<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาเถรสมาคมมีมติรับทราบปลด 3 กรรมการมส.-ถอดถอนสมณศักดิ์พระ 7 รูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 - ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคมครั้งที่ 15/2561 ที่ มีสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เป็นประธานในที่ประชุม ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นอีก 14 รูป และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ.สืบเนื่องจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ติดภารกิจ เช่นเดียวกับ พระพรหมเมธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบูรณศิริ ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเช่นกัน
&amp;nbsp;
จากนั้นเวลา 14.30 น. นายสิปป์บวร แก้วงาม รองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมมีมติรับทราบกรณีการให้กรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 3 รูปประกอบด้วย พระพรหมเมธี เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดวัดสามพระยา พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ พ้นจากตำแหน่งตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป เช่นเดียวกับการให้ พระพรหมสิทธิ พ้นจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมฑูตไปต่างประเทศ ตามที่มส.มีมติแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2558 อีกตำแหน่งหนึ่ง ตามพระบัญชาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติรับทราบพระราชโองการเรื่องถอดถอนสมณศักดิ์ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ที่ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโอการโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ด้วยปรากฎว่า มีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญา ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบหรือโดยทุจริตอาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามความในมาตรา ๕ ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน 7 รูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้แต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 แทนพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสรเกศ โดยได้แต่งตั้ง พระเทพวิสุทธิโมลี เจ้าอาวาสวัดจักรรวรรดิ ราชาวาส แขวงสัมพันธวงษ์ เดิมดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 10 ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการณ์เจ้าคณะภาค 10 และได้มีการแต่งตั้ง พระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ดำรงตำแหน่งรักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เพื่อทดแทน พระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยาและเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และได้แต่งตั้งพระพรหมมุณี เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ เจ้าคณะภาค 14 15 รักษาการณ์ เจ้าคณะภาคธรรมยุต ภาค 4,5,6,7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยาฯ ได้มีการเสนอเรื่องแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาส หรือไม่ เนื่องจากทั้ง 2 แห่งเป็นวัดอารามหลวง รองโฆษก พศ. กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่ได้มีเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม แต่ทั้ง 2 วัด มีทั้งรองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งโดยปกติ เมื่อเจ้าอาวาสไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจในตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ &amp;nbsp;ทั้งรองเจ้าอาวาสและผู้ช่วยเจ้าอาวาสตามลำดับอาวุโส จะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส. ที่มีตำแหน่งว่างหรือไม่ เขากล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10332</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์, ทุจริตเงินถอนวัด, ประชุมมหาเถรสมาคม, มส., มหาเถรสมาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e750fb2664.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบผ้าเหลืองสู้พศ. หึ่งบุกปปป.ขวางแจ้ง จับ7วัด สนช.จี้มส.ฟัน &#039;3พระเถระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการการศาสนา สนช. จี้วงประชุมมหาเถรสมาคมศุกร์นี้ ต้องจัดการ 3 พระเถระชั้นผู้ใหญ่-กรรมการ มส. โดนเอาผิดทุจริตเงินทอนวัดให้พ้นจากทุกตำแหน่งไปก่อน ทั้งกรรมการ มส.-เจ้าอาวาส-เจ้าคณะภาค เหตุสร้างความมัวหมอง ระบุอุ้มต่อไป มส.จะเสียชื่อด้วย ลุ้น! 19 เม.ย. &amp;quot;ผอ.สำนักพุทธฯ&amp;quot; &amp;nbsp;บุกตำรวจ ปปป.แจ้งเอาผิดเพิ่มอีก 7 วัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพร เทพสิทธา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศาสนาในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเรียกร้องให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ที่จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย. จะต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งถูกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความเอาผิดว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติฯ โดยควรที่ มส.จะต้องมีมติให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว หยุดพักการเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าเรื่องจะยุติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการการศาสนาฯ สนช.กล่าวว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังรับสำนวนจากตำรวจและ พศ. แต่ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน ก็เห็นว่าเมื่อกรรมการมหาเถรสมาคม ถูกกล่าวหา หลักการที่ถูกต้อง ที่ประชุม มส.ควรต้องมีมติให้พระทั้ง 3 รูปพ้นจากการเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมชั่วคราว รวมถึงตำแหน่งต่างๆ เช่น เจ้าอาวาส เจ้าคณะภาค เพราะข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องมัวหมอง แม้เรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ คณะสงฆ์ต้องรักษาความบริสุทธิ์ เมื่อมีการกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย ทาง มส.ก็ต้องพิจารณาว่าจะสมควรให้ท่านเป็นดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ มส.ก็ต้องพิจารณาเอง ไม่อยากไปก้าวล่วงพระผู้ใหญ่ แต่เป็นเรื่องกระทบกระเทือนใจชาวพุทธมาก กับการที่พระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าคุณมาถูกกล่าวหา เราต้องเชื่อว่าคำกล่าวหาของสำนักพุทธฯ ต้องมีมูล ไม่อย่างนั้นสำนักพุทธฯ คงไม่กล้ามากล่าวหาง่ายๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ถือว่ามัวหมองแล้ว มหาเถรสมาคมต้องพิจารณาดำเนินการปกป้องมหาเถรฯ เมื่อกรรมการ มส.รูปใดบกพร่อง ก็ต้องเป็นเรื่องของ มส.รูปนั้น ทาง มส.ก็ต้องดำเนินการ ไม่อย่างนั้นจะทำให้มหาเถรสมาคมต้องมัวหมองตามไปด้วย มส.จึงต้องอยู่ในความเป็นกลาง เพื่อที่ป้องกันไม่ให้มีการใช้อิทธิพลอย่างใด เพราะขนาดนายกฯ ก็ยังเป็นห่วงจะมีม็อบพระ ก็ต้องขอร้องพระทั้งหลายให้สงบ ให้เป็นเรื่องของราชการสอบสวน ขอย้ำว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนใจชาวพุทธมาก ผิดหวังมาก ที่พระชั้นผู้ใหญ่ 3 รูปถูกกล่าวหาว่าทุจริต เป็นเรื่องถึงขั้นปาราชิก และเห็นด้วยว่าควรต้องมีการปฏิรูปคณะสงฆ์ได้แล้ว โดยการแก้กฎหมายคณะสงฆ์ ไม่ใช่ให้เป็นระบบแบบปัจจุบันที่รวมอำนาจ ที่อะไรๆ ก็ให้มหาเถรสมาคมรับผิดชอบหมด ทุกอย่างส่งมา มส.หมด ทำให้ มส.เสียชื่อไปด้วย ต้องแก้กฎหมายกระจายอำนาจได้แล้ว&amp;quot; นายสมพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการการศาสนาฯ ของ สนช.กล่าวอีกว่า หากเสียงส่วนใหญ่ของ มส.มีมติว่าให้พระที่ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งชั่วคราวเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความเป็นธรรม มันก็เหมาะสม จะทำให้คนเห็นว่า มส.เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ปกป้อง ไม่อย่างนั้น ท่านก็อาจแสดงเจตนาว่าขอลาออกจากตำแหน่งมหาเถรสมาคมเป็นการชั่วคราว อย่างที่มีการวิจารณ์เสนอให้พระที่มีชื่อพิจารณาตัวเอง ก็จะเป็นสิ่งที่สวยงาม เพราะเมื่อท่านถูกกล่าวหา แล้วลาออกเป็นการชั่วคราว &amp;nbsp;โดยหากต่อมาการสอบสวนแล้วเสร็จ ถ้าไม่เกี่ยวข้อง ก็แต่งตั้งใหม่อีกครั้งได้ ส่วนตำแหน่งในวัด เช่น เจ้าอาวาส หากหยุดพักการทำหน้าที่ ก็ให้รองเจ้าอาวาสขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้ หรือตำแหน่งเจ้าคณะภาค ก็ให้รองเจ้าคณะภาคมาทำหน้าที่แทนได้ ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากที่ประชุม มส.วันที่ 20 เม.ย.ไม่มีการดำเนินการใดๆ กับกรรมการมหาเถรสมาคมที่ถูกพศ.แจ้งความเอาผิด จะเป็นอย่างไร นายสมพรกล่าวว่า ก็คงผิดหวัง เพราะเราก็หวังว่า มส.จะเป็นที่พึ่งของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนวนคดีดังกล่าวที่มีการแจ้งความเอาผิดกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป มีกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ หลัง
ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานตรวจรับข้อกล่าวหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ว่า ไม่มีข้อมูลใดๆ ในเรื่องดังกล่าว และทางคณะสงฆ์ไม่ได้มีการติดต่อหรือสอบถามในเรื่องนี้มายัง พศ.แต่อย่างใด ทราบแต่เพียงว่า ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ตามปกติ ส่วนจะมีการหารือในเรื่องที่มีพระเถระใน มส.ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผอ.พศ. ร้องทุกข์กล่าวหาโทษต่อ ปปป.คดีเงินทอนวัดหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ว่าจะหยิบยกขึ้นมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามเรื่องดังกล่าวกับนายสมเกียรติ ธงศรี รอง ผอ.พศ. แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยระบุเพียงว่า ไม่ทราบเรื่อง ทราบข่าวจากสื่อเท่านั้น และไม่รู้อะไรทั้งสิ้น จากนั้นได้วางสายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปปป. เพื่อเอาผิดกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัดอีก 7 วัด และให้การเพิ่มเติม หลังจากที่แจ้งความดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ไปแล้ว 3 วัด 5 รูป เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 19 เม.ย. เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.พงศ์พร ผอ.พศ.จะมาดูรายละเอียด ส่วนจะแจ้งความเพิ่มด้วยหรือไม่นั้น ถ้าดูแล้วมีพยานหลักฐานเพียงพอ ท่านก็คงจะแจ้งเพิ่ม รวมทั้งสอบปากคำด้วย โดยได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ส่วนจะสอบปากคำในประเด็นไหนบ้าง ไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า ตามกำหนดในวันพรุ่งนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร ผอ.พศ. จะข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับอีก 7 วัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด หลังจากที่แจ้งความดำเนินคดีแล้วกับ 3 วัด แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถแจ้งได้กี่วัด ต้องดูทาง ผอ.พศ.ที่เตรียมพยานหลักฐานมาในวันพรุ่งนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าพนักงานสอบสวน ปปป.รับคำร้องทุกข์เสร็จ ก็จะรีบส่งให้ ป.ป.ช.เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ไม่อยากจะเอาไว้นาน โดยขั้นตอนหลังจากรับแจ้งความต้องสอบปากคำ ผอ.พศ.เพื่อประกอบสำนวน ก่อนส่งให้ ป.ป.ช. แต่ถ้า พ.ต.ท.พงศ์พรมีหลักฐานสามารถแจ้งความได้ทั้ง 7 วัด ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ผมคาดว่าหลักฐานถึงทั้ง 7 วัดอยู่แล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.จักษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ 7 วัดที่เหลือดังกล่าว เป็นคดีที่เกิดจากการสืบสอบขยายผลจากคดีเดิมก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ มส. และพระที่เป็นเครือข่ายของผู้พระใหญ่ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแจ้งความในครั้งนี้ ได้มีการกำชับในหมู่ข้าราชการ พศ. ว่าห้ามให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด เพราะไม่ต้องการให้ พศ.กระทบกระทั่งกับคณะสงฆ์เหมือนในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวเช่นกันว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตั้งใจว่าจะพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสียก่อน เพื่อสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร แล้วจึงค่อยดูว่าจะเชิญผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ มาสอบถามหรือไม่อีกครั้ง เพื่อให้ ผอ.พศ.ได้ชี้แจง อย่างไรก็ตามขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะส่งใครไปพูดคุยกับทางมหาเถรสมาคมหรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกี่ยวโยงถึงพระผู้ใหญ่ชั้นสมเด็จ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ให้สำนักพุทธฯ ดำเนินการไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอหารือกับนายสุวพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรงก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของผู้คน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องระมัดระวัง และต้องทำงานอย่างรอบคอบที่สุด ต้องใช้หลักฐานข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ต้องขอเวลานิด เพราะผมเองก็ต้องการทราบรายละเอียดเช่นกัน&amp;rdquo; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงค่ำ มีรายงานความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์บางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการแจ้งความเอาผิดคดีเงินทอนกับพระเถระใน มส. เตรียมจะเดินทางไป บก.ปปป. ย่านแจ้งวัฒนะ เพื่อแสดงพลังต่อต้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ที่จะเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับอีก 7 วัดที่เหลือ ในเวลา 10.00 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7390</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้าคณะกรุงเทพมหานคร, นายสมพร เทพสิทธา, ปปป., ประชุมมหาเถรสมาคม, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม, พระเถระชั้นผู้ใหญ่-กรรมการ, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าอาวาสวัดสามพระยา, เอาผิดทุจริตเงินทอนวัด, โรงเรียนพระปริยัติฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75c65b33b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
