครม.สัญจรภูเก็ต-เกาะสมุย, วัฒนธรรม6จังหวัดอันดามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa18cad38354.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีแล็กซ์!&#039;บิ๊กตู่&#039;ปรุงยำสับปะรดกุ้งมังกร ชูเมนูสร้างสรรค์แห่งเมืองอาหารเลิศรสภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - &amp;nbsp;ที่โรงแรมสแปลช บีช รีสอร์ท ไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 3/2563 จังหวัดภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานสักขีพยาน ในโอกาสที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกอบด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รวมจำนวน 6 ฉบับ และพื้นที่ป่าชายเลน ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง รวมจำนวน 32 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมบูธประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต โครงการพัฒนาทางหลวงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โครงการพัฒนา Smart City Data Platform และโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก โดยนายกฯร่วมปรุง &amp;quot;ยำสับปะรดกุ้งมังกร&amp;quot; ซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้า GI ของภูเก็ต พร้อมชูเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร หรือ Creative City of Gastronomy&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยังเสนอแนะการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในส่วนของโครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อเชื่องโยงเครือข่ายถนนทุกเส้นทางนั้น รัฐบาลเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้วยการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐภาคเอกชน (PPP) เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย และเกิดความคุ้มค่าในการลงทุนและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวถึงความสำคัญในการจัดทำข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อให้ฐานข้อมูลสำคัญในการดำเนินนโยบาย โดยพัฒนาต่อยอดระบบข้อมูลให้ภาครัฐและเอกชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ขณะที่โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก จะมอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาความเป็นไปได้รวมทั้งรูปแบบการลงทุนด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันนายกฯยังได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับครม.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยในการชุมครม.ครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มงวด ตั้งเเต่เส้นทางเข้ามายังสถานที่ประชุม การจัดพื้นที่จอดรถห่างจากสถานที่ประชุมประมาณ 2 กิโลเมตร เเละไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในสถานที่ประชุม เว้นเเต่ผู้ที่มีบัตรอนุญาตที่สามารถเข้าไปได้ ขณะที่บริเวณด้านนอกมีตัวเเทนชาวบ้าน เดินทางมาขอพบนายกฯเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมเเละให้ดำเนินการกับนายทุนที่บุกรุกที่ป่าชายเลน ก่อนออกเอกสารสิทธิ์เเล้วนำไปขายเพื่อสร้างสถานีขนส่งจังหวัดในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลถ้ำน้ำผุด จังหวัดพังงา เเละฟ้องร้องชาวบ้านสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าเจรจาขอให้ตัวเเทนชาวบ้านยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมแทน เพื่อป้องกันความวุ่นวาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82654</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมครม.สัญจรภูเก็ต-เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0dfa264c85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;นำทีม39หน่วยราชการรับเรื่องร้องทุกข์ปชช.ประชุมครม.สัญจรภูเก็ต-เกาะสมุย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63-นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อประชุมเตรียมความพร้อมกับส่วนราชการในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและกลุ่มมวลชนต่างๆ ที่จะยื่นเรื่องราวต่อนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่กำหนดขึ้น ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 ณ จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวในที่ประชุมว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและกลุ่มมวลชนต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่ต่อความเดือดร้อนของประชาชน ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ในครั้งนี้กำหนดขึ้นระหว่าง วันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 มีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ประการคือ1. ติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานโครงการสำคัญในพื้นที่ 2 .ขับเคลื่อนการพัฒนากลุ่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ระนอง ภูเก็ตและจังหวัดสตูล) และ3 .พบปะประชาชน ติดตามรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และสร้างการรับรู้ประชาชนในพื้นที่ต่อนโยบายแผนงานโครงการรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่และในครั้งนี้ท่านจะมาตรวจราชการเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและกลุ่มมวลชนต่างๆ และจะนำปัญหามาดำเนินการแก้ไขให้ประชาชนคลายความเดือดร้อน และในครั้งนี้ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานขอความร่วมมือจากหน่วยราชการจำนวน 39 หน่วย เพื่อร่วมลงพื้นที่รับเรื่องราวร้องทุกข์และรับทราบปัญหาของประชาชน เพื่อบูรณาการปัญหาไปแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในคราวเดียวกัน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในวันเดียวกันก่อนเริ่มการประชุมได้รับเรื่องร้องเรียนของกลุ่มประมงอวนจับปลากระตัก อ.เกาะยาว จ.พังงา ที่ได้รับผลกระทบจากการออกฎหมายพรบ.ประมงและกฎกระทรวงเพิ่มเติม โดยนายสุภรณ์ ได้รับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนและหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82495</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, ประชุมครม.สัญจรภูเก็ต-เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e9290b8d44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
