<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯ รับหลักการร่างกฎหมายคุ้มครองพยาน ชงเพิ่มความปลอดภัย-ค่าตอบแทน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ต่อที่ประชุมสภาฯ โดยมีหลักการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 คือ 1.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 3 เพิ่มบทนิยามคำว่าพยาน และเพิ่มบทนิยามคำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ในมาตรา 3 2.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานเกี่ยวกับการประเมินพฤติการณ์ความไม่ปลอดภัยและการขยายระยะเวลาการคุ้มครองพยาน โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 วรรคสอง 3.แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานเกี่ยวกับคดีความที่พยานอาจได้รับความคุ้มครอง การจ่ายค่าเลี้ยงชีพ และเหตุที่อาจสั่งการให้คุ้มครองพยานสิ้นสุดลง โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 8 (2) และ (3) และมาตรา 10 และเพิ่มเติมมาตรา 12 (6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 4.แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของสำนักงานคุ้มครองพยานและกำหนดอำนาจชองพนักงานเจ้าหน้าที่ในการคุ้มครองความปลอดภัยของพยาน โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 13 และเพิ่มเติมมาตรา 13/1 5.แก้ไขเพิ่มหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 17 ทั้งนี้พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญาพ.ศ. 2546 มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามพ.ร.บ.ดังกล่าว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรการทั่วไปและมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน หน้าที่ และอำนาจของสำนักงานคุ้มครองพยานและอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน เพื่อให้พยานเกิดความเชื่อมั่น ได้รับความคุ้มครอง และได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น เชื่อว่าชั้นกรรมาธิการจะปรับเพื่อให้เกิดความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ &amp;nbsp;เพราะเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวยังเกิดข้อขัดข้องในการปฎิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองพยาน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพยานในกระบวนการคุ้มครอง จึงต้องมีการปรับกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา และรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติว่ารัฐต้องบริหารกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติและประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็ว ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะการคุ้มครองพยานถือเป็นความจำเป็นและเป็นหัวใจของกระบวนการยุติธรรม โดยกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูป เมื่อส.ส.ดูเนื้อหาสาระแล้วมีความจำเป็น โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดตอนนี้คดีอาญามีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งคดียาเสพติด คดีเพศ คดีความมั่นคง ซึ่งต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการคุ้มครองพยาน ซึ่งจากสถิติคดีอาญานั้นสามารถลงโทษคนที่กระทำความผิดได้จริง ไม่ใช่ไปยกฟ้อง เพราะปราศจากพยานที่จะมายืนยัน เนื่องจากพยานเอกสารไม่สำคัญเท่าพยานบุคคลพระราชบัญญัตินี้เป็นหลักการที่ดี แต่อยากให้มีการประชาสัมพันธ์และให้ค่าคุ้มครองพยานอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า ในการทำงานคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ทำความตกลงหรือเอ็มโอยูร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ &amp;nbsp;7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม ดีเอสไอ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจฯ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำให้การบริหารงานด้านการคุ้มครองพยานที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนเรื่องสถิติการคุ้มครองพยานที่ผ่านมาตั้งแต่เราใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานฉบับนี้ก็มีการอนุมัติคุ้มครองพยานไป 2,846 ราย และสิ้นสุดการคุ้มครองพยานไปแล้ว 2,754 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการคุ้มครอง 92 ราย มีความปลอดภัย 100% ในการดูแลและมีผลทางคดีเสร็จสิ้นลงโทษพิพากษลงโทษไปแล้วกว่า100 คดี &amp;nbsp;ยกฟ้องเพียง 13 ราย พยานมีความเชื่อมั่น 94% และความพึงพอใจของพยานอยู่ที่ 92% &amp;nbsp;ทั้งนี้กฎหมายเดิมไม่ได้คุ้มครองพยาน แต่กฎหมายที่แก้ไขจะสามารถคุ้มครองจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยานได้ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่สามารถให้พยานเบิกค่าใช้จ่ายได้ด้วยนอกจากค่าตอบแทนแล้ว สำหรับประเด็นอื่นๆที่เป็นข้อเสนอแนะของส.ส. ตนขอรับไว้เพื่อประกอบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในเวลา 12.15 น. ที่ประชุมลงมติรับหลักการในวาระแรก โดยมีส.ส.เห็นด้วย 301 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง และตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ จำนวน 25 คน ใช้ระยะเวลาแปรญัตติ 7 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุ้มครองพยาน, ประชุมรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e561ce6e68b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’งงเปิดวิสามัญเร็วไป พปชร.ไม่ร่วม3พรรคแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; มึน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ติงเปิดประชุมสภาวิสามัญเร็วเกินไป ยัน 3 ฝ่ายเห็นพ้อง 7-8 เม.ย. รองนายกฯ ชี้แก้ กม.ประชามติหลังประกาศใช้ไม่ใช่เรื่องแปลก อ้างบกพร่องในการบังคับใช้ พปชร.เมินร่วมเสนอญัตติแก้ รธน.กับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ....&amp;nbsp; จะเป็นอย่างไรต่อไปว่า เป็นคนละเรื่อง อย่ามาถามปนกัน ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา แต่ติดอยู่ในมาตรา 9 ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป แต่จะเดินอย่างไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่คณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ซึ่งกำลังทำงานกันอยู่ หากทำเสร็จแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบเพื่อนัดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ส่วนจะเป็นวันใด อยากให้ทางรัฐสภาช่วยยืนยันมาอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้รัฐสภาต้องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งคิดว่าเร็วไป เพราะขณะที่มีหนังสือยังไม่มีการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว โดยกำลังให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประสานไปที่รัฐสภาอยู่ โดยในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ใส่วันที่ ดำเนินไปไม่มีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะติดอะไรหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าเขาแก้มาตราที่ต่อเนื่องจากมาตรา 9 อย่างไร ซึ่งถามกันขึ้นมาว่าหากถลำลึกลงไปในทางที่เกิดปัญหายุ่งยากในการบังคับใช้ เช่น ข้อความเกิดขัดแย้งกันและเกิดภาระของรัฐบาล ใครขออะไรมาต้องทำประชามติทุกครั้งจะทำอย่างไร ซึ่งความเป็นจริงใครๆ ทราบว่าเป็นกระบวนการธรรมดา กรณีเมื่อออกกฎหมายมาแล้วมีความบกพร่องในการบังคับใช้ ก็แก้เท่านั้น ไม่มีปัญหา ส่วนจะแก้ช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ดำเนินการ ในอดีตก็เคยมีกรณีออกกฎหมายมาแล้ว อีก 7 วันก็แก้กฎหมายฉบับนั้นเลยมีหลายฉบับ และไม่เป็นเรื่องใหญ่โต เช่นเมื่อปี พ.ศ.2517 ได้ออกรัฐธรรมนูญมาลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้แล้ว อีก 7 วันมาขอแก้เรื่องการสรรหา ส.ว. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายประชามติผ่านวาระ 3 ประกาศใช้แล้ว รัฐบาลจะเสนอแก้ไขมาตรา 9 จะถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้บอกไปแล้ว หากเกิดการบังคับใช้กฎหมายหรือมีความผิดพลาดสามารถแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางครั้งผิดพลาดแล้วถวายขึ้นไปก็ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ที่เรียกว่าวีโต้กลับมาด้วยซ้ำไป ในสมัยรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ ก็ได้ถวาย และรับมาแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์มาแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่รัฐบาลขอแก้ไขในมาตราที่แพ้โหวตในวาระ 2 จะถูกวิจารณ์มากหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า คงไม่ได้บอกว่าอยู่ดีๆ เพราะว่าแพ้โหวตแล้วมารับทำอะไรใหม่ แต่ต้องพบความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอื่นๆ อีกหลายข้อ ขณะนี้ประเด็นว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็มีปัญหา โดยได้บอกไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาว่าแก้สิ่งเหล่านี้เสียอย่าให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครเริ่มต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลไปหารือกันก่อน ได้ความว่าอย่างไรก็กลับมาคุยกับรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลก็คือพรรคร่วมรัฐบาล แม้พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะเห็นไม่ตรงกันให้คุยกันเสียก่อน นับหนึ่งตรงนั้นแล้วค่อยมาสองที่รัฐบาล แล้วค่อยมาคิดกันต่อไปว่ารัฐบาลจะมาเกี่ยวข้องขนาดไหนอย่างไร ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนั้น &amp;quot;ไม่เป็นไร ก็วิจารณ์ไป ก็คอยดูต่อไป อย่าเพิ่งวิจารณ์ เจตจำนงในการแก้ไขไม่ได้แปลว่าเป็นเจตจำนงแก้ไขทั้งฉบับ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็คอยดูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ได้พูดคุยกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ. ทราบว่าจะมีการประชุมในวันที่ 1 เม.ย. จะเสร็จ แต่ถ้ารอให้เสร็จแล้วทำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญอาจจะไม่ทันในวันที่ 7-8 เม.ย. เพราะต้องมีระยะเวลาในการทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งทางคณะ กมธ.ให้การรับรองแล้วว่าพิจารณาเสร็จทัน อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายด่วนของรัฐบาล ไม่ใช่สภาเป็นผู้เสนอ ซึ่งประธาน กมธ. ผู้นำฝ่ายค้าน และนายวิษณุ ได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าจังหวะเวลาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มีความเห็นสอดคล้องกันว่าวันที่ 7-8 เม.ย.เหมาะสม เพราะหลังจากนี้จะเป็นวันหยุดยาวของสมาชิกรัฐสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจว่าเร็วเกินไปหมายถึงอะไร ถ้าไม่เร็วก็ต้องไปพิจารณาในสมัยสามัญเดือน พ.ค.เลย ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนก็พิจารณาแบบนั้นได้ แต่ในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องด่วนที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บางฝ่ายเป็นห่วงร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะขัดรัฐธรรมนูญนั้น นายชวนกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ เพราะเราทำหน้าที่ต่อฝ่ายที่เสนอกฎหมายมาให้ได้รับการพิจารณาตามวาระที่รัฐสภาดำเนินการ เพื่อไม่ให้กฎหมายค้างพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้กระบวนการพิจารณาสะดุดหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คนละเรื่องกัน การไปร้องก็แล้วแต่สมาชิกหรือใครก็ตามที่จะไปร้อง แต่สภามีหน้าที่กำหนดระยะเวลาโดยหารือกับทุกฝ่าย เพราะสภากำหนดเองไม่ได้ ถ้ารัฐบาลหรือฝ่ายอื่นไม่พร้อม หรือไม่ประสงค์จะเปิดประชุม เป็นสิทธิ์ เพราะผู้เสนอเปิดประชุมวิสามัญคือฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจึงอยู่ที่รัฐบาลว่าต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร หากรัฐบาลเปลี่ยนใจไม่เร่งเสนอกฎหมาย ก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล เราไม่มีปัญหาอะไร สภามีหน้าที่ดูแลนัดวันประชุมและกำหนดวาระให้เพื่อให้เสร็จภารกิจเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐบาลได้แจ้งมายังสภาให้ยืนยันว่าติดปัญหาอย่างไร ซึ่งตอบไปแล้วว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายของรัฐบาลที่เป็นเรื่องด่วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างหารือภายในเพื่อให้ตกผลึกร่วมกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการยื่นญัตติที่จะเกิดขึ้นนั้นจะไม่เสนอญัตติร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งประกาศรวมกลุ่มกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐจะมีความเห็นและเสนอแก้ไขในมาตราที่แตกต่างกัน แต่การพิจารณาในรัฐสภาสามารถนำรายละเอียดรวมพิจารณาได้ในประเด็นที่เห็นตรงกัน อีกครั้งในรายละเอียดนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึง ส.ว.ด้วย เพราะหากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 84 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่รวมญัตติกับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีปัญหาต่อกันใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า รอบที่ผ่านมาจะเสนอแยกรายพรรค แต่เห็นว่าสามารถรวมกันได้ แต่รอบนี้ที่ไม่รวมกันเพราะอาจมีประเด็นแก้รายมาตราที่ไม่ตรงกัน แต่สามารถรวมกันได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมวิสามัญ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b50b534e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หักกมธ.ข้างมาก รัฐสภามีอำนาจ ขอทำประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาโหวตหัก กมธ.เสียงข้างมาก ให้รัฐสภามีอำนาจขอทำประชามติ แล้วให้ ครม.ดำเนินการ ด้าน &amp;ldquo;ส.ว.&amp;rdquo; โวยขอนับคะแนนใหม่หลังโหวตแพ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 15.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาวาระสอง เรียงตามลำดับมาตรา มีทั้งหมด 67 มาตรา โดยไฮไลต์อยู่ที่มาตรา 9 ที่กำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจจัดและควบคุมดูแลการออกเสียงให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เสรี เสมอภาค และชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเห็นด้วยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ว่า แม้ที่ผ่านมาฝ่ายนิติบัญญัติจะทำความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี( ครม.) แต่อำนาจการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำก็อยู่ที่ ครม. แต่หากใช้ร่างของนายชูศักดิ์ จะทำให้ ครม.ต้องดำเนินการตามความเห็นที่รัฐสภาส่งไป จะทำให้ความเห็นของรัฐสภาที่ต้องการให้รัฐบาลทำประชามตินั้นรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายเห็นแย้งกับ กมธ.ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำประชามติ เพราะแค่ให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง กกต.ก็ทำให้เกิดการซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง การเลือกตั้งในแต่ละครั้งมีกฎหยุมหยิม ป้ายติดอะไร ตรงไหน ขนาดเท่าไหร่ กำหนดหมด แต่ใครซื้อเสียงตรงไหนไม่เคยรู้เลย เพราะไม่เคยออกไปดู ตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา กกต.ที่นครสวรรค์รับแต่เงินเดือน ไม่มีการพัฒนาอะไรเลย ถ้าเรายังไปมอบหมายภารกิจสำคัญให้เขาจัดทำอีก ตนมองไม่ออกเลยว่า กกต.จะจัดให้มีการทำประชามติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร แถมยังมีการเพิ่มถ้อยคำว่าต้องเสรีและเสมอภาคอีก กกต.จะดำเนินการอย่างไร เพราะแค่ที่ทำกันอยู่ กกต.ยังไม่เคยออกมาดูเลย มีทั้งคะแนนเขย่งและบัตรเขย่งเต็มไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมองว่าถ้าเราไปมอบภาระหน้าที่ให้ กกต.มากจนเกินไป ผมเกรงว่าจะเละกันไปหมด ขนาดภาคใต้ที่ผ่านมาไม่เคยมีการซื้อเสียง ท่านยังทำจนเละไปหมดเลย ผมขอถามว่า กกต.จะทำให้การทำประชามติเสมอภาคได้อย่างไร จะเอาวิธีไหนมาทำให้เสมอภาค เพราะแค่การเลือกตั้งที่สุจิรตเที่ยงธรรมท่านยังทำไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายวีระกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้แก้ไขมาตรา 9 ตามที่นายชูศักดิ์เสนอ ด้วยมติ 273 ต่อ 267 งดออกเสียง 1 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื้อหาที่นายชูศักดิ์เสนอ คือกำหนด 5 เงื่อนไขในการทำประชามติ ได้แก่ 1.การออกเสียงที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.การออกเสียงกรณีเมื่อ ครม.เห็นว่ามีเหตุอันสมควร 3.การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง 4.การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงและได้ชี้แจงเรื่องให้ ครม.ดำเนินการ และ 5.การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด นอกจากนั้นได้กำหนดรายละเอียดด้วยว่า ห้ามออกเสียงประชามติเรื่องที่ผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธาน กมธ. ขอพักการประชุม 10 นาที เพื่อไปดูว่ามาตรา 10 และมาตรา 11 จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับมาตรา 9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ลุกขึ้นอภิปรายขอใช้สิทธิ์นับคะแนนใหม่ ด้วยการขานคะแนน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 58 เพราะคะแนนมีผลต่างน้อยกว่า 30 คะแนน ทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านประท้วงและโต้ตอบว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการพิจารณามาตรา 10 แล้ว ทำให้มี ส.ว.โห่ประท้วงไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลาย นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่าที่ประชุมเข้าสู่มาตรา 10 ไม่สามารถใช้สิทธิ์นับคะแนนใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายพรเพชรได้พักการประชุม 10 นาที เพื่อให้ กมธ.หารือปรับแก้เนื้อหามาตรา 10 และมาตรา 11 ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ที่ได้แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น เวลา 19.35 น. ที่ประชุมรัฐสภาได้เปิดอีกครั้งภายหลังที่พักประชุมเพื่อหารือเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธาน กมธ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากการลงมติของที่ประชุมในมาตรา 9 โดยเพิ่มเติมรายละเอียดตามที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอ เมื่อ กมธ.ตรวจสอบรายละเอียดพบว่ามีผลกระทบอย่างน้อย 4 มาตรา คือ มาตรา 10, มาตรา 11,&amp;nbsp; มาตรา 14 และมาตรา 15 ซึ่งระหว่างการพักประชุมก็ได้สอบถามกฤษฎีกา ได้ความว่ากฤษฎีกาขออนุญาตกลับไปทบทวนยกร่างตามกระบวนการของกฤษฎีกา ซึ่งไม่อาจแล้วเสร็จในวันนี้ได้ อีกทั้งต้องตรวจสอบหมวดอื่นๆ อีกด้วย ด้วยเหตุผลความจำเป็นนี้ ขออนุญาตให้ประธานพิจารณาเลื่อนการประชุมเป็นคราวหน้าได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กล่าวว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมแล้ว ทำให้เราไม่สามารถประชุมได้อีก จึงมีทางคือรอพิจารณาต่อในสมัยประชุมหน้าในเดือน พ.ค. หรือจะขอเปิดให้มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต่างไม่ติดใจที่จะให้เลื่อนการพิจารณาออกไป แต่ขอให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพราะถ้าหากรอให้เปิดสมัยประชุมทั่วไปในเดือน พ.ค. จะนานเกินไป และขอให้ประธานรัฐสภายืนยันว่าเมื่อเปิดประชุมในครั้งหน้าจะเป็นการพิจารณาในมาตรา 10 ต่อจากวันนี้ ไม่ใช่เป็นการเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติใหม่ ซึ่งนายชวนก็รับปากว่าจะเป็นการพิจารณาต่อจากวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และสั่งปิดการประชุมในเวลา 20.00 น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96537</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.เสียงข้างมาก, ทำประชามติ, ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6053697b9a121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตหักกมธ.เสียงข้างมาก ให้รัฐสภามีอำนาจขอทำประชามติ &#039;ส.ว.&#039; โวยขอนับคะแนนใหม่ แต่ไม่ทันแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว &amp;nbsp;โดยเป็นการพิจารณาวาระสอง เรียงตามลำดับมาตรา มีทั้งหมด &amp;nbsp;67 มาตรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฮไลท์อยู่ที่มาตรา 9 ที่กำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจจัดและควบคุมดูแลการออกเสียง ให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม เสรี เสมอภาค และชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายเห็นด้วยกับนายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ว่า แม้ที่ผ่านมาฝ่ายนิติบัญญัติ จะทำความเห็นไปยัง ครม. แต่อำนาจการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำก็อยู่ที่ครม. แต่หากใช้ร่างของนายชูศักดิ์ จะทำให้ครม.ต้องดำเนินการตามความเห็นที่รัฐสภาส่งไป จะทำให้ความเห็นของรัฐสภาที่ต้องการให้รัฐบาลทำประชามตินั้นรัฐบาลปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายเห็นแย้งกับ กมธ. ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทำประชามติ เพราะแค่ให้กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง กกต.ก็ทำให้เกิดการซื้อเสียงกันอย่างกว้างขวาง การเลือกตั้งในแต่ละครั้งมีกฎหยุมหยิม ป้ายติดอะไร ตรงไหน ขนาดเท่าไหร่กำหนดหมด แต่ใครซื้อเสียงตรงไหนไม่เคยรู้เลย เพราะไม่เคยออกไปดู ตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา กกต.ที่นครสวรรค์รับแต่เงินเดือน ไม่มีการพัฒนาอะไรเลย ถ้าเรายังไปมอบหมายภารกิจสำคัญให้เขาจัดทำอีก ตนมองไม่ออกเลยว่า กกต.จะจัดให้มีการทำประชามติที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไร แถมยังมีการเพิ่มถ้อยคำ ว่าต้องเสรีและเสมอภาคอีก กกต.จะดำเนินการอย่างไร เพราะแค่ที่ทำกันอยู่ กกต.ยังไม่เคยออกมาดูเลย มีทั้งคะแนนเขย่งและบัตรเขย่งเต็มไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมองว่าถ้าเราไปมอบภาระหน้าที่ให้กกต.มากจนเกินไป ผมเกรงว่าจะเละกันไปหมด ขนาดภาคใต้ที่ผ่านมาไม่เคยมีการซื้อเสียง ท่านยังทำจนเละไปหมดเลย ผมขอถามว่ากกต.จะทำให้การทำประชามติเสมอภาคได้อย่างไร จะเอาวิธีไหนมาทำให้เสมอภาค เพราะแค่การเลือกตั้งที่สุจิรตเที่ยงธรรมท่านยังทำไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายวีระกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้แก้ไขมาตรา 9 ตามที่นายชูศักดิ์เสนอ ด้วยมติ 273 ต่อ 267 งดออกเสียง 1 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื้อหาที่นายชูศักดิ์เสนอ คือกำหนด 5 เงื่อนไข ในการทำประชามติ ได้แก่ 1.การออกเสียงที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามที่มีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.การออกเสียงกรณีเมื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นว่ามีเหตุอันสมควร 3.การออกเสียงตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการออกเสียง 4.การออกเสียงในกรณีที่รัฐสภาได้พิจารณาและมีมติเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีเหตุสมควรที่จะให้มีการออกเสียงและได้ชี้แจงเรื่องให้ครม.ดำเนินการ และ 5.การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อครม. เพื่อให้ความเห็นชอบการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด&amp;nbsp;นอกจากนั้นได้กำหนดรายละเอียยด้วยว่าห้ามออกเสียงประชามติเรื่องที่ผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานกมธ.ฯ. ขอพักการประชุม 10นาที เพื่อไปดูว่ามาตรา 10 และมาตรา 11 จะทำอย่างไรให้สอดคล้องกับมาตรา 9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ลุกขึ้นอภิปรายขอใช้สิทธินับคะแนนใหม่ ด้วยการขานคะแนน ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 58 เพราะคะแนนมีผลต่างน้อยกว่า 30 คะแนน ทำให้ส.ส.พรรคฝ่ายค้านประท้วงและโต้ตอบว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเข้าสู่กระบวนการพิจารณามาตรา 10 แล้ว &amp;nbsp;ทำให้มีส.ว.โห่ประท้วงไม่พอใจ แต่ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลาย นายพรเพชร วินิจฉัยว่าที่ประชุมเข้าสู่มาตรา 10 ไม่สามารถใช้สิทธินับคะแนนใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชรได้พักการประชุม 10 นาที เพื่อให้กมธ.หารือปรับแก้เนื้อหามาตรา 10 และมาตรา 11 ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 ที่ได้แก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา&amp;nbsp;19.35 น.&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาได้เปิดอีกครั้งภายหลังที่พักประชุมเพื่อหารือเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง โดย&amp;nbsp;นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย&amp;nbsp;ประธานกมธ.&amp;nbsp;กล่าวว่า สืบเนื่องจากการลงมติของที่ประชุมในมาตรา 9&amp;nbsp;โดยเพิ่มเติมรายละเอียดตามที่นายชูศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิรินิล กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอ&amp;nbsp;เมื่อกมธ.ตรวจสอบรายละเอียดพบว่ามีผลกระทบอย่างน้อย&amp;nbsp;4 มาตรา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;10 มาตรา 11&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;15 ซึ่งระหว่างการพักประชุม ก็ได้สอบถามกฤษฎีกา&amp;nbsp;ได้ความว่ากฤษฎีกาขออนุญาตกลับไปทบทวนยกร่างตามรกระบวนการของกฤษฎีกา ซึ่งไม่อาจแล้วเสร็จในวันนี้ได้&amp;nbsp;อีกทั้งต้องตรวจสอบหมวดอื่น ๆอีกด้วย ด้วยเหตุผลความจำเป็นนี้ ขออนุญาตให้ประธานพิจารณาเลื่อนการประชุมเป็นคราวหน้าได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กล่าวว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมแล้ว ทำให้เราไม่สามารถประชุมได้อีก จึงมีทางคือ รอพิจารณาต่อในสมัยประชุมหน้าในเดือนพ.ค. หรือจะขอเปิดให้มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งส.ส.และส.ว.ต่างไม่ติดใจที่จะให้เลื่อนการพิจารณาออกไป แต่ขอให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพราะถ้าหากรอให้เปิดสมัยประชุมทั่วไปในเดือนพ.ค. จะนานเกินไป และขอให้ประธานรัฐสภายืนยันว่าเมื่อเปิดประชุมในครั้งหน้าจะเป็นการพิจารณาในมาตรา&amp;nbsp;10 ต่อจากวันนี้ ไม่ใช่เป็นการเริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติใหม่ ซึ่งนายชวนก็รับปากว่าจะเป็นการพิจารณาต่อจากวันนี้ จากนั้น ได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และสั่งปิดการประชุมในเวลา&amp;nbsp;20.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, สภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6053458adb858.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!หักคว่ำรธน. ภท.อัดยับสภาศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนปล่อยพล่ามกว่า10ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐสภา&amp;rdquo; ถกร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 ดุช่วงค่ำ หลังอภิปรายยื้อยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; แทงข้างหลัง ชงญัตติเอาเรื่องด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังปล่อยให้พ่นน้ำลายตลอดวันตามธงตัวเองพร้อมชงญัตติพรึ่บ ร่อนตะแกรงสุดท้ายเหลือแค่ &amp;ldquo;ไม่โหวต-เลื่อน-โหวต&amp;rdquo; แต่ก็สะดุดหัวทิ่มไปตามกัน &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; เดือดไม่ร่วมสังฆกรรมวอล์กเอาต์ ซัดพวกฉ้อฉลศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนยิ่งกว่าสภาโจ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยในระเบียบวาระจะมีการพิจารณารณาเรื่องด่วนในการลงมติวาระที่สาม ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของประชาชน เพราะเรื่องของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของปัจเจกพรรค
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ปชป.จะเข้าร่วมการประชุมวิปรัฐบาล และจะนำเสนอความคิดเห็นเพื่อขอเสียงสนับสนุน โดยจะเสนอญัตติขอมติที่ประชุมรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอบเขตของอำนาจรัฐสภาในการโหวตวาระ 3 ว่าทำได้หรือไม่ และ 2.รัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีหมวด 15/1 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. กล่าวเสริมว่า นอกจาก 2 ประเด็นแล้ว จะขอให้วินิจฉัยว่าการจัดทำประชามติต้องจัดทำในช่วงใดกันแน่ ระหว่างทำประชามติก่อนโหวตวาระที่ 1 หรือทำประชามติหลังจากโหวตวาระที่ 3 ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านยังยืนหยัดท่าทีเดิม และน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล ที่ให้เคร่งครัดและระมัดระวังตามมาตรา 256 แต่ยืนยันโหวตวาระ 3
ทั้งนี้ ก่อนประชุมรัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ประชุมร่วมกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนออกคำแถลงว่า 1.พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันเดินหน้าลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ในวาระที่ 3 2.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีข้อความใดเลยที่ห้ามการลงมติในวาระที่ 3 เพียงแต่บอกว่าหากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ลงประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนก่อนเท่านั้น 3.ในกรณีที่รัฐสภามีมติเป็นอย่างอื่นโดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (6) อาทิ ถอน เลื่อน หรือทำให้ญัตติต้องตกไปโดยประการใด พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้หารือถึงมาตรการที่ต้องดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป และ 4.ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนติดตามการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเคยสัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่าจะดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตย
ชงญัตติหลังเปิดประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.55 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เปิดประชุม โดยเริ่มต้นด้วยการให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการรัฐสภา อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ก่อนเข้าสู่วาระเร่งด่วน โดยนายชวนให้สมาชิกอภิปรายเพื่อหารือหาทางออกเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอว่า การโหวตวาระที่สามไม่สามารถทำได้ และจะเก็บต่อไม่ได้ กระบวนการจัดทำต้องเริ่มต้นโดยรัฐสภา ยื่นญัตติของจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบ แล้วส่ง ครม.เพื่อนำไปจัดทำประชามติ และการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องกระทำโดยรัฐสภาตั้งกรรมาธิการเท่านั้น ไม่ใช่ทำโดย ส.ส.ร. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของ ส.ว.และฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาก็มีความเห็นว่าไม่อาจลงมติวาระที่สามได้ จึงขอเสนอญัตติขอให้รัฐสภา ลงมติไม่สามารถดำเนินการลงมติในวาระที่สามได้ เพราะต้องทำไปตามคำวินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านตั้งใจแรงกล้าจะเดินหน้าลงมติวาระที่สาม ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเองก็เป็นฝ่ายเสนอ แต่วันดีคืนดีก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อเราอ่านคำวินิจฉัยของศาลและมองในอีกมุมหนึ่ง อยากถามว่าตรงไหนที่ศาลบอกว่าไม่ให้ลงมติวาระที่สาม สมาชิกรัฐสภาบางคนอาจอ้างฝ่ายกฎหมาย แต่นั่นก็เป็นเพียงฝ่ายกฎหมาย ถ้ารัฐสภาไม่ผ่านกฎหมาย อยากถามว่าใครจะทำ ถ้าไม่อยากแก้ไขก็บอกว่าไม่อยากแก้ไข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า เหตุใดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก แต่การฉีกรัฐธรรมนูญโดยการรัฐประหารไม่มีใครคัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ปราบโกง แต่ขี้โกง เอาเปรียบ ต้องการสืบทอดอำนาจ ควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่เป็นไร ขอให้โหวต อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์หารือว่า เพื่อเป็นทางออกและทำให้รัฐสภาสามารถแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 31 ให้ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่รัฐสภาอีกครั้ง ใน 4 ประเด็น คือ 1.ร่างที่พิจารณากันอยู่ เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพราะศาลยังไม่ได้ชี้ชัดสถานภาพว่าเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม หรือร่างจัดทำใหม่กันแน่ 2.คำวินิจฉัยศาลให้ทำประชามติเสียก่อนนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจัดทำตอนไหน ระหว่างก่อนโหวตวาระที่หนึ่ง หรือหลังโหวตวาระที่สาม 3.การทำประชามติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ 2 มาตรา คือมาตรา 166 ให้ ครม.จัดทำประชามติ ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และมาตรา 256 (8) ในการแก้ไขเพิ่มเติมหลังผ่านวาระที่สามแล้วให้ทำประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในการจัดทำประชามติ นอกเหนือจากนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตราใด และ 4.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจะตกทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งจะนำสู่การตัดสินใจว่าจะลงมติในวาระที่สามได้หรือไม่ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังวินิจฉัยยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
&amp;ldquo;ขอได้โปรดที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 4 ประเด็น โดยอาจให้วิป 3 ฝ่ายยกร่างญัตติขึ้นมาโดยอาศัยประเด็นข้างต้น จากนั้นขอมติที่ประชุมเพื่อยื่นญัตติดังกล่าวร่วมกันต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
ในเวลา 11.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายสนับสนุนญัตติของนายสมชาย พร้อมแก้ไขคำเสนอของญัตติดังกล่าวที่ถูกทักท้วงว่าไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจ เป็นว่า &amp;quot;ให้ที่ประชุมไม่ให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม?โดยเหตุผลขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ส.ว.รับรองครบตามจำนวน ทำให้ญัตติของนายเสรีเป็นญัตติลำดับที่ 3
ดันญัตติโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. เสนอญัตติว่าให้รัฐสภาทำหน้าที่ลงมติวาระ 3 ต่อไป ตามมาตรา 256 เพราะเห็นว่าทำต่อได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญระบุการแก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นทำได้ อย่าปิดกั้นอำนาจประชาชน ถ้าไปปิดกั้นอาจเกิดวิกฤตินองเลือดเหมือนปี 2535 อย่าให้บ้านเมืองมีอันเป็นไปเพราะการตัดสินใจของรัฐสภา
&amp;ldquo;ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียวคือ โหวตวาระ 3 และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด วันนี้ใส่สูทดำขอไว้ทุกข์ให้กับการทำแท้งรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 18 มี.ค. เรียกร้องให้แต่งชุดดำเต็มสภา เพราะไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้เลวร้าย สิ่งที่มีตำหนิอย่างเดียวคือที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าวันนี้เราทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ก็จะได้ภาคภูมิใจและใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่าสภาแห่งนี้มีเป้าหมายตรงกันคือ อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่เมื่อบรรยากาศมาติดกับดักตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการล่มสลาย ซึ่งเราควรหาทางเลือกไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดข้อบังคับ สามารถเดินหน้า บอกประชาชนได้ว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้เล่นปาหี่กัน ไม่ให้สิ่งที่เราทำมาต้องสูญเปล่า ซึ่งพรรคภูมิใจไทยขอสนับสนุนญัตติของนายจุรินทร์ เพื่อขอมติรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง วันนี้จึงไม่ควรลงมติวาระ 3
&amp;nbsp; ต่อมาเวลา 12.45 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายให้เดินหน้าโหวต และตอนหนึ่งพาดพิงถึง ส.ว.ว่า เรามี ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะมีการตีเช็คเปล่าให้ประชาชน แต่วันนี้ออกมาอ้างว่าอำนาจสถาปนาเป็นของประชาชน อยากถามว่าท่านไม่ละอายต่อบาปหรือรู้สึกละอายใจบ้างหรือ ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงว่า นายรังสิมันต์แสนรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้เรื่องตัวเอง ศาลบอกให้ไปถามประชาชน ถามว่าจากความแสนรู้ทำไมนายรังสิมันต์ถึงไม่รู้ในจุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนขอให้นายรังสิมันต์หลีกเลี่ยงการพูดเสียดสี ส.ว. ซึ่งนายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า เรามีกระบวนการยุติธรรมที่ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน พิจารณาขังผู้มีความเห็นต่างถึง 11 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้รณรงค์เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ยังไม่นับที่ 11 คนถูกข่มขู่ในยามวิกาล โดยอ้างว่าจะนำตรวจโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของเรือนจำหรือ โดยระหว่างนั้น ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนที่นั่งอยู่รอบตัวของนายรังสิมันต์ได้ยกภาพบรรดาแกนนำม็อบ 3 นิ้วถูกปิดปาก และมีข้อความประกอบต่างๆ เช่น #freeเพนกวิ้น #freeอานนท์ #freeหมอลำ #freeสมยศ เป็นต้น ทำให้นายกิตติศักดิ์ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยขอให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธาน วินิจฉัยว่าสามารถชูภาพเหล่านี้ในที่ประชุมได้หรือไม่ โดยนายพรเพชรวินิจฉัยไม่ให้ชูภาพอีก แต่ในขณะที่นายรังสิมันต์อภิปรายต่อ ส.ส.ก้าวไกลก็ยังพยายามชูป้ายอีก ทำให้มีการประท้วงต่อเนื่อง จนทำให้นายพรเพชรถึงกับเตือนครั้งสุดท้าย ว่าหากยังมีการชูป้ายอีก จะใช้มาตรการตามลำดับ จึงทำให้เรื่องเงียบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชินวรณ์อภิปรายตอบโต้นายรังสิมันต์ที่พาดพิงถึงการเสนอญัตติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นการยื้อเวลานั้น ไม่ใช่ แต่เป็นการหาทางออกให้กับรัฐสภาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ว่าเราจะมอบอำนาจให้ ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่&amp;nbsp; และถือว่านายรังสิมันต์กล่าวความเท็จ อีกทั้งนำเรื่องนอกสภาและเรื่องของพรรคพวกตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นนอกญัตติเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ อยากเห็นคนรุ่นใหม่หัวใจประชาธิปไตยเปิดใจอันเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่มองว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่มองคนอื่นว่าไม่เป็นนักประชาธิปไตย
เหลือ 3 แนวทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 13.30 น. นายสุทินอภิปรายว่า เหตุใดจึงจะไม่ดำเนินการต่อในวาระ 3 และระหว่างรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยศาลควรยึดอะไร หากรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ 3 หากโหวตแล้วตกก็ให้ตกไป จะได้รู้ว่าใครมีเจตนาอะไร และจะได้รีบร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าชะลอก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรชาติไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บอกโหวตไม่ได้ ผมขอให้ขีดเส้นใต้อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบรรทัดไหนที่บอกว่าโหวตไม่ได้&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. อภิปรายว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มี 5 ญัตติที่ซ้อนกันไปซ้อนกันมา ในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 เขียนไว้ชัดเจนว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร แม้จะรักร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เฝ้าประคบประหงม ซึ่งความเห็นทางนิติศาสตร์บางครั้งก็มีช่องที่เห็นโต้แย้งกันได้ ขณะนี้มีการอภิปรายกันหลากหลาย ดังนั้น เราจะหาจุดจบอย่างไร หากเป็นไปได้จะดำเนินการตามระเบียบวาระก็ไม่ขัดข้อง หรือโหวตตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกเสนอก็ไม่ขัดข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรชี้แจงว่า นับแต่เปิดประชุมมา ประธานสภาฯ ให้มีการหารือ ตอนนี้มีผู้เข้าชื่อหารือ 13 คน คงใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถ้าลงชื่อเพิ่มก็คงเกินเวลาอีก แต่เมื่อดูเนื้อหาที่หารือไม่ได้เพิ่มญัตติอะไร เป็นเพียงการอภิปรายสนับสนุนญัตติหนึ่งญัตติใด ส่วนญัตติ 5 เรื่อง แต่ถ้าสรุปจริงๆ เหลือเพียง 3 เรื่องคือ 1.ลงมติตามข้อบังคับ 2.ญัตติขอไม่ให้ลงมติ และ 3.ขอให้เลื่อนการลงมติ เพื่อดำเนินการให้ดีขึ้น โดยส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.50 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำให้เราถึงทางตันจริงๆ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องมาถกเถียงกันว่าเราทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วยังยื้อกันอีกหรือ และเราจะไม่ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะเรายังนั่งเถียงตัวกฎหมาย ขอให้ทุกคนช่วยดึงสติ ขอถามว่าพวกเรากำลังทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ ก็ไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปกำหนดชะตาประเทศนี้เลย เพราะตามหลักการแล้วรัฐสภาแห่งนี้ต่างหากที่จะเป็นคนบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจอะไรบ้าง
ทั้งนี้ นายจิรัฏฐ์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึง ส.ว. ซึ่งก็ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงทันทีพร้อมโต้กลับมา จนทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงกลับบ้าง ซึ่งในท้ายที่สุดนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้นายกิตติศักดิ์ถอนคำพูด ซึ่งนายกิตติศักดิ์ก็ยอมถอนคำพูด
ต่อมาสมาชิกรัฐสภาก็ยังคงอภิปรายเสนอความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ยังมีจุดยื่นตามแนวทางของแต่ละคน โดยวนเวียนใน 3 หลักคือ ไม่โหวต, โหวตวาระ 3 และเลื่อน ก่อนที่จะถึงคิวนายชินวรณ์ ซึ่งเป็นผู้อภิปรายคนสุดท้าย ซึ่งก็ได้ตอกย้ำข้อเสนอของนายจุรินทร์ ที่ให้เลื่อนญัตติก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ที่ประชุมรัฐสภาได้ใช้เวลาหารือถึงประเด็นดังกล่าวเกือบ 9 ชั่วโมง มีผู้อภิปราย 43 คน ก่อนที่นายชวนจะวินิจฉัยแนวทางการลงมติจากญัตติต่างๆ ที่เสนอ โดยได้จัดให้อยู่ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.การลงมติเพื่อไม่ลงมติในวาระ 3 ของนายสมชายและนายเสรี 2.การเลื่อนและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญของนายจุรินทร์,นายนิกร จำนง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรค พปชร. และ 3.ลงมติวาระ 3 ไปเลยของ นพ.ชลน่านและนายรังสิมันต์
โดยหลังการเสนอของนายชวน ทำให้สมาชิกมีการถกเถียงกันอย่างมากถึงญัตติต่างๆ ว่าถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในญัตติที่ 1 และ 2 ที่ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง และในเวลา 19.25 น. ระหว่างที่ นพ.ชลน่านกำลังอภิปราย ปรากฏว่าได้เกิดเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วอาคารรัฐสภา จนเกิดความแตกตื่น โดย ส.ส.หลายคนต่างลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก ซึ่งนายชวนได้พูดติดตลกว่า &amp;ldquo;สงสัยอภิปรายกันจนน้ำไหลไฟดับ&amp;rdquo; แต่หลังสัญญาณดังขึ้นประมาณ 2 นาทีก็หยุดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ และการประชุมได้ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบว่าอาจเกิดจากมีคนสูบบุหรี่อยู่ใกล้เครื่องจับสัญญาณ จนทำให้สัญญาณเตือนไฟไหมดังขึ้น แต่ล่าสุดพบว่ามีคนกดสัญญาณ แต่ไม่สามารถหาได้เพราะไร้กล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ปชป. เสนอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อไปหารือและแก้ไขญัตติ ซึ่งนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้พักการประชุม 20 นาที ภายหลังหารือกว่า 40 นาทีแล้วกลับเข้ามาประชุมอีกครั้ง ซึ่งก็ยังคงมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดนายไพบูลย์ได้เสนอญัตติให้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องด่วน และมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายชวนต้องขอมติที่ประชุม เนื่องจากตลอดทั้งวันเป็นเพียงการหารือ ยังไม่เข้าวาระ เมื่อมีผู้เสนอวาระจึงจำเป็นต้องขอมติ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบส่งผลให้ทั้ง 3 ญัตติที่เสนอมาก่อนหน้านี้ตกไปทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังลงมติประชุมให้นำเรื่องด่วนขึ้นมา นายชวนได้ให้มีการโหวตตามวาระ ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ยกมือถามว่าต้องขานชื่อใช่หรือไม่ ซึ่งนายชวนก็ตอบใช่ ทำให้นายชาดากล่าวว่า คงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทยได้วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทั้งหมด ต่อมาจึงเข้าสู่การเตรียมการลงมติวาระ 3 โดยใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล ซึ่งมีเพียง 379 คน แต่ยังครบองค์ประชุม โดยเสียงเห็นชอบส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, เพื่อไทยและก้าวไกล ในขณะที่ในส่วนของ พปชร.และ ส.ว.นั้นจะงดออกเสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถกร่างแก้ไข รธน., ประชุมรัฐสภา, ประชุมร่วมรัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, วาระ 3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605222290d16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แก้รธน. แพ้โหวต กลับไปใช้ร่างเดิม ใช้เสียง 3 ใน 5 แก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - เวลา 15.30 น.หลังจากที่ประชุมรัฐสภา อภิปรายร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ2 ตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. ชี้แจงหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรับหลักการและลงมติให้ความเห็นชอบวาระ 3 ต้องใช้เสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา การให้ส.ส.ร.200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อส.ส.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ส่งร่างแก้ไขต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็น ภายใน 30 วัน โดยไม่มีการลงมติ และให้ส่งร่างให้กกต.ภายใน 7วัน เพื่อทำประชามติ จากนั้นเปิดโอกาสให้กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น เริ่มต้นที่มาตรา3 เรื่องการเสนอให้แก้ไขมาตรา256 วิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนคัดค้านความเห็นของกมธ.เสียงข้างมากที่ระบุให้วาระรับหลักการและการลงมติวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2ใน3ของรัฐสภา เนื่องจากเป็นจำนวนมากเกินไป ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก โดยเสนอให้แก้ไขใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาเพียงแค่กึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)อภิปรายว่า จำนวนเสียงการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ที่ใช้เสียง 3 ใน 5 ตามร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลเหมาะสมอยู่แล้ว หากใช้เสียง 2 ใน 3 ตามที่กมธ.แก้ไขคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้าส.ว.ไม่เห็นด้วยจะไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญได้เลย เสียงของส.ส.ขณะนี้มี 487 คน ถ้าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 492 คน ต่อให้ประธาน สภาฯลงมติ้ด้วย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้รัฐธรรมนูญวาระ1และ3ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตัวเลข 2ใน3 ในการแก้รัฐธรรมนูญถือว่าสูงเกินไป ที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญ 8ฉบับ ให้ใช้เสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา การอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญควรทำได้ยากนั้น จะต้องไม่ยากเกินไปให้เกิดทางตันหรือวิกฤติทางรัฐธรรมนูญได้ ถ้าจะเกินกึ่งเล็กน้อยถือว่า พอรับได้ แต่ถ้าใช้เสียง 2ใน3 ไม่ควรเห็นด้วยเป็นอันขาด ขณะนี้มีส.ส.เกือบ 500คน ยังแก้ไม่ได้เลย หากส.ว.ไม่ยินยอม ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ประชาธิปไตยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ อยากให้กลับไปใช้เสียง3ใน5เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ทำไมบางเรื่อง บางมาตรา บางหมวดต้องไปทำประชามติ การทำอย่างนี้ ทำให้เกิดความลักลั่น รัฐธรรมนูญก่อนหน้าก็มีการแก้ไขหมวด1-2 ไม่ได้มีปัญหา ทำให้ประเทศเปลี่ยนระบอบการปกครอง ไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจำเป็นต้องจำกัด อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด สิ่งนี้เป็นทางออกวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชอบใจที่นายคำนูญ บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลด 256 แต่ไปๆมาๆจะเป็นการล็อกไว้อีกชั้นหรือไม่ เพราะแม้แต่สมาชิกในสภาฯ ยังแก้ไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 5 เพราะถ้าคนไม่อยากให้แก้ ก็แก้ไม่ได้ รัฐธรรมนูญ ถ้ายากจนแก้ไขไม่ได้ ก็เป็นวิกฤติ สร้างปัญหาอย่างที่เห็น ในร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับการใช้เสียงแค่ เสียงกึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร่วมอภิปราย ส.ส.ซีกฝ่ายค้าน อภิปรายไปในทิศทางคล้ายกัน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า&amp;nbsp;การใช้เสียง 2ใน3 เขียนมาเพื่อให้แก้ไม่ได้ จะแก้ได้ทางเดียวคือ รัฐประหาร เหตุผลที่ระบุใช้เสียง 2ใน3 โดยอ้างรัฐธรรมนูญควรแก้ไขยากนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควรปรับความคิดใหม่ ถ้าแก้ง่ายแล้วไม่บูดเบี้ยวก็ขอให้แก้ไป ถ้าแก้ได้ยากดูแล้วน่าห่วงกว่า วิกฤติรัฐธรรมนูญคือ การเขียนรัฐธรรมนูญไม่เข้าท่า เกิดเหตุกล้วยจุกปาก คนที่เสนอให้ใช้เสียง2ใน3 คือคนที่เสนอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภาในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลอยากให้แก้รายมาตรา สังหรณ์ใจว่าที่สิ่งที่กำลังคิดแก้ไขกันอยู่ จะไม่ได้ใช้ จะล้มก่อนถึงวาระ3 ถ้าจะให้ใช้เสียง 3ใน5ก็ได้ขอให้มาคุยกัน แต่ถ้าใช้เสียง 2ใน3 วิกฤติข้างหน้ารออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา 20.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 นานเกือบ 4 ชม. ที่ประชุม ซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และวาระ 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมคือเสียง 3 ใน 5 ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ด้วยคะแนน 441 ต่อ 178 คะแนน งดออกเสียง 13&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94176</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ประชุมรัฐสภา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365cc6ae14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาส่งศาลชี้แก้รธน. มติ366ต่อ316เสียง/ฝ่ายค้านรุมสับรบ.ไม่จริงใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตามคาด! พลังประชารัฐจับมือพรรคเล็ก+สภาสูงลงมติ 366 ต่อ 316 ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไพบูลย์-สมชาย&amp;rdquo; ยันไม่ทำการร่างสะดุด แต่ทำให้เกิดความชัวร์และประหยัดงบหลายพันล้าน &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; ประสานเสียง &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; เห็นต่าง ชี้รัฐสภามีอำนาจไม่ควรเสียเวลา &amp;ldquo;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;rdquo; สบช่องปลุกทันที บอกสะท้อนความไม่จริงใจของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่-รัฐบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ มีการประชุมรัฐสภาครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) โดยมีระเบียบวาระแรกคือการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อที่ 31 ให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. เป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ชี้แจงตอนหนึ่งว่า สาเหตุที่ต้องพิจารณาญัตตินี้ เพราะเกรงว่าเมื่อไม่มีความชัดเจนในอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภา จะมีปัญหาในการลงมติวาระสามในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกรัฐสภาอาจไม่กล้าให้ความเห็นชอบ หรืออาจต้องงดออกเสียง ทำให้เสียงเห็นชอบผ่านร่างแก้ไขไม่เพียงพอ สมาชิกหลายคนระบุว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้ยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่ให้ส่งภายหลังลงคะแนนเห็นชอบวาระสามและทำประชามติไปแล้ว ซึ่งเห็นว่าหากส่งศาลหลังทำประชามติไปแล้ว อาจต้องสูญเสียงบประมาณ 3,000 ล้านบาท หากศาลว่าขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การยื่นญัตติครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการทำหน้าที่ของรัฐสภา และหากศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภาสามารถแก้เป็นรายมาตราได้เท่านั้น ก็จะเข้ารัฐธรรมนูญ มาตรา 129&amp;nbsp; ให้ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องเสียงบประมาณนับหมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่ประชุมให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปราย โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า สิ่งที่นายไพบูลย์เสนอญัตติเป็นสิทธิ์ และไม่ได้ย้อนแย้งกับที่สมาชิกรัฐสภาเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะส่วนใหญ่ยังเห็นเหมือนเดิม คือการเสนอแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งได้ศึกษารอบด้าน และได้เชิญนักวิชาการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ทุกคนบอกว่าตรงตามหลักกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเป็นการวินิจฉัยตามบริบทรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และบริบทที่เกิดขึ้นจริง ที่มีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ให้เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย และกระบวนการแก้ไขนำสู่การฟ้องร้องในเรื่องเสียบบัตรแทนกัน
&amp;ldquo;วันนี้สถานการณ์เหล่านี้ไม่มี พวกเราไม่ได้แก้ไขอะไรมาก แก้ไขหลักการใหญ่ 2 ประเด็นคือ หนึ่ง แก้มาตรา 256 เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น สอง แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ห้ามไม่ให้ร่างหมวดหนึ่งและหมวดสอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ขัดแย้งต่อคำวินิจฉัยที่ว่าต้องสถาปนาโดยประชาชน เพราะพวกเราได้แก้ไขไว้แล้วว่าให้ทำประชามติก่อนทูลเกล้าฯ ถวาย นั่นก็แปลว่าได้สถาปนาโดยประชาชนแล้ว&amp;rdquo; นายชินวรณ์กล่าว และว่า แม้นายไพบูลย์จะระบุว่าคำร้องจะไม่ทำให้กระบวนการสะดุดหยุดลง แต่การเสนอให้ถอนญัตติจะเป็นเรื่องสมานฉันท์และเป็นเรื่องความชอบธรรม แต่ถ้ายืนยันจะยื่นญัตติก็เป็นสิทธิ์ที่ยื่นได้ ต่างคนต่างเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
อัดแผนเตะถ่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีครึ่ง เราเห็นความพยายามยื้อเวลาเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญเป็นระยะ ตั้งแต่ตั้งคณะ กมธ.ก่อนรับหลักการ วันนี้ผ่านวาระหนึ่งได้แล้ว แม้เนื้อหาอาจไม่พอใจก็ตาม แต่น่าเสียดายที่กระบวนการที่น่าจะเดินตามปกติกลับเกิดความไม่แน่นอนขึ้น สมาชิกอาจอ้างว่าหวังดีให้ศาลตีความตอนนี้จะได้ไม่เสียเวลาตอนหลัง ซึ่งสิ่งที่ทำไม่ใช่ถ่วงเวลา แต่เป็นญัตติที่เลวร้ายยิ่งกว่า เพราะเป็นการหาหนทางตัดทอนอำนาจรัฐสภาและประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญไปตลอดกาล นี่เป็นความพยายามแช่แข็งประเทศไทย และกำลังทำให้รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.เป็นฉบับนิรันดร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านจะใช้สถาบันตุลาการเป็นเครื่องมือเพื่อกินรวบพื้นที่การเมืองทั้งหมดใช่หรือไม่ หากยังดื้อดึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่จะมีแต่พาพวกเราไปสู่ทางตัน ฉะนั้น ก่อนที่จะลงคะแนน ขอเรียกร้องสมาชิกรัฐสภา นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงว่าเป็นผู้มีจิตใจประชาธิปไตย ยอมรับโลกาภิวัตน์ ใช้เอกสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของประชาชน ทำให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ในรัฐสภา เป็นปกติพื้นฐาน และควรเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับมากกว่าการทำรัฐธรรมนูญโดยกองทัพ&amp;rdquo; นายพิธากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.อภิปรายว่า การยื่นญัตติให้ศาลตีความร่างแก้รัฐธรรมนูญควรคำนึง 2 ข้อคือ 1.ข้อกฎหมาย ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้แก้ทั้งฉบับ การจะไปยื่นให้ศาลตีความจึงมองไม่เห็นว่าจะไปขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร 2.เหตุผลทางการเมือง ขอให้คำนึงถึงความรู้สึกประชาชนที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน จะไปเอาเหตุผลทางกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ แม้รัฐธรรมนูญมีสิ่งดีเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกประชาชนคือ ไม่ได้เกิดขึ้นจากประชาชน แต่ทหารเป็นผู้ร่าง จึงไม่ควรที่เมื่อแก้ไขแล้วจะมายื่นคัดค้านการแก้ไข การยื่นญัตติครั้งนี้ไม่ใช่ ส.ส.พลังประชารัฐ 100% จะเห็นด้วย เพราะตนเองและเพื่อน ส.ส.อีกไม่น้อยเห็นตรงกันข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.45 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐสภาได้รับหลักการร่างแก้ไขมาแล้ว อีกทั้งยังกำหนดให้ตั้งคณะ กมธ.กำหนดเวลาแปรญัตติ บัดนี้ดำเนินการถึงขั้นรอพิจารณาในวาระสองและสาม ซึ่งชัดเจนมาก การนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยนั้น คิดว่าทำไปก็คงเปล่าประโยชน์ ส่วนข้อสงสัยว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้น อดีตอย่างน้อยทำมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือในปี 2491 และปี 2539 ซึ่งทั้งสองฉบับเป็นการจัดทำขึ้นโดยที่รัฐธรรมนูญฉบับที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้นไม่ได้ให้อำนาจจัดทำฉบับใหม่ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าการทำลักษณะดังกล่าวเสร็จสิ้นลง ดูจะได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด การกระทำเช่นนี้บ่งบอกชัดว่าทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติกล่าวต่อว่า มีความพยายามหยิบยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่น่าใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ไม่คิดเช่นนี้ เพราะนี่คือโอกาสที่จะทำใหม่ได้อย่างชอบธรรมครบถ้วน เพราะนอกจากศาลวินิจฉัยว่ายกร่างใหม่ทั้งฉบับไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญขณะนั้น แต่ศาลได้วินิจฉัยด้วยว่าการจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่สมควรให้ทำประชามติสอบถามประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนา
น้าญัติข้องใจญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราก็ทำประชามติตามที่ศาลได้กรุณาชี้แนะ ก็เท่านั้นเอง ซึ่งในชั้น กมธ.ก็ได้ปรับปรุงถ้อยคำเพื่อนำไปจัดทำประชามติตามขั้นตอนครบถ้วน ดังนั้น จึงไม่ควรกังวล ถึงขนาดต้องส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง เพราะโอกาสที่พวกเราจะตรวจสอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังมีอยู่เสมอ และเป็นการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญเสียอีกด้วย ผมไม่แน่ใจว่าการเสนอญัตติที่ได้ร่วมกันพิจารณาในวันนี้จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะไม่ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา 156 แต่ประการใด&amp;rdquo; นายบัญญัติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.00 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดจากเสียงเรียกร้องของประชาชน นำมาสู่การตั้ง กมธ. ซึ่งรายงานของ กมธ.เสนอแก้โดยตั้ง ส.ส.ร. ต่อมาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งก็รับหลักการจนนำไปสู่การตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และขณะนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ตามขั้นตอน เพราะฉะนั้นกระบวนการเราใช้วิจารณญาณรอบคอบ ดังนั้น การถูกเอาผิดจากใครหรือองค์กรใดเรามีหลักพิงและหลักประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เราเดินหน้าไปเถอะ แต่หากยังจะใช้คำว่ารอบคอบอีก ผมย้ำว่ารอบคอบเกินงามก็จะตีความว่าเราใช้ความรอบคอบโดยมีความแอบแฝง ซึ่งการแอบแฝงครั้งนี้เดิมพันด้วยปัญหาของสังคมและบ้านเมือง แม้บอกว่าถ้าศาลรับคำร้องอย่าไปวิตกกังวลว่าจะสะดุด ใครรับประกัน ใครคาดหมายหรือบอกแทนศาลได้ว่ากระบวนแก้ไขจะไม่สะดุด นั่นคือความเสี่ยงที่จะล้มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสี่ยงเกิดความไม่เข้าใจกันของคนในสังคม เมื่อกระบวนการที่รอคอยมันล้ม ใครจะรับประกันได้อีกว่ามันจะไม่มีกระบวนการกลางถนน&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์? ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เกิดขึ้น แต่แก้โดยไม่รู้เนื้อหาจะแก้ได้หรือไม่ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นสิ่งที่เราจะตัดสินใจกันเองไม่ได้ เพราะการวินิจฉัยต้องอยู่ที่ศาล ซึ่งปัญหาอยู่ที่ว่าจะส่งไปช่วงสุดท้ายของการแก้ไข หรือหากส่งตอนนี้ ก็ไม่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า กระบวนการก็เดินไปตามครรลองอยู่แล้ว เพราะศาลวินิจฉัยแล้วไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การแก้ไขก็เดินหน้าอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ หากขัดรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่ต้องไปเสียเงินทำประชามติ แต่หากกระบวนการเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่วินิจฉัยจะทำให้เสียเงินนับพันล้านบาท เพราะต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง&amp;nbsp; ดังนั้นการส่งให้ศาลตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ได้เสียหายอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าส่งศาลแล้วเป็นการสกัดหรือทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป แสดงว่าเราคิดและห่วงไปเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญผมไม่ได้ปฏิเสธเรื่อง ส.ส.ร. แต่ด้วยความไม่ชัดเจน ถ้าเราทำให้ชัดเจน ข้อเรียกร้องในปัจจุบัน ข้อเสนอต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเมืองปัจจุบันเป็นปัญหาทางการเมืองที่ต้องชัดเจน ดังนั้นความขัดแย้งในบ้านเมืองก็ต้องสร้างความชัดเจนส่งให้ศาลวินิจฉัย จึงเห็นว่าญัตตินี้ได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย&amp;rdquo; นายเสรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. นายสมชายอภิปรายสรุปว่า ญัตติดังกล่าวสมควรส่งให้ศาลวินิจฉัยในตอนนี้ จริงอยู่ที่จะยื่นในภายหลังก็ได้ แต่จะเสียเวลา หากล้มขึ้นมาจะทำอย่างไร ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่เตะถ่วงกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่การยื่นถึงศาลมีความสำคัญ เพราะจะทำให้ถูกต้องรอบคอบ และหากศาลไม่มีอำนาจวินิจฉัยตามที่สมาชิกหลายคนระบุจริง ทำไมสมาชิกรัฐสภาหลายคนส่งเรื่องต่างๆ ไปยังศาลขอให้วินิจฉัย เช่น การขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. ดังนั้นการยื่นญัตตินี้เพื่อให้การทำหน้าที่ของรัฐสภาถูกต้อง อย่าให้ต้องเสียเงินทำประชามติแล้วบอกว่าการกระทำดังกล่าวทำไม่ได้
รัฐสภาโหวตผ่านฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้วุฒิสภาและสภาจะต้องมีความเห็นในทางเดียวกันหรือไม่ก็ตาม เป็นความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน ทุกคนเกิดจากรัฐธรรมนูญ อีกทั้งตามรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดเจนให้ศาลวินิจฉัยหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจรัฐสภา เพราะฉะนั้นรัฐสภาจำเป็นต้องนำเรื่องนี้ไปสู่ศาลเพื่อวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความ&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 14.20 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา เป็นประธาน ได้ให้ลงมติ ผลปรากฏว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปยังศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจและหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ ด้วยคะแนน 366 ต่อ 316 งดออกเสียง 15 ไม่ลงคะแนนไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการลงมติครั้งนี้พบว่าพรรค พปชร.และพรรคขนาดเล็ก ประกอบด้วย พรรรคพลังท้องถิ่นไท, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคไทยรักธรรม, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลเมืองไทย, พรรคพลังชาติไทย และพรรคพลังธรรมใหม่ รวมถึง ส.ว. ลงมติเห็นชอบ และมี ส.ว.งดออกเสียงจำนวน 7 คน&amp;nbsp; อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นายอำพล จินดาวัฒนะ และนายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การลงมติไม่เห็นประกอบไปด้วยพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ยกเว้นนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นหนึ่งเดียวที่โหวตสวนมติพรรค โดยโหวตลงมติเห็นด้วย ขณะที่ ส.ส.พรรคชาติพัฒนาจำนวน 4 คน งดออกเสียง ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่เสียงแตก มีผู้ลงมติเห็นด้วย 1 คน ได้แก่ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรค ลงมติงดออกเสียง 4 คน และลงมติไม่เห็นด้วย 1 คน คือนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.ที่มักจะโหวตสวนมติของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี รวมถึงนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ไม่ได้ร่วมลงมติดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมแกนนำฝ่ายค้าน แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ทำอย่างเต็มที่แล้ว ต่างเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีความจำเป็นต้องแก้ไข แต่กรณีที่เกิดขึ้นไม่แน่ใจว่าเป็นการยื้อให้การแก้รัฐธรรมนูญยืดยาวออกไปหรือไม่ ขอฝากให้ติดตาม ส่วนคนที่เห็นด้วยต่อการส่งให้ศาลตีความ คงเป็น ส.ว.และ ส.ส.พรรค พปชร. และพรรคที่เคยรับปากกับประชาชนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดว่าใครมีความจริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง
อัดฉีกง่ายกว่าแก้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวว่า การลงมติดังกล่าวชัดเจนแล้วว่ารัฐธรรมนูญไทยฉีกง่ายกว่าแก้ไข ซึ่งรัฐธรรมนูญไทย 20 ฉบับ 17 มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และ 3 ฉบับมาจากรัฐสภาและประชาชน เราควรพิสูจน์ว่าประเทศไทยยังมีดุลอำนาจทั้ง 3 อยู่ คืออำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ผลการโหวตวันนี้ชัดเจนว่าเกิดจากผลพวงรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ดังนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านและทุกพรรคการเมืองต้องยืนยันว่าอำนาจของรัฐสภาที่ได้รับมอบหมายจากประชาชนมีอำนาจชอบธรรมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ผลคะแนนชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดต่อรัฐสภาเมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2563 ว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นในปี 2564 หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน ม.ค.2565 แต่วันนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทำสิ่งที่รับปากไว้กับประชาชน สิ่งที่นายกฯ พูดเป็นแค่ลมปาก พรรคฝ่ายค้านและประชาชนจึงรู้สึกผิดหวังอย่างมาก แต่เราจะเดินหน้าสู้ต่อไป และจะรอคำวินิจฉัยของศาลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มสร้างไทยออกแถลงการณ์ประณามสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ถ่วงเวลาการมีรัฐธรรมนูญของประชาชน พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาท่านอื่นๆ ตระหนักว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จึงควรรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ที่เป็นของประชาชนโดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชุมรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_6022a0a1b059c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
