<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดฉากประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียนครั้งที่52</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 62 - ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52 โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน และประเทศที่ได้รับเชิญ อาทิ สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี สาธารณรัฐเปรู ราชอาณาจักรนอร์เวย์ สาธารณรัฐตุรกี และสมาพันธรัฐสวิส เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;
โดยนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 52 โดยจุดเริ่มต้นของอาเซียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 ด้วยการลงนามปฏิญญากรุงเทพ ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปีนี้ มุ่งมั่นที่จะสร้างประชาคมอาเซียน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และก้าวไปสู่อนาคต ภายใต้กรอบแนวคิดหลัก &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; เพื่อจะสร้างประชาคมให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่าง ๆ โดยจะร่วมมือร่วมใจกับหุ้นส่วนนอกภูมิภาคขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ อาเซียนได้สร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สำคัญหลายประการ ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ โดยในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ผู้นำในอาเซียนได้ร่วมรับรองวิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันเปิดตัวคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน ภายใต้โครงการจัดตั้งระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉินสำหรับใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติของอาเซียน ที่เรียกว่าศูนย์เดลซ่า (DELSA) และดำเนินการยกระดับศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนเป็นองค์กรของอาเซียนอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงร่วมรับรองปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน
&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อาเซียนไม่สามารถบรรลุผลได้เพียงลำพัง แต่ต้องเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาอาเซียน และประเทศนอกภูมิภาค รวมทั้งเปิดรับความร่วมมือกับภาคีใหม่ๆ สะท้อนได้จากการเข้าร่วมการประชุมผู้นำ G20 ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ในฐานะประธานอาเซียน โดยได้นำเสนอผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงเงินทุน 2.การลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างเมืองและชนบท ควรจะต้องนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อน 3.การอนุรักษ์และฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาขยะทางทะเล การปรับตัว และ 4.การพัฒนาทุนมนุษย์ คือสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งเรื่องการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการพัฒนาระบบสาธารณสุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดี ที่เราจะสร้างความต่อเนื่องจากการประชุมต่างๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม จากประเด็นข้างต้นใน 3 แนวทาง ดังนี้ 1.การใช้ประโยชน์จากกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำ และความร่วมมืออาเซียนกับประเทศคู่เจรจา เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติให้อาเซียน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนอาเซียนทุกคน 2.การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน ด้วยการใช้ประโยชน์จากแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนฉบับปัจจุบันกับยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงต่าง ๆ นอกภูมิภาค ในมิติต่าง ๆ&amp;nbsp; และ3.การเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค ด้วยการเชิญชวนให้มิตรประเทศ ทั้งประเทศใหญ่ และประเทศเล็ก มาร่วมมือบนหลักการของ 3M ด้วยการสร้างบรรยากาศที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เคารพและเข้าใจในความแตกต่างหลากหลายระหว่างกัน และมุ่งสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งการร่วมกันแก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติวิธี เพื่อจะสร้างและธำรงสันติภาพเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค สมตามเจตนารมณ์ของเราในการก่อตั้งอาเซียน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมหวังว่าหวังว่าการประชุมในครั้งนี้ จะถือเป็นโอกาสที่ได้ทบทวนความมุ่งมั่นร่วมกันนี้ และเส้นทางตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางในการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน สู่แนวทางปฏิบัติและสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม บนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนที่ดีกับมิตรประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศและภูมิภาค และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดขึ้นได้ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ไม่มีประเทศใดเดินได้เพียงลำพัง เราอยู่บนโลกใบเดียวกัน เราต้องเดินไปด้วยกัน รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เพราะไม่ว่าจะผืนดิน ผืนน้ำ และอากาศ เป็นของคนทั้งโลก ของคนทุกประเทศ ซึ่งในอาเซียนเราต้องร่วมมือกันนำพาประเทศของเราไปสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืนตลอดไป ด้วยความมีสันติภาพ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42374</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประชุมรมต.ต่างประเทศอาเซียน, อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d4109aae7b6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
