<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;จี้สมอ. คุมเข้มกระดาษและภาชนะที่ใช้สัมผัสอาหารหลังถูกยกเป็นสินค้าควบคุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.2564 นายสุริยะ &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(บอร์ด สมอ.) มีมติเห็นชอบให้กระดาษสัมผัสอาหาร เป็นสินค้าควบคุม เพื่อให้กระดาษที่ใช้สัมผัสอาหารมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และลดความเสี่ยงจากสารเคมีอันตรายซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อาจปนเปื้อนออกมาสู่อาหารและเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งนี้จึงกำชับให้ สมอ. เร่งรัดดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษของไทยให้เป็นที่ยอมรับและแข่งขันได้กับต่างประเทศ โดยคาดว่ามาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนส.ค. 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย &amp;nbsp;พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่ากระดาษสัมผัสอาหาร มอก. 2948-2562 ประกาศใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2562 แต่ไม่มีผู้ประกอบการมายื่นขออนุญาตแม้แต่รายเดียว ทั้งที่ในประเทศไทยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษเกือบ 600 ราย โดยในปี 2562 มีปริมาณการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษมากกว่า 2 ล้านตัน และมีความต้องการใช้ในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความสะดวกในการใช้งาน ใน
ขณะเดียวกันยังมีผู้ผลิตทำสินค้าด้อยคุณภาพออกมาจำหน่ายในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชน เนื่องจากมีสารเคมีอันตราย หรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม &amp;nbsp;และสารกลุ่มทาเลต ที่เคลือบอยู่บนกระดาษ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนออกมาสู่อาหารและเข้าสู่ร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศเป็นสินค้าควบคุมจะมีการทดสอบปริมาณสารเคมีอันตราย หรือโลหะหนักที่มีโอกาสปนเปื้อนกับอาหาร เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารกลุ่มทาเลต ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายกับผู้ใช้ ทั้งนี้ ในกระบวนการผลิต และสถานที่ผลิตจะต้องถูกสุขลักษณะที่ดีสำหรับการผลิต และต้องได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ของสากล เช่น GMP &amp;nbsp;HACCP หรือ BRC ด้วย&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93820</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระดาษสัมผัสอาหาร, ประชุมบอร์ด สมอ., สุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_6010faca7a744.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ. ชงมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศ และหน้ากากอนามัยกรองฝุ่น PM 2.5 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2563 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563ที่ผ่านมาว่า บอร์ด สมอ. ขานรับนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยเห็นชอบมาตรฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรฐานหน้ากากสำหรับใช้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองในอากาศ ได้แก่ มอก. 2382-2551 อุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจ : ชนิดกรองอนุภาคดูดซับก๊าซและไอในขณะเดียวกัน มอก. 2424-2562 หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว และ มอก. 2480-2562 หน้ากากใช้ครั้งเดียว ชนิด N 95 ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางการแพทย์ &amp;nbsp;รวมทั้ง มาตรฐานเพื่อควบคุมปริมาณสารมลพิษจากยานยนต์ ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ขนาดเล็ก และรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก และรถบัส ระดับยูโร 4 ยูโร 5 และยูโร 6 ล่าสุดเห็นชอบมาตรฐานเครื่องฟอกอากาศ เฉพาะด้านประสิทธิภาพการลด PM 2.5 มอก. 3061-25xx แล้ววานนี้ ตามที่ สมอ. เสนอ คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรฐานเครื่องฟอกอากาศฉบับนี้ ครอบคลุมเฉพาะการใช้ในที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน อาคาร สำนักงาน และร้านค้า เป็นต้น เพื่อกำจัดฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะ มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ แบ่งตามลักษณะการทำงาน 3 แบบ คือ แบบที่มีแผ่นกรองอากาศ แบบไอออน และแบบผสมที่มีทั้งแผ่นกรองอากาศและไอออนอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเครื่องฟอกอากาศจะต้องมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่น และสามารถลดฝุ่น PM 2.5 &amp;nbsp;ในอากาศได้ไม่น้อยกว่า 70% ก่อนที่จะปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมา ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิผลในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ของห้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;สมอ. ได้เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานที่มีส่วนในการแก้ไขและป้องกันฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนโยบายรัฐบาล เพื่อมิให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อกรณีปัญหาดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63903</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ประชุมบอร์ด สมอ., มาตรฐานเครื่องฟอกอากาศ, วันชัย พนมชัย, หน้ากากอนามัยกรองฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d5129cc0137b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
