<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยิ่งไล่ผมยิ่งสู้’ประยุทธ์ลั่นอยู่จนครบเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เจอวุฒิสภาลองของ&amp;nbsp; ไม่มีใครยกมือให้หลังถามมีใครเชื่อมั่นบ้าง บ่นพึม &amp;quot;มีคนไล่ผมแล้ว ในนี้ไม่มีพวก&amp;quot; ลั่นพร้อมสู้ ทุกวันนี้มีคนไล่ แต่จะบอกว่า &amp;quot;ยิ่งไล่ ผมยิ่งสู้&amp;rdquo; ลั่นอยู่จนครบเทอม &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; ปล่อยข่าวยุบสภาไตรมาสแรกปีหน้า เพื่อไทยไม่เข็ด เตรียมเสนอแก้ รธน.ตั้ง ส.ส.ร.อีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม มีวาระพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564&amp;nbsp; โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ พ.ร.ก.ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ผมต้องทำตัวของผมให้มีเกียรติ ให้คนอื่นยกย่อง เชื่อมั่น ผมทำดีเขาก็ให้เกียรติผม ผมทำไม่ดีก็ไม่ต้องให้เกียรติ และฝากไว้ด้วยถ้ามีการเลือกตั้งในอนาคต ผมยืนยันอยู่จนครบ จะได้เลิกพูดกันเสียที วันหน้าเลือกให้ดีก็แล้วกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;quot;ผมไม่เคยคิดถึงตัวเอง ไม่เคยเลยจริงๆ ทำงานทุกวัน คิดงานทุกวัน ฝันยังเป็นงาน ไม่เคยฝันเป็นอย่างอื่น อยากจะฝันก็ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างนายกรัฐมนตรีชี้แจง&amp;nbsp; พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานที่ประชุม ได้ส่งข้อความเตือนให้ตอบคำถามหลังอภิปรายเสร็จ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;มีคนไล่ผมแล้ว ในนี้ไม่มีพวก&amp;quot; ก่อนจะถามขึ้นว่า ในนี้มีใครไม่เชื่อมั่นตนหรือไม่ขอให้ยกมือ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;ก็ไม่มี ผมบังคับไม่ได้ ผมเคารพท่าน 5-7 ปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยยุ่งกับพวกท่าน ผมเชื่อมั่นในวุฒิภาวะ ผมแก้ปัญหาทุกเรื่องที่พะรุงพะรัง ผมพร้อมสู้ ทุกวันนี้มีคนไล่ผม แต่จะบอกว่ายิ่งไล่ ผมยิ่งสู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นในโอกาสรำลึก 24 มิถุนายน 2564 89 ปี ของการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยว่า ภาพที่ปรากฏและเห็นกันประจักษ์ชัดทางการเมืองวันนี้ คือ ภาพจริงของรัฐบาลที่บริหารไม่เป็น ไม่น่าแปลกใจว่าแต่ละครั้งที่นายกฯ ปรากฏตัว กลับเป็นทุกครั้งที่ตอกย้ำภาพผู้นำที่ไร้ศักยภาพ ขาดวุฒิภาวะ ถนัดแต่พูดก่นด่า ตำหนิผู้คนไปทั่ว และไม่เคยตอบคำถามเชิงเหตุผล ไม่เคยสร้างความหวังแม้เพียงเล็กน้อยให้ประชาชนรู้สึกไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่าแม้จะไม่ราบรื่น แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็จะยังคงพยายามประคับประคองผลประโยชน์ของทุกฝ่ายต่อไปจนถึงที่สุด เชื่อว่าสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุดคือ รัฐบาลจะพยายามประคองให้ผ่านงบไป อย่างน้อยรัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณอย่างน้อยสัก 3 เดือน หรือ 90 วัน (เพื่อให้งบประมาณได้เริ่มใช้) และต้องพยายามแก้ รธน.รายมาตรา ที่จะทำให้พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยุบสภาจึงอาจจะเกิดขึ้น เร็วที่สุดคือในช่วงไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 2565 ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด และเหมาะสมที่สุดที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ&amp;quot;
&amp;#39;เสกสกล&amp;#39;ตอกหมอเดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมระบุว่า เงื่อนไขสำคัญอันหนึ่งก่อนยุบสภาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการทำให้เร็วที่สุดก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง คือการแก้เป็นรายมาตรา โดยเลือกแก้ในสาระที่รัฐบาลจะได้เปรียบและเกิดประโยชน์สูงสุดในตอนเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2 ใบ ที่ พปชร.เชื่อว่าตนจะได้ประโยชน์สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อพรรคใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แย้งว่า นายภูมิธรรมควรใช้สมองไตร่ตรองก่อนจะออกมาพูดหรือโพสต์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ ที่นายกฯ จะยุบสภา ทั้งการทำงานในสภายังเป็นไปได้ด้วยดี รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานเป็นเอกภาพ ไม่มีสัญญาณการถอนตัว เพราะรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจสถานการณ์ดี ที่ต้องช่วยกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ได้คิดถึงประเด็นทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณภูมิธรรมถือว่าเป็นผู้ใหญ่ เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี ก็ขอทำตัวให้เหมาะสม อย่าทำตัวเป็นหมอเดา เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ นอกจากนี้ขออย่าพูดเอาดีใส่ตัว และหวังผลประโยชน์ให้กับพรรค ตนเข้าใจดีว่าพรรคเพื่อไทยอยากเข้ามาเป็นรัฐบาลมากจนลืมจริยธรรม มารยาททางการเมือง อยากมาเป็นรัฐบาลขอให้เข้ามาตามกระบวนการ อย่าหวังลมๆ แล้งๆ รอนายกฯ ยุบสภาหรือลาออก ยืนยันนายกฯ อยู่ครบเทอม ให้นับวันรอว่าครบ 4 ปีค่อยไปลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล,&amp;nbsp; นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมประชุมพรรคหารือถึงความพร้อมในการเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ชงแก้รธน.ตั้งสสร.อีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องการให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ จากนั้นค่อยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระถัดไป พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น โดยเฉพาะที่มานายกฯ ตามมาตรา 272 ทุกพรรคเห็นพ้องในทิศทางเดียวกัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้น พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้เสนอ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 16 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีประชุมร่วมวิป 4 ฝ่ายในเร็วๆ นี้ เพื่อกำหนดวาระประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกล ไม่ร่วมสังฆกรรมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา 22 มิ.ย. ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต้องนำมาสู้วาระการประชุมเพื่อพิจารณาเป็นอันดับแรก ต้องจัดลำดับความสำคัญของกฎหมาย เป้าหมายของเราต้องการแก้วิกฤติโดยมีโจทย์เพื่อแก้ไขอำนาจ ส.ว.ที่เคยเสนอมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าจะลงชื่อร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า สนับสนุนตามหลักการระบบรัฐสภา แต่มองว่าการนำเสนอวาระการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่รัฐบาลขอเป็นวาระพิเศษนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง รัฐบาลไม่มีหน้าที่ขอให้รัฐสภาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เช่น พ.ร.ก.ขอร้องให้ประธานสภาฯ ใช้อำนาจทำหน้าที่ในเรื่องการบรรจุระเบียบวาระ เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ประชามติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก่อน หากรัฐบาลขอร้องให้รัฐสภาบรรจุเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ เท่ากับว่ารัฐบาลมีอำนาจเหนือรัฐสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยแก้วิกฤติของประเทศ อยากให้ประชาชนช่วยติดตามใกล้ชิดและผลักดันรัฐธรรมนูญเพื่อแก้วิกฤติของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็รู้อยู่ว่าเกิดวิกฤติประเทศอย่างไร ใครได้ประโยชน์ต่อระบอบ พล.อ.ประยุทธ์ และต้องการคงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์? นิติตะวัน? ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญต้องเอา คำว่าพรรคร่วมรัฐบาลออกไปก่อน&amp;nbsp; เพราะการแก้ไขเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ฉะนั้นการที่พรรคการเมืองต่างๆ มีความเห็นไปคนละอย่าง บางเรื่องตรงกัน บางเรื่องไม่ตรงกัน ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ แต่สุดท้ายร่างใดจะเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจริงได้ ก็ขึ้นอยู่กับการออกเสียงลงมติของที่ประชุม อย่างไรก็ตาม? เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร. เป็นแนวทางประนีประนอมกับทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายค้านด้วย เช่น ประเด็นการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับมาใช้บัตร 2 ใบแบบเดิม ดังนั้นร่างที่เสนอมาเราคำนึงถึงทุกฝ่ายมากที่สุด และมองความเป็นไปได้ว่าจะได้เสียงเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106382</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมวุฒิสภา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งไล่ผมยิ่งสู้, วุฒิสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c75d37c5328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชักยุ่ง &#039;ส.ว.&#039; หวดรัฐบาล จัดสรรโควต้าวัคซีนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 64 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา(ส.ว.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดให้ส.ว.ลุกขึ้นปรึกษาหารือปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่าขอเสนอรัฐบาล &amp;nbsp;4 ประเด็น เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังนี้ &amp;nbsp;1.การจัดสรรวัคซีนจะต้องปรับแผนงานใหม่ เพื่อจัดลำดับให้กับจังหวัดที่มีการระบาดมากที่สุด เพราะสถานการณ์ตอนนี้มีจังหวัดที่มีการระบาดมากที่สุดแต่กลับได้รับการจัดสรรวัคซีนน้อยมาก การเปลี่ยนแปลงโควต้าวัคซีนแต่ละจังหวัดสามารถทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ จ.อุดรธานี สกลนคร มหาสารคาม ลำปาง สระบุรี นครพนม และนครราชสีมา ที่พบว่ามีการระบาดไม่หนักมาก ขอให้แบ่งโควต้าวัคซีน 50 % ของจังหวัดเหล่านั้นมาจัดสรรให้กับจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้มเพิ่มเติม เช่น ชลบุรี เพชรบุรี และสมุทรปราการที่มีการระบาดหนักในตอนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในส่วนของเรือนจำ ขณะนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และจะมากขึ้นอีกเรื่อยๆ ตนเสนอให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในค่ายทหารหรือเขตควบคุม ส่วนนักโทษที่มีโทษเป็นค่าปรับถือเป็นโทษเบา ขอให้เรือนจำจ่ายค่าปรับแทน แล้วให้นักโทษเบาเหล่านั้นบำเพ็ญประโยชน์แทนการจ่ายค่าปรับ หรือให้ใส่กำไลอีเอ็ม หรือพักโทษแทน อีกทั้งขณะนี้ยังมีนักโทษที่ไม่ใช้นักโทษคดีหนักหลายคนอยู่ในขั้นตอนการประกันตัวจึงควรให้เร่งพิจารณา เพื่อลดความแออัดในเรือนจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวต่อว่า 3.การฉีดวัคให้กับแรงงานต่างด้าว ซึ่งต้องแยกวัคซีนออกจากคนไทย โดยเสนอให้นายกจ้าง ทั้งโรงงานและบริษัทซื้อวัคซีนผ่านรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เรื่องการชี้แจง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับการแถลงข่าวผ่านศูนย์แถลงข่าว และไม่แย่งให้ข้อมูล หลังจากที่พบข่าวเท็จต่อการมีวัคซีนไม่เพียงพอ ทั้งนี้จากการตรวจสอบผ่านคณะกรรรมาธิการ (กมธ.)สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค &amp;nbsp;ทราบว่าในเดือนมิถุนายนนี้ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนแน่นอนจากแอสตร้าเซนเนก้า จำนวน 6 ล้านโดส และซิโนแวค จำนวน 2.5 ล้านโดส ซึ่งรัฐบาลจีนจะส่งมอบวัคซีนดังกล่าวภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ดังนั้นรัฐบาลไทยจะมีวัคซีนให้บริการรวม 8.5 ล้านโดสแน่นอน จากนั้นในเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน จะมีวัคซีนนำเข้าเดือนละ 10 ล้านโดส และรัฐบาลจะจำเข้ารวม 100 ล้านโดสภายในสิ้นปี ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลชี้แจงเพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาวัคซีน ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับการจัดสรรวัคซีนในเดือนพฤษภาคม โดยให้เกลี่ยการจัดสรรจากจังหวัดที่พบจำนวนการระบาดน้อย หรือไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งพบว่ามีประมาณ 40 จังหวัด มายังพื้นที่ที่พบว่าเป็นคลัสเตอร์ระบาดใหม่ เพื่อนำวัคซีนป้องกันโควิด-19 ฉีดให้กับประชาชนที่วิตกหวาดกลัวกับการระบาดในพื้นที่ นอกจากนี้ในด้านการให้ข้อมูลความมั่นใจกับประสิทธิภาพของวัคซีน ตนมีข้อมูลของวัคซีนซิโนแวคจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่า &amp;nbsp; 67% สามารถช่วยผู้ป่วยที่มีอาการได้ 85% ช่วยผู้ป่วยไม่ให้แอดมิด 89% ช่วยผู้ป่วยไม่ต้องเข้าห้องไอซียู และ 80% ช่วยให้ผู้ป่วยไม่เสียชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมวุฒิสภา, พรเพชร วิชิตชลชัย, วัคซีนโควิด19, สมาชิกวุฒิสภา, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7b70b97a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสาไฟฟ้า-ตร.ไม่รู้มีบ่อน ชงปลัดมท.นั่งปธ.ปราบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.ตั้งกระทู้ถามนายกฯ ใครจะรับผิดชอบบ่อนการพนันต้นตอโควิดระบาด อัดมีแค่เสาไฟฟ้ากับ ตร.ที่ไม่รู้ภาคตะวันออกมีบ่อน รองหัวหน้า พท.ซัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตั้งโจทย์ผิด แนะปราบบ่อนควรใช้โครงสร้างมหาดไทยร่วมกับตำรวจ ให้ปลัด มท.เป็นประธาน พื้นที่ใดมีบ่อนปลด ผวจ.-นอภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 18 มกราคม ในการประชุมวุฒิสภาที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีเรื่องบ่อนพนันในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า ใครจะรับผิดชอบเรื่องบ่อนพนันในพื้นที่จนเป็นต้นตอการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ต้องรับผิดชอบคือ ผบ.ตร.และนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ดูแลตำรวจทั่วประเทศ แม้ล่าสุดนายกฯ จะเซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับบ่อนพนัน&amp;nbsp; และคณะกรรมการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว แต่ 2 คณะนี้ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย พอถูกกระแสสังคมกดดันก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามว่าเอามากองรวมกันแล้วคุยอะไร คงแค่หาทางคุยแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการละเลยปฏิบัติหน้าที่ให้มีบ่อน&amp;nbsp; พอเรื่องเงียบตำรวจที่ถูกย้ายก็ไปเปลี่ยนชื่อ-สกุลแล้วกลับมารับตำแหน่งใหม่ ทราบว่าในภาคตะวันออกมีการเปิดประมูลตั้งบ่อน เป็นความจริงหรือไม่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค, ผบ.ตร.และนายกรัฐมนตรีไม่รู้หรือว่ามีบ่อนในพื้นที่ หรือในพื้นที่มีแค่&amp;nbsp; 2 คนที่ไม่รู้ว่ามีบ่อน คือเสาไฟฟ้ากับตำรวจ&amp;quot; นายเฉลิมชัย กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่า ยอมรับว่ามีบ่อนพนันจริงในพื้นที่ ไม่ใช่บ่อนที่ลักลอบเล่น จากการพบผู้ป่วยคนแรกในบ่อน พบว่าการสอบสวนโรคไม่ได้รับความร่วมมือ แต่เมื่อมีการสอบสวนโรคอย่างเข้มข้นจึงทราบว่าบ่อนพนันเป็นแหล่งคลัสเตอร์ของโรคที่มีคนอยู่ร่วมกันไม่ต่ำกว่า 100 คน ร้อยละ 90 มาจากบ่อนพนัน เดินสายเล่นทั้ง จ.ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด, ระยอง กระทรวงสาธารณสุขติดตามสอบสวนโรคได้ยากมาก ทำให้มีปัญหาควบคุมกักกันบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้สถานการณ์ภาคตะวันออกเริ่มควบคุมโรคได้&amp;nbsp; จ.ตราด, จันทบุรี ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์มาหลายวัน จ.ระยองมี 2 คน จ.ชลบุรีเหลือน้อยมาก เพราะกลุ่มเสี่ยงสูงถูกควบคุม กักกัน มั่นใจว่าควบคุมโรคได้ ตอนนี้อยากควบคุมโรคให้ได้ก่อน ส่วนการเอาผิดผู้รับผิดชอบที่ละเลยให้มีบ่อนค่อยมาว่ากันหลังจากนี้&amp;quot; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า เห็นการแต่งตั้งคณะกรรมการของ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยนายกฯ ก็คงแก้ไม่ได้จริงๆ ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาบ่อนการพนันไม่ได้ หรือไม่อยากแก้กันแน่ ออกคำสั่งตั้งกรรมการเพราะได้รับผลกระทบจากอาการเมาลำโพงหรือไม่ รัฐบาลไม่ควรตั้งโจทย์ผิดว่าบ่อนมีได้เพราะตำรวจมีเอี่ยวอย่างเดียว เพราะคนเกี่ยวข้องและรับประโยชน์จากบ่อนมีหลากหลายกลุ่ม จึงควรใช้โครงสร้างมหาดไทยร่วมกับโครงสร้างตำรวจเข้ามาเป็นหลักในการแก้ปัญหา ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มี ผบ.ตร. หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พื้นที่ใดปล่อยให้มีบ่อนการพนันต้องย้ายจริงปลดจริง&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้การจังหวัดต้องรับผิดชอบ ถ้าแก้แบบนี้ 30 วันจะเริ่มเห็นผล แต่ถ้าแก้แบบลูบหน้าปะจมูกตั้งคณะกรรมการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ 100&amp;nbsp; นายกฯ ก็จะแก้ไม่ได้จริงๆ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์คิดได้เท่านี้ ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ไม่ปราบปรามปัญหาบ่อนการพนันอย่างจริงจัง ไม่มีทางแก้ปัญหาได้&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่กำลังนั่งมั่วสุมเล่นการพนันไฮโลอยู่ที่โต๊ะไม้ข้างตึก 6 เอ ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ที่มีแรงงานชาวเมียนมาพักอาศัยอยู่ ตรงข้ามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางโฉลง ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งสามารถจับกุมนักพนันได้จำนวน 12 คน&amp;nbsp; แบ่งเป็นชาย 9 คน หญิง 3 คน ทั้งหมดเป็นแรงงานชาวเมียนมา พร้อมด้วยแผ่นบอกแต้มไฮโลจำนวน 1 แผ่น ลูกเต๋าจำนวน 3 ลูก พร้อมอุปกรณ์ในการเล่นไฮโลอีกจำนวนหนึ่ง เงินสดจำนวน 250 บาท จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งเป็นชาวเมียนมาพร้อมกับของกลางส่งพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สภ.บางพลีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ. วิโรจน์เปิดเผยว่า แรงงานกลุ่มนี้อาศัยช่วงเลิกงาน หรือบางรายมีงานน้อยเพราะเป็นช่วงสถานการณ์โควิดระบาด จึงรวมตัวกันแอบเล่นการพนันดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้มงวดกวดขัน รวมถึงฝ่ายปกครองและสาธารณสุขได้เข้ามาตรวจคัดกรองให้แรงงานกลุ่มนี้แล้ว ตามมาตรการเชิงรุกหากลุ่มเสี่ยงโควิดกับกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งผลการตรวจยังไม่พบกลุ่มแรงงานที่พักอาศัยในจุดนี้ติดเชื้อโควิด การลักลอบเล่นการพนันในครั้งนี้นอกจากจะผิดกฎหมายการพนันแล้ว ยังมีความผิดในฐานมั่วสุมกันตั้งวงพนันผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนคำสั่งของทางจังหวัดว่าด้วยเรื่องการรวมตัวกันและการลักลอบเล่นการพนันอีกด้วย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90256</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทู้ถามสด, ตั้งกระทู้ถามนายก, ต้นตอโควิดระบาด, บ่อนการพนัน, ประชุมวุฒิสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600592852d9f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วุฒิสภา&#039; เห็นชอบ 15 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อประกอบด้วย 1.นายชัยโรจน์ เกตุกำเนิด 2.นายสุรเดช พหลภาคย์ 3.นายวีระ แสงสมบูรณ์ 4.นายเสน่ห์ บุญทมานพ 5.นายสมิง พรทวีศักดิ์อุดม 6.นายอนุสรณ์ ธีระภัทรานันท์ 7.นายสมภพ ผ่องสว่าง 8.นายอนนท์ อดิเรกสมบัติ 9.นายสัมฤทธิ์ อ่อนคำ 10.น.ส.กนิษฐา เชี่ยววิทย์ 11.นางสุมาลี ลิมปโอวาท 12.นางเสริมดรุณี ตันติเวสส 13.นายวิบูลย์ กัมมาระบุตร 14.นางดุษณีย์ ตยางคานนท์ และ15.นายสถาพร สถิตย์ปิยะรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมลับ และลงคะแนนลับ ปรากฏว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 15 คน ได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก จึงถือว่าทั้ง 15 คน ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตุลาการศาลปกครองสูงสุด, ประชุมวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8bf5175184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวเจ็บตัว! 60 ส.ว.อิสระ นัดประชุมล่มมาแค่ 2 คน อ้างผวากองทัพสื่อไม่พร้อมเปิดเผยตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มส.ว.อิสระ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่นัดประชุมหารือแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลานัด&amp;nbsp;15.00 น.&amp;nbsp;มีส.ว.ในกลุ่มเพียง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนเท่านั้นมายังห้องประชุม คือ นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม และนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ&amp;nbsp; ขณะที่ส.ว.คนอื่นไม่มีใครมาประชุม และส.ว.เกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คนได้ขอถอนตัวออกจากกลุ่มไลน์จนเหลือสมาชิกในกลุ่มเพียง&amp;nbsp;30 กว่าคนเท่านั้น ในที่สุดการประชุมนัดดังกล่าวต้องยกเลิกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิเรกฤทธิ์&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงสาเหตุในการยกเลิกการประชุมว่า เนื่องจากส.ส.หลายคนในกลุ่มรู้สึกตกใจที่เห็นสื่อมวลชนมาจำนวนมาก จึงไม่กล้ามาประชุม หลังจากนี้อาจจะต้องใช้วิธีการหารือกันภายในหรือหารือผ่านกลุ่มไลน์แทน เพราะหลายคนไม่กล้าที่จะเปิดเผยชื่อตัวเอง เจตนาของการตั้งกลุ่ม 60 ส.ว.อิสระ เพราะต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารภายในกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งกลุ่มจะคิดแบบเดียวกันทั้งหมด ยอมรับว่าขณะนี้เสียงของส.ว.ยังมีความเห็นต่าง เพราะเราไม่ใช่องค์กรที่ถูกจัดตั้ง ทุกคนมีวุฒิภาวะ กลุ่มของเรามีความเป็นอิสระ ใครจะเข้าหรือออกจากกลุ่มก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากลุ่ม&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ส.ว.อิสระ เป็นอิสระจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า การทำหน้าที่ของส.ว.เป็นอิสระจากรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฏร ส.ว.ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลสองอำนาจนี้ เพราะปัญหาประเทศที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องเสียงข้างมากที่รัฐบาลและสภาฯเป็นพวกเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากเรียกว่าการประชุมนัดนี้วงแตก แต่ส.ว.หลายคนในกลุ่มไม่ถนัดออกสื่อ กลัวเจ็บตัวถ้ามีการเปิดเผยตัวออกไป ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนัดประชุมกันอีกครั้งเมื่อใด หรือกลุ่มจะล่มสลาย คงต้องหารือภายในอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ส.ว.อิสระ, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชุมวุฒิสภา, ปิดสวิตช์ ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3aeabe0975e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ถกม็อบมธ.จาบจ้วงสถาบัน &#039;คำนูณ&#039; ชี้ข้อเรียกร้องสุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ก่อนการพิจารณาตามระเบียบวาระ ได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. หารือว่า รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ และเชื่อว่าประชาชนก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน หลังจากติดตามข่าวการชุมนุมทางการเมือง 3 ครั้งในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อวันที่&amp;nbsp; 3 ส.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุดวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และยิ่งอึดอัดยิ่งขึ้นเมื่อทราบว่าตอนจบมีการประกาศจะชุมนุมในลักษณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้ (12ส.ค.)ที่สวนลุมพินี ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์&amp;nbsp;ก่อนจะถึงวันชุมนุมที่กำหนดไว้ วันที่ 16 ส.ค. ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเนื้อหารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในชีวิต&amp;nbsp;มีข้อเรียกร้องที่ไม่มีคนไทยคนไหนเรียกร้องในการชุมนุมสาธารณะ เพราะเลยเถิดเกินการขับไล่รัฐบาล เกินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และชวนให้คิดได้ว่าการไม่ยอมรับเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอแต่เพียงยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นเป้าหมายสูงสุดคืออะไร สรุปคือเกินขอบเขตการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติที่คนไทยเคยเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น บางช่วงของการชุมนุมยังนำประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานด้วยความเคารพศรัทธาสูงสุดของคนทั้งประเทศมาล้อเลียนบนเวที และยังเป็นการร่วมกระทำการของผู้ต้องหาสองคนที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกมา อันมีลักษณะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว และยังมีการไลฟ์สดของผู้ที่หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ที่เป็นฮีโร่ของเยาวชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งเคยกล่าวในอดีตทำนองว่าประเทศนี้ต้องลงเอยด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า เช้าวันนี้ (11ส.ค.)มีคำถามมากมาย ว่า เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ ซึ่งตนทราบว่าเรื่องนี้เป็นความยากลำบากในการบริหารจัดการของรัฐบาล การใช้กฎหมายเคร่งครัดสถานเดียวและการใช้การเมืองก็เข้าทางเขา ดังนั้นต้องใช้กฎหมายและมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป แต่ทราบความยากในการบริหารจัดการของรัฐบาล จึงขอหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ตัวช่วยตามระบบการเมืองที่มีอยู่ดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการเมืองด้วยการรับฟังความเห็นข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 โดยเร็ว แม้สมาชิกของทั้ง 2 สภาจะมีความเห็นหลากหลายแตกต่างกันในหลายกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่าทั้ง 2 สภา มีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำบางอย่างของผู้ชุมนุมบางคนในการชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นไป ทำให้ข้อเรียกร้องปกติของประชาชนส่วนใหญ่ต้องถูกทำให้เสียหาย สุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อันจะสร้างแผลลึกส่งต่อลูกหลานต่อไป โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะซ้ำเติมประเทศไทยจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ หากแก้ไขไม่ทัน ดังนั้นจึงเห็นว่ารัฐสภาควรเป็นเวทีที่หาทางออกให้บ้านเมืองก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า&amp;nbsp;6 ตุลา ภาค 2 ขึ้นมาในเร็วๆนี้ และหากถึงวันนั้นรัฐสภาและรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ ก็แก้ไม่ได้&amp;rdquo;นายคำนูณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74088</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ประชุมวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1d9c5ef506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาลงมติเห็นชอบ&#039;ณัฐจักร-สุชาติ&#039;นั่งกรรมการป.ป.ช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
26 พ.ค.63- ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าที่ประชุมวุฒิสภา ลงคะแนนเห็นชอบนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. โดยนายณัฐจักร ได้รับคะแนนเห็นชอบ 224 ต่อ 11 เสียง ไม่ออกเสียง 4 เสียง และนายสุชาติ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง ต่อ 12 เสียง ไม่ออกเสียง 8 เสียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการป.ป.ช., ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข, ประชุมวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccc8039e7d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
