<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039; เตือนรัฐราชการอำนาจนิยมใกล้ล่ม  ชู &#039;ไทยสร้างไทย&#039;  ขออาสา เป็นสะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ส่งมอบประเทศให้ลูกหลาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. เวลา 9.00 น. ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย (ชั่วคราว) ย่านลาดปลาเค้า พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประะธานพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศกร อรรณนพพร นายวัฒนา เมืองสุข นายต่อพงศ์ ไชยสาส์น น.ต.ศิธา ทิวารี และ สมาชิกพรรค ได้จัดงาน แถลงข่าวภารกิจ และพันธกิจครั้งสำคัญ ของพรรคไทยสร้างไทย ภายใต้ชื่องาน ไทยสร้างไทย เดินหน้าสร้างประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันเดียวกัน พรรคยังได้จัดให้มีการประชุมผู้บริหารพรรค ตัวแทนสาขา ตัวแทนสมาชิกประจำเขต และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ กว่า 300 เขต ผ่านระบบ Zoom ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ดิฉันทำงานการเมืองมาครบ 29 ปี ไม่เคยคิดเลยว่า จะได้เห็นประเทศไทย เดินมาถึงจุดตกต่ำ และวิกฤตที่สุด ประชาชนทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส จากการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของอำนาจนิยมเผด็จการ จนทำให้วิกฤติโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจ สาหัสขึ้นทุกวัน ผู้คนอดอยาก ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัว คนตกงานทวีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ประชาชนอ่อนล้า อ่อนแรงเกินกว่าที่จะเดินสู้ต่อไปได้แล้ว หมอต้องเลือกว่า จะรักษาใคร จะต้องชี้ให้ใครอยู่ ให้ใครไป เพราะไอซียู ไม่พอ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องนอนรอเตียง จนตายคาบ้าน ข่าวสะเทือนใจแบบนี้มีให้เราเห็นทุกวัน วัคซีนดีๆ ที่ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ที่กำลังระบาด และคร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลก็ไม่ใส่ใจ ไม่ขวนขวายหามาให้ประชาชน แถมยังมีพฤติกรรมไม่สนับสนุน และขัดขวางเอกชนไม่ให้นำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพดีได้อย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ประชาชนเสี่ยงตายไปตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราและลูกหลานเรา จะอยู่ในประเทศที่ผู้บริหารที่มีหลักคิดแบบอำนาจนิยมเผด็จการ บริหารประเทศตามยถากรรม โดยไม่ใส่ใจประชาชน และทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพต่อไปได้อย่างไร ดิฉันได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังทุกข์ยากทุกวัน ภาพที่ดิฉันเห็นมันเลวร้ายกว่าที่คิด มีพี่น้องมาร้องไห้กับดิฉันทุกวัน หลายคนกังวลถึงชีวิตในวันพรุ่งนี้ว่าจะหารายได้จากไหนมาดูแลครอบครัว มองไปข้างหน้ามีแต่ความมืดมิด ไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน บางคนถึงกับคิดสั้น หรือจบชีวิตลงเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยภายใต้ รัฐราชการอำนาจนิยม ได้เดินมาถึงจุดที่เป็นอันตรายที่สุดสำหรับประชาชน ทั้งไร้ประสิทธิภาพ สร้างความขัดแย้ง บริหารจนสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิดเลวร้าย จนทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง คนรุ่นใหม่บางคนถึงกับประชดว่าไม่อยากอยู่ประเทศนี้อีกต่อไป ซึ่งเราต้องรับฟังและเข้าใจพวกเขา และต้องทำให้พวกเขากลับมามีความหวัง และเห็นอนาคตให้ได้ ตัวดิฉันเองก็มีลูกที่เพิ่งเรียนจบ และอยู่ในวัยทำงาน จึงเข้าใจดีว่า คนรุ่นใหม่เขาคิดและห่วงใยอนาคตของประเทศชาติของเขาเพียงไร ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง โดยการกำจัดแนวคิดแบบอำนาจนิยม และกลไกรัฐราชการ &amp;nbsp;ที่นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ การคอร์รัปชั่น การคุกคามเสรีภาพอันพึงมีของประชาชน การด้อยค่าระบอบประชาธิปไตย ที่ถือว่าเป็นอำนาจอธิปไตยของปวงชน และการละเลยต่อหลักนิติธรรม เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำรงอยู่ต่อไป ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็จะรุนแรงมากขึ้น ฐานะทางการคลังของประเทศก็จะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และเศรษฐกิจของประเทศก็จะล่มสลายในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตทางการเมืองของดิฉันเดินทางมาถึงปีที่ 29 แล้ว ไม่ได้มุ่งหวังเกียรติยศ ตำแหน่ง หรืออำนาจใดๆ อีกแล้วนอกเสียจากความสุข ความอิ่มใจที่ได้สร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลานของเรา ตั้งใจที่จะทำภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง ในการก่อตั้ง พรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่จะนำประเทศออกจากความตกต่ำ และความเลวร้าย &amp;nbsp;นำประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ไปสู่ความรุ่งเรือง และนำความผาสุขกลับมาสู่คนไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ดิฉันจะส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป &amp;lsquo;มรดกที่มีไม่ได้มีแต่เรื่องราวของอดีต แต่ต้องมีอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความตั้งใจที่ตนเองจะทำหน้าที่เป็น เสาเข็ม ตั้งพรรคไทยสร้างไทย ให้เป็นสถาบันทางการเมืองของคนไทยทุกคน โดยจะขอทุ่มเทใช้ความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 29 ปี มาสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำงานรับใช้ประชาชน เราจะเป็นผู้แสวงหาทางออกให้กับสังคม โดยใช้องค์ความรู้และปัญญา&amp;nbsp; ขออาสาเป็น นั่งร้าน เชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มาร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อนำความหลากหลายทางความคิด และต่อยอดความถนัดต่างๆ มาร่วมสร้างประเทศไทยของเรา ท้ายที่สุด ขออาสาเป็น สะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ทั้งรุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์ มาเป็นเสาหลักทางความคิด กับคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และเห็นโอกาสใหม่ๆ ให้มาร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายและนโยบายที่สำคัญของพรรคไทยสร้างไทยว่า อยากให้พรรคไทยสร้างไทย เป็นพรรคของคนตัวเล็กทุกคนในประเทศนี้ คนที่มีความคิด มีความสามารถ มีความฝันแต่ยังขาดโอกาส เพราะถูกกดทับจากระบบของ รัฐราชการรวมศูนย์ ให้เข้ามาร่วมกันใช้พรรคไทยสร้างไทย เป็นเครื่องขยายเสียงให้คนตัวเล็ก ได้มีสิทธิ์ มีเสียง มีโอกาส มีชีวิตที่ดีได้ในสังคมไทย พรรคไทยสร้างไทย เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และ เชื่อว่าพี่น้องคนไทยทุกคนอยากทำมาหากินบนความสามารถของตัวเอง อย่างมีศักดิ์ศรี &amp;nbsp;ไม่ได้ต้องการรอรับการแจกเงินจากรัฐบาล ขอเพียงให้ได้รับโอกาสในการทำมาหากิน สามารถเข้าถึงแหล่งทุน แหล่งความรู้ และตลาดอย่างทัดเทียมกันเท่านั้น โดยเร่งปลดปล่อยคนตัวเล็กเหล่านี้ จากการถูกกดทับทั้งปวง และสร้างพลังให้ประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคไทยสร้างไทย ยังมีนโยบายที่จะสร้างฐานรายได้ใหม่ให้คนไทย บนศักยภาพของประเทศไทย ในบริบทของโลกใหม่ และ เยาวชนไทยต้องได้เป็น พลเมืองของโลก ได้ เพื่อที่จะไปคว้าโอกาสของโลกยุคใหม่มาสร้างอนาคตให้ตัวเอง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คนวัยทำงานต้องได้รับโอกาส บนศักยภาพสูงสุดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัยขายคนทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ของคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์บริการด้านสุขภาพและWellness ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประเทศไทยต้องเป็น ศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่งของโลก ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยกำลังศึกษา &amp;lsquo;โครงการคลองไทย&amp;rsquo; อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ประเทศไทยต้องเป็นสถานที่ ที่บริษัทTech และ Startup จากทั่วโลกอยากมาตั้งบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ผู้สูงวัยต้องได้รับการดูแลให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีเงินพอที่จะเลี้ยงชีพ ด้วย &amp;lsquo;กองทุนบำนาญประชาชน&amp;rsquo; สำหรับผู้ที่เกษียณจากการทำงาน โดยไม่มีรายได้และสวัสดิการอื่น จะได้รับการดูแลเดือนละ 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ประชาชนทุกวัยมีรายได้ ดำรงชีพได้ ก็ควรต้องต่อเติม ต่อยอด ด้วยการออมผ่าน สลากการออม หรือ หวยบำเหน็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราต้องนำพาประเทศให้ออกจากความเลวร้ายของ รัฐราชการอำนาจนิยม ที่กดทับโอกาสของประชาชน และสร้างความพังพินาศให้กับ ประเทศชาติ จึงต้องมีพรรคการเมืองที่สามารถเป็น ทางออกของประเทศ ด้วยเหตุนี้ดิฉันและผู้ร่วมอุดมการณ์จึงได้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยขึ้น เพื่อหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด พวกเราทุกคนต้องจับมือกันก้าวเดินต่อไป แม้จะมีอุปสรรคขวากหนาม หรืออดีตที่เหนียวรั้งเราไว้ ก็ขออย่าหยุดเดิน เมื่อม่านหมอกแห่งความกลัวของเวลาที่มืดมนจางหายไปเมื่อนั้น สิ่งที่เหลืออยู่คือแสงสว่างและอนาคตของพวกเราทุกคน มาร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลานของเรา กับพรรคไทยสร้างไทยด้วยกัน&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นโยบายพรรค, ประกาศพันธกิจ, ประชุมพรรค, พรรคไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e13d7daf171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยแฮงค์&#039;ไม่รู้คลื่นใต้น้ำในพปชร. ไม่เห็น&#039;บิ๊กป้อม&#039;ว่าอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพปชร.เตรียมจัดประชุมใหญ่วันที่ 20 มิ.ย. ที่ขอนแก่น ว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ กรรมการบริหารพรรค​ (กก.บห.)​ พรรคยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคเมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้ท่านยังไม่ทราบอีกหรือ เขาตอบว่า ยังไม่มีการแจ้งเข้ามา​ ส่วนการประชุมพรรควันที่​ 8มิ.ย.จะมีการแจ้งในเรื่องดังกล่าวหรือไม่นั้นไม่ทราบ​ เพราะไม่เคยคุยกันก่อน และยังไม่เคยมีการพูดคุยกันเป็นการภายใน​ อีกทั้งยังไม่เห็นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.พูดว่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรค มองว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมที่จะจัดประชุมใหญ่หรือไม่ นายอนุชา แจงว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของกก.บห.จะพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร​ ต้องไปว่ากัน และยิ่งเป็นประเด็นส่วนตัวยิ่งไม่อยากไปแสดงความคิดเห็น ให้เกียรติทุกคนที่ทำงานในพรรค​ ให้เกียรติกับกก.บห.และหัวหน้าพรรคที่ท่านต้องดูแลและปกครองพรรค​ ดังนั้น​ เรื่องนี้จึงต้องเป็นเรื่องของส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ที่บอกว่าเป็นประเด็นส่วนตัวหมายความว่าจะมีการปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคตามที่มีข่าวออกมาใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวปฏิเสธว่าไม่ใช่ เพียงแต่เห็นว่ามีประเด็นนี้ในสื่อ​ ซึ่งตนยังไม่ทราบว่ามาจากไหน​ แต่ยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่เคยได้ยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า​ จะมีการพูดคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรคหรือไม่ เลขาธิการพปชร.ตอบว่า ก็ไม่เห็นท่านว่าอย่างไร และหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้เอ่ยให้คนในครม.รับทราบ​ จึงสรุปว่ายังไม่มีประเด็น เมื่อถามย้ำว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ยังมั่นใจในตำแหน่งเลขาธิการพรรคใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไม่ได้คิดอย่างนั้น​ อย่างที่ทุกคนรู้จักตนมา​ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรค, พลังประชารัฐ, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7e9c656917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล้าเก่าในขวดใหม่ ‘เฮียพงษ์’โวนำพท.กลับมายิ่งใหญอี่กครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อยโรงเรียนหญิงอ้อ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ยุคเหล้าเก่าในขวดใหม่ &amp;ldquo;สมพงษ์&amp;rdquo; นั่งหัวหน้าพรรคอีกรอบ เขี่ยขุมอำนาจหญิงหน่อยพ้นกรรมการบริหารเหลือแค่ &amp;ldquo;อนุดิษฐ์&amp;rdquo; คนเดียว หัวหน้าพรรคโว 4 ภารกิจยุคนิวนอร์มอล หวังสร้าง พท.กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง &amp;ldquo;ประเสริฐ&amp;rdquo; ลั่นจะทำพรรคให้เข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจ พ่วงปัด &amp;ldquo;พจมาน&amp;rdquo; คุมแค่ข่าวลือ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เชื่อเกมแก้รัฐธรรมนูญจบที่ชั้น กมธ.ว่าไปทางไหน ชี้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ไม่เคยส่งซิกแค่พูดตามหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ หลังนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรคต่างทยอยเข้าร่วมห้องประชุมชั้น 7&amp;nbsp; โดยเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเดินทางมาถึง ได้มี ส.ส.บางส่วนปรบมือต้อนรับให้กำลังใจ ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์มีสีหน้ายิ้มแย้มเดินทักทาย ส.ส.ในห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังการลงคะแนนเลือก กก.บห.ชุดใหม่เรียบร้อย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ว่าที่รองหัวหน้าพรรค ได้แจ้งรายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่ มีทั้งสิ้น 24 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย&amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรคมี 10 คน คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายสุทิน คลังแสง, นายไชยา พรหมา, พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นเลขาธิการพรรค มีรองเลขาธิการพรรค 5 คน ประกอบด้วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม, นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายคุณากร ปรีชาชนะชัย และนายนพ ชีวานันท์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เป็นเหรัญญิกพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ เป็นโฆษกพรรค และมีกรรมการบริหารพรรค 4 คน ประกอบด้วย นายชวลิต วิชยสุทธิ์, นายสรวงศ์ เทียนทอง, นายองอาจ วงษ์ประยูร และนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า รายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่นี้ เห็นได้ชัดเจนว่ามีการกันคนสายคุณหญิงสุดารัตน์ออกจาก กก.บห.พรรคที่เดิมมีหลายตำแหน่ง ล่าสุดเหลือเพียง น.อ.อนุดิษฐ์คนเดียว ซึ่ง กก.บห.ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดคนตระกูลชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คือ นายสมพงษ์, พล.ต.อ.สมศักดิ์ และนายจักรพล ส่วนที่ใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็มีนายกิตติรัตน์, น.ส.ธีรรัตน์ และนายคุณากร ที่ใกล้ชิดนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ คือนายเกรียง และมีส่วนหนึ่งมาจากอดีตพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เก่า 2 คน ประกอบด้วย นายพิชัย และ น.ส.อรุณี
ขณะเดียวกันยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่และเป็นทายาทนักการเมืองมาเป็น กก.บห. อาทิ นายนพและนายจิรวัฒน์ ส่วนนายเผ่าภูมิ ถือเป็นคนใกล้ชิดนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ส่วนกรณีนายประเสริฐได้เป็นเลขาธิการพรรคนั้น เนื่องจากมองว่า ส.ส.อีสานมีอยู่หลายกลุ่ม ถ้าเอาคนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค จะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้ แต่นายประเสริฐไม่ถือว่าเป็นคนของกลุ่มไหนชัดเจน และประนีประนอมจึงทำให้ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมพงษ์กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรค พท.ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้อยู่ภายใต้ภาวะวิกฤติการเมือง เศรษฐกิจ พรรคจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการบริหารพรรคให้แบกรับภารกิจเป็นที่หวังพึ่งได้ของประชาชน ซึ่งภารกิจสำคัญแรกคือ ความมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยพรรคจะจับมือกับทุกเครือข่ายเร่งรัดแก้รัฐธรรมนูญให้เกิดกติกายุติธรรมเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ภารกิจที่สองคือมุ่งมั่นแบ่งเบาความเดือดร้อนประชาชน โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่จะทำต่อจากนี้คือการระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกพรรค&amp;nbsp; เพื่อผลักดันนโยบาย หาทางแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม ดังเช่นที่พรรค พท.ได้เคยทำสำเร็จมาแล้ว ส่วนภารกิจที่สามคือกระชับความสัมพันธ์ในหมู่สมาชิกและประชาชน กลุ่มประชาสังคมทุกเครือข่ายให้เกิดการร่วมมือให้แน่นแฟ้น สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรค และภารกิจท้ายสุดคือ รวบรวมและนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญสื่อสารไปยังประชาชนและ ส.ส. เพื่อรับรู้ปัญหาและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในการแก้ไขปัญหาให้ดียิ่งขึ้น
&amp;ldquo;การเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังจากรุ่นสู่รุ่น ระหว่างความรู้ ประสบการณ์ของรุ่นพี่ กับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ และความมุ่งมั่นที่เปี่ยมด้วยพลังของรุ่นน้องๆ ให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราสองรุ่นจะจับมือกันให้แน่น ร่วมถักทอความหวัง ความฝันที่จะเห็นประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้อย่างมีความสุขกับชีวิตที่ดีขึ้น คืออุดมการณ์สูงสุดของพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; นายสมพงษ์กล่าว
สร้างเพื่อไทยกลับมาใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า กก.บห.ชุดนี้มีทั้งคนหน้าเก่าหน้าใหม่ผสมผสานกันเพื่อนำพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเก่า จากนี้ขอเวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อปรับสิ่งต่างๆ จากนั้นจะมีนโยบายออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม
เมื่อถามว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณได้ให้คำแนะนำอะไรบ้างหรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า คุณหญิงพจมานไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรค แต่อาจมีสมาชิกไปหารือกับท่านตรงนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คงไม่ไปก้าวล่วง ส่วนกระแสข่าวคุณหญิงพจมานจะเข้ามาคุมพรรคนั้นเป็นเพียงการลือกันไปต่างๆ นานา เพราะงานท่านก็มีอยู่เยอะ พรรคเรางานก็ยุ่ง ส่วนกระแสข่าวนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ จะมาร่วมงานการเมืองกับพรรคนั้น ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประเสริฐกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรค เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในยุคปัจจุบันที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพของเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนไป เพราะวันนี้ประชาชนขาดศรัทธา พรรคเพื่อไทยจึงจะขับเคลื่อนทุกองคาพยพ โดยหลังจากนี้ภารกิจเริ่มแรกที่สำคัญคือ ต้องเร่งระดมความคิดเห็น เร่งประชุม กก.บห.พรรคโดยด่วนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อวางกรอบนโยบายในด้านต่างๆ ต่อมาคือเร่งสร้างนโยบายของพรรคให้ตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน
&amp;ldquo;ในฐานะเป็นเลขาธิการพรรค จะสร้างพรรคให้มีความเข้มแข็งด้วยการกระจายอำนาจ แบ่งส่วนงาน กระจายความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับ ส.ส.ทุกคน เพราะถือเป็นผู้ที่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนโดยตรง จะรับรู้รับทราบปัญหาของพี่น้อง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข่าวที่จะมีการดึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลับมา&amp;nbsp; นายประเสริฐกล่าวว่า นายชัชชาติได้ปฏิเสธในเบื้องต้น คงเป็นเรื่องในอนาคต ส่วนการดึงกลุ่มบุคคลต่างๆ กลับมาร่วมงาน อาทิ กลุ่มแคร์นั้น เป็นกลุ่มนักวิชาการ มีแนวความคิดและข้อคิดเห็นหลายอย่าง อะไรที่เป็นประโยชน์พรรคก็พร้อมรับฟัง โดยอาจร่วมสนทนา สัมมนากันเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในอนาคตก็เป็นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีกระแสข่าวคุณหญิงพจมานจะกลับมาบริหารพรรค นายประเสริฐกล่าวว่า ท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรคที่เราให้ความเคารพนับถือ ที่ผ่านมาท่านไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของพรรคแต่อย่างใด ส่วนการดึงคุณหญิงสุดารัตน์เข้ามาร่วมงานนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ยังเป็นสมาชิกและบุคลากรคนสำคัญของพรรคอยู่ หลังจากที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันแล้วก็คงจะพูดคุยกันว่าจะขอให้ท่านกลับมาทำงานร่วมกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายสมพงษ์ที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค พท.อีกครั้ง และขอแสดงความยินดีกับคนบ้านเดียวกัน นายประเสริฐ ที่ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเท่าที่ดูรายชื่อ กก.บห.ชุดใหม่แล้ว เป็นการผสมผสานกันของกลุ่มการเมืองมุ้งต่างๆ ในพรรค ก็หวังว่าการเมืองจะเดินแบบสายกลางไม่สุดโต่ง เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ยินข่าวว่าคุณหญิงพจมานจะมาคุมพรรคเอง แต่ในรายชื่อไม่เห็น แต่อาจมาในนามประธานกรรมการบริหารพรรคอีกชั้นหนึ่ง จึงอยากจะฝากว่าบ้านเมืองบอบช้ำมานาน พรรคเพื่อไทยก็ทราบดีว่ามีส่วนทำให้บ้านเมืองเดินสู่วิกฤติหลายต่อหลายครั้ง เมื่อมีการถ่ายเลือดเปลี่ยนคนใหม่ ก็ขอให้คำนึงถึงกติกาประชาธิปไตย ที่ ส.ส.และพรรคการเมืองต้องเล่นกันในสภา จบที่สภา จะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับบ้านเมือง&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า 2 ป. เตรียมตั้งพรรคสำรอง ว่าก็ไปถาม 2 ป.เอาเองว่า 2 ป.คือใคร และเขาก็ชี้แจงไปหมดแล้ว มันจะมีอะไร เมื่อซักอีกว่า แต่มีชื่อ พล.อ.ประวิตรอยู่ด้วย รองนายกฯ ตอบว่า เรามีพรรคอยู่แล้วจะไปตั้งพรรคใหม่ทำไม คุณคิดไปเอง ไม่มีอะไร
ปัดข่าวบิ๊กตู่ส่งสัญญาณ
พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะท่าที ส.ว.หลังได้ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 6 ฉบับ ก่อนรับหลักการจะมีท่าทีที่ดีขึ้นหรือไม่ว่า ดีขึ้น เดี๋ยวก็ร่วมกันเหมือนเดิม ดูแลให้เรียบร้อย ส่วนที่คิดว่าจะได้รับการสนับสนุนและเห็นชอบจาก ส.ว.เพิ่มมากขึ้นหรือไม่นั้น ส.ว.เขาก็มีความคิดของเขาเอง
เมื่อถามว่า มีบางส่วนบอกว่าเมื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อยากให้ไปทำประชามติก่อน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ต้องแล้วแต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ถามอีกว่าต้องพูดคุยกับ ส.ว.ก่อนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า เขาอยู่ในคณะ กมธ.ที่ตั้งร่วมมาด้วยกันอยู่แล้ว ถามย้ำว่าการตั้ง กมธ.ขึ้นมาจะทำให้บรรยากาศของ 3 ฝ่ายดีขึ้นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็เดี๋ยวต้องเชิญฝ่ายค้านมาร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของ ส.ว.ที่ไม่ตอบรับการส่งสัญญาณจากนายกฯ และยังยืนว่าการตั้ง ส.ส.ร.ต้องทำประชามติว่าเป็นความเห็นของ ส.ว. แต่ทุกอย่างต้องไปพูดคุยกันใน กมธ. รัฐบาลหรือตนคงออกความเห็นอะไรไม่ได้ โดยร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 1 ร่าง และร่างพรรคฝ่ายค้าน 1 ร่าง ซึ่งหลักคล้ายคลึงกัน เป็นการแก้ไขรายมาตราอีก 4 ร่าง ร่างของไอลอว์อีก 1 ร่าง ซึ่งของไอลอว์นั้นประธานรัฐสภากำลังตรวจสอบ ทั้งหมดจะเข้าไปสู่การพิจารณาของ กมธ. และได้ยินว่าเขาจะนำบทสรุปหรือข้อสังเกตของ กมธ.ชุดของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นการดี เพราะตอนที่ชุดของนายพีระพันธุ์เสนอนั้น ยังไม่มีร่างใดเลยแม้แต่ร่างเดียว ดังนั้นจึงต้องนำมาเทียบกันทั้งหมด จะต้องใช้เวลาไม่เกิน 30 วันนี้ให้เป็นประโยชน์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เป็นข่าวและวิจารณ์กันว่ารัฐบาลส่งสัญญาณอะไรนั้น เมื่อวันอังคารที่ 28 ก.ย. ผมก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ไม่เห็นว่าเป็นการส่งซิกใดๆ ทั้งนั้น เป็นเพียงมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง เป็นธรรมดาของทุกวันอังคารก่อนการประชุม ครม. ที่รัฐมนตรีคนไหน หรือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคนไหนมีข้อหารือหรือเล่าให้นายกฯ ก็พูดคุยเป็นธรรมดา ไม่ใช่ประชุมอะไรด้วยซ้ำไป และพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ นายกฯ ปรารภขึ้นมาว่าร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้ลงชื่อกันไปมากกว่า 200 คน เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเสนอแล้ว ก็ต้องเข็นต่อไป จะไปกลับลำได้อย่างไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่นายกฯ พูด ซึ่งทุกพรรคก็เห็นด้วย&amp;rdquo; นายวิษณุระบุ
นายวิษณุยังกล่าวว่า นายกฯ บอกว่าอันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนการที่ทำความเข้าใจอย่างไรต่อไปกับคนอื่น ซึ่งในที่นี้หมายถึงสมาชิกรัฐสภา ทั้งผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และประชาชน ก็รอฟัง กมธ.ว่าเขาว่ากันอย่างไร เพราะถ้าออกมาตรงกันก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบาย แต่ถ้าไม่ตรงกันก็ต้องช่วยกันอธิบาย พูดกันแค่นี้ ไม่ได้ส่งซิกส่งอะไร ส่วน ส.ว.ท่านจะพูดกันอย่างไรก็ถูก เพราะถือเป็นผู้มีสิทธิเสียบบัตร หรือผู้มีสิทธิออกเสียงหรือขานชื่อ ท่านจะเอาอย่างไรก็ต้องแล้วแต่ท่าน แต่ทั้งหมดนี้คงต้องคุยกันใน กมธ.ก่อน ไม่อย่างนั้นจะตั้งขึ้นมาหาอะไร และตอนที่นายกฯ พูดคือวันอังคาร กมธ.ยังไม่ได้ประชุมกัน ซึ่งเขาเพิ่งประชุมกันนัดแรกในวันพุธ
เชื่อร่าง รธน.จบที่ กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้พูดประโยคสำคัญ พวกคุณสังเกตหรือไม่ เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะมีอะไรซ่อนอยู่ ผมบอกว่าทั้งหมดอยู่ที่คณะ กมธ.&amp;nbsp; ถ้า กมธ.ออกมาตรงกับแนวของเรา มันก็ได้ แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็ต้องไปช่วยกันทำความเข้าใจกับ ส.ส., ส.ว. และประชาชน&amp;rdquo; นายวิษณุตอบกรณีเสียง 250 ส.ว.มีความสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่ามี ส.ว.บางคนเรียกร้องให้ทำประชามติก่อนตั้งส.ส.ร. นายวิษณุกล่าวว่า มีบางคนพูดเท่านั้น ซึ่งได้ยินมานานแล้ว ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นข้อเสนอและเป็นข้อสังเกตที่ดี แต่นั่นคือสิ่งที่พูดกันมาก่อนตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อศึกษาหาข้อยุติในประเด็นปัญหาทางข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อร่วมกันพิจารณาและวางกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแก้รัฐธรรมนูญต้องดำเนินการอะไรบ้าง ถ้าต้องทำประชามติ ต้องทำกี่ครั้ง ใช้งบประมาณเท่าใด ต้องเตรียมข้อมูลให้รอบด้านเพื่อให้ กมธ.ประกอบการตัดสินใจ โดยคณะอนุกรรมการต้องทำเสร็จโดยเร็วที่สุด เพราะ กมธ.ชุดใหญ่มีกรอบทำงานถึงวันที่ 22 ต.ค. จะต้องได้ข้อยุติว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร โดย กมธ.เสนอทิศทางต่อรัฐสภาด้วยว่า ควรจะรับหรือไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใด ซึ่งเชื่อว่าความเห็นของ กมธ.จะช่วยให้ ส.ว.ลงมติไปในทางเดียวกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า รายชื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายได้ทบทามพรรคฝ่ายค้านด้วย แต่ก็ได้ปฏิเสธเข้าเป็นอนุกรรมการชุดดังกล่าว ทั้งนี้ ยังมีรายงาน กมธ.ได้นัดประชุม กมธ.ในสัปดาห์หน้า เป็นเวลา 3 วัน โดยวันที่ 6 ต.ค.จะเชิญนายพีระพันธุ์เข้าร่วมประชุม, วันที่ 7 ต.ค. จะเชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทน ส.ส.ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมประชุม และวันที่ 8 ต.ค. จะเชิญเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และผู้แทน ส.ส.ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า สภาได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน หรือไอลอว์ 101,827 คนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งข้อมูลเลขบัตรประชาชนของผู้มีรายชื่อดังกล่าวไปยังกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบว่ามีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหลังจากกรมการปกครองตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งกลับมายังสภาเพื่อประกาศรายชื่อทางเว็บไซต์ให้ตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ และการคัดค้านชื่อ ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ใช้เวลา 30 วัน หากตรวจสอบเรียบร้อย ประธานรัฐสภาก็บรรจุเข้าไปในระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาภายใน 15 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79255</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรค, ประชุมวิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหาร, พจมาน ดามาพงศ์, พรรคเพื่อไทย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75d9efc5980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกำหนดการ ผ่าตัดใหญ่พรรคเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย เผยแพร่ กำหนดการการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2563 พรรคเพื่อไทย ในัวนที่ &amp;nbsp;1 ต.ค.นี้ ณ สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอทาวเวอร์ชั้น 7 &amp;nbsp;ถนนเพชรบุรีตัดใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเวลา 09.00 -10.00 น ลงทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.00 -10.10 น ประธานกล่าวเปิดประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.15- 10.30 น. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม&amp;nbsp;
-ระเบียบวาระที่ 1 เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ&amp;nbsp;
-ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 พรรคเพื่อไทยวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.30- 11.30 น เข้าสู่ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา
ระเบียบวาระที่ 3.1 การแก้ไขภาพเครื่องหมายของพรรค(โลโก้)
ระเบียบวาระที่ 3.2 การเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่&amp;nbsp;
1.เลือกตั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคประกาศผลการเลือกตั้งและ&amp;nbsp;
2. เลือกตั้งตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคในตำแหน่งอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.30 - 16.00 น. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม
-ประกาศผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคในตำแหน่งอื่นๆให้ที่ประชุมรับทราบ
-เรียนเชิญท่านหัวหน้าพรรคกล่าวขอบคุณและพูดคุยกับสมาชิกในที่ประชุม
-เข้าสู่ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องอื่นๆ(ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 16.00 น .ปิดการประชุม
หมายเหตุ การแต่งกายชาย-หญิง แจ็กเก็คพรรค สีขาว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79094</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงพจมาน, ทักษิณ, ประชุมพรรค, พรรคเพื่อไทย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f74313ad7b6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมคุมพปชร.‘นฤมล’เหรัญญิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดีเดย์หาม &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ขึ้นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแล้ว กำหนดเป็นวาระ 3 ในการประชุมใหญ่ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ยังยาหอม กก.บห.ส่วนใหญ่มีแต่หน้าเก่าแน่ ปูดผลศึกษารัฐธรรมนูญ จ่อรื้อกฎหมายลูกพรึ่บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. มีรายงานข่าวถึงระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประจำปี 2563 วันที่ 27 มิ.ย. ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม เมืองทองธานี เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ว่าจะเริ่มในเวลา 13.00 น. โดยวาระที่ 1 เป็นเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ, วาระที่ 2 จะเป็นการรับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2562, วาระที่ 3 เป็นเรื่องเพื่อพิจารณา ประกอบด้วย การรายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2562 การรายงานงบการเงินของพรรค ประจำปี 2562 การแก้ไขข้อบังคับพรรค การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค และวาระที่ 4 คือเรื่องอื่นๆ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า การประชุมดังกล่าวจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับพรรค ซึ่งตามโครงสร้าง กก.บห.พรรคกำหนดไม่เกิน 29 คน โดยส่วนใหญ่จะมาจาก กก.บห.ชุดเดิม มีส่วนน้อยที่เป็นคนใหม่เข้ามา และการปรับโครงสร้าง กก.บห.พรรคก็ไม่เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และมั่นใจว่านายกฯ จะพิจารณาแต่งตั้งโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงอดีต กก.บห.พรรคที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งจะไปตั้งพรรคใหม่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า เชื่อมั่นในอุดมการณ์ของแกนนำพรรค ทั้งนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง อดีตหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีต กก.บห.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรค
ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และโฆษก คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกระแสคุณหญิงกัลยาเป็นอีกรายชื่อที่จะถูกปรับ ครม.ว่า คุณหญิงไม่ได้มีข้อกังวลกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อในการทำงานเพื่อวางรากฐานให้กับการศึกษาไทยอีกมาก เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้วางไว้
วันเดียวกัน นายไพบูลย์ รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้เป็นการทำงานในส่วนของวิชาการที่ กมธ.แต่ละคนจะสะท้อนปัญหาของรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของอนุ กมธ.ศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นที่ตนเองเป็นประธานนั้น มีความคืบหน้าไปมาก โดยประเด็นที่จะศึกษาเพิ่มเติม คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรรคการเมือง เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจะลงรายละเอียดกฎหมายแต่ละฉบับ ซึ่งดูว่าจะมีการแก้ในประเด็นไหน และมาตราใดบ้างที่ยังมีปัญหา รวมถึงเรื่องการคำนวณสูตร ส.ส.ที่จะมีการกำหนดให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ผ่านมา
&amp;ldquo;ยังมีการพูดคุยถึงเรื่องของระบบไพรมารีโหวต ซึ่งเท่าที่ฟังจาก ส.ส.ก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งอาจมีการปรับในรายละเอียด แต่ไม่ถึงขั้นให้ยกเลิก อาทิ การ ตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดนั้น อาจให้สมาชิกทั้งจังหวัดเป็นตัวแทนประจำจังหวัดหนึ่งคน ไม่ใช่ทุกเขตเลือกตั้งตามกฎหมายปัจจุบัน&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69821</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรค, พรรคพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5f808a94f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;แนะพปชร.ประชุมพรรคทางไกลได้ แม้ยังไม่คลายล็อกสถานการณ์โควิด-19ทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)​ ลาออกเกินกึ่งหนึ่ง จะต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ตามระเบียบ กกต. ภายใน 45 วันว่า แม้ว่าขณะนี้ยังไม่คลายล็อกสถานการณ์โควิด-19ทั้งหมด แต่สามารถจัดประชุมพรรคการเมืองได้ หรืออาจจะประชุมทางไกลก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67609</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5c3ad4246d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่ก็หนาว!กกต.เรียก&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ไต่สวนคดียุบพปชร.จัดประชุมพรรครีสอร์ตรุกป่าวังน้ำเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- ​นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้ยื่นร้องเรียนต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ 24 ก.ค.62 เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปจัดงานสัมมนาพรรค เมื่อวันที่ 21-22 ก.ค.ที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยใช้รีสอร์ตที่มีปัญหาถูกจับว่าบุกรุกป่า เป็นสถานที่จัดงานความดังทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า สถานที่จัดงานดังกล่าวเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าเคยถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ เข้าจับกุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง ข้อหาบุกรุกป่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2555 เนื้อที่ 20 ไร่ ต่อมาวันที่ 31 มี.ค.2560 จับเพิ่มอีก 30 ไร่ 2 งาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบสิ่งปลูกสร้างจำนวน 18 รายการ โดยเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว พื้นที่ดังกล่าวมีสถานะเป็นพื้นที่ป่าและยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ การเข้ามาซื้อที่ดิน ยึดถือครอบครองที่ดินและประกอบกิจการรีสอร์ต เพื่อแสวงหาประโยชน์ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การที่พรรคพลังประชารัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐไปจัดสัมมนาในรีสอร์ตดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้รีสอร์ตดังกล่าวกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ซึ่งต้องห้ามตาม ม.45 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​พรรคการเมือง 2560 อันมีความผิดตาม ม.92(3) อันเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกกต. จึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว เพราะมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคพลังประชารัฐได้เข้าไปจัดสัมมนาในรีสอร์ตดังกล่าวจริง จึงได้เชิญให้สมาคมฯไปไต่สวนตามระเบียบในวันพุธที่ 4 ก.ย.นี้ เวลา 11.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ประชุมพรรค, พลังประชารัฐ, วังน้ำเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6df5ef9a4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
