<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้าว!เมินธรรมนัส บิ๊กตู่หัวโต๊ะครม.เต็มคณะรอบ5เดือน/ประเคนดาวเทียม‘อินทัช’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรีเต็มองค์ประชุมครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะพัด! รอยร้าวฉานใน ครม. &amp;ldquo;ธรรมนัส&amp;rdquo; เป็นแกะดำนั่งหน้าเจื่อนเล่นมือถือโฮมอโลน &amp;ldquo;แก๊ง 4 ช.&amp;rdquo; ส่อแววแยกทาง &amp;nbsp;&amp;ldquo;สันติ&amp;rdquo; โบกมือลา &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยังกัดฟันไร้คลื่นใต้น้ำปกติดี &amp;quot;วิรัช&amp;quot; แจงที่ประชุม พปชร.นายกฯ ขอบคุณ ส.ส.โหวตผ่านซักฟอก ยันรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี &amp;ldquo;งูเห่าศรัณย์วุฒิ&amp;rdquo; รับสภาพอาจถูกเพื่อไทยเขี่ยทิ้งแน่ ครม.ประเดิมมติประเคนดาวเทียมให้ บมจ.อินทัชฯ อ้างเพื่อให้บริการประชาชนไม่สะดุด ตั้ง &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เช็กบิลปัญหาในอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แบบเต็มคณะครั้งแรก หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้การประชุม ครม.ต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประมาณ 5 เดือน และถือเป็นการประชุม ครม.ครั้งแรกหลังจบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งการประชุม ครม.ครั้งนี้ถูกจับตาหลังเกิดเหตุบาดหมางในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)&amp;nbsp;
โดยช่วงเช้าก่อนการประชุม มีความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีกลุ่ม 4 &amp;nbsp;ช. โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร., นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ในฐานะเหรัญญิกพรรค และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ได้ขึ้นตึกบัญชาการ 1 เพื่อพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีเพียงนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง &amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการพรรคที่ไม่ได้เข้าพบเหมือนทุกครั้ง แต่ได้เดินทางมายังตึกสันติไมตรีเพื่อร่วมประชุม ครม.ทันที ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามนายสันติว่า การเข้าพบนายกฯ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา มีประเด็นการเมืองหรือมีประเด็นอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายสันติยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี โดยได้เข้าไปยังห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ก่อนเข้าประชุม ครม. โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าไปพูดคุยคาดหารือวาระที่เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จากนั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรเดินทางจากตึกบัญชาการ 1 มายังห้องสีเหลือง เข้าไปพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.อนุพงษ์ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส, นางนฤมล &amp;nbsp;และนายอธิรัฐได้เดินเข้าห้องประชุม ครม.ตึกสันติไมตรีทันทีหลังพบ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร โดย ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลเดินพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บรรยากาศก่อนประชุม ครม.ระหว่างที่รัฐมนตรีแต่ละคนทยอยเข้าประจำที่นั่งตัวเอง ภายในห้องประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ตั้งใจเดินผ่านที่นั่งของบรรดารัฐมนตรี ซึ่งมีนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขกำลังพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส โดยเมื่อทั้งสองเห็น พล.อ.ประยุทธ์เดินมาจึงยกมือไหว้ พล.อ.ประยุทธ์รับไหว้นายสาธิต แต่เดินผ่าน ร.อ.ธรรมนัสไปโดยไม่หันมามอง ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสมีสีหน้าเจื่อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.อนุพงษ์ได้เดินผ่านที่นั่งระหว่างนายสาธิตกับ ร.อ.ธรรมนัสเช่นกัน โดยจังหวะที่ พล.อ.อนุพงษ์เดินผ่านนายสาธิต ได้ทักทายพูดคุยกับนายสาธิต ก่อนจะหันมาทาง ร.อ.ธรรมนัสที่ยกมือไหว้ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนใช้มือขวาแตะสัมผัสมือ ร.อ.ธรรมนัสเท่านั้น ส่วน ร.อ.ธรรมนัสพยายายามใช้มือทั้งสองจับมือของ พล.อ.อนุพงษ์ แต่ พล.อ.อนุพงษ์ไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัสแต่อย่างใด
&amp;#39;ธรรมนัส-4 ช.&amp;#39; ร้าวหนัก
สำหรับบรรยากาศในการประชุม ครม.เป็นไปอย่างผ่อนคลาย โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์อารมณ์ดีเป็นพิเศษ โดยระหว่างพักการประชุม &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายบรรดารัฐมนตรีทั่วห้องประชุมอย่างเป็นกันเอง โดยเมื่อเดินมาถึงบริเวณที่ ร.อ.ธรรมนัสนั่งอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกำลังคุยโทรศัพท์อยู่พอดี เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสเห็น พล.อ.ประยุทธ์เดินมาจึงยกมือไหว้ ในขณะที่มือยังถือโทรศัพท์อยู่ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดการประชุม ครม.ครั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสมีสีหน้าเจื่อนๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่สบตากับใคร หรือถ้าไม่ก้มหน้าก็จะเล่นโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งในช่วงพักเบรกการประชุม ปกติทุกครั้ง ร.อ.ธรรมนัสจะไปจับกลุ่มพูดคุยกับรัฐมนตรี 4 ช. แต่วันนี้ไม่ได้ทำเหมือนเช่นเคย ขณะที่นายสันติที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมีความขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส กลับมีท่าทีที่ผ่อนคลายกว่าอย่างเห็นได้ชัด เดินทักทายรัฐมนตรีคนอื่นตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาด้วยว่า ทุกอย่างเสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย และขอขอบคุณทุกคน เราจะขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;แถลงผลประชุม ครม.ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกหลังใช้วิธีประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมขอให้รัฐมนตรีป้องกันตัวเองขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาลเพื่อป้องกันโควิด-19 นอกจากนี้​ขอขอบคุณทุกคน​ ทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันสนับสนุนข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยการทำงานจากนี้ขอให้ดำเนินตามนโยบายของแต่ละกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนงานในด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.ว่า &amp;nbsp;ในพรรคเรียบร้อยดี ไม่มีอะไร และเมื่อถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัสที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าเรียบร้อยดี ส่วนอนาคตของ ร.อ.ธรรมนัสนั้น พล.อ.ประวิตรระบุว่า นายกฯ บอกแล้วไงไม่มีปรับ &amp;nbsp;ครม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสจะขอลาออกจากตำแหน่งเลขาฯ พรรคว่า &amp;quot;ไม่มีๆๆ&amp;quot; รวมทั้งปฏิเสธกระแสข่าวที่เตรียมจับมือพรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมงานกันในอนาคตว่าไม่มีด้วย ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ พล.อ.ประวิตรยืนยันจะไม่เป็นนายกฯ แต่ยังมีข่าวลือเป็นระยะว่าจะมาเป็นนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างรำคาญว่า &amp;ldquo;ไม่มี ไม่อยากเป็น ไม่เป็น ไปลือกันเอง บอกตั้งหลายทีแล้ว &amp;nbsp;ไปลือกันเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นต่างๆ โดยชี้มือไปที่ลำคอพร้อมระบุสั้นๆว่า​ &amp;quot;ไม่อยากพูดมาก​ เจ็บคอ​&amp;quot; และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงเหตุผลการย้ายที่ทำการพรรค พปชร.​ใหม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้&amp;quot; ก่อนเดินทางกลับทันที​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือนอกรอบร่วมกับ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ประมาณ 20 นาที ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือกรอบการเลือกตั้งท้องถิ่น จากนั้นนายกฯ เดินกลับขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทั้งนี้จังหวะที่นายกฯ &amp;nbsp;เดินได้ผ่านขบวนรถ พล.อ.ประวิตร บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรี และตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯ ได้รับไหว้นางนฤมลและนายอธิรัฐที่หันมาไหว้นายกฯ ในขณะที่ยืนส่ง พล.อ.ประวิตร โดยนายกฯ ยังได้หันมาโบกมือให้สื่อมวลชนก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.แจ้งว่า จากกระแสข่าวความขัดแย้งของกลุ่ม 4 ช.หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล่าสุดพบว่าในการประชุม ส.ส.พรรคทั้ง 2 วัน คือวันที่ 7 ก.ย. เวลา 15.00 น. และวันที่ 9 &amp;nbsp;ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมพรรคชั้น 6 ห้อง 601 อาคารรัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งเดิมการประชุม ส.ส.พรรคทุกวันอังคารที่ผ่านมานั้น จะใช้ที่ทำการพรรคซึ่งตั้งอยู่อาคารรัชดาวัน ถนนรัชดาภิเษก ขณะเดียวกันได้เกิดกระแสข่าวว่า แกนนำพรรคบางคนได้ให้ทีมงานจัดหาที่ทำการพรรคใหม่ &amp;nbsp;เพราะที่ทำการพรรคปัจจุบันเป็นของนายสันติ ซึ่งหากมีการย้ายพรรคจริงจะถือเป็นการย้ายครั้งที่ 3 โดยที่ทำการพรรคแรกคืออาคารปานศรี &amp;nbsp;ถนนรัชดาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พปชร. ซึ่งเป็นประธานในการประชุม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการประชุมว่า นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณ ส.ส.พรรค พปชร.ทุกคนในการโหวตลงมติไว้วางใจที่ผ่านมา และเราจะอยู่ต่อไปจนครบ 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งนายวิรัชชี้แจงก่อนเข้าห้องประชุมถึงสาเหตุที่มาประชุม ส.ส.พรรคที่รัฐสภาว่า เนื่องจากการประชุมพรรควันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมวลชนมาปิดล้อมที่ทำการพรรค ทำให้เลิกประชุมเร็วกว่าปกติ และวันนี้ทราบว่าจะมีมวลชนมาทำกิจกรรมที่บริเวณหน้าศาลอาญารัชดาฯ อีก &amp;nbsp;ขณะที่พรรคมีวาระการประชุมที่ถือว่าสำคัญหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ย้ายเพราะข่าวความขัดแย้งของแกนนำพรรคและตึกเป็นของนายสันติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;โหวตสวนมติพรรคงดออกเสียงให้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือว่ามีความผิดหรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่ชัดเจน &amp;ldquo;นายอนุทินใจใหญ่จะตาย คงไม่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เสี่ยหนูโวทำงานเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคอื่นๆ นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;(ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวงูเห่าในพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่โหวตช่วยรัฐมนตรีพรรค ภท. ถ้ามีการขับออก ภท.พร้อมรับเข้าพรรคหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา พรรคภูมิใจไทยก็อยู่กับพรรคภูมิใจไทย ส่วนที่ทำไมช่วงนี้พรรคเนื้อหอมใครๆ ก็อยากมาอยู่นั้น &amp;nbsp;ก็คงเพราะทำงานเยอะมั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ที่งดออกเสียงโหวต จะเรียกร้องให้พรรค พปชร.ลงโทษหรือไม่ &amp;nbsp;นายอนุทินได้ย้อนถามกลับว่า &amp;quot;คือใคร ไม่รู้จัก เขาเป็นใคร&amp;quot; พร้อมกับหัวเราะก่อนขอตัวเดินทางไปประชุม ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้นำคณะ ส.ส.พรรคมามอบแจกันดอกไม้และกล่าวอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 79 ปีของนายบัญญัติ &amp;nbsp;บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค และเป็นอดีตหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;ปชป. หลังประชุม ส.ส.พรรคเสร็จสิ้น โดยนายบัญญัติกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคและเพื่อน ส.ส. โดยระบุว่าปีนี้เป็นปีที่ดียิ่งสำหรับพวกเรา &amp;nbsp;เพราะสามวันก่อนจะถึงวันเกิด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ &amp;nbsp;เลขาธิการพรรค ก็ได้รับคะแนนไว้วางใจจากสภาสูงเป็นอันดับหนึ่ง ทุกคนชื่นชม เพราะฉะนั้นสามวันหลังจากวันเกิด เรื่องรัฐธรรมนูญที่เราเป็นเจ้าของร่างเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา ซึ่งก็ควรจะผ่าน เราก็น่าจะยิ่งดีกันใหญ่ และมีความมั่นใจท่ามกลางความที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น นพ.จาตุรงค์ &amp;nbsp;เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรค พท.กล่าวว่า จะเดินทางไปชี้แจงต่อคณะกรรมการวินัยจริยธรรม และคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคแน่นอน โดยน่าจะไปชี้แจงต่อผู้ใหญ่ในพรรคได้ช่วงวันที่ 8 หรือ 9 ก.ย. จะนำข้อมูลทางการแพทย์ตามที่ได้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลไปยืนยันพรรคด้วย โดยเฉพาะค่าวัดความดันครั้งแรกที่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลสูงถึง 193/105 หากคนปกติจะอยู่ระหว่าง 120/80 นอกจากนี้หัวใจเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็เต้น 106 ครั้งต่อนาที จนแพทย์ตกใจ แม้แต่ตอนออกโรงพยาบาลวัดค่าความดันก็ยังสูงอยู่
&amp;quot;ตอนนี้ในพื้นที่ถูกโจมตีเยอะว่าโหวตสวนกับมติพรรค ต้องเรียนว่า ผมไม่ได้โหวตสวนมติพรรค เพียงแต่ในวันลงมติที่ไม่ได้ไปเพราะป่วยหนัก&amp;quot; นพ.จาตุรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือเรียกเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว &amp;nbsp;จึงไม่ได้ทำหนังสือชี้แจงและเข้าให้ข้อมูลต่อพรรค แต่เชื่อว่าการดำเนินการในครั้งนี้เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้สังคมเห็นในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น &amp;nbsp;เพราะท้ายที่สุดเขาก็ขับออกจากพรรคอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ย้ายไปพรรคการเมืองใด ต้องรอให้คณะกรรมการวินัยสรุปก่อนจะมีจะมติออกมาในทิศทางใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงนี้มีพรรคการเมืองหลายพรรคติดต่อสอบถามเพื่อให้ย้ายไปอยู่กับพรรคนั้นๆ เป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ยังไม่ขอตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้นต่อเรื่องนี้&amp;rdquo; นายศรัณย์วุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันยังมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายชัยวุฒิ &amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;(ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จะหมดสัญญาสัมปทานดาวเทียมในวันที่ 10 ก.ย.นี้ว่า เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ในอดีต ที่เกี่ยวกับสัดส่วนของผู้ถือหุ้น บมจ.ไทยคม​ เดิมเป็นของบริษัทชินวัตร ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน) ยืนยันว่าเป็นเรื่องในอดีตไม่มีอะไร เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ครบถ้วนตามกระบวนการ
ประเคนดาวเทียมให้ &amp;#39;อินทัช&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ร้องเรียนให้ตรวจสอบการส่งมอบดาวเทียมและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตต่อหน้าที่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เรื่องไทยคมเป็นปัญหามหากาพย์ตั้งแต่รัฐบาลในอดีตกว่า 30 ปีมาแล้ว บางเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลปัจจุบัน การจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้หรือไม่ต้องเป็นสิ่งที่มีผู้ร้องเรียน ซึ่งจะมีการกระทบต่ออดีตเยอะ มีหลายเรื่องเก่าๆ ที่เราไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว เพราะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ตอนนี้เราต้องมามองว่าจะทำอย่างไรให้ดาวเทียมสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ดีกว่า อย่าให้มีความเสียหายต่อบ้านเมือง ต้องทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย ไม่มีการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในส่วนที่หมดสัญญา ตัวดาวเทียมรัฐก็ดำเนินการต่อในนามของรัฐบาล ซึ่งหัวใจสำคัญคือต้องดำเนินการไม่ให้สะดุดหรือกระทบต่อประชาชน โดยต้องดำเนินการตามกฎหมาย และไม่ให้เกิดการทุจริต เป็นเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการให้สำเร็จ ส่วนที่ นพ.วรงค์หรือผู้ที่เห็นต่างนั้น อาจได้ข้อมูลมาจากในอดีตว่าอย่างไรก็จะนำไปตรวจสอบ ต้องยอมรับว่าเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งไม่นานก็มีเรื่องเก่าๆ &amp;nbsp;หลายเรื่อง​ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลในอดีตได้ทำไปแล้วและได้จบไปแล้ว &amp;nbsp;บางทีการมารื้อฟื้นก็ทำได้ยากเหมือนกัน ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลปัจจุบันด้วย บางเรื่องเป็นเรื่องที่รัฐบาลในอดีตไปผูกเงื่อนไว้ การมาแก้ไขก็ต้องค่อยๆ ทำ คงไม่ถูกใจทุกคน แต่จะค่อยๆ ชี้แจง​ ดูทุกอย่างในรายละเอียด แต่แนวทางที่เรากำลังทำอยู่เป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบแนวทางการดำเนินการตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 10 ก.ย.ตามที่ดีอีเอสเสนอ คือ 1.กรณีการอนุมัติแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (สัญญาฉบับที่ 5) เห็นควรให้ บมจ.อินทัช &amp;nbsp;โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นใน บมจ.ไทยคม ไม่ต่ำกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และให้ดีอีเอสดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562
ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่มีการแก้ไขสัญญาเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) ในปี 2547 &amp;nbsp;ลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ปัจจุบันคือ บมจ.อินทัชฯ ในบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ซึ่งต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำวินิจฉัยว่า เป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ บมจ.ชินคอร์ป และ บมจ.ไทยคม ผู้รับสัมปทานจากรัฐโดยไม่สมควร การที่สัญญาหลักระบุให้บริษัทต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เป็นไปเพื่อให้บริษัทคู่สัญญามีอำนาจควบคุมการบริหารจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงในการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีการอนุมัติโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) เห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา โดยกำหนดให้ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ผนวกเข้ามาเป็นดาวเทียมภายใต้สัญญา และดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และ 3.ครม.เห็นชอบให้นายวิษณุตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงการดำเนินการที่ผ่านมา ว่าเกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางแก้ไขและผู้รับผิดชอบเพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115957</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประชุมครั้งแรกในรอบ 5 เดือน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61373e818e887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
