<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>3481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานต้านโกงปัดถอดใจพ้น&#039;คตช.&#039;  แนะผู้นำต้องมีคุณธรรมสูงกว่าคนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่ชาติ (คตช.) กล่าวถึงกรณีนายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริตใน คตช.ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน คตช.ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเรียกศรัทธาการแก้ปัญหาทุจริตกลับคืนมาหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีนาฬิกาหรู ว่าตนเห็นก๊อบปี้หนังสือดังกล่าวแล้ว ถือเป็นข้อคิดได้ว่าถ้าผู้ใหญ่ในรัฐบาลทำอะไรที่ทำให้คนมีความรู้สึกว่าไม่เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้แล้ว จะทำให้คนที่ต้องการสนับสนุนถดถอยไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การออกมาแสดงความชัดเจนของผู้นำรัฐบาลก็เป็นเสียงเรียกร้องของประชาชนมาตลอด ที่ไม่ใช่แค่มีใครในรัฐบาลที่ทำผิดหรือไม่ผิดอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าการที่เราเป็นผู้นำการแสดงการความเป็นผู้ที่มีจริยธรรม คุณธรรมต้องสูงกว่าที่อื่น เป็นสิ่งที่คาดหวังของคนทั่วไปอยู่แล้ว ในฐานะที่ผมอยู่ในองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันมีพูดคุยและได้สะท้อนส่งสัญญาณออกไปในหลายๆ ประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว&amp;quot;นายประมนต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองแม้นั่งอยู่ใน คตช.แต่ไม่ได้เลือกปฏิบัติในการตรวจสอบ นายประมนต์ กล่าวว่า เราได้ส่งความคิดเห็นผ่านหลายเส้นทางไปแล้ว ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางที่สุดในหน้าที่ที่รับผิดชอบ และบนความเหมาะสม ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการตรวจสอบทุจริตไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้าม และมีหลายๆ วิธีในการออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ในฐานะองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันก็ได้สะท้อนเรื่องนี้ไปหลายๆ ครั้งแล้ว ถ้าอะไรที่เห็นว่าไม่สมเหตุสมผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องทบทวนบทบาทใน คตช.ใช่หรือไม่ นายประมนต์ กล่าวว่า คนละส่วนกัน ประเด็นการทำหน้าที่กรรมการ คตช.เป็นประโยชน์ในการใช้กรรมการชุดนั้นทำในสิ่งที่ถูกที่ต้อง ถ้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่องคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาคงหาวิธีสื่อเป็นเรื่องๆ ไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3481</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณธรรม, ต่อตระกูล ยมนาค, ต้านโกง, นาฬิกาหรู, บิ๊กตู่, ประชุมผู้นำ, ประมนต์ สุธีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8b864bba4fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2026 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; เสนอ 5 ทิศทางพัฒนากลุ่มประเทศ &#039;แม่โขง - ล้านช้าง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 61 - ที่สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง ครั้งที่ 2 &amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;แม่น้ำแห่งสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเรา&amp;rdquo; &amp;nbsp; โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกอีก 5 ประเทศร่วมประชุม ได้แก่ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน &amp;nbsp;สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา &amp;nbsp;นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นาย มิ้นต์ ส่วย รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา &amp;nbsp;และนาย เหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย&amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค &amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า &amp;nbsp;นายกฯกล่าวชื่นชมกัมพูชาและจีนที่เป็นประธานร่วมในการจัดการประชุม แม้กรอบความร่วมมือแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง &amp;nbsp;(MLC) จัดตั้งในระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่ได้พัฒนาการตามเจตนารมณ์ของผู้นำที่ตั้งใจทำให้กรอบความร่วมมือ MLC เป็นกรอบความร่วมมือที่เน้นการดำเนินการจริง ไม่ใช่เพียงกรอบแห่งการเจรจาหารือ โดยไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามปฏิญญาซานย่า ที่เน้นหลักการว่าด้วยความเท่าเทียมกัน ความสมัครใจ การมีส่วนร่วม และชื่นชมจีนที่ประกาศจะให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากที่เคยประกาศไว้ในการประชุมผู้นำครั้งที่ 1 เมื่อ 13 &amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน เปิดเผยอีกว่า นายกฯได้ระบุว่าสำหรับภารกิจที่ท้าทาย คือการกำหนดวิสัยทัศน์ของกรอบ MLC เพื่อความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งแนวทางความร่วมมือที่มุ่งผลลัพธ์ &amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดตั้งสาขาความร่วมมือที่มีความสำคัญเร่งด่วน 5 สาขา &amp;nbsp;ภายใต้การทำงานของ 6 คณะทำงาน การดำเนินโครงการระยะเริ่มแรก (Early Harvest) รวมทั้งการอนุมัติในโครงการต่าง ๆ แล้ว จำนวน 132 โครงการ จากโครงการที่เสนอทั้งหมด 250 โครงการ การจัดตั้งสำนักเลขาธิการและศูนย์ประสานงาน แม่โขง &amp;ndash; ล้านช้างในแต่ละประเทศสมาชิก การจัดตั้งศูนย์ด้านทรัพยากรน้ำ ศูนย์ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างเครือข่ายทางวิชาการ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความร่วมมือระหว่างสมาชิก อันจะนำไปสู่การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชน และการเป็นสายน้ำแห่งความเข้าใจกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;กรอบ MLC มีลักษณะที่พิเศษที่แตกต่างจากกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอื่น ๆ คือ เป็นกรอบความร่วมมือเดียวที่มีสมาชิกทั้งจากแม่น้ำโขงตอนบน (ล้านช้าง) และแม่น้ำโขงตอนล่าง รวมทั้งหลักการที่เห็นพ้องกัน คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและทุกระดับ และความสมัครใจตามหลักฉันทามติ โอกาสนี้ นายกฯได้กล่าวเสนอทิศทางของความร่วมมือในอนาคต ประการที่ 1 กรอบความร่วมมือแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง ควรส่งเสริมให้อนุภูมิภาคนี้มีความทันสมัย ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม มีความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมนุษย์ และลดช่องว่างทางการพัฒนาระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ประการที่ 2 เป็นกลไกหลักสนับสนุนให้อนุภูมิภาคนี้ สร้างความเข้มแข็งจากภายใน เชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก ซึ่งประเทศสมาชิกมีพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นภาคการเกษตร จึงต้องร่วมกันสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย &amp;nbsp;โดยรัฐบาลไทยกำลังเร่งพัฒนาพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เกษตรกรสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลและตลาดโลกผ่านโครงการดิจิตอลชุมชนและอินเตอร์เน็ตประชารัฐโดยร่วมกับภาคเอกชน และการให้ความสำคัญกับกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น โดยมีกองทุนสนับสนุนและให้ข้อมูล และได้มีการจัดงาน Startup Thailand ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่มีหลายประเทศหลายบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า&amp;nbsp;ประการที่ 3 การเชื่อมโยงในภูมิภาค เป็นเครื่องมือสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล โดยไม่ละเลยกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกล รวมทั้งการเข้าถึงของภาคประชาสังคมด้วย ซึ่งไทยมีบทบาทแข็งขันในการจัดทำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงทั้งในกรอบ ACMECS &amp;nbsp;ASEAN &amp;nbsp;BIMSTEC และ IORA สนับสนุนการเชื่อมโยงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านกฎระเบียบเพื่อการค้าและการลงทุน และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน &amp;nbsp;ไทยสนับสนุนข้อริเริ่มของจีน ในการจะจัดทำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงของกรอบความร่วมมือแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง ซึ่งจะช่วยให้อนุภูมิภาคเชื่อมโยงเข้ากับนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีน และเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ประการที่4 &amp;nbsp; ไทยสนับสนุนการจัดทำระเบียงเศรษฐกิจแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง &amp;nbsp;และผลักดันให้ระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคเชื่อมต่อเข้ากับระเบียงเศรษฐกิจ ทั้งกรอบทวิภาคีและ GMS ทั้งแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก &amp;ndash; ตะวันตก &amp;nbsp;แนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ &amp;ndash; ใต้ แนวระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ และเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านตะวันออกของไทย (EEC) โดยเฉพาะระเบียงเศรษฐกิจจีน &amp;ndash; &amp;nbsp;อินโดจีน ยังสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย + 1 &amp;nbsp;ซึ่งสนับสนุนการลงทุนและการค้าแบบบูรณาการ การผลิตร่วมกัน และขยายการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานกับตลาดภายนอก โดยเริ่มต้นจากกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูป สินค้าอุปโภค และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการลงทุนด้านการเชื่อมโยงและการคมนาคม และการท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งทั้ง 6 ประเทศต้องหารือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความเชื่อมโยงตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งด้านความต้องการพื้นฐาน การตระหนักรู้ การเข้าถึงทรัพยากรและการศึกษา ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งของบุคลากร ให้สอดคล้องกับสังคมแห่งการเรียนรู้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า และประการที่ 5&amp;nbsp;ไทยเห็นพ้องกับจีนที่เสนอให้ขยายสาขาความร่วมมือของกรอบ MLC จาก 3+5 เป็น 3+5+X โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพร้อมของประเทศสมาชิกทุกประเทศ และ &amp;ldquo;จิตวิญญาณแห่งความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยสาขาที่สามารถขยายความร่วมมือร่วมกันในอนาคตได้แก่ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการศึกษา เป็นต้น และไทยยังให้ความสำคัญความร่วมมือด้านน้ำ เพราะเชื่อว่าน้ำเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญในลำดับต้น ที่จะส่งเสริมให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิด ทั้งด้านการเมือง การส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากน้ำท่วมและน้ำแล้งในประเทศลุ่มน้ำ ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนาการที่ยั่งยืน ความสุขสงบ และสันติภาพของประเทศลุ่มน้ำโขง&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี กรอบความร่วมมือ MLC ต้องมีความเชื่อมโยงมากขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างครอบคลุม ครบวงจรและรวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ไทยยินดีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานด้านทรัพยากรน้ำในปีนี้ (ค.ศ. 2018)และพร้อมสนับสนุนให้แม่น้ำโขง เป็นสายน้ำแห่งสันติภาพ และมีความยั่งยืนต่อการพัฒนาของประชาชนในลุ่มน้ำโขงมากที่สุด ต้องมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อสร้าง &amp;ldquo;แม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; แม่น้ำโขงจะเป็นแม่น้ำตัวอย่าง และ MLC จะเป็นกรอบความร่วมมือต้นแบบ ที่สอดรับเป้าประสงค์ของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติปี ค.ศ. 2030 อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า &amp;nbsp;ไทยในฐานะประธาน&amp;nbsp;กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาค&amp;nbsp;


fifa356&amp;nbsp;: ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง ( ACMECS )ในปีนี้ ขอขอบคุณจีนที่สนับสนุนประเทศสมาชิกแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง ซึ่งเป็นสมาชิก ACMECS และกำลังจัดทำแผนแม่บท ซึ่งจะเป็นแผนแม่บทฉบับแรกของอนุภูมิภาค โดยจะให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ การเชื่อมโยงประสานแนบชิด และการเชื่อมโยงที่ทันสมัยและยั่งยืน ทั้งนี้ แผนแม่บท ACMECS และปฏิญญากรุงเทพ จะปรากฏผลเป็นรูปธรรมในอีก 6 เดือนข้างหน้า เชื่อว่า ACMECS จะเกื้อหนุนกรอบแม่โขง &amp;ndash; ล้านช้าง โดยจะเป็นตัวเชื่อมประเทศลุ่มน้ำโขงเข้ากับ ระเบียบเศรษฐกิจอนุภูมิภาคเชื่อมโยงหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) อันจะนำไปสู่โครงสร้างห่วงโซ่มูลค่าของโลกต่อไป.&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมผู้นำ, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/var/www/html/main/uploads/photos/big/20180110/5a5605ba5ef1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
