<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถลงการณ์รัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบการอนุวัต อนุสัญญาไซเตส และการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่า ให้การรับรอง “แถลงการณ์เชียงใหม่ ว่าด้วยการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รัฐมนตรีอาเซียน ผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และการบังคับใช้สัตว์ป่า พร้อมด้วยผู้แทนจาก 10 ประเทศ เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีอาเซียนพิเศษ ด้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทางรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ ณ โรงแรมฮอลิเดย์อิน จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม 2562 การประชุมรัฐมนตรีครั้งนี้ ส่งผลให้มีการรับรองคำแถลงของรัฐมนตรีอาเซียนเกี่ยวกับอนุสัญญาไซเตส และการค้าสัตว์ป่าพืชป่าอย่างผิดกฎหมาย โดยมีแถลงการณ์ร่วมที่แสดงให้เห็นว่าประเทศภาคีสมาชิกอาเซียน มีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ตามนโยบายการค้าสัตว์ป่าโลก และในระดับภูมิภาค ต่อความพยายามที่จะลดอุปสงค์ความต้องการบริโภคสัตว์ป่า การบังคับใช้กฎหมาย และลดอาชญากรรมไซเบอร์ที่ข้องกับสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอนุภูมิภาคที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การขจัดความยากจนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายยังคงเป็นปัญหาของอาเซียน และมีส่วนทำให้ประชากรสัตว์ป่าและพืชป่าลดลงอย่างมาก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการบริโภคสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย และชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก มลภาวะและขยายเมือง ล่าสุดได้มีมติ จากสมาพันธ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ (UNEA1) สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติอาเซียน และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) เกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งได้ยกระดับปัญหา ขึ้นสู่วาระสำคัญสูงสุดร่วมกันในระดับประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การใช้สัตว์ป่าอย่างไม่ยั่งยืน และการค้าที่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นรุนแรงและเป็นวงกว้าง เราจะต้องเพิ่มความพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าในอาเซียน ในการบรรลุเป้าหมายนี้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างกว้างขวางกับหน่วยงานระหว่างประเทศระดับภูมิภาคระดับชาติ ระดับจังหวัด ไปถึงระดับท้องถิ่น ซึ่งจะมีความสำคัญเท่ากับการกระทำของภาคส่วนต่าง ๆ เช่นรัฐบาลองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐภาคเอกชนสถาบันการศึกษาและภาคประชาสังคม&amp;rdquo; พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรไทยกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ในการแลกเปลี่ยนบทเรียนจากการแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในประเทศของตน และยังเปิดโอกาสให้กับพันธมิตรในระดับประเทศ เช่น CITES, UNODC, INTERPOL, IUCN และองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ ได้ให้คำแนะนำที่สร้างสรรค์และความร่วมมือเพื่อสนับสนุนความร่วมมือของอาเซียน ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเราสามารถบรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมได้ ครั้งนี้มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพิเศษ ซึ่งประเทศสมาชิกรับรองแถลงการณ์ โดยให้คำมั่นสัญญาในการต่อสู้กับการค้าสัตว์ป่า ผิดกฎหมาย จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความมั่นใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องในระดับปฏิบัติการ ระหว่างความพยายามในการอนุรักษ์และการใช้สัตว์ป่าอย่างยั่งยืนผ่านกฎระเบียบทางการค้าทางกฎหมายในภูมิภาคอาเซียนสนับสนุนแนวคิดของการเป็นภาคีร่วม ที่ก้าวหน้าเพื่อความยั่งยืนของประธานอาเซียนในปี 2562 พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมราชอาณาจักรไทย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรวบรวมผู้ที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ด้วยการรณรงค์ลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่า การสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และการปฏิรูปนโยบาย เพื่อป้องกันการสูญหายซึ่งชนิดพันธุ์ที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วจากป่าธรรมชาติ ตลอดจน ทุ่งหญ้าและท้องทะเล&amp;nbsp; การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและทิศทาง ในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศต้นทางทางผ่านและปลายทาง ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรระหว่างประเทศ ผู้บริจาคและองค์กรพัฒนาเอกชนที่สนับสนุนภาคีอาเซียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32788</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เชียงใหม่-น่าน&quot;, ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน, พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, อนุสัญญาไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca2ebea1a30b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 22:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนชวนอาเซียนซ้อมรบ-สำรวจทะเลจีนใต้ สหรัฐไม่เกี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนหวังแผ่อิทธิพลในทะเลจีนใต้แบบไม่ให้สหรัฐมีส่วนร่วมด้วย ประกาศอยากจัดซ้อมรบร่วมและสำรวจทรัพยากรใต้ทะเลกับกลุ่มอาเซียน แต่กีดกันสหรัฐกลายๆ ว่าประเทศนอกภูมิภาคไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย อีกด้านเผยจีนและอาเซียนเห็นพ้องกันเรื่องเนื้อหาการเจรจาข้อตกลงหลักปฏิบัติทางทะเลในทะเลจีนใต้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนและอาเซียนถ่ายภาพหมู่ระหว่างการประชุมทวิภาคี ในเวทีประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนครั้งที่ 51 ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนมีขึ้นระหว่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศ หวังอี้ ของจีนมาร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ชาติอาเซียนที่สิงคโปร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม 2561 โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ร่างเอกสารของการประชุมยังคงสะท้อนถึงจุดยืนที่แตกต่างกันของหลายประเทศในการเจรจาทำความตกลงกำหนดแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ ที่อาเซียนและจีนต่อรองกันมายาวนานหลายปี กระนั้นนักวิเคราะห์กล่าวกันว่า การเจรจาครั้งล่าสุดนี้เริ่มแสดงให้เห็นความก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเนื้อหาของเอกสารนี้ เวียดนามยังคงมีจุดยืนแข็งกร้าวที่สุดในบรรดาชาติอาเซียน ต่อกิจกรรมของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างอธิปไตยเกือบทั้งหมด แม้หลายชาติอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนอยู่ โดยเวียดนามเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ยุติการสร้างเกาะเทียมและตั้งค่ายทหาร ทว่าท่าทีของชาติอื่นๆ กลับแสดงความต่อต้านขัดขืนน้อยลง ส่งสัญญาณว่าการคัดค้านการขยายอิทธิพลอย่างดุดันของจีนลดลงในช่วงหลายปีมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีของจีนและอาเซียนประกาศด้วยว่า พวกเขาเห็นพ้องกันเกี่ยวกับเนื้อหาการเจรจาเพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติฉบับนี้แล้ว โดยวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประธานการประชุม กล่าวถึงร่างแนวทางปฏิบัติว่า &amp;quot;บรรลุผลสำเร็จครั้งใหญ่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเนื้อหาของร่างเอกสาร จีนยังแนะด้วยว่า จีนและอาเซียนควรจัดการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ แต่การฝึกนี้ไม่ควรมีประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย &amp;quot;เว้นแต่ว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับแจ้งล่วงหน้าและไม่ได้คัดค้าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮวง ทิ ฮา นักวิเคราะห์จากศูนย์อาเซียนศึกษา ให้ทัศนะกับเอเอฟพีว่า จากการเสนอแนะให้ตัดประเทศที่อยู่นอกภูมิภาค จีนเพ่งเล็งเป้าหมายไปที่สหรัฐอย่างเห็นได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้สหรัฐได้ให้ท้ายหลายประเทศที่คัดค้านการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้ โดยเฮืองกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาสหรัฐมีอิทธิพลครอบงำน่านน้ำแปซิฟิกตะวันตก และโดยเฉพาะทะเลจีนใต้ และจากการเสนอการฝึกทหารร่วมกับอาเซียน จีนกำลังพยายามส่งข้อความเป็นนัยต่อโลกว่า อาเซียนและจีนสามารถทำงานร่วมกันได้ และสิ่งต่างๆ กำลังก้าวหน้าไปด้วยดี ฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ประเทศนอกกลุ่มจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนฟังคำถามจากสื่อมวลชน ขณะให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังได้เสนอด้วยว่า จีนและอาเซียนสามารถสำรวจน้ำมันและแก๊สธรรมชาติร่วมกันในทะเลจีนใต้ได้ แต่จีนก็ยังคงเสนอในแบบเดียวกันว่า บริษัทจากประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคนี้ไม่ควรเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศ หวังอี้ ของจีนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จีนเชื่อว่าหากปราศจากการก่อกวนจากภายนอกแล้ว การปรึกษาหารือเรื่องแนวทางปฏิบัตินี้จะรุดหน้าเร็วขึ้น ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับจีนกำลังก้าวกระโดดทั้งแง่ปริมาณและคุณภาพ และการฝึกทางทะเลร่วมกันครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14613</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซ้อมรบร่วม, ทะเลจีนใต้, ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน, สหรัฐไม่เกี่ยว, อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b631ef5723d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
