<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงเข้าชื่อฎีกาไล่‘ประยุทธ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; โปรดเกล้าฯ เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 7 เม.ย. เตรียมถกต่อร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฝ่ายค้านดักคอมีคนจ้องคว่ำ พปชร. วอน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; อย่าซ้ำเติมก่อม็อบ วงสัมมนาอัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ครองอำนาจ 7 ปี หนักกว่าระบอบทักษิณ เป็นระบบมาเฟียเผด็จการ &amp;ldquo;กษิต&amp;rdquo; ชงถวายฎีกาไล่เหมือนยุคพ่อขุนรามคำแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ สมควรที่จะเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญดังกล่าว เกิดขึ้นโดยมีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำคัญที่รอการเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา คือร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ค้างการพิจารณามาจากเมื่อวันที่ 18 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเรื่องร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า มีความพยายามในการคว่ำ โดยการออกมาสร้างความสับสนเตะถ่วง หรือถึงขั้นวางแผนยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ จนอาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ประชามติต้องถูกควํ่าลงไปอีก ซึ่งจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ประชาชนลงสู่ท้องถนนมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าอยากเตือนสตินายจตุพรอย่างหวังดี อย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศอีกเลย ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์มาแล้ว อย่าหวนกลับไปสู่จุดนั้นอีก ส่วนกรณีที่นายจตุพรกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ไม่รักษาสัญญาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันมาโดยตลอดสนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ แต่ทุกอย่างควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็เข้าใจดี หลังจากนี้ก็สามารถดำเนินการได้
&amp;ldquo;อยากจะให้จตุพรเข้าใจ ไม่อยากให้ตกเป็นเครื่องมือของพวกล้มเจ้า ที่ผ่านมานายจตุพรเดินมาถูกทางแล้ว อย่าเดินผิดทางเลย ขอให้เป็นจตุพรนิวนอร์มอลดีกว่า&amp;rdquo; นายธนกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนาหัวข้อ &amp;quot;ชำแหละ 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ พาชาติติดหล่ม?&amp;quot; ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว โดยนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะประธาน ครป. กล่าวว่า&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ครองอำนาจมา 7 ปี ทำการเมืองย้อนยุคก่อนปี 40 และไกลไปถึงยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ โดยโครงสร้าง อีกทั้งยังย้อนยุคเป็นการเมืองแบ่งขั้วที่รุนแรง ทำลายความเป็นมนุษย์
&amp;ldquo;การบริหารที่ไม่ยอมแก้อะไรเลยในช่วงที่มีอำนาจ ทำให้เกิดความแตกแยกความคิดลงไปร้าวลึกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ และมีแนวโน้มรุนแรง เป็นการเมืองแบบมาเฟีย และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าระบบทักษิณ เพราะระบอบประยุทธ์เรียกว่าระบบสมบูรณ์แบบ เข้มข้นกว่าระบบสภาเผด็จการ&amp;rdquo; นายพิชายกล่าว และว่า ระบอบ 3 ป. นำไปสู่การเมืองสิ้นหวังจมลงไปสู่ทะเลไปเรื่อยๆ ภารกิจภาคประชาชนที่ยังมีความหวังกับการเมือง มีความจำเป็นหาหนทางให้ระบอบ 3 ป.สิ้นอำนาจ และออกไปให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า กล่าวว่า ในทางวิชาการ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ไม่มีความรู้ ใกล้ถึงจุดจนตรอก เป็นไพ่ใกล้หมดสำรับ นับถอยหลังอายุของรัฐบาลได้เลย เพราะก่อหนี้สินเยอะแยะจากการกู้ และมากกว่านายกฯ คนอื่น 18 เท่าตัวจากการบริหาร 7&amp;nbsp; ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า 7 ปีของรัฐบาลประยุทธ์ทำ 2 เรื่องคือ 1.เมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ และ 2.เอาภาษีไปใส่โครงการประชานิยม หวังผลทางการเมือง และทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันมหาศาล ซึ่งหนทางเดียวแก้ไขคือ ทำเหมือนสมัยพ่อขุนรามคำแหง ให้ประชาชนถวายฎีกา นำความคิดเห็นของพวกเราสร้างรัฐสยามใหม่ ทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เที่ยงธรรมในสังคม และประชาชนทั้งหมดกว่า 60 ล้านคนมีส่วนร่วม มิใช่ผูกขาดจากกลุ่มคนไม่กี่คนอย่างทุกวันนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีออกมาเคลื่อนไหวถี่ และโจมตีรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าเพราะคงจะผิดหวังมากที่ไม่สามารถล้มรัฐธรรมนูญ 60 ได้ ทำให้ผลประโยชน์ที่แอบหวังจากการล้มรัฐธรรมนูญ นั่นคือการนิรโทษฯ โดยการล้มรัฐธรรมนูญต้องสลายไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97589</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, พ.ร.บ.ประชามติ, ระบบมาเฟียเผด็จการ, ระบอบทักษิณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060816444a05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’งงเปิดวิสามัญเร็วไป พปชร.ไม่ร่วม3พรรคแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; มึน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ติงเปิดประชุมสภาวิสามัญเร็วเกินไป ยัน 3 ฝ่ายเห็นพ้อง 7-8 เม.ย. รองนายกฯ ชี้แก้ กม.ประชามติหลังประกาศใช้ไม่ใช่เรื่องแปลก อ้างบกพร่องในการบังคับใช้ พปชร.เมินร่วมเสนอญัตติแก้ รธน.กับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ....&amp;nbsp; จะเป็นอย่างไรต่อไปว่า เป็นคนละเรื่อง อย่ามาถามปนกัน ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา แต่ติดอยู่ในมาตรา 9 ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป แต่จะเดินอย่างไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่คณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ซึ่งกำลังทำงานกันอยู่ หากทำเสร็จแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบเพื่อนัดเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ส่วนจะเป็นวันใด อยากให้ทางรัฐสภาช่วยยืนยันมาอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้รัฐสภาต้องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งคิดว่าเร็วไป เพราะขณะที่มีหนังสือยังไม่มีการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว โดยกำลังให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประสานไปที่รัฐสภาอยู่ โดยในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ใส่วันที่ ดำเนินไปไม่มีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะติดอะไรหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าเขาแก้มาตราที่ต่อเนื่องจากมาตรา 9 อย่างไร ซึ่งถามกันขึ้นมาว่าหากถลำลึกลงไปในทางที่เกิดปัญหายุ่งยากในการบังคับใช้ เช่น ข้อความเกิดขัดแย้งกันและเกิดภาระของรัฐบาล ใครขออะไรมาต้องทำประชามติทุกครั้งจะทำอย่างไร ซึ่งความเป็นจริงใครๆ ทราบว่าเป็นกระบวนการธรรมดา กรณีเมื่อออกกฎหมายมาแล้วมีความบกพร่องในการบังคับใช้ ก็แก้เท่านั้น ไม่มีปัญหา ส่วนจะแก้ช้าหรือเร็วก็แล้วแต่ดำเนินการ ในอดีตก็เคยมีกรณีออกกฎหมายมาแล้ว อีก 7 วันก็แก้กฎหมายฉบับนั้นเลยมีหลายฉบับ และไม่เป็นเรื่องใหญ่โต เช่นเมื่อปี พ.ศ.2517 ได้ออกรัฐธรรมนูญมาลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้แล้ว อีก 7 วันมาขอแก้เรื่องการสรรหา ส.ว. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกฎหมายประชามติผ่านวาระ 3 ประกาศใช้แล้ว รัฐบาลจะเสนอแก้ไขมาตรา 9 จะถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้บอกไปแล้ว หากเกิดการบังคับใช้กฎหมายหรือมีความผิดพลาดสามารถแก้ไขได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางครั้งผิดพลาดแล้วถวายขึ้นไปก็ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ที่เรียกว่าวีโต้กลับมาด้วยซ้ำไป ในสมัยรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ ก็ได้ถวาย และรับมาแก้ไข พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์มาแล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่รัฐบาลขอแก้ไขในมาตราที่แพ้โหวตในวาระ 2 จะถูกวิจารณ์มากหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า คงไม่ได้บอกว่าอยู่ดีๆ เพราะว่าแพ้โหวตแล้วมารับทำอะไรใหม่ แต่ต้องพบความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอื่นๆ อีกหลายข้อ ขณะนี้ประเด็นว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็มีปัญหา โดยได้บอกไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาว่าแก้สิ่งเหล่านี้เสียอย่าให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครเริ่มต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุในที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมาว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลไปหารือกันก่อน ได้ความว่าอย่างไรก็กลับมาคุยกับรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลก็คือพรรคร่วมรัฐบาล แม้พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะเห็นไม่ตรงกันให้คุยกันเสียก่อน นับหนึ่งตรงนั้นแล้วค่อยมาสองที่รัฐบาล แล้วค่อยมาคิดกันต่อไปว่ารัฐบาลจะมาเกี่ยวข้องขนาดไหนอย่างไร ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนั้น &amp;quot;ไม่เป็นไร ก็วิจารณ์ไป ก็คอยดูต่อไป อย่าเพิ่งวิจารณ์ เจตจำนงในการแก้ไขไม่ได้แปลว่าเป็นเจตจำนงแก้ไขทั้งฉบับ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็คอยดูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ซึ่งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ได้พูดคุยกับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ. ทราบว่าจะมีการประชุมในวันที่ 1 เม.ย. จะเสร็จ แต่ถ้ารอให้เสร็จแล้วทำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญอาจจะไม่ทันในวันที่ 7-8 เม.ย. เพราะต้องมีระยะเวลาในการทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งทางคณะ กมธ.ให้การรับรองแล้วว่าพิจารณาเสร็จทัน อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายด่วนของรัฐบาล ไม่ใช่สภาเป็นผู้เสนอ ซึ่งประธาน กมธ. ผู้นำฝ่ายค้าน และนายวิษณุ ได้พูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าจังหวะเวลาเปิดประชุมสมัยวิสามัญ มีความเห็นสอดคล้องกันว่าวันที่ 7-8 เม.ย.เหมาะสม เพราะหลังจากนี้จะเป็นวันหยุดยาวของสมาชิกรัฐสภา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจว่าเร็วเกินไปหมายถึงอะไร ถ้าไม่เร็วก็ต้องไปพิจารณาในสมัยสามัญเดือน พ.ค.เลย ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนก็พิจารณาแบบนั้นได้ แต่ในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องด่วนที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ&amp;rdquo; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บางฝ่ายเป็นห่วงร่างกฎหมายดังกล่าวอาจจะขัดรัฐธรรมนูญนั้น นายชวนกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์เรื่องนี้ เพราะเราทำหน้าที่ต่อฝ่ายที่เสนอกฎหมายมาให้ได้รับการพิจารณาตามวาระที่รัฐสภาดำเนินการ เพื่อไม่ให้กฎหมายค้างพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้กระบวนการพิจารณาสะดุดหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า คนละเรื่องกัน การไปร้องก็แล้วแต่สมาชิกหรือใครก็ตามที่จะไปร้อง แต่สภามีหน้าที่กำหนดระยะเวลาโดยหารือกับทุกฝ่าย เพราะสภากำหนดเองไม่ได้ ถ้ารัฐบาลหรือฝ่ายอื่นไม่พร้อม หรือไม่ประสงค์จะเปิดประชุม เป็นสิทธิ์ เพราะผู้เสนอเปิดประชุมวิสามัญคือฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นจึงอยู่ที่รัฐบาลว่าต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไร หากรัฐบาลเปลี่ยนใจไม่เร่งเสนอกฎหมาย ก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล เราไม่มีปัญหาอะไร สภามีหน้าที่ดูแลนัดวันประชุมและกำหนดวาระให้เพื่อให้เสร็จภารกิจเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐบาลได้แจ้งมายังสภาให้ยืนยันว่าติดปัญหาอย่างไร ซึ่งตอบไปแล้วว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายของรัฐบาลที่เป็นเรื่องด่วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า ขณะนี้พรรคอยู่ระหว่างหารือภายในเพื่อให้ตกผลึกร่วมกัน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการยื่นญัตติที่จะเกิดขึ้นนั้นจะไม่เสนอญัตติร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งประกาศรวมกลุ่มกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐจะมีความเห็นและเสนอแก้ไขในมาตราที่แตกต่างกัน แต่การพิจารณาในรัฐสภาสามารถนำรายละเอียดรวมพิจารณาได้ในประเด็นที่เห็นตรงกัน อีกครั้งในรายละเอียดนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึง ส.ว.ด้วย เพราะหากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนเกิน 84 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่รวมญัตติกับ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีปัญหาต่อกันใช่หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า รอบที่ผ่านมาจะเสนอแยกรายพรรค แต่เห็นว่าสามารถรวมกันได้ แต่รอบนี้ที่ไม่รวมกันเพราะอาจมีประเด็นแก้รายมาตราที่ไม่ตรงกัน แต่สามารถรวมกันได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชามติ, ประชุมรัฐสภา, ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมวิสามัญ, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b50b534e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย มั่นใจปัญหาจบที่เจรจา ป้องม็อบไม่มีเบื้องหลัง เด็กรุ่นใหม่คิดเองได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เวลา 18.15 น.&amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เชื่อว่าทุกเรื่องจะจบที่การพูดคุย คนรุ่นใหม่ก็คิดแบบคนรุ่นใหม่ นายกฯต้องฟัง อย่าคิดว่าคนคิดต่าง มีเบื้องหลัง ไม่มี นายกฯบอกว่า ผิดเรื่องอะไร ทำไมต้องลาออก ท่านต้องไปดูว่า เศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร เป็นอย่างไร ท่านบริหาร มีคนรวยสองกลุ่ม คือ กลุ่มคนค้าขายกับรัฐบาล และกลุ่มคนค้าของเถื่อน ยาเสพติด คนที่ออกมาชุมนุม ไม่พอใจนายกฯ ต้องยอมรับ ท่านเข้ามาไม่ถูกกฎหมาย ยึดอำนาจมา ไปดูว่าคนชุมนุมจำนวนมากต้องการอะไร เขามองว่า ท่านเป็นภาระ เป็นปัญหาของประเทศ ขอเสนอว่า เรื่องรัฐธรรมนูญกำหนดวันว. เวลาน.ให้ได้ แล้วไปคุยกันกับลูกหลาน แต่ทั้งนี้ อยู่ที่ความจริงใจของผู้ใหญ่มากกว่า ความสวยงามในระบบประชาธิปไตย คือความคิดต่าง เราคนไทยทั้งนั้น นายกฯลองไปสงบอารมณ์ พอท่านบอกว่าพอแล้ว ก็ไปลาออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ &amp;#39; เตือนสติคนไทยให้ฉุกคิดถึงวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของไทยและในหลวงรัชกาลที่ 9
	คณาจารย์มธ.เยี่ยม&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง&amp;#39; อ่านแถลงการณ์3ข้อหน้าเรือนจำ
	ใช้กำลังล้มล้างรัฐบาลได้หรือไม่! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ยก2ทฤษฎีไขคำตอบ
	ร้องผบ.ตร.จับ&amp;#39;พิธา&amp;#39;ผิดพรก.ฉุกเฉิน-พรบ.คอมพ์ โพสต์เฟกนิวส์ปลุกปั่น
	&amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39;เข้าเรือนจำเยี่ยมแกนนำม็อบ นั่งคุยกับ&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์&amp;#39;
	สว.สมชาย ชง 9 ข้อแก้ปัญหาม็อบป่วนเมือง
	อิสระ-สส.ปชป. ชี้มีฝ่ายไม่จริงใจ ยึกยักแก้รธน. ต้นตอม็อบยืดเยื้อ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, พรรคเพื่อไทย, ม็อบ3นิ้ว, ส.ส.เพื่อไทย, สมคิด เชื้อคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96c01ab8b08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.เสรี&#039; ชี้ม็อบไล่รัฐบาลมีทุกยุคสมัย ต่างจากม็อบ3นิ้วมีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังปลุกปั่นเยาวชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 -&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า แม้ว่าการหารือในสภาจะไม่ทำให้ผู้ชุมนุมยุติได้ แต่อาจจะเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุด เพราะเป็นการเสนอความจริงที่ประชาชนเป็นห่วงเป็นใย ในหัวข้อแรกที่รัฐบาลเป็นห่วงว่าการชุมนุมอาจทำให้เกิดโรคระบาดง่าย ควรต้องให้ข้อชุมนุมทำความเข้าใจ แต่ไม่ได้ยับยั้งให้เลิกชุมนุม แต่ต้องให้เข้าใจว่าการเผยแพร่ไม่ใช่อยู่ที่ผู้ชุมนุม อาจจะระบาดไปถึงคนที่บ้าน ตนขอชมเชยรัฐบาลที่ป้องกันและแก้ปัญหาโรคระบาดได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการชุมนุมที่ต่อเนื่องและส่งผลต่อขบวนเสด็จผ่านพ้นไปแล้ว และเป็นบทเรียนสำคัญ ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี ส่วนมาตรการที่จะเสนอแนะต้องป้องกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ก็จะเป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด และในข้อที่ 3 เป็นปัญหาทางการเมือง การชุมนุมเรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ หรือก้าวล่วงไปยังสถาบัน ทั้งหมดก็จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ มันคือการเมืองแท้ๆ การเล่นการเมืองควรจะมีวัฒนธรรม สร้างกระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการเมืองในรัฐสภา แต่เมื่อแบ่งเป็นฝักฝ่ายหลายครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายบริหารก็จะมีอีกฝ่ายมาขับไล่ แต่ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อน เราไปดึงเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมเรียกร้องทางการเมือง ขาดความเคารพ ขาดความเกรงใจ ขาดความให้เกียรติ ยุคก่อนไม่มี แต่มาเกิดในยุคนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนักเรียน เยาวชนออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ความเป็นจริงต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะไม่เลยเถิดมาขนาดนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลกระทบที่ตามมาคือบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย เศรษฐกิจมีปัญหา พ่อแม่ครูสอนเด็กไม่เชื่อ คนที่อยู่เบื้องหลังมีความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงใช้วิธีนี้ถูกต้องหรือ ทำลายวัฒนธรรมการเมือง ดังนั้น ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลหรือสภาอย่างเดียว ต้องขอความร่วมมือพ่อแม่และครู ชี้แจงให้เด็กเข้าใจปัญหาอย่างสมเหตุผลและอดทนไม่ใช้ความรุนแรง ถามกลับว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเปล่า มาเล่นการเมืองกันแบบนี้แล้วหรือเปล่า และนายกรัฐมนตรีทำอะไรผิดถึงต้องลาออก หากย้อนดูผลงานก็ทำงานอย่างเต็มกำลัง สร้างประเทศสร้างบ้านเมืองให้ดีกว่าเดิม แต่เกิดผลกระทบ เพราะคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ แต่ก็มีคนส่วนหนึ่งเสียประโยชน์ เช่น การจัดระเบียบประมง การจัดระเบียบรถตู้ หรือการบุกรุกป่า และเมื่อเกิดการชุมนุมก็เกิดการรวมตัวที่ไม่เอารัฐบาล ตนฟังเสียงจากประชาชนมาแล้วยังอยากให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไป ผมจึงขอเสนอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ผลงานให้ประชาชนเห็นอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลต้องหางานให้เยาวชน ถ้าทำได้ความเกลียดชังก็จะลดลง รัฐบาลอย่าหยุดยั้งสร้างผลงานต่อไป&amp;rdquo; นายเสรี กล่าว&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ &amp;#39; เตือนสติคนไทยให้ฉุกคิดถึงวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของไทยและในหลวงรัชกาลที่ 9
	คณาจารย์มธ.เยี่ยม&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง&amp;#39; อ่านแถลงการณ์3ข้อหน้าเรือนจำ
	ใช้กำลังล้มล้างรัฐบาลได้หรือไม่! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ยก2ทฤษฎีไขคำตอบ
	ร้องผบ.ตร.จับ&amp;#39;พิธา&amp;#39;ผิดพรก.ฉุกเฉิน-พรบ.คอมพ์ โพสต์เฟกนิวส์ปลุกปั่น
	&amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39;เข้าเรือนจำเยี่ยมแกนนำม็อบ นั่งคุยกับ&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์&amp;#39;
	สว.สมชาย ชง 9 ข้อแก้ปัญหาม็อบป่วนเมือง
	อิสระ-สส.ปชป. ชี้มีฝ่ายไม่จริงใจ ยึกยักแก้รธน. ต้นตอม็อบยืดเยื้อ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, สมาชิกวุฒิสภา, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f9698c25f2d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนบีบนายกลาออกเปิดช่องปฏิวัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ถก 4 ฝ่ายวางกรอบประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หาทางออกประเทศจากการชุมนุมของ ปชช. 26-27 ต.ค.นี้ ย้ำต้องอภิปรายตามญัตติที่เสนอ &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ห่วงข้อบังคับห้ามพูดถึงสถาบัน ฮึ่ม! ถ้าแตะไม่ได้อาจไร้ทางออก &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ย้ำต้องคุยแบบมีวุฒิภาวะ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เปิดทางปล่อยฟรีอภิปรายให้สังคมตัดสิน &amp;quot;ปธ.วุฒิสภา&amp;quot; เตือนบีบนายกฯ ลาออกเสี่ยงเปิดช่องปฏิวัติ &amp;quot;กสม.&amp;quot; ขอใช้สันติวิธีหาข้อยุติปัญหาเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามในประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และกลุ่มผู้ชุมนุมขีดเส้น 3 วันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง ว่ายังไม่ได้คุยกับนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการนัดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 26-27 ต.ค. เพื่อหารือถึงทางออกของสถานการณ์ทางการเมืองว่า แม้จะมีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญแล้ว แต่ก็ยังออกหนังสือนัดประชุมไม่ได้ เพราะจะต้องรอหนังสือจากทางรัฐบาล เพื่อขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ก่อน คาดว่าน่าจะมาภายในเย็นวันที่ 22 ต.ค. โดยให้ทางสภาเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เพื่อออกหนังสือนัดประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า สำหรับในการประชุมร่วม 4 ฝ่ายวันนี้ (22 ต.ค.) น่าจะได้ข้อยุติว่าจะแบ่งเวลากันอภิปรายอย่างไรในการประชุมวิสามัญที่กำลังจะถึง โดยจะเริ่มประชุมตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งการอภิปรายจะต้องเป็นไปตามญัตติที่เสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ฝ่ายค้านเสนอให้นำญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับมาพิจารณาในวาระรับหลักการช่วงเปิดสมัยประชุมวิสามัญนั้น ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ได้ส่งผลการศึกษามา หากส่งมาเมื่อไหร่ก็จะพิจารณาอีกที และต้องหารือประธานวุฒิสภาอีกครั้งว่าสมควรจะบรรจุหรือไม่ เพราะยังมีญัตติที่เป็นร่างของไอลอว์อีกฉบับหนึ่งที่จะครบกำหนด 30 วัน ในการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อประชาชนในวันที่ 12 พ.ย.&amp;quot; ประธานรัฐสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายชวนเป็นประธานประชุม 4 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.), ส.ส.รัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. เพื่อกำหนดประเด็นและกรอบเวลาในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค. เพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์ชุมนุมของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงว่า ได้แบ่งกรอบเวลาอภิปรายเป็น 4 กลุ่ม รวม 23 ชั่วโมง ได้แก่ ฝ่ายค้านได้ 8 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายรัฐบาล ส.ว. และ ครม.ได้ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังแบ่งเวลาให้ประธานรัฐสภาอีก 1-2 ชั่วโมง โดยการประชุมในวันที่ 26 ต.ค.จะเริ่มในเวลา 09.30-22.00 น. ส่วนวันที่สองจะอภิปรายต่อจนครบเวลาที่เหลืออยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าในญัตติของรัฐบาลที่เสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้ จะเป็นทางออกทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้าง&amp;quot; ประธานวิปรัฐบาลกล่าว
ห่วงอภิปรายสถาบันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นเนื้อหาในญัตติที่ฝ่ายรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญแล้ว กังวลว่าจะขัดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ หากจะมีการพูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และการประชุมครั้งนี้จะตอบสนองความคาดหวังของสังคมในการหาทางออกให้ประเทศได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพิจารณาแล้วไม่ใช่ทางออก ฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาทบทวนไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หรือถ้าจะเข้าร่วมประชุมจะเป็นในลักษณะใด เพราะประเทศไทยไม่เคยมีญัตติในลักษณะนี้มาก่อน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันในวันที่ 22 ต.ค. เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว แต่ฝ่ายค้านจะพยายามทำงานร่วมกับรัฐบาลและ ส.ว. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสังคมให้มากที่สุด&amp;quot; ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในญัตติขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญของรัฐบาล มีการอ้างอิงถึงเรื่องขบวนเสด็จฯ ในวันที่ 14 ต.ค.2563 รวมถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ของนักศึกษา 3 ข้อ เมื่อมีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ อยากให้ใช้รัฐสภาเป็นตัวอย่างในการอภิปรายเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ผู้อภิปรายต้องอภิปรายภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้ แม้จะไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นการนำปัญหากลับเข้ามาในสภา เพื่อนำไปแก้ไข เช่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการอภิปรายเรื่องสถาบันนั้น หากจะอภิปราย ต้องพูดอย่างมีวุฒิภาวะ ใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง และรับผิดชอบหากสิ่งที่พูดไปทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารสุขประพฤติ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎรยื่นคำขาดให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งภายใน 3 วันว่า การออกจากตำแหน่งใดๆ มีขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมาย หากนำข้อเรียกร้องของกลุ่มคนมาดำเนินการ อาจเปิดช่องให้ใช้อำนาจนอกกฎหมาย และนำไปสู่การปฏิวัติได้ อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของเยาวชนและการยื่นข้อเรียกร้องนั้น ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะแถลงประเด็นต่างๆ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ที่มีการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพราะไม่อยากแถลงในบรรยากาศเช่นวันนี้ ซึ่งต้องการแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และจุดยืนของ ส.ว. ส่วนข้อคิดเห็นต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการเกี่ยวกับการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ก็คงจะมีการอธิบายให้ทราบว่า ส.ว.มีจุดยืนอย่างไร&amp;quot; ประธานวุฒิสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 กล่าวว่า ตนมองถึงปัญหาความเห็นของประชาชนที่เห็นต่างเป็น 2 ฝ่าย ทางออกที่ดีคือ การทำประชามติเพื่อให้เสียงประชาชนตัดสิน เช่น กรณีการออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการทำประชามติอาจคลี่คลายสถานการณ์ได้ หากผลประชามตินั้นถูกยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำประชามตินั้นคือการตัดสินใจของคนไทยทั้งประเทศ ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นอย่างไร เสียงส่วนน้อยต้องยอมรับ ไม่เช่นนั้นจะไม่เรียกว่าประชาธิปไตย&amp;rdquo; รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการประชุมพรรคนัดพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญตามมาตรา 165 อภิปรายทั่วไปของรัฐสภาโดยไม่ลงมติ เพื่อหารือถึงทางออกสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวว่า การประชุมวันนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมรัฐสภามาตรา 165 ในวันที่ 26-27 ต.ค. โดยขอกำชับให้ส.ส.อยู่ร่วมประชุมตลอดเวลา และไม่ต้องกังวลว่าจะกลับบ้านไม่ได้ เนื่องจากนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ที่กำกับกรมเจ้าท่า ได้เตรียมเรือไว้รองรับทุกท่านไว้แล้ว จึงไม่ต้องกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปิดสภาครั้งนี้จะไม่มีการเสนอญัตติเห็นชอบรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง เพราะรัฐบาลเป็นผู้ขอเปิดประชุมสภาฯ โดยมีเพียงวาระเดียวคือการอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา อาทิ เรื่องการชุมนุมฯ, สถานการณ์โควิด-19 และการจาบจ้วงในขบวนเสด็จฯ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
ขอสภาให้ได้ข้อยุติปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุชา กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมให้นายกฯลาออกภายใน 3 วันว่า พรรคมีจุดยืนอย่างแน่วแน่ ที่นายกฯ ไม่ต้องลาออก เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ซึ่งที่ผ่านมาบริหารบ้านเมืองราบรื่นตามยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อนายกฯ ไม่มีความผิด ก็ไม่มีบทกำหนดในรัฐธรรมนูญให้นายกฯ ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ท่าทีของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีความเห็นร่วมกันว่า การอภิปรายในสภา หากมี ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านบางพรรคลุกขึ้นอภิปราย โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน จะไม่มีการลุกขึ้นประท้วงหรือตัดบทแต่อย่างใด จะปล่อยให้มีการอภิปรายต่อไป เพราะผู้อภิปรายนั้นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดเอง เพราะตามข้อบังคับการประชุมระบุชัดเจนว่า ต้องไม่มีการพาดพิงบุคคลที่ 3 หรือบุคคลภายนอก หรือสถาบันหนึ่งสถาบันใด เนื่องจากไม่มีโอกาสได้ชี้แจงในสภา ดังนั้น หากส.ส.มีการอภิปรายในสภาแล้วสร้างความเสียหายต่อบุคคลภายนอก หรือเสียหายต่อสถาบันใดก็ตาม อาจมีผู้ไปดำเนินการทางกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีความเคลื่อนไหวในพรรค พปชร.บางส่วนแสดงความเป็นห่วงผ่านแกนนำและ ส.ส.หลายคนในพรรค เนื่องจากดูท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์แล้วเกิดความรู้สึกไม่สู้ดี เห็นได้ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังอยู่ในอาการเหนื่อยหน่ายกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงกังวลว่า พล.อ.ประยุทธ์จะถอดใจ และตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จนส่งผลให้ พปชร.ต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ของพรรคต่างมองตรงกันว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไรต่อไปหรือไม่ ในส่วนของสภาไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีความผิดอะไร จึงไม่เห็นด้วยกับแนวทางการยุบสภา&amp;quot; แหล่งข่าวจากพรรค พปชร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า แถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนแย้งสับสนในตัวเอง พูดอย่างทำอย่าง บอกว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกลับปล่อยให้กลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับเครือข่ายของรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่าถามว่าผิดอะไร พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญเข้ามา ทำผิดมาตั้งแต่ต้น ระหว่างทางจะถูกได้อย่างไร ปลายทางที่จะสามารถทำให้สถานการณ์ทุเลาลงได้ คือต้องลาออกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียสละลาออก แต่หากยังดึงดันจะอยู่ต่อนอกจากจะเจอม็อบนักเรียนนักศึกษาแล้ว ระวังจะเจอม็อบชาวนาเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้นายกฯ ออกประกาศยกเลิก พ.ร.ก.แล้วก็ตาม แต่วันนี้ยังคงต้องรอคำพิพากษาของศาลแพ่ง หากศาลมีคำพิพากษาออกมาว่า พ.ร.ก.ไม่ชอบ หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบและย่อมมีความผิดที่ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคก้าวไกล มีการเปิดตัวคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่และประชาชน มี พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ร่วมกับทีมงานรวม 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อหาทางออกสถานการณ์การเมืองว่า อยู่ที่ ส.ส.และ ส.ว.มีความจริงใจกับข้อเรียกร้องของประชาชนแค่ไหน คือเปิดสภามาเพื่อแก้ไขปัญหาจริงๆ หรือเปิดสภามาเพื่อช่วยนายกรัฐมนตรีในการลดกระแสการชุมนุม ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ต้องตอบประเด็นนี้ให้ชัด หากต้องการแก้ไขปัญหา ต้องเอาข้อเรียกร้องของการชุมนุมทั้ง 3 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากตำแหน่งของนายกฯ การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไปพูดในสภาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงการณ์สนับสนุนการเดินหน้าเจรจาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี โดย 1.ขอให้รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติใช้การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค. แก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประเทศอย่างจริงจัง และขอให้มีผลยุติปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม 2.ขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่าย รวมทั้งป้องกันและลดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้เห็นต่างที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง และ 3.ขอให้ทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล ผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ และประชาชนรับฟังและเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของกันและกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81493</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, พปชร., รัฐสภา, สันติวิธี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาทางออกประเทศ, อภิปรายตามญัตติที่เสนอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f91923f6aa3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ้องถล่ม3ปมวิกฤติ ฝ่ายค้านซักฟอกทั่วไปบี้‘ประยุทธ์’ลาออก/ส.ว.แตก3ฝ่าย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านจัดเต็มจ้องยำใหญ่-ไล่ถลุง &amp;quot;บิ๊กตู่-รัฐบาล&amp;quot; กลางสภาพุธนี้ 10 ชั่วโมง ขึงพืด 3 ปมวิกฤติเศรษฐกิจ-ปัญหาประเทศ-การเมืองร้อนพอคางเหลือง จบที่เรียกร้องประยุทธ์ลาออกแบบมึนๆ ไม่ปิดประตูนายกฯ นอกบัญชี แต่ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ วิปสภาสูงปิดห้องหารือแก้ รธน.พุธนี้ หลังเสียงยังแตกเป็นสามกลุ่ม ลั่นถึงม็อบพรึ่บธรรมศาสตร์ 19 ก.ย.ก็ไม่มีผลต่อการลงมติ ฝ่ายค้านเร่งเครื่องหนักเตรียมเสนอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ จะมีความน่าสนใจไม่น้อยเพราะที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติทางการเมืองโดยไม่มีการลงมติ ที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 99 คนที่แทบทั้งหมดเป็น ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยญัตติดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;สถานการณ์ของประเทศขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงในทุกด้าน&amp;nbsp; โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านการเมือง จากผลกระทบเรื่องโควิดที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ขณะเดียวกันก็เกิดสถานการณ์ทางการเมืองแทรกซ้อน อันเป็นผลมาจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการเข้าสู่อำนาจ เพื่อสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จึงเกิดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน และมีการใช้กฎหมายข่มขู่คุกคามและจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก&amp;quot; ญัตติดังกล่าวระบุตอนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยเตรียม ส.ส.อภิปรายในวันที่ 9 ก.ย.ไว้ 15 คน ยังไม่รวม ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นที่ยังไม่รู้จะมีผู้อภิปรายกี่คน พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายให้เห็นถึงความล้มเหลวเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่มีผลเชื่อมโยงไปถึงปัญหาการเมือง เพื่อให้รัฐบาลหาทางแก้ปัญหา เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ของรัฐบาลด้วยการแจกเงินไม่ได้ผล จะมีมาตรการอะไรใหม่ที่เป็นความหวังของประชาชน คาดหวังว่าประชาชนจะได้เห็นแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้ว่าจะมีความหวังหรือหมดหวังกับรัฐบาลชุดนี้ และจะกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลกระตือรือร้นทุ่มเทการแก้ปัญหาให้มากขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคฝ่ายค้านได้รับเวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง และได้จัดสรรให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปราย พรรคเพื่อไทยได้รับเวลาทั้งสิ้น 310 นาที มี ส.ส.อภิปราย 11-12 คน อภิปรายในสาระสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1.วิกฤติเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งรัฐบาลล้มเหลวทางด้านแก้ไข รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการทุจริตในภาระงานด้านต่างๆ 2.ปัญหาระดับเจาะลึก เช่น&amp;nbsp; ปัญหาสินค้าเกษตรแต่ละด้าน และ 3.วิกฤติทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยในภาพสรุปของการอภิปราย ฝ่ายค้านจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เพื่อปลดล็อกปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวไม่สุดโต่งเกินไป เพราะทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกฯ ลาออก เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรีต้องพ้นไป และต้องเลือกนายกฯ และรัฐมนตรีคณะใหม่ ซึ่งกระทำได้ภายใต้การประชุมรัฐสภา มีการเสนอชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีบุคคลที่พรรคเสนอให้รัฐสภาเลือกเป็นนายกฯ หรือหากไม่มีบุคคลในบัญชีสามารถขอเสียงจากรัฐสภาเพื่องดเว้นได้ ซึ่งไม่เหมือนกับการเคลื่อนไหวนอกสภา&amp;quot;&amp;nbsp; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะใช้วิธียุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งใหม่ เพราะผลที่ได้ไม่คุ้มกับการเลือกตั้ง เนื่องจากหากเลือกตั้งภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะได้คนเดิมเข้าสู่สภา ส่วนนายกฯ จะลาออกตามข้อเสนอหรือไม่นั้นอยู่ที่มโนธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหากนายกฯ&amp;nbsp; ไม่ลาออก เท่ากับว่าประเทศไม่ปลดล็อกการแก้ปัญหา ส่วนบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำการบริหารประเทศ คือคนที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการยอมรับในเชิงระบบ รวมถึงมีความเป็นกลาง ทั้งนี้ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่การให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ
ส.ว.เสียงแตกกลุ่มแทงกั๊กมากสุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 23-24 กันยายนนี้ มีรายงานข่าวจากวุฒิสภาว่า การแก้ไข รธน.มาตรา 256 ตามร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เสนอให้ตั้งสภาร่าง รธน.นั้น พบว่าล่าสุดท่าทีของ ส.ว. 250 คนยังคงเสียงแตก มีความเห็นไม่ตรงกัน ทำให้ยากต่อการประเมินทิศทางการลงมติในวาระแรกขั้นรับหลักการ ที่จะต้องมีเสียง ส.ว.สนับสนุน 84 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ท่าทีของ ส.ว.แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่สงวนท่าทีขอรอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ค่อยตัดสินใจ เป็นกลุ่มใหญ่สุด มีอยู่ประมาณกว่า 100 คนที่ยังไม่ตัดสินใจอะไรชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอดีตข้าราชการทหาร ตำรวจ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 2.กลุ่มที่พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส.รัฐบาลและ ส.ส.ฝ่ายค้าน มีอยู่ประมาณ 20-30 คน มีจุดยืนชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการตั้ง ส.ส.ร.หรือการแก้ไขเป็นรายมาตรา เพื่อลดความขัดแย้งในประเทศ อาทิ นายวันชัย สอนศิริ, นายคำนูณ สิทธิสมาน รวมถึง ส.ว.แถบภาคอีสานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ รับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้าน พร้อมสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่ม ส.ว.อิสระ 60 คน ที่ถึงแม้จะแสดงเจตนาพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้ลดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการแก้เฉพาะรายมาตราเท่านั้น ไม่เอาการตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ส.ว.กลุ่มนี้จะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้นความชัดเจนของ ส.ว.ทั้ง 250 คน คงต้องรอการส่งสัญญาณสุดท้ายมาจากฝั่งรัฐบาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและอดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยุครัฐบาล คสช. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ ส.ว.ต่อเรื่องนี้ว่า วิปวุฒิสภาได้นัดหารือเพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเรื่องการแก้ไข รธน.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่า ส.ว.แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องนี้กันค่อนข้างมาก เพราะการแก้ไข รธน.เป็นเรื่องใหญ่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกพอสมควร ส.ว.ก็กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ โดยการพิจารณาของ ส.ว.ในเรื่องแก้ รธน.ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ทางการเมืองใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาและหนึ่งในวิปวุฒิสภา เปิดเผยว่า การประชุมวิปวุฒิสภาวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ เป็นการประชุมเพื่อหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยจะเป็นการประชุมหารือกันภายในเพื่อให้ ส.ว.แต่ละคนร่วมกันแสดงความเห็นต่อญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่จะเสนอแก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่าง รธน. รวมถึงญัตติแก้ไข รธน.มาตราอื่นๆ ที่มีข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านบางพรรคจะยื่นเพิ่มเติมด้วย เพื่อร่วมหารือกันว่าการแก้ไข รธน.ดังกล่าวตามญัตติที่เสนอมาแต่ละร่างที่เสนอมา มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และหาก ส.ว.ร่วมลงมติแล้วจะมีผลอย่างไรตามมา เช่นหากลงมติเห็นด้วยจะเป็นอย่างไร และหากไม่ลงมติจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วการลงมติของ ส.ว.ทั้งหมดเป็นดุลยพินิจของ ส.ว.แต่ละคนเอง วิปวุฒิสภาไม่สามารถไปก้าวล่วงหรือไปบอกให้ ส.ว.ลงมติแบบไหนได้ ถึงตอนนี้ก็ตอบลำบากว่า ส.ว.แต่ละคนคิดเห็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของ ส.ว.แต่ละคน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องนี้หลายวงมาก แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องการลงมติของ ส.ว.ต่อการแก้ไข รธน. ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมารอสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาลใดๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการตัดสินใจของ ส.ว.แต่ละคน
ม็อบไม่มีผลต่อการลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์กล่าวว่า เรื่องแก้ไข รธน.จุดยืนชัดเจนอยู่แล้ว่าไม่เอาด้วยกับการแก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือจะไม่ลงมติสนับสนุนตามร่างที่มาทั้งสองร่าง เพราะมองว่าแนวทางการตั้ง ส.ส.ร.คือการตีเช็คเปล่า เพื่อไปเขียนรัฐธรรมนูญที่ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาอย่างไร และหากไปเขียนแล้วบางเรื่องที่เป็นเรื่องดีๆ ที่เขียนไว้ใน รธน.ปัจจุบันอาจจะหายไป เช่นเรื่องการป้องกันผลประโยชน์ขัดกัน การป้องกันการทุจริต เพราะ รธน.ปี 2560 คือ รธน.ที่คนเรียกกันว่า รธน.ฉบับปราบโกง รวมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องยุทธศาสตร์ชาติก็อาจหายไป การตั้ง ส.ส.ร.จึงไม่มีหลักประกันอะไรเลย ไม่มีการบอกให้รู้ว่าร่าง รธน.ฉบับใหม่จะออกมาอย่างไร จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน.มาตรา 256 ดังกล่าว&amp;nbsp; แต่ส่วนตัวไม่ขัดข้องหากจะแก้ไข รธน.มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.บางอย่าง เช่นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป แต่ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าเพื่อตั้ง ส.ส.ร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 19 กันยายน ซึ่งหากมีประชาชนมาร่วมจำนวนมากจะเป็นการกดดัน ส.ว.ให้ต้องลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข รธน.หรือไม่ รวมถึงอาจมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาในช่วงวันที่ 23-24 ก.ย.เพื่อกดดันการลงมติของ ส.ว.ให้เห็นชอบกับการแก้ไข รธน. เรื่องดังกล่าว นพ.เจตน์ที่เป็นอดีต สนช.มาตั้งแต่ปี 2549 และเป็น ส.ว.สรรหาและ สนช.มาจนถึงเป็น ส.ว.ชุดปัจจุบันกล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ตอนช่วงปี 2552-2553 ก็เป็นเรื่องปกติที่การแก้ไข รธน.ก็จะมีทั้งคนหนุนและคนต้าน โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอนลงประชามติก็มีมากกว่าฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วม 6 ล้านเสียง แต่ฝ่ายสนับสนุนเขายังไม่ออกมาแสดงออกใดๆ แต่ฝ่ายเคลื่อนไหวให้แก้ไข รธน.กำลังทำอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเรื่องนี้ ส.ว.เป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจ ยืนยันไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอแก้ไข รธน.รายมาตรา ที่จะมีการยื่นขอแก้ไขมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ในสัปดาห์นี้ และจะมีการเสนอแก้ไข รธน.เพื่อโละ ส.ว.ชุดปัจจุบันตามมาอีก นพ.เจตน์กล่าวว่า หากจะแก้ไขโดยตัดอำนาจของ ส.ว.เรื่องโหวตนายกฯ ออกไป ส่วนตัวก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่หากจะยื่นแก้ไข รธน.โดยให้มีผลโละ ส.ว.ชุดนี้ออกไปทั้งหมด มองดูแล้วมันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติทางการเมืองที่คนจะมาโหวตเพื่อโละตัวเองออกไป มองดูแล้วก็คิดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้นที่จะเสนอมา แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคการเมืองที่จะเสนอมา ซึ่งหากจะมีการเสนอให้โละ ส.ว.ชุดปัจจุบันออกไปทั้งหมด ถ้าญัตตินี้เข้ามาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา คนเสนอเขาก็ต้องอภิปรายแสดงเหตุผลว่าทำไมต้องไม่มี ส.ว.ชุดปัจจุบัน หรือทำไมต้องตัดอำนาจ ส.ว.ออกไป หากผู้เสนออภิปรายมีหลักการและเหตุผลได้ว่าแก้แล้วเป็นประชาธิปไตยขึ้นมาอย่างไร ก็อาจมี ส.ว.ลงมติสนับสนุนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เรื่องการแก้ไข รธน.เวลานี้ ส.ว.แต่ละคนกำลังรวบรวมข้อมูลเรื่องการแก้ไข รธน.ก่อนการตัดสินใจลงมติให้ได้มากที่สุด โดยจะไม่ใช้กระแสหรืออารมณ์มาตัดสินใจ เพราะเรื่องนี้สำคัญต่อบ้านเมือง และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะใช้แนวทางไหน ส.ว.ส่วนมากกล้าพูดว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างการสดับตรับฟังข้อมูลจากทุกด้านทุกฝ่าย มีแค่ส่วนน้อยที่ฟันธงไปแล้วว่าจะเลือกแนวทางไหน เพราะการแก้รายมาตราและการเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าเอากระแสหรือความกดดันนอกรัฐสภามาพิจารณาลงมติ ก็อาจเป็นแนวทางที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาผู้นี้กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ส.ว.มีการพูดคุยกันอยู่ค่อนข้างมาก ก็คุยกันตลอด พบว่า ตอนนี้ส่วนมากยังไม่ได้มีท่าทีเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งโดยทันที ต่างคนก็ต่างหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; อย่างการให้มี ส.ส.ร.มาร่างใหม่ทั้งฉบับ ก็มีข้อดีตรงที่ฝ่ายที่เรียกร้องบอกว่าเป็น รธน.ของประชาชน แต่ก็อย่าลืมว่าก่อนที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน เพราะ รธน.ฉบับปัจจุบันผ่านประชามติมาสิบหกล้านเสียง จึงต้องทำประชามติก่อน ส่วนการแก้ไขรายมาตราดูแล้วก็มีประมาณสิบกว่ามาตรา แต่ว่าแต่ละมาตราหากจะแก้ไขก็จะมีความเชื่อมโยงกับอีกหลายมาตรา จึงเป็นความยุ่งยากพอสมควร จึงต้องพิจารณากันหลายด้าน แต่ว่าน้ำหนักว่า ส.ว.จะลงมติไปทางไหน เราก็ต้องคุยกัน แต่ยืนยันได้ว่า ส.ว.เป็นอิสระ ไม่มีการล็อบบี้ ไม่มีใบสั่งให้ลงมติ ไม่มีใครมาสั่งได้ เราดูกันที่เหตุผล ไม่มีเรื่องของม็อบที่จะมีการชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเช่นกันว่า สุดท้ายแล้วคงมีการให้ ส.ว.ทุกคนฟรีโหวตในการลงมติ ซึ่งคิดว่า ส.ว.คงไม่ได้ลงมติไปทางเดียวกันทั้งหมด ความเห็นของ ส.ว.แต่ละคนไม่ได้ยึดโยงกับร่างแก้ไข รธน.ของพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ส่งสัญญาณอะไรมาให้ ส.ว.ในการลงมติ เพราะเป็นการก้าวก่ายการทำหน้าที่ของ ส.ว.
ดักคอ ส.ว.กับ รบ.พวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็มีความคิดเห็นเรื่องนี้เช่นกัน โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีกลุ่ม ส.ว.อิสระ 60 คนพร้อมสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ถึงจะมี ส.ว. 60 คนเป็นแนวร่วมแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 แต่คิดว่ายังไม่อยู่ในระดับอุ่นใจได้ เพราะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ขณะนี้เสียง ส.ว.ยังไม่พอ แค่ถือว่าสัญญาณดีขึ้น ต้องติดตามต่อไปว่าเสียงจะพอหรือไม่ ถ้า ส.ว.ไม่เอาด้วยต้องไปคิดว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp; เพราะ ส.ว.และรัฐบาลเป็นพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยได้เผื่อทางเลือกในการแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราไว้เช่นกัน โดยในวันที่ 8 ก.ย.ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะพิจารณาข้อเสนอการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในนามพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นมีอยู่ 3-4 มาตราที่พรรคจะยื่นแก้ไขเป็นรายมาตราเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้แก่ 1.มาตรา 272 เรื่องการริบอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกรัฐมนตรี 2.มาตราที่เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง เพื่อให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม 3.มาตราเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. จะแก้ไขให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 4.มาตราที่เกี่ยวข้องกับผลพวงจากคำสั่งยึดอำนาจของ คสช.ที่ยังหลงเหลืออยู่และเกิดผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณายื่นญัตติขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญด้วย เพื่อให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าหากที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 วาระแรก การพิจารณาวาระ 2 จะใช้เวลา 2 สัปดาห์ เสร็จไม่เกินกลางเดือน ต.ค. จึงต้องยื่นขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้ลงมติวาระ 3 ได้ในปลายเดือน ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ประเทศชาติถึงทางตันแล้ว รัฐบาลต้องตระหนักรู้ ไม่ดันทุรัง และไม่รัฐประหาร นายกรัฐมนตรีต้องเสียสละลาออก ให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีจาก &amp;#39;คนนอก&amp;#39; ตาม ม.272 วรรค 2 ตั้งรัฐบาลมืออาชีพไม่มีโควตาพรรคเพื่อสมานฉันท์ปฏิรูปประเทศ กอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร่าง รธน.ใหม่สู่ระบอบสังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใน 2 ปี&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, ฝ่ายค้าน, วิกฤติเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f563558a9f7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
