<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>22มิ.ย.ถกรื้อรธน. ก้าวไกลหักเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้ฝ่ายค้านยื่นแก้ รธน.มาตรา 256 ไม่แย้งคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เผยประชุมร่วมรัฐสภา 22-24 มิ.ย. ถก พ.ร.บ.ประชามติก่อนต่อด้วยแก้ รธน. &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เชื่อร่าง พปชร.ผ่านแน่ฟันธงแก้ ม.256 ไปไม่รอด ขณะที่ 3 พรรคร่วม-ฝ่ายค้าน นัดยื่นร่างแก้ไข รธน. 16 มิ.ย.นี้ &amp;quot;พท.ชู 5 ประเด็นขอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เมินลงชื่อร่วม พท.ปมแก้ ม.256 จ้องแก้หมวด 1-2 ปิดสวิตช์ ส.ว.หนุนบัตร 2 ใบแบบเยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้มาตราดังกล่าวเพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้นต้องทำประชามติก่อน แต่ขณะนี้กฎหมายประชามติยังค้างอยู่ในสภาฯ ?ยังสามารถทำได้หรือไม่ ว่า? ทำได้? ไม่มีปัญหาอะไร? เพราะเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ยาว มี 3 วาระ และต้องมีการทิ้งระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้กฎหมายประชามติก็เหลืออีกไม่กี่มาตราก็จะเสร็จในขั้นตอนรัฐสภา และต้องมีขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ กว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถึงขั้นตอนการทำประชามติก็ต้องใช้เวลา คาดว่าจะไปบรรจบกันพอดีที่ฝ่ายค้านจะยื่นมาตราดังกล่าวถึงไม่ถือว่าขัดแย้งกับคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาว่า จะกำหนดการประชุม 3 วัน 22-24 มิ.ย.นี้ โดยในวันที่ 22 มิ.ย. กำหนดให้พิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระการประชุม 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.ยาเสพติด จากนั้นวันที่ 23 มิ.ย. จะพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่นำเรื่องนี้มาไว้ช่วงหลังของการประชุม เพราะเผื่อเวลาให้แต่ละฝ่ายเตรียมความพร้อม และตรวจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องทำให้เสียเวลา อีกทั้งหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ยังสามารถพิจารณาต่อในวันที่ 24 มิ.ย.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลพยายามที่จะเสนอให้พิจารณาญัตติการแก้รัฐธรรมนูญก่อน นายชวนกล่าวว่า ประธานจะเป็นผู้จัดวาระการประชุม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เตรียมตัว จึงจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปไว้ทีหลัง ยืนยันว่ากฎหมายที่ค้างอยู่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ไปเตะถ่วงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นกฎหมายอื่นก็จะเข้ามาพิจารณาไม่ได้ หากยังมีกฎหมายค้างอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีด้วยกัน 6 ร่าง และมีร่างของพรรคภูมิใจไทยอีก 1 ร่าง รวมทั้งหมด 7 ร่าง ซึ่งเราหารือร่วมกันเบื้องต้นแล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปพรรค ได้แจ้งมายังตนแล้วว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการลงชื่อเพื่อให้ครบตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด หลังจากนั้นจะยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์นี้ เราประสงค์ที่จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยถือหลักว่าต้องนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แม้พรรคจะมีข้อจำกัดในเรื่องเสียงที่เรามีแค่ประมาณ 50 เสียงก็ตาม แต่ก็จะจับมือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีแนวทางอย่างเดียวกัน จะเดินหน้าทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย ในของแต่ละกรณีแต่ละประเด็นจนสุดทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคใน 3 ประเด็น โดยจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนการแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น สุดท้ายจะสะดุดในการลงมติวาระ 3 หรือไม่ว่า เราไม่มีการต่อรอง ประโยชน์ต้องตกอยู่กับประเทศและประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า วันที่ 16 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ส.ส.ของพรรคทั้ง 12 คนจะนัดหารือต่อประเด็นการสนับสนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นเวลา 10.00 น. ตัวแทนของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำเนื้อหามาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจะให้ ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติ เบื้องต้นเชื่อว่าหาก ส.ส.ลงชื่อสนับสนุนญัตติครบจำนวนในวันที่ 16 มิ.ย. จะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้
ฟันธงแก้ ม.256 ไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่า ไม่เป็นความจริง การแก้ไขเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงแก้ไขอำนาจของ ส.ส.ในการประสานกับหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น เป็นประเด็นที่เห็นพ้องต้องกันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่าพรรคตัวเองจะสูญพันธุ์ เป็นความเห็นแตกแยกขัดแย้งกันเองระหว่างฝ่ายค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพบูลย์กล่าวว่า มั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร.จะผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้ด้วย โดยอ้าง ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างของ พปชร. ยืนยันว่า พปชร.จะไม่โหวตให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่เป็นประเด็นหลักของพรรค 5 ประเด็น เช่น การเสนอให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. ประเด็นการแก้มาตรา 272 ของพรรคเพื่อไทยนั้น เชื่อว่าจะหาเสียงสนับสนุนได้ไม่ครบตามจำนวนหลักเกณฑ์วาระรับหลักการที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง พปชร.และวุฒิสภาจะไม่ยกมือให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญคนละเรื่องเดียวกันกับการยุบสภา ส่วนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถที่จะทำโดยตั้ง ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องเป็นการดำเนินการสมาชิกรัฐสภามาตรา 156 ซึ่งไม่แตกต่างกับการแก้ไขแบบรายมาตรา และเชื่อมั่นว่าญัตติการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปไม่รอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภาแล้วในวันที่ 16 มิ.ย. มีทั้งหมด 5 ร่าง แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือร่างที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าจะเสนอ คือร่างแก้ไขที่มานายกฯ และตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ตามมาตรา 272 ส่วนร่างที่เหลือเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย หากพรรคใดเห็นชอบก็สามารถร่วมลงชื่อได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ติดใจกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขประเด็นอื่น เพราะต้องแล้วแต่วิธีคิดและการดำเนินการของแต่ละพรรค ไม่ถือเป็นความแตกแยกในพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มุมการต่อสู้ขณะนี้ เสียงในสภาเราไม่ชนะอยู่แล้ว จะอาศัยกระแสกดดันจากภายนอกก็ทำได้ยากมากในขณะนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้มีโอกาส เช่นในสภามีโอกาสก็ควรจะทำ ไม่ใช่ไปปิดกั้นตนเองทั้งหมด อย่างรอกฎหมายประชามติก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่น่าจะผ่าน ส.ว.ที่จะมีมติว่าให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 ไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งพรรคก้าวไกลบอกว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะอาศัยกระแสข้างนอกกดดัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หวังมาตลอด แต่โอกาสประสบความสำเร็จมันยาก ดังนั้นควรทำในส่วนที่เห็นทางจะทำได้ดีกว่า&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค อ่านแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สรุปว่า 1.เตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 2.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่กันไปด้วยหลายเรื่องได้ ซึ่งเคยนำเสนอไปแล้ว เมื่อสิงหาคม 2563 โดยเลือกเอาประเด็นสำคัญที่เห็นว่าเป็นปัญหาต่อชาติบ้านเมือง และขัดหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง เช่น ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตร 2 ใบ ยกเลิกบทบัญญัติบางเรื่อง อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ อำนาจ ส.ว.บางเรื่อง ตามบทเฉพาะกาล และการนิรโทษกรรมแก่คณะ คสช.&amp;nbsp;
ก้าวไกลฝันทำ รธน.ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธที่ 16 มิ.ย. เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสถา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงจุดยืนพรรคก้าวไกลในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยนายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางที่ดีที่สุดในการออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมาจากการรัฐประหาร แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ประตูบานแรกที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยคือ การจัดทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่วาระอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐในหลายมาตรานั้น เป็นความพยายามเบี่ยงเบนเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และยุติกลไกการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร แล้วดำเนินการต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ คนต่อไปอีก พรรคก้าวไกลจึงเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.ไม่ร่วมลงชื่อกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ไข ม.256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดอำนาจของ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ระบบการเลือกตั้งที่ดี ควรเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กล่าวคือ เลือกส .ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ และได้สัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด แต่วิธีการคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีหลายสูตร ซึ่งระบบปันส่วนผสมแบบเยอรมันเป็นระบบที่ไม่มีเสียงตกน้ำ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106510</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาล รธน., ประชุมร่วมรัฐสภา, พ.ร.บ.ประชามติ, ร่างแก้ไข รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b08148499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงแตกแก้รัฐธรรมนูญ บัตรเลือกตั้ง-บทบาทส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชุมร่วมรัฐสภา 22-23 มิ.ย.แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา พลังประชารัฐชูบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ห้ามแตะ ส.ว.เด็ดขาด &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ขวางใบเดียวพอ เชื่อดึงยาวเป็นปีกว่าจะจบ ขณะที่ฝ่ายค้านท่องคาถาสวิตช์วุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า เบื้องต้นได้ข้อตกลงร่วมกันระหว่าง ส.ส.และ ส.ว.ว่า จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22-23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแค่ญัตติของพรรคพลังประชารัฐเพียงญัตติเดียว โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอเข้ามา สัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเช่นกัน รวมถึงพรรคอื่นๆ ถ้ายื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาจะนำมาร่วมพิจารณาไปในคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวว่า ญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของนายไพบูลย์มีหลักการสำคัญคือ การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ไม่มีเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หากจะยื่นแก้รัฐ ธรรมนูญรายมาตรา ที่ต้องใช้เสียง ส.ส.สนับสนุน 1 ใน 5 หรือ 98 คน แต่ถ้ามีเสียงไม่ครบ พรรคพลังประชารัฐยินดีช่วยเติมชื่อให้ครบตามจำนวน แต่เนื้อหาที่แก้ไขต้องอยู่ในหลักการหรือประเด็นเดียวกับของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการลดหรือตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีเนื้อหาตัดอำนาจ ส.ว. จะไม่ร่วมลงชื่อให้ มองว่าอำนาจ ส.ว.ไม่ควรเข้าไปยุ่ง จะได้สะดวกไม่ยุ่งยากในการแก้ไข ถ้าไปตัดแขนขา ส.ว. ใครจะมาโหวตให้ เพราะการรับหลักการวาระแรก ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 83 เสียง เห็นชอบด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า หากญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคพลังประชารัฐได้รับความเห็นชอบวาระรับหลักการจากรัฐสภา จะเข้าสู่ขั้นตอนตั้ง กมธ.มาพิจารณาวาระสอง คาดว่าใช้เวลาไม่นาน ประชุม 4-5 ครั้ง หรือประมาณ 1 เดือน น่าจะได้ข้อสรุป เพราะเป็นการแก้แค่รายมาตรา จากนั้นก็นำเข้าสู่การโหวตวาระสามได้ในเดือน ส.ค. อาจจะพิจารณาเสร็จก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น ของ ภท.ใบเดียว ยืนยันไม่มี 2 ใบ เสนอมาเราก็โหวตแบบใบเดียว จะแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล 5 ปีนั้น กว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสร็จก็ใกล้หมดพอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่ดูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกเป็นปี เพราะหากยังเห็นไม่ตรงกันอยู่มันก็ไปเรื่อย หากยุบสภาก็ต้องดูว่าแต่ละพรรคทำเรื่องไพรมารีโหวตเสร็จหรือยัง เท่าที่ตรวจสอบดูยังไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น อะไรที่ยังไม่ถึงเวลาคิดก็ยังไม่คิด การเมืองเปลี่ยนได้ตลอด ตอนนี้คิดเพียงแต่การทำงานหาวัคซีนโควิด-19 ให้พอ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ทั้ง 3 พรรคได้พูดคุยและพิจารณาร่วมกันว่าจะยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งหมด 7 ฉบับ เพิ่มจากเดิม 6 ฉบับ ซึ่งร่างฉบับที่ 7 พรรคภูมิใจไทยขอเพิ่มเรื่องอำนาจสิทธิของประชาชนในการรับบริการของรัฐ และการคุ้มครอง โดยแต่ละพรรคได้พิจารณาในรายละเอียด จากนั้นจะมาร่วมกันพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ก่อนจะให้ ส.ส.แต่ละพรรคร่วมลงชื่อ เพื่อเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 17 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐยังไม่เห็นด้วยกับการตัดอำนาจของ ส.ว. นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่เป็นไร เราแยกเสนอเป็นรายมาตราในแต่ละร่างอยู่แล้ว ถ้าเห็นพ้องกันก็สามารถลงมติให้ทุกฉบับได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเปลี่ยนให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เราก็พอใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางของพรรคเพื่อไทยในการเสนอร่างเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา มีทั้งหมด 5 ร่าง 1.แก้เพิ่มเติมมาตรา 256 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.ร่างเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพต่างๆ เช่น สิทธิในการร้อง, สิทธิการตรวจสอบถ่วงดุล ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายตุลาการ 3.ร่างเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง 4.ร่างแก้ไขมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 5.ยกเลิกมาตรา 279 เกี่ยวกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คาดว่าน่าจะยื่นภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราให้ความสำคัญและเป็นเรื่องที่นำเสนอมาโดยตลอดคือ การปิดสวิตช์ ส.ว. ในมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี การเสนอแก้รายมาตรา โดยเฉพาะร่างของพรรคพลังประชารัฐ เรามองว่าเป็นการเบี่ยงประเด็นสำคัญเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106080</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ประชุมร่วมรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c368bfc0d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กปชป.งอแงถกงบ65-เงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เตรียมหารือมาตรการป้องกันโควิดในการประชุมร่วมรัฐสภา ระบุไม่ควรอยู่หนาแน่นห้องเดียวกันเกิน 15 นาที ปชป.ไม่หวั่นยุบสภา โวเตรียมพร้อมไว้ทั้ง 350 เขตเลือกตั้งแล้ว ตั้งคำถามมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลกับการตรวจสอบรัฐใช้งบฯ ส.ส.ต้องทำงานด้วยความอิสระ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; ยันรัฐบาลกู้เงิน 5 แสนล้านเพื่อ ปชช. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;&amp;nbsp; ชำแหละงบฯ 65 ผิดทิศผิดทาง ตั้งฉายา &amp;quot;งบฯ 5 ผิด&amp;quot; ลั่นจะอภิปรายเหมือนศึกซักฟอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความราบรื่น สมาชิกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีเพียงสองคนที่ขออนุญาตถอดหน้ากากอนามัยเพื่ออภิปรายแต่ไม่ได้รับอนุญาต สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภานั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะความเห็นจากกรมควบคุมโรค ที่ว่าไม่ควรอยู่หนาแน่นในห้องเดียวกันเกินกว่า 15&amp;nbsp; นาที ก็จะต้องเอาประเด็นนี้มาหารือร่วมกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวนเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ส่งร่าง&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมาให้สภา แต่หากส่งมาในสัปดาห์หน้าก็จะได้ทำการตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระในสัปดาห์ถัดไป ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยอมรับว่าหาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภาตามธรรมเนียมนั้น นายชวนปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หลักการเมื่อพระราชกำหนดเกี่ยวกับการกู้เงิน 500,000 ล้านบาทเข้าสภา ตามข้อบังคับการประชุมก็จะมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเพราะ ส.ส.ทุกคนย่อมมีสิทธิ์อภิปรายตามเหตุและผลของแต่ละคนแต่ละฝ่ายอยู่แล้ว ก็ต้องรอดูผลการพิจารณาของสภาก่อนว่า&amp;nbsp; ส.ส.จะพิจารณามีมติให้ความเห็นชอบอนุมัติหรือไม่ การที่นายวิษณุตอบคำถามนักข่าวว่าหากไม่ผ่านก็ยุบสภา จากการตอบคำถามดังกล่าวพรรคไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ทุกฝ่ายมีหน้าที่ในการทำงานตามภาระหน้าที่อยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พรรคได้เตรียมความพร้อมไว้ทั้ง 350 เขตเลือกตั้ง มีบุคลากรของพรรคทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ครบถ้วน เพราะทุกพื้นที่มีความสำคัญทั้งหมดในการช่วยกันทำงานให้ประชาชน ขณะนี้พรรคเป็นพรรคที่ร่วมรัฐบาล ร่วมกันทำงาน เราทำหน้าที่อย่างเต็มที่และดีที่สุด เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าทุกสิ่งคือ การตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนและประเทศ&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ปชป.มีการประชุม ส.ส.ด้วยความเป็นห่วงในประเด็นงบประมาณแผ่นดินปี 65 ที่จะมีการประชุมสภา ทั้งในประเด็นงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ งบกองทัพ งบโควิด พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาล พวกเรามีความกังวลว่าประเทศไทยจะจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า และการกระจายงบประมาณไม่เหมาะสม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล VS การมีมารยาทในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องใหญ่&amp;nbsp; เรื่องไหนสำคัญกว่ากัน การพิจารณางบประมาณปี 65 ในวาระนี้ ผมและเพื่อน ส.ส.ต้องทำงานอย่างหนัก เนื่องจากเป็นการผ่านงบประมาณแผ่นดินในสถานการณ์วิกฤติสุขภาพและแรงเสียดทานทางการเมืองที่รุนแรงขึ้นทุกวัน จากการขาดความเชื่อมั่นของประชาชน พวกเราทุกคนเข้าใจในสถานะและหน้าที่ทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงของรัฐบาลดี แต่งบประมาณปี 65 นี้เป็นเรื่องความเป็นความตายของประชาชนและธุรกิจไทย การลงมติงบประมาณและ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในฐานะ ส.ส.เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดและต้องปฏิบัติด้วยความเป็นอิสระและโปร่งใส&amp;quot; นายพนิตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิตให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การจะรับร่าง&amp;nbsp; พ.ร.บ.งบปี 65 หรือไม่ ไม่ใช่การด่วนสรุปว่าจะรับร่างกฎหมายนี้ทันที เพราะยังไม่ได้มีการชี้แจงหรือการอภิปรายใดๆ เพราะ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน ส่วน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านต้องใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ไปใช้ในโครงการขุดลอกหรือสร้างถนน สร้างงานแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ต้องใช้เยียวยาช่วยประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว&amp;nbsp; ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย โจมตีรัฐบาลในการจะออก พ.ร.ก.กู้เงินช่วยโควิด 5 แสนล้านบาท ว่าเอื้อประโยชน์ให้นายทุนและเป็นการใช้ซื้อเสียงล่วงหน้าว่า ผิดหวังกับ นพ.ชลน่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ผ่านมา นพ.ชลน่านเป็นนักการเมืองคุณภาพคับแก้วของพรรคเพื่อไทย แต่มาภายหลังไม่รู้อะไรดลใจให้กลายเป็นนักการเมืองไร้แสง ไม่ใช่หิวแสง&amp;nbsp; พักหลังทำตัวเหมือนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาโจมตีรัฐบาลด้วยข้อมูลเท็จ มโนไปเอง ไร้ข้อเท็จจริง ใส่ร้ายรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา การออก&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน&amp;nbsp; ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือซื้อเสียงล่วงหน้า แต่ทุกอย่างทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน มีรายละเอียดการใช้จ่ายเงิน ไม่ควรบิดเบือนข้อมูลเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดเสวนา &amp;ldquo;งบฯ 65 ผิดทิศผิดทาง ผิดที่ผิดเวลา&amp;rdquo; โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายไชยา พรหมา รองหัวหน้าพรรค พท., นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และนายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิก โดยนายพิชัยกล่าวว่า การวิเคราะห์วิจารณ์งบฯ 65 จำเป็นต้องวิเคราะห์วิจารณ์ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านควบคู่กันไปด้วย โดยการใช้เงินทั้ง&amp;nbsp; 2 จำนวนดังกล่าวจะสะท้อนถึง 5 ปัญหาดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศ 7 ปี แต่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมากมาตลอด ทำให้การเก็บรายได้ไม่เข้าเป้ามาเกือบทุกปี 2.เสื่อมถอย เพราะกู้มากกว่าลงทุน ซึ่งนอกจากจะลดงบประมาณแล้วยังมีการกู้มากกว่าลงทุน คือกู้มาใช้ 3.หนี้ล้น งบประมาณปี 2565 จะต้องกู้ 7&amp;nbsp; แสนล้านบาท และจะมี พ.ร.ก.เงินกู้อีก 5 แสนล้านบาท การเก็บรายได้ปีนี้ก็จะลดลงอีกกว่า 2 แสนล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งขึ้นเกิน 9 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; และจะทะลุเพดานที่ 60% 4.ใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพตลอด 7 ปี พิสูจน์ได้จากสัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าใช้เงินมาก ใช้แล้วกว่า 20.8&amp;nbsp; ล้านบาท แต่เศรษฐกิจไม่ขยายตัว และ 5.ไม่สามารถแยกแยะจัดลำดับความสำคัญได้ งบฯ 65 ที่ควรตัดกลับไม่ตัด&amp;nbsp; มาตัดในเรื่องที่ไม่ควรตัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเผ่าภูมิกล่าวว่า งบฯ 65 ตนขอตั้งฉายาให้ว่า 5 ผิด คือ 1.ผิดกฎ คือผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง&amp;nbsp; โดยงบฯ ลงทุนน้อยกว่างบฯ ขาดดุล และหนี้สาธารณะต่อจีดีพีทะลุ 60% 2.ผิดจำนวน คืองบฯ ปีนี้ตั้งอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5.6% เท่ากับท่านเก็บภาษีไม่ เข้าเป้าแค่ 1 บาท ท่านจะมีปัญหาทันที 3.ผิดที่ คือท่านไปตัดงบฯ ที่ไม่ควรตัดในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านสวัสดิการของประชาชน ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน งบกองทุนสนับสนุน SME ฯลฯ 4.ผิดเวลา คือบางหน่วยงานที่ยังไม่ใช่เวลาที่จะใช้งบฯ กลับได้รับงบฯ มองไปทางไหนก็เห็นแต่กระทรวงกลาโหม สัดส่วนงบกระทรวงกลาโหมที่เพิ่มขึ้นจาก 6.5% ในปีที่แล้ว เป็น 6.6% ในปีนี้ และ 5.ผิดที่คนใช้&amp;nbsp; คืองบฯ ต่อให้จัดออกมาดีขนาดไหน แต่ถ้าคนใช้ไม่มีประสิทธิภาพก็เท่ากับสูญเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในศึกอภิปรายงบประมาณ 65 พรรค พท.จะมีมติในการอภิปรายอย่างไร นายพิชัยกล่าวว่า ศึกอภิปรายงบประมาณจะคล้ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย&amp;nbsp; โดยเราจะเน้นให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยแย่ ล้มเหลว เสื่อม ถอย และหนี้ท่วมอย่างไร รวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญที่ไม่ถูกต้องนั้น ไม่ถูกต้องอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรจึงจะถูกต้อง เราจะไม่มองแค่งบประมาณ แต่เราจะมองภาพกว้างกว่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104526</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตรวจสอบรัฐใช้งบ, ปชป., ประชุมร่วมรัฐสภา, มาตรการป้องกันโควิดในการประชุมร่วมรัฐสภา, ส.ส.ต้องทำงานด้วยความอิสระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0eebddfa8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ยกบทเรียน 11ปีสลายนปช. หวั่นซ้ำรอยเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; นัดประชุม 4 ฝ่ายเตรียมพร้อมประชุมร่วมรัฐสภาสิ้นเดือนนี้&amp;nbsp; จ่อเคาะมาตรการเข้มป้องกันโควิดภายในรัฐสภา &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ตีปี๊บเวทีไทยไม่ทนเสาร์-อาทิตย์นี้คึกคัก บิ๊กเนมเพียบ โฆษกเพื่อไทยยกบทเรียน 11 ปีสลายม็อบ นปช.ความเท่าเทียมยังไม่เกิด ต้องทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ก่อนกงล้อประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย &amp;quot;ขัตติยา&amp;rdquo; รำลึก &amp;quot;เสธ.แดง&amp;quot; ถูกยิง พ้อไม่เคยได้รับความยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมรัฐสภา หลังมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ปี 2564 ว่าในวันที่ 14 พ.ค. นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา พร้อมด้วยรองประธานสภาฯ ได้เชิญผู้แทนคณะรัฐมนตรี, ผู้แทนวิปรัฐบาล, วิปฝ่ายค้าน และผู้แทนวุฒิสภา มาหารือถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมสภาฯ ที่จะมีขึ้นในปลายเดือนนี้ เนื่องจากมีกฎหมายที่สำคัญที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งให้สภาพิจารณา ได้แก่ พระราชกำหนด (2 ฉบับ) คือ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และ พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่สภาจะต้องรีบพิจารณาโดยเร็ว และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ที่ ครม.จะเสนอมายังสภาในวันที่ 17 พ.ค.นี้ ซึ่งสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน หรือภายในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ก่อนเสนอต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นภายใน 20 วัน หรือไม่เกิน 18 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจกล่าวว่า นายชวนจะสอบถามความเห็นและรับฟังข้อเสนอจากที่ประชุมถึงมาตรการป้องกัน COVID-19 ที่จะต้องเข้มข้น และแจ้งไปยังแต่ละพรรคการเมืองให้ ส.ส.ของพรรคเตรียมพร้อมการทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้มีการพิจารณามาตรการทางสาธารณสุขภายในรัฐสภาที่รุนแรงรัดกุมมากกว่าทุกครั้ง เข้มข้นมากกว่าเดิม เช่น ส.ส.และบุคลากรจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกัน COVID-19 ซึ่งหากใครยังไม่ได้รับวัคซีนก็จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อด้วยการสวอบ เพราะหากเกิดการระบาดภายในรัฐสภา หรือภายในห้องประชุมสภาฯ จะเกิดผลเสียหายต่อประเทศ รวมทั้งจะให้ที่ประชุม 4 ฝ่ายได้พิจารณาจะให้ ส.ส.ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีเข้าร่วมการประชุมหรือไม่อย่างไร หรือจะมีวิธีการอื่นๆ เพื่อให้การประชุมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และการจำกัดพื้นที่ผู้ติดตาม ส.ส. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เนื้อหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคร่วม 3 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมยื่นญัตติเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นั้นมีบางประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกันขณะนี้ควรพักเรื่องการแก้ไข รธน.ไว้จนกว่ารัฐสภาจะเปิดสมัยประชุม เพราะมีประเด็นวิกฤติของประเทศคือการระบาดของไวรัสโควิด สำหรับเนื้อหาการแก้ไขนั้นตนยังสนับสนุนให้แก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่าการตั้ง ส.ส.ร. เพราะมีเงื่อนไขด้านเวลา เชื่อเมื่อสภาเปิดแล้ว และพรรคร่วมได้พิจารณาเนื้อหาอีกครั้ง จะทันต่อการยื่นญัตติขอแก้ไข แม้ขณะนี้จะมีญัตติที่เสนอไว้แล้ว 1 ญัตติ แต่เชื่อว่ารัฐสภาจะรอการพิจารณา เพราะหากเนื้อหามีเพียงฉบับเดียวปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ ส่วนขณะนี้ทุกฝ่ายควรพักและวางอาวุธทางการเมืองเพื่อร่วมระดมการพูดคุยช่วยประเทศให้พ้นวิกฤติโรคระบาดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า เวทีไทยไม่ทนฯ วันที่ 15-16 พ.ค. จะมีความคึกคักยิ่งขึ้น วันเสาร์จะมีภาคเกษตรกร มีอดีตเลขาฯ กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร คือ นายนคร ศรีพิพัฒน์ มาร่วม มีนักการเมืองรุ่นใหม่, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย, น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล มาร่วม มีนายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง, นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะมาร่วมอภิปรายในหัวข้อ ภาวะผู้นำกับการฝ่าวิกฤติประเทศไทย ส่วนวันอาทิตย์ 16 พ.ค. มี น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และมีการอภิปรายเรื่องทางออกวิกฤติประเทศไทย โดยอดีตประธานสภาฯ 3 คน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ดร.โภคิน พลกุล มี ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ดำเนินการอภิปราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 11 ปี เหตุสลายการชุมนุม นปช.ขอร่วมรำลึกและสดุดีวีรชนที่เสียชีวิตและยังมีชีวิตอยู่ทุกท่านมา ณ ที่นี้ แม้ผ่านมา 11 ปี ผู้ก่ออาชญากรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมกลางกรุงยังลอยนวลพ้นผิด ชนชั้นนำยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่ผ่านมา 11 ปี การเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงดำเนินต่อไป ความยุติธรรม ความเสมอภาค และความเท่าเทียมยังไม่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจมองให้เห็นถึงรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งแล้วเร่งแก้ไข
เริ่มต้นด้วยการสะสางความจริงการสลายการชุมนุม กฎหมายต้องเป็นใหญ่กว่าคนที่บังคับใช้กฎหมาย เคารพและรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และหาทางออกร่วมกัน สร้างประเทศให้น่าอยู่สำหรับคนทุกรุ่น หากผู้มีอำนาจไม่เริ่มทำสิ่งเหล่านี้ กงล้อประวัติศาสตร์แห่งความสูญเสียจะหมุนกลับมาวนซ้ำ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนจะยังออกมาชุมนุม และในที่สุดจะเกิดความสูญเสียที่ไม่มีวันจบสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของเสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ซึ่งถูกลอบยิงในช่วงค่ำวันที่ 13 พ.ค.2553 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคลิปสารคดี &amp;lsquo;คืนความจริง&amp;rsquo; ในวาระครบรอบ 11 ปี การต่อสู้ของพี่น้องคนเสื้อแดงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จัดทำโดยพรรคเพื่อไทย โดยหนึ่งในซีรีส์คือเรื่องราวของเธอ บอกเล่าเรื่องราววัยเด็กและการต่อสู้ของเสธ.แดง ในมุมลูกสาว และเล่าถึงช่วงวันที่ 10 เม.ย.2553 และช่วงวันที่ 13-19 พ.ค.2553
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยากล่าวว่า สารคดีเรื่องนี้ทำหน้าที่อธิบายการต่อสู้ของพี่น้องคนเสื้อแดง และเป็นหนึ่งในบันทึกประวัติศาสตร์ของวีรชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสนใจประวัติศาสตร์การต่อสู้ของพี่น้องเสื้อแดง และการขอโทษถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่ในสาธารณะของแกนนำนักศึกษา คือเป็นสิ่งที่รู้สึกขอบคุณและเป็นการมอบคืนความยุติธรรมให้มากกว่าที่ได้รับจากกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล การที่คุณพ่อเป็นที่จดจำและถูกเรียกว่าทหารของประชาชน มันมีคุณค่าสำหรับเดียร์มากกว่าความยุติธรรมที่เดียร์ไม่เคยได้รับจากการกระบวนการยุติธรรมเสียอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102852</URL_LINK>
                <HASHTAG>11ปีสลายนปช., COVID-19, ประชุมร่วมรัฐสภา, ป้องกันโควิดภายในรัฐสภา, มาตรการเข้มป้องกันโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เวทีไทยไม่ทน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d3720c6b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!หักคว่ำรธน. ภท.อัดยับสภาศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนปล่อยพล่ามกว่า10ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐสภา&amp;rdquo; ถกร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 ดุช่วงค่ำ หลังอภิปรายยื้อยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; แทงข้างหลัง ชงญัตติเอาเรื่องด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังปล่อยให้พ่นน้ำลายตลอดวันตามธงตัวเองพร้อมชงญัตติพรึ่บ ร่อนตะแกรงสุดท้ายเหลือแค่ &amp;ldquo;ไม่โหวต-เลื่อน-โหวต&amp;rdquo; แต่ก็สะดุดหัวทิ่มไปตามกัน &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; เดือดไม่ร่วมสังฆกรรมวอล์กเอาต์ ซัดพวกฉ้อฉลศรีธนญชัยปลิ้นปล้อนยิ่งกว่าสภาโจ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยในระเบียบวาระจะมีการพิจารณารณาเรื่องด่วนในการลงมติวาระที่สาม ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของประชาชน เพราะเรื่องของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของปัจเจกพรรค
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ปชป.จะเข้าร่วมการประชุมวิปรัฐบาล และจะนำเสนอความคิดเห็นเพื่อขอเสียงสนับสนุน โดยจะเสนอญัตติขอมติที่ประชุมรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอบเขตของอำนาจรัฐสภาในการโหวตวาระ 3 ว่าทำได้หรือไม่ และ 2.รัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีหมวด 15/1 ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. กล่าวเสริมว่า นอกจาก 2 ประเด็นแล้ว จะขอให้วินิจฉัยว่าการจัดทำประชามติต้องจัดทำในช่วงใดกันแน่ ระหว่างทำประชามติก่อนโหวตวาระที่ 1 หรือทำประชามติหลังจากโหวตวาระที่ 3 ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านยังยืนหยัดท่าทีเดิม และน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล ที่ให้เคร่งครัดและระมัดระวังตามมาตรา 256 แต่ยืนยันโหวตวาระ 3
ทั้งนี้ ก่อนประชุมรัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ประชุมร่วมกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนออกคำแถลงว่า 1.พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันเดินหน้าลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ในวาระที่ 3 2.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีข้อความใดเลยที่ห้ามการลงมติในวาระที่ 3 เพียงแต่บอกว่าหากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ลงประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชนก่อนเท่านั้น 3.ในกรณีที่รัฐสภามีมติเป็นอย่างอื่นโดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (6) อาทิ ถอน เลื่อน หรือทำให้ญัตติต้องตกไปโดยประการใด พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้หารือถึงมาตรการที่ต้องดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป และ 4.ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนติดตามการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเคยสัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่าจะดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตย
ชงญัตติหลังเปิดประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.55 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เปิดประชุม โดยเริ่มต้นด้วยการให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการรัฐสภา อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2564 ก่อนเข้าสู่วาระเร่งด่วน โดยนายชวนให้สมาชิกอภิปรายเพื่อหารือหาทางออกเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอว่า การโหวตวาระที่สามไม่สามารถทำได้ และจะเก็บต่อไม่ได้ กระบวนการจัดทำต้องเริ่มต้นโดยรัฐสภา ยื่นญัตติของจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบ แล้วส่ง ครม.เพื่อนำไปจัดทำประชามติ และการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องกระทำโดยรัฐสภาตั้งกรรมาธิการเท่านั้น ไม่ใช่ทำโดย ส.ส.ร. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของ ส.ว.และฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาก็มีความเห็นว่าไม่อาจลงมติวาระที่สามได้ จึงขอเสนอญัตติขอให้รัฐสภา ลงมติไม่สามารถดำเนินการลงมติในวาระที่สามได้ เพราะต้องทำไปตามคำวินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านตั้งใจแรงกล้าจะเดินหน้าลงมติวาระที่สาม ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเองก็เป็นฝ่ายเสนอ แต่วันดีคืนดีก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อเราอ่านคำวินิจฉัยของศาลและมองในอีกมุมหนึ่ง อยากถามว่าตรงไหนที่ศาลบอกว่าไม่ให้ลงมติวาระที่สาม สมาชิกรัฐสภาบางคนอาจอ้างฝ่ายกฎหมาย แต่นั่นก็เป็นเพียงฝ่ายกฎหมาย ถ้ารัฐสภาไม่ผ่านกฎหมาย อยากถามว่าใครจะทำ ถ้าไม่อยากแก้ไขก็บอกว่าไม่อยากแก้ไข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า เหตุใดการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก แต่การฉีกรัฐธรรมนูญโดยการรัฐประหารไม่มีใครคัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ปราบโกง แต่ขี้โกง เอาเปรียบ ต้องการสืบทอดอำนาจ ควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ไม่เป็นไร ขอให้โหวต อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์หารือว่า เพื่อเป็นทางออกและทำให้รัฐสภาสามารถแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้ ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 31 ให้ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจและหน้าที่รัฐสภาอีกครั้ง ใน 4 ประเด็น คือ 1.ร่างที่พิจารณากันอยู่ เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพราะศาลยังไม่ได้ชี้ชัดสถานภาพว่าเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติม หรือร่างจัดทำใหม่กันแน่ 2.คำวินิจฉัยศาลให้ทำประชามติเสียก่อนนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจัดทำตอนไหน ระหว่างก่อนโหวตวาระที่หนึ่ง หรือหลังโหวตวาระที่สาม 3.การทำประชามติที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ 2 มาตรา คือมาตรา 166 ให้ ครม.จัดทำประชามติ ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และมาตรา 256 (8) ในการแก้ไขเพิ่มเติมหลังผ่านวาระที่สามแล้วให้ทำประชามติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในการจัดทำประชามติ นอกเหนือจากนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตราใด และ 4.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจะตกทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งจะนำสู่การตัดสินใจว่าจะลงมติในวาระที่สามได้หรือไม่ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังวินิจฉัยยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
&amp;ldquo;ขอได้โปรดที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 4 ประเด็น โดยอาจให้วิป 3 ฝ่ายยกร่างญัตติขึ้นมาโดยอาศัยประเด็นข้างต้น จากนั้นขอมติที่ประชุมเพื่อยื่นญัตติดังกล่าวร่วมกันต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
ในเวลา 11.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายสนับสนุนญัตติของนายสมชาย พร้อมแก้ไขคำเสนอของญัตติดังกล่าวที่ถูกทักท้วงว่าไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจ เป็นว่า &amp;quot;ให้ที่ประชุมไม่ให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม?โดยเหตุผลขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมี ส.ว.รับรองครบตามจำนวน ทำให้ญัตติของนายเสรีเป็นญัตติลำดับที่ 3
ดันญัตติโหวตวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. เสนอญัตติว่าให้รัฐสภาทำหน้าที่ลงมติวาระ 3 ต่อไป ตามมาตรา 256 เพราะเห็นว่าทำต่อได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญระบุการแก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นทำได้ อย่าปิดกั้นอำนาจประชาชน ถ้าไปปิดกั้นอาจเกิดวิกฤตินองเลือดเหมือนปี 2535 อย่าให้บ้านเมืองมีอันเป็นไปเพราะการตัดสินใจของรัฐสภา
&amp;ldquo;ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียวคือ โหวตวาระ 3 และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด วันนี้ใส่สูทดำขอไว้ทุกข์ให้กับการทำแท้งรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 18 มี.ค. เรียกร้องให้แต่งชุดดำเต็มสภา เพราะไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้เลวร้าย สิ่งที่มีตำหนิอย่างเดียวคือที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าวันนี้เราทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย ก็จะได้ภาคภูมิใจและใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเชื่อว่าสภาแห่งนี้มีเป้าหมายตรงกันคือ อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่เมื่อบรรยากาศมาติดกับดักตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดการล่มสลาย ซึ่งเราควรหาทางเลือกไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดข้อบังคับ สามารถเดินหน้า บอกประชาชนได้ว่าสภาแห่งนี้ไม่ได้เล่นปาหี่กัน ไม่ให้สิ่งที่เราทำมาต้องสูญเปล่า ซึ่งพรรคภูมิใจไทยขอสนับสนุนญัตติของนายจุรินทร์ เพื่อขอมติรัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง วันนี้จึงไม่ควรลงมติวาระ 3
&amp;nbsp; ต่อมาเวลา 12.45 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายให้เดินหน้าโหวต และตอนหนึ่งพาดพิงถึง ส.ว.ว่า เรามี ส.ว.หลายคนไม่เห็นด้วยที่จะมีการตีเช็คเปล่าให้ประชาชน แต่วันนี้ออกมาอ้างว่าอำนาจสถาปนาเป็นของประชาชน อยากถามว่าท่านไม่ละอายต่อบาปหรือรู้สึกละอายใจบ้างหรือ ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงว่า นายรังสิมันต์แสนรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้เรื่องตัวเอง ศาลบอกให้ไปถามประชาชน ถามว่าจากความแสนรู้ทำไมนายรังสิมันต์ถึงไม่รู้ในจุดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนขอให้นายรังสิมันต์หลีกเลี่ยงการพูดเสียดสี ส.ว. ซึ่งนายรังสิมันต์อภิปรายต่อว่า เรามีกระบวนการยุติธรรมที่ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน พิจารณาขังผู้มีความเห็นต่างถึง 11 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้รณรงค์เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ยังไม่นับที่ 11 คนถูกข่มขู่ในยามวิกาล โดยอ้างว่าจะนำตรวจโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของเรือนจำหรือ โดยระหว่างนั้น ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนที่นั่งอยู่รอบตัวของนายรังสิมันต์ได้ยกภาพบรรดาแกนนำม็อบ 3 นิ้วถูกปิดปาก และมีข้อความประกอบต่างๆ เช่น #freeเพนกวิ้น #freeอานนท์ #freeหมอลำ #freeสมยศ เป็นต้น ทำให้นายกิตติศักดิ์ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดยขอให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธาน วินิจฉัยว่าสามารถชูภาพเหล่านี้ในที่ประชุมได้หรือไม่ โดยนายพรเพชรวินิจฉัยไม่ให้ชูภาพอีก แต่ในขณะที่นายรังสิมันต์อภิปรายต่อ ส.ส.ก้าวไกลก็ยังพยายามชูป้ายอีก ทำให้มีการประท้วงต่อเนื่อง จนทำให้นายพรเพชรถึงกับเตือนครั้งสุดท้าย ว่าหากยังมีการชูป้ายอีก จะใช้มาตรการตามลำดับ จึงทำให้เรื่องเงียบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชินวรณ์อภิปรายตอบโต้นายรังสิมันต์ที่พาดพิงถึงการเสนอญัตติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าเป็นการยื้อเวลานั้น ไม่ใช่ แต่เป็นการหาทางออกให้กับรัฐสภาเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป ว่าเราจะมอบอำนาจให้ ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่&amp;nbsp; และถือว่านายรังสิมันต์กล่าวความเท็จ อีกทั้งนำเรื่องนอกสภาและเรื่องของพรรคพวกตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นนอกญัตติเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ อยากเห็นคนรุ่นใหม่หัวใจประชาธิปไตยเปิดใจอันเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่มองว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่มองคนอื่นว่าไม่เป็นนักประชาธิปไตย
เหลือ 3 แนวทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 13.30 น. นายสุทินอภิปรายว่า เหตุใดจึงจะไม่ดำเนินการต่อในวาระ 3 และระหว่างรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยศาลควรยึดอะไร หากรัฐสภาเดินหน้าโหวตวาระ 3 หากโหวตแล้วตกก็ให้ตกไป จะได้รู้ว่าใครมีเจตนาอะไร และจะได้รีบร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าชะลอก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรชาติไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บอกโหวตไม่ได้ ผมขอให้ขีดเส้นใต้อีกครั้งว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบรรทัดไหนที่บอกว่าโหวตไม่ได้&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. อภิปรายว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มี 5 ญัตติที่ซ้อนกันไปซ้อนกันมา ในส่วนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 เขียนไว้ชัดเจนว่าคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร แม้จะรักร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เฝ้าประคบประหงม ซึ่งความเห็นทางนิติศาสตร์บางครั้งก็มีช่องที่เห็นโต้แย้งกันได้ ขณะนี้มีการอภิปรายกันหลากหลาย ดังนั้น เราจะหาจุดจบอย่างไร หากเป็นไปได้จะดำเนินการตามระเบียบวาระก็ไม่ขัดข้อง หรือโหวตตามญัตติที่เพื่อนสมาชิกเสนอก็ไม่ขัดข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรชี้แจงว่า นับแต่เปิดประชุมมา ประธานสภาฯ ให้มีการหารือ ตอนนี้มีผู้เข้าชื่อหารือ 13 คน คงใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถ้าลงชื่อเพิ่มก็คงเกินเวลาอีก แต่เมื่อดูเนื้อหาที่หารือไม่ได้เพิ่มญัตติอะไร เป็นเพียงการอภิปรายสนับสนุนญัตติหนึ่งญัตติใด ส่วนญัตติ 5 เรื่อง แต่ถ้าสรุปจริงๆ เหลือเพียง 3 เรื่องคือ 1.ลงมติตามข้อบังคับ 2.ญัตติขอไม่ให้ลงมติ และ 3.ขอให้เลื่อนการลงมติ เพื่อดำเนินการให้ดีขึ้น โดยส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.50 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นทำให้เราถึงทางตันจริงๆ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องมาถกเถียงกันว่าเราทำได้จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วยังยื้อกันอีกหรือ และเราจะไม่ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะเรายังนั่งเถียงตัวกฎหมาย ขอให้ทุกคนช่วยดึงสติ ขอถามว่าพวกเรากำลังทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ ก็ไม่ต่างจากการตีเช็คเปล่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปกำหนดชะตาประเทศนี้เลย เพราะตามหลักการแล้วรัฐสภาแห่งนี้ต่างหากที่จะเป็นคนบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจอะไรบ้าง
ทั้งนี้ นายจิรัฏฐ์ได้อภิปรายพาดพิงไปถึง ส.ว. ซึ่งก็ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงทันทีพร้อมโต้กลับมา จนทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงกลับบ้าง ซึ่งในท้ายที่สุดนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้นายกิตติศักดิ์ถอนคำพูด ซึ่งนายกิตติศักดิ์ก็ยอมถอนคำพูด
ต่อมาสมาชิกรัฐสภาก็ยังคงอภิปรายเสนอความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ยังมีจุดยื่นตามแนวทางของแต่ละคน โดยวนเวียนใน 3 หลักคือ ไม่โหวต, โหวตวาระ 3 และเลื่อน ก่อนที่จะถึงคิวนายชินวรณ์ ซึ่งเป็นผู้อภิปรายคนสุดท้าย ซึ่งก็ได้ตอกย้ำข้อเสนอของนายจุรินทร์ ที่ให้เลื่อนญัตติก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
ที่ประชุมรัฐสภาได้ใช้เวลาหารือถึงประเด็นดังกล่าวเกือบ 9 ชั่วโมง มีผู้อภิปราย 43 คน ก่อนที่นายชวนจะวินิจฉัยแนวทางการลงมติจากญัตติต่างๆ ที่เสนอ โดยได้จัดให้อยู่ใน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.การลงมติเพื่อไม่ลงมติในวาระ 3 ของนายสมชายและนายเสรี 2.การเลื่อนและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญของนายจุรินทร์,นายนิกร จำนง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.พรรค พปชร. และ 3.ลงมติวาระ 3 ไปเลยของ นพ.ชลน่านและนายรังสิมันต์
โดยหลังการเสนอของนายชวน ทำให้สมาชิกมีการถกเถียงกันอย่างมากถึงญัตติต่างๆ ว่าถูกต้องตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในญัตติที่ 1 และ 2 ที่ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง และในเวลา 19.25 น. ระหว่างที่ นพ.ชลน่านกำลังอภิปราย ปรากฏว่าได้เกิดเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังไปทั่วอาคารรัฐสภา จนเกิดความแตกตื่น โดย ส.ส.หลายคนต่างลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนก ซึ่งนายชวนได้พูดติดตลกว่า &amp;ldquo;สงสัยอภิปรายกันจนน้ำไหลไฟดับ&amp;rdquo; แต่หลังสัญญาณดังขึ้นประมาณ 2 นาทีก็หยุดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ และการประชุมได้ดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทราบว่าอาจเกิดจากมีคนสูบบุหรี่อยู่ใกล้เครื่องจับสัญญาณ จนทำให้สัญญาณเตือนไฟไหมดังขึ้น แต่ล่าสุดพบว่ามีคนกดสัญญาณ แต่ไม่สามารถหาได้เพราะไร้กล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ปชป. เสนอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อไปหารือและแก้ไขญัตติ ซึ่งนายชวนก็ได้วินิจฉัยให้พักการประชุม 20 นาที ภายหลังหารือกว่า 40 นาทีแล้วกลับเข้ามาประชุมอีกครั้ง ซึ่งก็ยังคงมีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดนายไพบูลย์ได้เสนอญัตติให้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องด่วน และมีผู้รับรองถูกต้อง ทำให้นายชวนต้องขอมติที่ประชุม เนื่องจากตลอดทั้งวันเป็นเพียงการหารือ ยังไม่เข้าวาระ เมื่อมีผู้เสนอวาระจึงจำเป็นต้องขอมติ และที่ประชุมลงมติเห็นชอบส่งผลให้ทั้ง 3 ญัตติที่เสนอมาก่อนหน้านี้ตกไปทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังลงมติประชุมให้นำเรื่องด่วนขึ้นมา นายชวนได้ให้มีการโหวตตามวาระ ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ยกมือถามว่าต้องขานชื่อใช่หรือไม่ ซึ่งนายชวนก็ตอบใช่ ทำให้นายชาดากล่าวว่า คงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทยได้วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทั้งหมด ต่อมาจึงเข้าสู่การเตรียมการลงมติวาระ 3 โดยใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล ซึ่งมีเพียง 379 คน แต่ยังครบองค์ประชุม โดยเสียงเห็นชอบส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, เพื่อไทยและก้าวไกล ในขณะที่ในส่วนของ พปชร.และ ส.ว.นั้นจะงดออกเสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถกร่างแก้ไข รธน., ประชุมรัฐสภา, ประชุมร่วมรัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, วาระ 3, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605222290d16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หักกมธ.ใช้เขตสส.เลือกสสร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตหัก กมธ. เปลี่ยนใช้เขตส.ส.เลือก ส.ส.ร.หวังคนในพื้นที่มีโอกาสเป็น ส.ส.ร. &amp;quot;อมรัตน์&amp;quot; เสนอห้ามแม่น้ำ 5 สายลงสมัคร ส.ส.ร. &amp;quot;กิตติศักดิ์&amp;quot; สวนกลับถ้าอย่างนั้นห้ามคนคิดล้มสถาบัน-หลบหลังม็อบลงสมัครด้วย &amp;quot;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;quot; ชงแก้หมวด 1-2 ได้หากทำให้ดีขึ้น ขณะที่ ส.ว.ยืนกรานก่อนโหวตห้ามแตะหมวด 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่รัฐสภา วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีการประชุมร่วมรัฐสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่...(พ.ศ....) วาระสอง ต่อเป็นวันที่สอง โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยในวันนี้เป็นการพิจารณามาตรา 256/3 ว่าด้วยคุณสมบัติต้องห้ามสมัครเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) &amp;nbsp;
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอห้ามไม่ให้แม่น้ำ 5 สายมาสมัครเป็น ส.ส.ร. เพราะเป็นผู้สมยอมรับประโยชน์จากคนล้มล้างรัฐธรรมนูญ และเคยกินข้าวหม้อเดียวกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;
ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว. )ประท้วงว่า ไหนบอกว่าเป็นประชาธิปไตย ทำไมถึงห้ามคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้สมัคร ส.ส.ร. ถ้าเช่นนั้นขอแถมท้าย ขอเสนอว่าห้ามคนที่คิดล้มล้างสถาบัน&amp;nbsp; นักโทษหนีคดี เช่น โกงจำนำข้าว และห้ามคนที่หลบหลังม็อบเพิ่มเติมลงสมัคร ส.ส.ร.ด้วย
จากนั้น นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประท้วงขอให้นายกิตติศักดิ์ถอนคำพูด ซึ่งนายพรเพชรก็ได้วินิจฉัยและห้ามไม่ให้ประท้วงอีก เรื่องจึงยุติ
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กมธ. 537 ต่อ 50 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง เท่ากับไม่ห้ามคนจากแม่น้ำ 5 สายเป็น ส.ส.ร. แต่ยังคงห้ามพระภิกษุสงฆ์
ต่อมาที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 256/5 ว่าด้วยการให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ที่ กมธ.เสียงข้างมากกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ส.ส.ร. และใช้เกณฑ์จำนวนราษฎรในพื้นที่เป็นตัวกำหนดจำนวน ส.ส.ร.ในแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ มี ส.ส.และ ส.ว.หลายคน อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. เห็นแย้งกับ กมธ.เสียงข้างมาก โดยเสนอให้ใช้วิธีแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเขตย่อยในจังหวัดเหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสมาเป็น ส.ส.ร. เพราะการใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งไม่เกิดประโยชน์ที่จะได้ตัวแทนประชาชนที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ
ขณะที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอให้ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อเปิดกว้างให้คนแต่ละอาชีพแต่ละสาขาเข้ามาเป็น ส.ส.ร. ได้คนดีมาร่างกติกาสูงสุดของประเทศ ให้แตกต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ได้แต่ผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาเป็น &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบกับ กมธ.เสียงข้างมาก แต่เห็นชอบให้ใช้รูปแบบตามที่ กมธ.เสียงข้างน้อยเสนอมาคือ ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ส.
ต่อมาได้เข้าสู่การพิจารณามาตรา 256/10 ที่ กมธ.เสียงข้างมากกำหนดให้ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายใน 45 วัน เว้นแต่จะเหลือเวลาไม่ถึง 90 วัน ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องดำเนินการเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอมา
ส่วนมาตรา 256/13 ที่ กมธ.เสียงข้างมากให้ ส.ส.ร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จภายใน 240 วัน และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 และหมวด 2 จะกระทำมิได้ &amp;nbsp;
โดย ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถแตะต้องหมวด 1 และ 2 ได้ อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอเพิ่มเติมในมาตรา 256/13 ว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ จะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมที่ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นห่วงหมวด 1 และ 2 ถ้าในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีสิ่งดีๆ ที่จะเติมเต็มเข้าไป เพื่อให้ระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดีขึ้นนั้น จะทำมิได้&amp;nbsp; ถ้าไม่มีเขียนระบุไว้ ไม่ได้มีเจตนาแก้ไข แต้ต้องการเติมเต็มให้ดีขึ้น
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการห้าม ส.ส.ร.แก้หมวด 1 และ 2 ที่ผ่านมาเคยมีการแก้ไขปรับปรุงหมวด 1 และ 2 ให้เหมาะกับกาลสมัยที่เกิดขึ้น แสดงว่าการแก้ไขสามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมาพูดราวกับว่า 2 หมวดนี้เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ไม่มีประเพณีที่เคยทำมา แต่เพราะเหตุใดในการตั้ง ส.ส.ร.ถึงไม่ให้ ส.ส.ร.ทำตามที่คิดว่าเหมาะสมกับกาลสมัย จะไปบอกว่าหมวดนี้ห้ามแตะ ทำแบบนี้เป็นผลดีต่อสถาบันหรือไม่ ยิ่งห้ามยิ่งเป็นผลเสีย ยิ่งทำราวกับว่าพูดไม่ได้เลย ยิ่งไม่เป็นผลดี รัฐสภาถ้ามาจากประชาชนอย่างแท้จริง อย่าล็อกหรือบีบคอ ส.ส.ร.ให้เขาทำหน้าที่อย่างอิสระ คิดว่าจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน
ขณะที่ ส.ว.หลายคน อาทิ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, พล.อ.ดนัย มีชูเวท และนายเสรี สุวรรณภานนท์ อภิปรายยืนยันห้าม ส.ส.ร.แตะต้องหมวด 1 และ 2 จำเป็นต้องปกป้องสถาบัน โดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ถ้าไม่กำหนดห้ามแตะต้องหมวด 1 และ 2 เท่ากับตีเช็คเปล่าให้ ส.ส.ร.แก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากจะห้ามแตะต้องหมวด 1 และ 2 แล้ว เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนยังอยากให้เติมว่า ห้าม ส.ส.ร.แตะต้องอีก 38 มาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจเข้าไปด้วย เพื่อเป็นหลักประกันว่าพระราชอำนาจจะไม่ถูกแก้ไข เติมเข้าไปเสียหายตรงไหน อย่าตะแบง ตนไม่สบายใจในเรื่องนี้
ทั้งนี้ ส.ว.หลายคนพยายามอภิปรายกดดันให้ กมธ.เสียงข้างมากเพิ่มเติมข้อความ ห้าม ส.ส.ร.แตะต้อง 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจเข้าไปอยู่ในวรรค 5 ของมาตรา 256/13 ก่อนที่จะมีการลงมติโหวต ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งพักประชุม 15 นาที เพื่อให้ กมธ.เสียงข้างมากไปตกลงกันจะทำตามข้อเสนอของ ส.ว.หรือไม่
ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ประชุมกลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง กมธ.ยืนยันไม่เติมข้อความตามที่ ส.ว.เสนอ ก่อนลงมติเห็นชอบมาตรา 256/13 ตามที่ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนน 349 ต่อ 200 งดออกเสียง 58 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง เท่ากับห้ามแก้ไขหมวด 1หมวด 2 เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมร่วมรัฐสภา, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือก ส.ส.ร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037a8d943c7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิปรัฐบาล&#039; เผยปล่อยฟรีโหวตญัตติส่งศาลวินิจฉัยแก้ รธน. ขัดกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวิปรัฐบาลว่า สัปดาห์นึ้จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 1 ธ.ค. โดยจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;แต่ทราบว่าฝ่ายค้านก็เสนอร่าง ​พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุเข้าวาระ เพื่อให้พิจารณา​พร้อมกันกับร่างของรัฐบาลด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากร่างที่ฝ่ายค้านเสนอ เข้าข่ายกฎหมายการเงิน จึงต้องนำกลับไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา​รับรองอีกครั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)​ในวันพรุ่งนี้​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่า แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า แม้ครม.​จะรับรองร่างของฝ่ายค้านแล้ว แต่ร่างของฝ่ายค้านก็ไม่เข้าข่ายกฎหมายปฎิรูป จึงต้องนำมาเข้าพิจารณา​ในสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งวันนี้วิปรัฐบาลคงมีมติเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง​ ส่วนร่างที่คณะรัฐมนตรี​เสนอมา คงมีการพิจารณาและตั้งคณะกรรมาธิการ​ คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้น​ในเวลาไล่เลี่ย​กับคณะกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังจะมีพิจารณาญัตติด่วนของนายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดต่อกฏหมายหรือไม่ โดยเบื้องต้น ตนได้พูดคุยกับสมาชิกวิปร่วมรัฐบาลหลายคนอยากให้เป็นการฟรีโหวต เพราะมีบางคนอยากให้ส่งเรื่องไปยังศาล แต่ก็มีบางคนไม่อยากให้ส่งเหมือนกัน ทั้งนี้ ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐในเรื่องนี้นั้น ก็ยังไม่ได้หารือแต่อาจเป็นฟรีโหวตก็ได้ ต้องรอประชุมพรรคเสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมร่วมรัฐสภา, ประธานวิปรัฐบาล, ร่างพรบ.ประชามติ, วิรัช รัตนเศรษฐ, ศาลรัฐธรรมนูญ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc46d1408702.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
