<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ถกอาเซียนบวกสาม เสนอ 3 แนวทาง เป็นหุ้นส่วนที่แน่นแฟ้นร่วมรับมือโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยนายกรัฐมนตรีร่วมกับผู้นำอาเซียนชื่นชมการดำเนินการต่อสถานการณ์โควิด-19 กับผู้นำประเทศบวกสาม ที่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้นำทั้งหมดเห็นพ้องว่า สถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นวิกฤตการณ์ของโลกที่ส่งผลอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯยังกล่าวถ้อยแถลงเสนอแนวทางสำคัญ 3 แนวทาง 1. จัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; โดยจัดสรรเงินที่มีอยู่แล้ว จากกองทุนเพื่อการพัฒนาอาเซียน กองทุนความร่วมมือกับจีน ญี่ปุน เกาหลีใต้ และอาเซียนบวกสาม หรือเท่าที่สามารถตกลงกันได้ เพื่อรองรับผลกระทบ ทั้งในระยะสั้น ในการเป็นทุนสำหรับจัดซื้อชุดตรวจ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และในระยะยาว เพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อคิดค้นวัคซีน และยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเสนอให้ใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่มีอยู่แล้ว ร่วมกับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการผลิตนวัตกรรมเพื่อป้องกันและรับมือการแพร่ระบาด และความท้าทายอื่นๆในอนาคต พร้อมเสนอให้สำนักเลขาธิการอาเซียนและสำนักเลขาธิการความร่วมมือไตรภาคี (TCS) รวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบายและมาตรการของแต่ละประเทศ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากมาตรการริเริ่มเชียงใหม่พหุภาคี (CMIM) เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาค ในกรณีที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ3. ส่งเสริมทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมิติต่าง ๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำอาเซียนบวกสามเห็นพ้องในปีที่ผ่านมา ทั้งการศึกษา การติดต่อสื่อสาร และการค้าการลงทุน พร้อมเร่งใช้เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ๆ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ MSMEs รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบจากข่าวปลอม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความเป็นหุ้นส่วนที่แน่นแฟ้น และการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ จะช่วยให้เราเอาชนะวิกฤตนี้ไปได้ โดยไทยพร้อมร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนบวกสามอย่างเต็มที่ ให้ทุกประเทศในภูมิภาคสามารถฟื้นตัวและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคง เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของโลกนี้ต่อไป เราจะเอาชนะวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63125</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ., บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมผู้นำอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e958609724fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;เสนอ 8 ประเด็นสู้โควิด-19 ควรถกในที่ประชุมผู้นำอาเซียน+3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Korn Chatikavanij - กรณ์ จาติกวณิช ว่า เช้านี้ท่านนายกฯมี video conference กับผู้นำอาเซียน +3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกฤติ Covid มีหลากหลายประเด็นที่คงต้องหารือกัน ในความเห็นของผม อยากให้มีการพูดคุยกันในประเด็นต่างๆตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์ - การตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านในกรณีที่มีวิกฤติทางการแพทย์เป็นเรื่องที่ดีมาก ซึ่งนอกจากประเด็นมนุษย์ชนแล้ว โควิดทำให้เราเห็นว่าหากเพื่อนบ้านป่วย เราก็เสี่ยงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การกำหนดการเพิ่มความร่วมมือทางการค้าระหว่าง 13 ประเทศ เพื่อสร้างอุปสงค์ภายในกลุ่ม - ผมเชื่อว่าการค้าขายภายในภูมิภาคจะมีความสำคัญมากขึ้นหลังวิกฤติคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การกำหนดนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สอดคล้องกัน ทั้งในทิศทางและจังหวะเวลา - กำลังซื้อและกระบวนการการผลิตที่ฟื้นพร้อมกันมีพลังมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การกำหนดระบบการดูแล และการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และระบบการกำกับการเคลื่อนไหว - โควิดที่วิกฤติในเอเชียและทั่วโลกส่วนสำคัญมาจากแรงงานที่มีลักษณะการทำงานและอยู่อาศัยที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดและแพร่เชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การวางแผนการรื้อฟื้นการท่องเที่ยวภายในกลุ่ม และเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเปิดตลาด - ผมเชื่อว่าในช่วงแรกการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคจะฟื้นก่อน และเรายังจะพึ่งการท่องเที่ยวจากโซนตะวันตกไม่ได้ไปอีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การส่งเสริมระบบ logistic ในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME ทั่วทั้งเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การแชร์ data และนวัตกรรมระหว่างกันจะช่วยให้การแก้ปัญหาต่างๆมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การส่งเสริมการสร้าง platform มีความจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการผูกขาดโดย platform provider ในระบบปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63087</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กรณ์ จาคิกวณิช, ประชุมผู้นำอาเซียน, หัวหน้าพรรคกล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95321079b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุมสุดยอดผู้นำผ่านระบบทางไกล&#039;บิ๊กตู่&#039;เสนอตั้งกองทุนอาเซียนรับมือ&#039;โควิด-19&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยนายกฯได้กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ว่าทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ส่งผล กระทบต่อทั้งชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงต่อเศรษฐกิจและสังคมด้วย โดยสถาบันวิจัย เอกชนชั้นนำอย่างแม็กคินซี่ได้คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตของจีดีพีโลกในปีนี้อาจจะติดลบถึง ร้อยละ 1.5 และหากวิกฤตโควิด-19 ยืดเยื้อต่อไป ก็อาจจะติดลบไปถึงร้อยละ 4.7 ซึ่ง UNDP ระบุว่าประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดยอาจสูญเสียรายได้กว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยเห็นว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ตลอดจนหาแนวทางร่วมกันในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรอบด้าน โดยเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ภายในประเทศไทย จึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 30 เมษายน 2563 และจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ให้ความสำคัญกับการรับมือและแก้ไขปัญหา ทั้งต้นทาง ที่เน้นควบคุมการเดินทางและคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ กลางทาง โดยการรณรงค์มาตรการ &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; และปลายทาง ให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วย และเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้สนับสนุนการวิจัยเชิงรุกเพื่อพัฒนาและจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 และการพัฒนาระบบสนับสนุนโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีประเทศใดสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามนี้ได้โดยลำพัง และเสนอแนวทางที่สำคัญ 5 ประการ 1. อาเซียนต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม พร้อมเสนอให้อาเซียน และประเทศบวกสามร่วมกันจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19&amp;rdquo; โดยจัดสรรเงิน ที่มีอยู่แล้วเท่าที่สามารถตกลงกันได้ มาใช้ในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อชุดตรวจ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และอุปกรณ์การแพทย์ ตลอดจนเพื่อการศึกษาวิจัยคิดค้นยาและวัคซีน ให้อาเซียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า 2. อาเซียนควรต้องร่วมกันในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ การผ่านพิธีการศุลกากร และการค้าชายแดนระหว่างกัน เพื่อให้ผู้บริโภคของเราได้เข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสินค้าที่จำเป็นในช่วงวิกฤติอย่างเพียงพอและทันท่วงที 3. เราควรสนับสนุนให้อาเซียนใช้เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ๆ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาคให้มากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีเสนอให้เร่งรัดการเชื่อมโยงการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการใช้มาตรฐานรหัสคิวอาร์ที่เชื่อมโยงกันได้ ให้การค้าภายในภูมิภาคของเรามีความ คล่องตัวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า 4. ขอเสนอให้อาเซียนถอดบทเรียนและประสบการณ์จากการต่อสู้กับโควิด-19 เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับ ความท้าทายต่างๆ ที่อาจคุกคามชีวิตของประชาชนในอนาคต โดยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและการพึ่งพาตนเองของภูมิภาคในระยะยาวให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ5. เราควรเสริมสร้างบทบาทของท่านเลขาธิการอาเซียนในการเป็นผู้ประสานงานการให้ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมถึงสถานการณ์วิกฤตอื่นๆ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ และทันเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเลขาธิการอาเซียนที่ได้ช่วยจัดการหารือ ระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและ หมอกควัน ข้ามแดน และย้ำว่า อาเซียนควรใช้โอกาสนี้มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคนิยมและ พหุภาคีนิยม โดยเน้นความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภายในอาเซียน และกับภาคีภายนอกใน วันนี้เราต้องรอด วันหน้าเราต้องเข้มแข็ง และขอชื่นชมเวียดนาม ในฐานะประธานอาเซียนที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียนในการตอบสนองต่อโควิด-19 อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้กล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเข้าสู่ครอบครัวอาเซียนอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63082</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19, นายกฯ, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมผู้นำอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9528650c0a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนาดนั้นเลย!ถ้าไม่ทำตาม&#039;คนผมน้อย&#039;จะไม่มีใครจำได้เลยว่า&#039;บิ๊กตู่&#039;ได้ทำอะไรไว้ให้กับอาเซียนบ้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้มีการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พึ่งจะเสร็จสิ้นไป จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานอาเซียนที่ประเทศไทยไม่ได้มีโอกาสบ่อยนัก ได้สร้างผลงานให้กับอาเซียนบ้าง เพราะยังไม่มีผลงานอะไรที่คนจดจำได้เลย อย่าทำเหมือนที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยมากว่า 5 ปี แต่ไม่มีผลงานอะไรเลย ทำทุกอย่างเพื่อต้องการรักษาตำแหน่งเหมือนที่สื่อหลักต่างประเทศพากันวิจารณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าปัจจุบันไทยมีปัญหาอย่างมากในหลายด้าน เช่น การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยต่ำที่สุดในอาเซียนหลายปีติดกัน คุณภาพของการศึกษาของไทยอยู่ลำดับท้ายๆ ไทยมีความเหลื่อมล้ำที่สุดในโลก อันดับความสามารถแข่งขันของไทยลดลง ไทยถูกสหรัฐตัดจีเอสพี &amp;nbsp;ไทยยังไม่ได้เซ็นข้อตกลงทางการค้ากับประเทศคู่ค้าหลัก ไทยยังไม่สามารถพัฒนาบริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นให้เกิดขึ้น ปัญหาระดับฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสูง ไทยมีปัญหากดขี่ผู้เห็นต่าง และไทยยังตอบสังคมโลกเรื่องรัฐมนตรีเกี่ยวข้องยาเสพติดไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งดูเหมือนกับว่าพลเอกประยุทธ์ขนาดตัวเองยังเอาตัวไม่รอดจึงไม่รู้จะเอาปัญญาที่ไหนไปพัฒนาอาเซียนในฐานะประธานได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำ &amp;nbsp;3 เรื่องหลัก เพื่อให้พลเอกประยุทธ์เสนอต่อกลุ่มประเทศอาเซียนได้พิจารณาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การตั้งกองกำลังทหารร่วมอาเซียน (Asean Joint Armed Forces) ในฐานะที่พลเอกประยุทธ์เคยเป็นผู้นำทางทหารและต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี ควบ รมว. กลาโหม และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ย่อมทราบดีว่า ค่าใช้จ่ายทางการทหารแต่ละปีของแต่ละประเทศในอาเซียนมีปริมาณสูงมาก การจัดตั้งกองกำลังทางทหารร่วมของอาเซียนจะช่วยลดและประหยัดงบทางทหารของแต่ละประเทศได้อย่างมาก ซึ่งจะทำให้แต่ละประเทศมีงบประมาณเหลือเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้อาเซียนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น อีกทั้งการจัดตั้งกองกำลังร่วมจะช่วยกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มความสามัคคีในกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นการแก้ปัญหาพรหมแดนของแต่ละประเทศให้หมดไป กลายเป็นประเทศอาเซียนร่วมกัน ซึ่งก็จะทำให้ไทยสามารถลดงบประมาณด้านการทหารที่เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ของกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเปิดโอกาสให้บริษัทเทคโนโลยีระดับยูนิคอร์นของกลุ่มประเทศในอาเซียนสามารถเข้าสู่ตลาดของอาเซียนได้ทั้งหมดซึ่งจะเป็นการขยายตลาด และเพิ่มศักยภาพของบริษัทยูนิคอร์นของอาเซียนในการพัฒนาแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศมหาอำนาจได้ อีกทั้งสามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจอื่นๆต่อไปได้อีกในอนาคต ทั้งนี้รัฐบาลไทยเองก็ต้องเร่งส่งเสริมให้มีการพัฒนาบริษัทยูนิคอร์นของไทยให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้กลุ่มอาเซียนควรจะร่วมกันพิจารณาออกเงินสกุลคริปโตของอาเซียนเอง ที่อาจใช้ชื่อว่า Asean coin เพื่อถ่วงดุลย์และแข่งขันกับ เงินสกุล ลิบร้า ของเฟซบุ๊ค และ เงินสกุลคริปโตของจีน และของประเทศ อื่นๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำถึงขนาดถดถอยได้ในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า กลุ่มประเทศอาเซียนควรจะต้องร่วมกันคิดเพื่อออกมาตรการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร การขยายการค้าและความร่วมมือกันให้มากขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ แม้กระทั่งการพัฒนาเงินสกุลคริปโตของอาเซียนตามที่กล่าวมาแล้วให้มาเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศในกลุ่มสมาชิกให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังจะย่ำแย่ในอนาคตได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 แนวคิดนี้ พลเอกประยุทธ์ควรจะได้นำไปพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นและผลักดันให้เกิดขึ้นได้ ก่อนที่จะส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้กับประเทศเวียดนาม เพราะหากความเป็นประธานอาเซียนของไทยโดยพลเอกประยุทธ์ได้สิ้นสุดสมัยในปลายปี จะไม่มีใครจำได้เลยว่าพลเอกประยุทธ์ได้ทำอะไรหรือได้เสนออะไรไว้ให้กับอาเซียนบ้าง และเมื่อประเทศเวียดนามเสนอแนวคิดในการพัฒนาอาเซียนที่ดีเหมือนกับที่ได้พัฒนาประเทศเวียดนามที่ก้าวกระโดด ประชาคมโลกจะเห็นความแตกต่างในความสามารถของผู้นำของสองประเทศอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้ความเป็นประธานอาเซียนของไทยสูญเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49550</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมผู้นำอาเซียน, ไม่มีผลงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9d17ab4dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;เป็นประธานซ้อมเข้มอารักษาผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) เป็นประธานตรวจความพร้อมการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รองผบ.ทสส.) คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมซ้อมโดยพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการซ้อมได้มีการบรรยายสรุปแผนปฏิบัติการในพื้นที่ของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธิตการรักษาความปลอดภัยวีไอพีในภาวะปกติโดยตำรวจสันติบาล สาธิตการรักษาความปลอดภัยวีไอพี กรณีมีสิ่งบอกเหตุมีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยคุกคาม โดยตำรวจสันติบาลและอริยทราช 26 /สาธิตการสกัดกั้นและจับกุมผู้ก่อเหตุ-วัตถุต้องสงสัย โดยตำรวจนเรศวร 261 และตำรวจนครบาล การสาธิตช่วยเหลือบุคคลสำคัญออกจากพื้นที่การประชุม โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือ ศตก. กองทัพไทย ซึ่งการรักษาความปลอดภัยงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10,000 นาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซ้อมอารักขาผู้นำ, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ประชุมผู้นำอาเซียน, รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db844b3c8afa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนอีกดอก!&#039;บิ๊กตู่&#039;อบรมพวกผีเจาะปากเวทีอาเซียนนึกอยากจะพูดอะไรไม่ได้ เพราะมีกฎบัตรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เสร็จสิ้นไปแล้วว่า สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอบคุณที่ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี แต่ไม่ใช่เรานึกอยากจะพูดอะไรไปก็ได้ อย่าลืมว่าเรามีกฎบัตรอาเซียน มีมติอาเซียนอยู่ สิ่งที่พูดกันในระดับผู้นำคือเจตนารมณ์ทางการเมืองของแต่ละประเทศ ที่จะรับเรื่องที่เป็นสารัตถะการประชุมไปขับเคลื่อนอย่างไร ต้องสอดคล้องกับนโยบายทุกรัฐบาล เรื่องใดก็ตามเป็นเรื่องภายในประเทศของเขา เป็นการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศเขาเอง เหมือนของเราเองเช่นกัน จะไปก้าวล่วงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า มีการประชุมหลายครั้ง ผู้นำจะพูดแนวปฏิบัติและเรื่องต่างๆเหล่านี้ ทั้งนี้ต้องรักษาแนวปฏิบัติให้ดี ต้องรักษากติกาให้ดี เพราะไม่ใช่การประชุมโดยทั่วไป ก่อนมีประชุมคณะย่อย แต่ละคณะไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมเป็นร้อยๆครั้ง ต้องได้รับนโยบายจากนายกฯหรือรัฐบาลทุกเรื่อง ถึงจะประชุมต่อได้ ไม่ใช่ข้างล่างประชุมให้เสร็จ แล้วแค่แจ้งระดับข้างบนเท่านั้นคงไม่ใช่วิธีการทำงานแบบนั้น ใครพูดอะไรออกมาก็กรุณาเข้าใจด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39418</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมผู้นำอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11d27fbd405.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ชี้จัดประชุมอาเซียน 22-23 มิ.ย.นี้ควรเป็นหน้าที่รัฐบาลเดิม มีอำนาจเต็มเจรจาระหว่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลในช่วงที่ไทยมีการประชุมอาเซียนว่า การทำงานยังเดินหน้าได้ เพราะยังต้องเตรียมการไปสู่การประชุมสุดยอดอาเซียน ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ด้วย ซึ่งถ้าหากกการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่แล้วเสร็จ หรือแล้วเสร็จ แต่ยังไม่ดำเนินการไปจนถึงมีการแถลงนโยบาย การที่ครม.ชุดใหม่จะเข้าไปประชุมอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ระดับภูมิภาคและระดับโลกในช่วงเวลานั้น จะไม่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตรงนี้เป็นทางสองแพร่งสามแพร่งของรัฐบาลอยู่เหมือนกัน เราเรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อ หากสมมุติท่านนายกฯจัดตั้งครม.ได้เสร็จ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน แต่ยังไม่แถลงนโยบาย รัฐบาลเก่าพ้นไปหมดแล้ว รัฐบาลใหม่จะเข้าไปประชุมอาเซียน เดี๋ยวก็จะถูกโจมตี ถูกวิจารณ์อีกว่าไปยกมือแสดงความเห็นผูกมัดประเทศไทย โดยที่ยังไม่แถลงนโยบาย ทำไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นถ้าการแถลงนโยบายยังไม่เสร็จ ก็ควรจะทอดเวลาออกไปเพื่อให้รัฐบาลนี้สามารถดำเนินการได้ เพราะว่ารัฐบาลนี้มีอำนาจเต็มในการไปเจรจาระหว่างประเทศ ยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน ความเชื่อมั่นก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน แต่มีสิ่งที่ต้องทำคือ 1.การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี 2.การเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน และ 3.การแถลงนโยบาย หากทั้งหมดสามารถเสร็จได้ก่อน วันที่ 22 มิ.ย. รัฐบาลใหม่ก็ไปดำเนินการ&amp;rdquo;นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากรัฐบาลใหม่ดำเนินการทั้งที่ไม่เคยเจรจาหรือไปประชุมในส่วนของอาเซียน ที่เป็นกรอบระดับเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงและระดับนโยบาย การทำงานจะมีปัญหาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ระดับเจ้าหน้าที่กับระดับนโยบายคนละระดับกัน ซึ่งระดับเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงเขาทำกันทั้งปีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของนโยบาย แต่สำหรับการไปเจรจาวันที่ 22-23 มิ.ย.นั้น เป็นเรื่องระดับนโยบาย ยิ่งมีเรื่องการเจรจาระดับทวิภาคีประเทศต่อประเทศในวันที่ 23 มิ.ย.หลายกรณีด้วยกัน ฉะนั้นรัฐบาลควรจะมีอำนาจเต็ม จริงอยู่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 เขาบัญญัติไว้ว่าถ้าไม่สามารถแถลงนโยบายได้ มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแถลงนโยบาย แต่ว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องตัดสินใจว่า จะถือเป็นสิ่งเร่งด่วนเข้าไปดำเนินการในเรื่องอาเซียนเลย หรือว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน ทิ้งเอาไว้ก่อน รัฐบาลชุดนี้ก็เข้าไปทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้รัฐบาลใหม่มีทางเลือก 3 ทางคือ 1.ให้รัฐบาลเก่าเป็นผู้ดำเนินการ 2.ให้รัฐบาลใหม่เข้าประชุมอาเซียน เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และ 3.หากถูกวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หรือประชาชนว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และต่างประเทศก็ยังลังเล แบบนี้ก็ต้องมาใช้ทางเลือกที่ 1 คือรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เวลานี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37825</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งคณะรัฐมนตรี, ประชุมผู้นำอาเซียน, รัฐบาลใหม่, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5ceb8a303e994.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
