<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ถกสภากลาโหม กำชับทุกหน่วยสนับสนุนข้อมูล อย่าให้เกิดช่องว่างสร้างเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 8/2564 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยภายหลังการประชุม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม แถลงข่าวผลประชุมว่า โดยพล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเรื่องการติดตามและประเมินสถานการณ์ระหว่างประเทศได้ขอให้ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ความมั่นคงของมหาอำนาจสองขั้ว และความเคลื่อนไหวทางทหารในตะวันออกกลางและในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ โดยพิจารณาการดำเนินการรักษาสมดุล ความสัมพันธ์ทางทหารและความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงทางภูมิภาค สำหรับสถานการณ์ในเมียนมา ที่มีสถานการณ์การเมืองภายใน ซึ่งตามมามด้วยความรุนแรง และโรคระบาด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ทุกเหล่าทัพประสานกับฝ่ายปกครอง เพื่อเตรียมความพร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยึดหลักเมตตาธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ส่วนการขับเคลื่อนการปฏิรูปกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำให้กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพขับเคลื่อนการปฏิรูปกองทัพ ทั้งทางโครงสร้างระบบบริหารจัดการระบบงานกำลังพล รวมถึงระบบงานงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ความมั่นคง รวมถึงแผนแม่บทการพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพ โดยให้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะการปรับลดกำลังพลให้มีขนาดที่เหมาะสมกับกองทัพ นอกจากนี้ให้พิจารณานำเทคโนโลยีนำมาใช้ในการบริหารจัดการให้มากขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ด้านความมั่นคงควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขอให้พิจารณาปรับแก้ระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ที่ไม่เหมาะสมให้ทันสมัย และไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการในอนาคต ที่ต้องการความรวดเร็วความทันสมัยและความโปร่งใสมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังกำชับให้บริหารจัดการงบประมาณของทุกหน่วยให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการมีความถูกต้องโปร่งใส โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาด โควิด-19 จะต้องสอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของศบค.และพร้อมให้หน่วยงานภายในและภายงานภายนอกตรวจสอบตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวด้วยว่า สำหรับการปรับย้ายกำลังพลของทุกเหล่าทัพ พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพให้ความสำคัญในการพิจารณาคัดเลือกและปรับย้ายกำลังพลที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนเก่งคนดีและได้รับการยอมรับเข้ามาทำหน้าที่ ในการเป็นผู้บริหาร หรือผู้นำหน่วยงานในทุกระดับ เพื่อร่วมการยกระดับหน่วยงานและขับเคลื่อนกองทัพนำไปสู่ความทันสมัยโปร่งใส ไม่สร้างปัญหาและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ขอบคุณหน่วยขึ้นตรงกลาโหมและทุกเหล่าทัพในการร่วมกันแก้ไขปัญหา โควิด-19 ที่ดำรงความต่อเนื่องในการสนับสนุนแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด และขอให้เตรียมความพร้อมสนับสนุนในการกระจายวัคซีนในช่วงปลายปี 2564 เพื่อกระจายไปสู่ประชาชนให้เร็วที่สุด จึงขอให้เตรียมขยายขีดความสามารถโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอยของทหารให้พร้อมรองรับผู้ป่วยในทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้หน่วยขึ้นตรงกลาโหม เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) สนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้องในการดำเนินงานด้านความมั่นคง และเปิดเผยสิ่งที่ต้องเปิดเผยให้กับสังคมประชาชน และการเมืองในกลไกรัฐสภา เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ไม่ให้เกิดช่องว่างของการนำข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนนำไปบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคคลองค์กร และขยายนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการที่กระทำแล้วส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความเสียหายต่อองค์กร ขอให้ดำเนินการติดตามและลงโทษเอาผู้กระทำผิดตามกฎหมายมาลงโทษ&amp;rdquo;พล.ท.คงชีพ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภากลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61261bef1de11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นายกฯ’ของขึ้น ชี้ไม่ได้เสวยสุข! คิดแก้ศก.ตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ของขึ้น ให้สัมภาษณ์ 2 ครั้งเรื่องเศรษฐกิจทั้งหลังประชุม กห.และ ก.ตร. โวยไม่ได้เสวยสุข คิดเรื่องแก้ไขตลอดเวลา วอนการเมืองเพลาๆ บ้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่น &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ชี้ไทยแค่เป็นไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมว่า ไม่อยู่ประเทศไทยมาหลายวัน เพราะเดินทางไปทำงานให้กับประเทศชาติที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งขณะนี้ให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยจากการที่ได้หารือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน หรือแม้แต่เกาหลีใต้ มีหลายอย่างที่เป็นประเด็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ และมีผลกระทบต่อสงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลต่อการตลาดของไทยด้วย ซึ่งในหลายประเทศก็มีวิธีการแก้ไขปัญหาเป็นของตัวเอง และมีความแตกต่างในเรื่องการปกครอง รวมถึงอำนาจของรัฐบาล ในขณะที่ไทยเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในวันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจในทุกมิติ อยากให้ทุกฝ่ายอย่าสร้างความขัดแย้ง เพราะจะทำให้ความเชื่อมั่นหายไป ทุกวันนี้ทุกประเทศยังเชื่อมั่นไทยอยู่ แต่สิ่งที่ห่วงอย่างเดียวคือเรื่องการเมือง อยากให้ระมัดระวังและลดการกระทบกระทั่งให้มากที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า รัฐบาลไม่หยุดคิดเรื่องเศรษฐกิจ เราไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเสวยสุขอย่างที่ใครว่ามา และไม่เคยมีความสุขเลยตราบใดที่ไทยยังเป็นแบบนี้อยู่ คิดว่าทุกคนที่เป็นนักการเมืองก็คิดแบบตนเอง เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง อย่ามาทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่า สถานการณ์ในปัจจุบันอาจมีปัญหาอยู่บ้าง ทุกคนก็ทราบดี ซึ่งก็กำลังแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจอยู่ ถือเป็นสิ่งเร่งด่วนและสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทยในวันนี้ อีกทั้งทุกประเทศทั่วโลกก็กำลังทำกันอยู่ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ โดยนโยบายของรัฐบาลนี้ หลายอย่างออกไปแล้ว ก็ขอให้ติดตามด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าถึง แต่จะให้ทุกคนได้รับประโยชน์มากที่สุดก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด ก็ต้องทยอยดำเนินการไปให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้รัฐ เอกชน ประชาชน ต้องร่วมมือทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นแก้ไขอะไรไม่ได้เลยสักอัน ไม่ว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาก็ทำไม่ได้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันก็มีความขัดแย้ง บิดเบือนต่างๆ มันก็แก้ไม่ได้ ปัญหาเรามีหลายร้อยปัญหา ถ้าเราทยอยแก้ไปตามลำดับ เดี๋ยวมันก็แก้ได้หมดเอง อย่าไปสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา เท่านั้นเอง&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น สื่อมวลชนไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับนโยบายหรือการทำงานของรัฐบาล ซึ่งคาดว่านายกฯ ยังอารมณ์ค้างและเกิดอาการไม่พอใจ โดยเฉพาะกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ไม่ยังหดตัว แค่เติบโตชะลอลงเท่านั้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าที่กระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจไทยตอนนี้เหมือนกำลังมีไข้ ไข้ขึ้น ต้องให้ยาไปก่อน ต้องรักษาให้ดีที่สุด ไม่ให้ทรุดลงไปกว่านี้ และอักเสบ การอักเสบคราวนี้จะยากไปอีก จะเห็นว่าชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ทยอยออกมา มีการคิดอย่างรอบคอบ ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์เต็มที่ การช่วยต้องช่วยทุกภาคส่วน เศรษฐกิจถึงจะหมุน ไม่ได้บอกว่าช่วยแต่ภาคเกษตร ช่วยแต่ผู้ประกอบการ วันนี้รัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ และมองเป้าหมายชัดเจนระยะยาวต้องการทำอะไร ภาคการเงินจะมีส่วนสนับสนุนในการยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สศค.ประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในไตรมาส 4/2562 จะขยายตัวได้ 3.2% บวกลบ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปีเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 2.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงจะปรับคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีในปี 2562 อีกครั้งในเดือน ม.ค.2563 โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ต้องจับตาแนวโน้มตัวเลขการส่งออกของไทย ซึ่งยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงนอกประเทศ ทั้งปัญหาการกีดกันทางการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่ควบคุมได้ยาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์ภาคส่งออกในช่วงที่เหลือของปีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป้าหมายจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 2.8% ดังนั้นหากต้องการให้จีดีพีเติบโตได้ตามเป้าหมาย ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 ต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% แต่หากจีดีพีขยายตัวที่ 2.6% ไตรมาส 4/2562 ต้องขยายตัวได้ 2.5% โดยภาพรวมเศรษฐกิจ 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เติบโตได้ที่ระดับ 2.5%&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา โดยจะทำให้เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ดีขึ้น อยู่ที่ 2.6-3% ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาเซียน, การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ, ประชุมสภากลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfccef00484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นซ้ำรอยปี52!กลาโหมเข้มความปลอดภัยประชุมผู้นำอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมสภากลาโหม เมื่อ 28 ม.ค.62 ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และรมว.กห. ได้กำชับ ขอให้ทุกเหล่าทัพสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน ในปี 2562 อย่างเต็มกำลัง ซึ่งจะมีผู้นำระดับสำคัญของหลายประเทศเข้าร่วมประชุม และมีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับการประชุมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ กว่า 180 การประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยย้ำให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความมั่นคง และความปลอดภัยของผู้นำหรือผู้แทนประเทศต่าง ๆ ระหว่างพำนักในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และขอให้ร่วมกันรณรงค์การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้ตระหนักและนำบทเรียนในอดีต มาพัฒนาปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์และไม่ให้เกิด ข้อผิดพลาด กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27702</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, ประชุมสภากลาโหม, สภากลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb1f59b57f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งจับตาผู้เห็นต่างเคลื่อนไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.61-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมฝ่ายความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตำรวจทุกจังหวัด รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่ อุดรธานีและสงขลา ผ่านระบบทางไกล ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เพื่อเตรียมความพร้อมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสังคม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้ขอบคุณทุกส่วนราชการ ที่เตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญกับแผนบูรณาการฯดังกล่าว พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกส่วนราชการ ตื่นตัวและให้ความสำคัญกับมาตรการด้านการข่าว เฝ้าระวังการก่อวินาศกรรมและป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด จากกลุ่มหัวรุนแรงและเห็นต่าง ที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะศูนย์กลางระบบขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำและอากาศ รวมทั้งจุดเสี่ยงอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จัดงานที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมระดับพื้นที่โดยมีแผนเผชิญเหตุและการซักซ้อมร่วมกัน &amp;nbsp;มีการหมุนเวียนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ ศปถ.ในทุกระดับ ต้องถือเป็นหน้าที่และจริงจังในการนำข้อมูลทางสถิติและปัจจัยเสี่ยงระดับพื้นที่ที่ผ่านมา ไปบริหารงานและปรับแก้ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ &amp;nbsp;พร้อมทั้งเตรียมชุดปฏิบัติงานเร่งด่วน ตอบสนองการแจ้งเหตุจากประชาชน &amp;nbsp; พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ สตช.เพิ่มความถี่การตรวจ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายจราจรและมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุตามคำสั่งคสช.อย่างเคร่งครัด โดยตำรวจทางหลวงรับผิดชอบในเส้นทางสายหลัก &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบในเส้นทางสายรองและให้ความสำคัญกับการทำงานของด่านชุมชน โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน &amp;nbsp;ซึ่งทุกด่านตรวจต้องใช้คำพูดสุภาพ วาจาเป็นมิตรและต้องไม่มีการเรียกรับส่วยโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กำชับให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมแผนด้านการตอบสนองหลังการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที &amp;nbsp;ทั้งนี้ขอให้ทุกส่วนราชการการประสานความร่วมมือกับสื่อมวลชน ร่วมประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้และรณรงค์การมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ &amp;nbsp;เป็นเทศกาลแห่งความสุข ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อบังคับการจราจร, ความเคลื่อนไหวทางการเมือง, ประชุมสภากลาโหม, ผู้เห็นต่าง, พล.ท.คงชีพ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลดอุบัติเหตุ, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac1cea210404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
