<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ขัดแย้งกม.ทำสภาล่ม/‘พี่ศรี’ร้องปปช.เชือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชวน&amp;quot; ยืนยันสภาครบองค์ประชุม แต่สภาล่มเพราะ ส.ส.ขัดแย้ง ขัดแย้ง กม.วัตถุอันตราย จึงไม่ยอมแสดงตน&amp;nbsp; &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ฉับไวจ่อร้อง ป.ป.ช.เชือด 277 ผู้แทนฯ ยันเป็นความผิดร้ายแรง&amp;nbsp; &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ตามราวีไม่เลิก จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ฌาปนกิจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นะจ๊ะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนว่า ยืนยันครบองค์ประชุม ต้องขอบคุณสมาชิกส่วนใหญ่ยังร่วมมือกันในการทำงาน แต่ในตอนหลังที่ตรวจสอบองค์ประชุม ความจริงแล้วสมาชิกอยู่กันในห้อง บางคนอยู่นอกห้อง แต่ทราบว่าเขามีปัญหาเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตรายที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กำลังพิจารณาอยู่ ซึ่งมีความเห็นขัดแย้งกับสมาชิก จึงหาข้อยุติไม่ได้ว่าจะถอนหรือลงมติ ในที่สุดสมาชิกส่วนหนึ่งก็คิดว่าจะให้กลับไปทบทวนร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงไม่แสดงตน เพราะเกรงว่าลงมติแล้วจะมีปัญหา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้แก้ต่างแทน ส.ส.ทั้งหมดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในที่ประชุม แต่ไม่ได้กดบัตรแสดงตน เพราะอาจจะเจตนาไม่ให้มีการลงมติในมาตรา 6&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีที่ไม่กดบัตรแสดงตนจะเข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ นายชวนตอบว่า สภาก็ต้องตรวจสอบ และยอมรับในการตรวจสอบ อะไรที่มีปัญหาว่าไม่ถูกต้อง ตนเห็นด้วยว่าจะต้องช่วยกันตรวจสอบ แต่ในเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เรามีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด จึงได้ให้ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรดูทุกวัน ถึงได้ทราบว่ามีใครในสภาติดโควิดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมโทรศัพท์คุยกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เลขาธิการสภาฯ ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือในทุกจังหวัดในพื้นที่ที่มีปัญหา ว่าขอให้ความสะดวกกับสมาชิกที่จะมาประชุม ไม่ทำอะไรที่เป็นการกักตัวสมาชิก ทุกเรื่องที่มีปัญหาก็จะคลี่คลายให้ได้ทั้งหมด เพราะเราเสียเวลาเฉพาะ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายไปหลายสัปดาห์แล้ว หากไม่ประชุมเราก็ทำงานอย่างอื่นได้ แต่เมื่อประชุมแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็เสียเวลา คิดว่าผู้เสนอกฎหมายคือรัฐบาลคงไปทบทวน และถ้ายืนยันสัปดาห์หน้าก็คงจะได้ลงมติ&amp;rdquo; ประธานสภาฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สอบถามถึงการที่สภายังให้แรงงานก่อสร้างทำงาน ทั้งที่ ศบค.มีคำสั่งห้าม ว่า ได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯตรวจสอบและรายงานมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะเราต้องพยายามปฏิบัติและยึดตามมาตรการที่รัฐบาลออกมา อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องจัดการแก้ไขให้ถูกต้อง และว่าไปตามกฎหมาย ดังนั้นอย่าไปทำผิดระเบียบแบบแผนที่เขากำหนดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สภาไม่ได้ล่มบ่อย สมัยประชุมนี้เพิ่งล่มครั้งแรก เราต้องเข้าใจ เพราะมีเหตุโควิด แม้สภาจะบอกไม่ต้องกลัวเพราะมีมาตรการ แต่ถ้า ส.ส.เขากลัวก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าหากเป็นเหตุผลกลัวโควิด จะส่งผลกระทบต่อกฎหมายสำคัญของรัฐบาลหรือไม่ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 65 นายวิษณุกล่าวว่า ก็ต้องคอยดูกันต่อไป มีเหตุตรงไหนก็ป้องกันตรงนั้นไปสักระยะหนึ่ง เมื่อดูแล้วว่าไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มคนจะได้วางใจ ส่วนกฎหมายงบประมาณ 65 ยังไม่กังวลเพราะอีกนาน คงไม่รอไปถึงจนครบ 105 วัน แต่ก็ยังมีกฎหมายที่สำคัญกว่านั้น เช่นกฎหมายที่ต้องประชุมร่วมรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กฎหมายดังกล่าวถือเป็นกฎหมายการเงินถ้าลงมติแล้วไม่ผ่านกระทบรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ไม่กระทบ เพราะผ่านวาระหนึ่งมาแล้ว ถ้าจะกระทบคือตกไปตั้งแต่วาระหนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่เป็นมารยาทและธรรมเนียมที่ถือมา เหมือนกรณีถ้าสภาไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ต้องหาทางออก เช่น ลาออกหรือยุบสภา เหมือนที่ประเทศอังกฤษและประเทศไทยยึดถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า อันเนื่องมาจากมี ส.ส.เข้าร่วมประชุมไม่ครบในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย เมื่อมีการตรวจสอบองค์ประชุมพบว่ามี ส.ส.มาแสดงตนแค่ 206 คน จาก 483 คน โดยมี ส.ส.จำนวน 277 คนไม่แสดงตนนั้น ถือว่าเป็นเหตุร้ายแรงที่สังคมไทยไม่ควรปล่อยให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติแต่ชื่อเหล่านี้กินเงินภาษีของประชาชนโดยไม่ยอมทำงานตามหน้าที่ต่อไปได้ เป็นเหตุให้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ทำให้สภาเสื่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเป็นพฤติการณ์ที่ขัดหรือแย้งต่อหน้าที่ของตนตามที่ได้ปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.115 จึงถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรง ประกอบข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ 2563 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.128 และ ม.219 วรรคสอง บัญญัติไว้ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำรายชื่อ ส.ส.ทั้ง 277 คน ไปยื่นร้องในวันศุกร์ที่ 2 ก.ค. ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี เพื่อให้ ป.ป.ช.ทำการสอบสวนชี้มูลความผิด เพื่อส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำโลงศพจำลองที่มีภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมป้ายผ้าข้อความ &amp;ldquo;รัฐสภาตายแล้ว&amp;rdquo; มาจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ฌาปนกิจ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐสภา หลังจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์สภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ รวมถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถแก้ปัญหาโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจจนมีคนมีคนตายรายวัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เหตุการณ์สภาล่มเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. อยากเตือนว่าการล่มด้วยฝีมือ ส.ส.เอง อาจจะฟื้นได้ แต่หากเกิดวิกฤติศรัทธาจากประชาชน สภาจะล่มสลายแบบหมดสภาพ หมดความหมาย ไม่มีคุณค่าอะไรเลย ส.ว.วันนี้ ไร้ประโยชน์ ยิ่งน่าเสียดายที่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ในวันที่ประชาชนต้องการให้ ส.ส.ช่วยพวกเขามากที่สุด แต่พวกท่านกลับทำตัวขี้ขลาดตาขาว สร้างอุปาทานหมู่ แบบสร้างเองกลัวกันเอง เรามาส่งสัญญาณเตือนบรรดา ส.ส.ว่าประชาชนผิดหวังจาก ส.ว.มาแล้ว แต่ ส.ส.กลับมาสร้างความผิดหวังซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ นะจ๊ะ หากรู้ตัวเองว่าไม่มีความสามารถ นอกจากจะไม่ยอมลาออกแล้ว วันๆ มีแต่ข่าวร้ายให้กับประชาชน สร้างความหวาดกลัวจนประชาชนไม่มีทางออก โดยเฉพาะหลักคิดกระจายโควิดไปต่างจังหวัดถือว่าเลวร้ายมากที่สุด พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยพูดว่า จะไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ควรทำตามสัจวาจา ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อไม่สามารถหยุดยังความเลวร้ายได้ ท่านจะเป็นผู้แทนฯ ไปทำไม ถ้าไม่ออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อยากเป็นแค่นักเลือกตั้ง คงไม่ประสบความสำเร็จ พอกันที สำหรับนักแสดงและโรงละครโรงใหญ่ การอยู่ในห้องประชุมแต่ไม่กดบัตร เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าขี้ขลาดก็ไม่ควรมาเป็น ส.ส. วันนี้เรามีสภาที่ใหญ่ที่สุด แต่ใจพวกท่านเล็กกว่าขามด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวอีกว่า วันนี้ยังดีที่มีสภาให้ล่ม แต่วันหน้าระวังจะมีคนมาล่มสภา ขอเตือนสติไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าท่านหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น วันที่ 3 ก.ค. ประชาชนอย่ากลัวโรคระบาด ให้ใส่หน้ากากอนามัยมากัน ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือมิคสัญญี ลักวิ่งชิงปล้นจนเกิดกลียุค ในวันข้างหน้าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯ และรัฐสภายังมีสภาพเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทางกลุ่มไทยไม่ทนฯ และกลุ่มรามคำแหงฯ ได้มีการวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่ารัฐสภาและ พล.อ.ประยุทธ์ตายแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.วัตถุอันตราย, ขัดแย้ง กม.วัตถุอันตราย, ประชุมสภา, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, สภาผู้แทนราษฎร, สภาล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67b75812a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โถ!ส.ส.กลัวโควิดล่มสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สภาล่มหลังผู้ทรงเกียรติแสดงตนไม่ครบองค์ประชุม เหตุกลัวโควิดสุดขีด หายทั่วหน้าทุกพรรค พปชร. 111 คน เพื่อไทย 62 คน ภูมิใจไทยเกือบยกพรรค ส่วนก้าวไกลเอากับเขาด้วยล่องหนไป 14 คน แต่ไม่วายให้รัฐบาลรับผิดชอบเพราะเป็นเจ้าของกฎหมาย จ่อติดประกาศรายชื่อ ส.ส.ประจาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้หารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความกังวลถึงปัญหาการระะบาดของโควิด-19 และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ รวมถึงปัญหาการหละหลวมต่อมาตรการตรวจสอบป้องกันเชื้อโควิดในบริเวณอาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.กิจการสภาหารือมาตรการการควบคุมตรวจสอบบุคคลที่ติดเชื้อโควิด-19 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า บริเวณทางเข้าอาคารรัฐสภาชั้น B2 ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ไม่มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไม่มีแม้แต่การตรวจบัตร ใครก็สามารถเดินเข้ามาได้อย่างสบาย ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะโควิด-19 กำลังระบาดที่รัฐสภาเป็นอย่างมาก มีบุคลากรติดโควิดหลายราย ดังนั้นควรมีการสั่งการให้ดำเนินการโดยด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายชวนกล่าวขอบคุณทุกคนที่ช่วยเป็นหูเป็นตา และขอให้เลขาธิการสภาสั่งให้ดำเนินการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย หารือว่าปัญหาความเดือดร้อนในการปฏิบัติงานของ ส.ส. เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีการประกาศกักกันตัว ส.ส. อยากให้สภามีข้อชี้แจงให้ชัดเจนว่าประธานได้ทำความตกลงในหลักการกับ ศบค.เรียบร้อยถึงการยกเว้นข้อกำหนด เช่น การประชุม 20 คน และยังมีข้อกำหนดที่ 7 ระบุชัดว่า กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งกำหนดเงื่อนไขคนที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยเฉพาะ กทม.ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ศบค.กำหนด ซึ่งการตรวจคัดกรองต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงขอให้ประธานแจ้งไปยัง ศบค.เพื่อแจ้งให้แต่ละจังหวัดทราบว่าจะกักตัว ส.ส.ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า เงื่อนไขที่ขออนุญาตไปเพื่อให้การประชุมเป็นไปโดยชอบ จึงให้สภาทำเรื่องไปหารืออีกครั้ง และ ศบค.ได้ตอบอนุมัติมาแล้วให้ประชุมตลอดสมัยประชุม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขออนุมัติใหม่ แต่เพื่อความมั่นใจตนได้โทรศัพท์ไปหาเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยตรงก็ได้รับการยืนยันเช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากสมาชิกสามารถให้ความร่วมมือร้อยทั้งร้อย เช่น สวมหน้ากาก ทุกครั้งที่ผมไปบรรยายที่ไหนก็จะพูดแต่สิ่งที่พวกเราทำให้ดูเป็นตัวอย่างในการควบคุม ป้องกันการติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากอย่างไม่มีข้อบกพร่อง ทุกอย่างเวลาจะทำอะไรก็ขอคำปรึกษาจากกรมควบคุมโรคทุกครั้ง ขอให้สมาชิกมีความมั่นใจว่าที่นี่ปลอดภัย แต่ที่ห่วง ส.ส.ที่หนีไม่พ้นไปสัมผัสคนตามงานศพ งานต่างๆ ผมก็ไปเกือบทุกวัน แต่ก็ระวังทุกฝีก้าว ป้องกันไม่ให้ติดเสียเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นว่าสถานการณ์หนักรุนแรงก็จะหารือกับ 3 ฝ่ายเพื่อหาความเห็นร่วมกันเพื่อเลื่อน หรือพักการประชุมออกไป ผมก็ยินดีทำตาม แต่ตอนนี้ยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ เราก็ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด คนอื่นเสี่ยงกว่าเราเขาก็ยังต้องทำงาน จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจ&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.... ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากครั้งที่ผ่านมา โดยนายชวนได้สั่งให้ที่ประชุมได้ลงมติมาตรา 6 ของร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งก่อนออกเสียงลงคะแนน ได้กดออดเรียกสมาชิกให้แสดงตน ปรากฏว่าสมาชิกมาแสดงตนไม่ครบ จนต้องสั่งพักการประชุมชั่วคราว กระทั่งเปิดประชุมอีกครั้ง ก็กดออดเพื่อให้สมาชิกแสดงตนซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า เมื่อพักการประชุมมีโอกาสคุยกับเจ้าหน้าที่ ทาง อย.ต้องการกฎหมายฉบับนี้ เรียนว่าเป็นกฎหมายของรัฐบาล ไม่ใช่ของฝ่ายค้าน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้พอสมควร ฉะนั้นจึงอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เดินไปดูที่หน้าจอแสดงผลของเจ้าหน้าที่ มีสมาชิกแสดงตนเพียง 190 กว่าคน ขาดสมาชิกอีก 50 คน กฎหมายนี้เป็นกฎหมายของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่เอา ตนไม่เอาก็ได้ ขอให้ท่านประธานปิดการประชุม ไม่พอก็คือไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ห่วงกฎหมาย เพราะอย่างไรก็ต้องเข้ามาอีก แต่กลัวเพื่อนๆ ส.ส.จะสอบตก ตนจะให้โอกาสจนถึงนาทีสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.57 น. นายชวนได้ปิดการแสดงตน ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนเข้าร่วมประชุม 206 คน ซึ่งตามข้อบังคับต้องมีองค์ประชุม 242 คน ดังนั้นองค์ประชุมไม่ครบ จึงขอปิดการประชุมในเวลา 11.58 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรองค์ประชุมไม่ครบ จนทำให้การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. ... ที่เสนอโดยรัฐบาลไม่สามารถพิจารณาต่อได้ เนื่องจากต้องปิดการประชุมนั้น พบว่า จากการเช็กชื่อมี ส.ส.ในฝั่งรัฐบาลไม่ยอมแสดงตนจนสภาล่ม ดังนี้ พรรคพลังประชารัฐ มีผู้แสดงตน 9 คน ไม่แสดงตน 111 คน พรรคภูมิใจไทย มีผู้แสดงตน 8 คน ไม่แสดงตน 53 คน พรรคประชาธิปัตย์ มีผู้แสดงตน 37 คน ไม่แสดงตน 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา มีผู้แสดงตน 5 คน ไม่แสดงตน 9 คน พรรคท้องถิ่นไท มีผู้แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคไทรักธรรม พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังชาติไทย และพรรคพลังปวงชนไทย แสดงตนทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเล็กที่ไม่ยอมแสดงตน ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ นางนันทนา สงฆ์ประชา พรรคประชาภิวัฒน์ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล พรรคพลังไทยรักไทย และนายระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพรรคฝ่ายค้าน พบว่า พรรคเพื่อไทย มีผู้แสดงตน 72 คน ไม่แสดงตน 62 คน พรรคก้าวไกล แสดงตน 39 คน ไม่แสดงตน 14 คน พรรคเสรีรวมไทย แสดงตน 6 คน ไม่แสดงตน 4 คน พรรคประชาชาติ แสดงตน 4 คน ไม่แสดงตน 3 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ แสดงตน 3 คน ไม่แสดงตน 3 คน พรรคเพื่อชาติ แสดงตน 1 คน ไม่แสดงตน 4 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่ามี ส.ส.หลายคนอยู่ในห้องประชุม และบางคนได้หารือในห้องประชุมด้วย แต่ไม่ยอมแสดงตนก่อนลงมติ อาทิ พรรคพลังประชารัฐ ได้แก่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.&amp;nbsp; น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคภูมิใจไทย อาทิ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รวมถึงนายมงคลกิตติ์ และ นพ.ระวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าว การที่สภาฯ ล่ม เป็นการละเลยต่อการทำหน้าที่ ไม่ให้ความสำคัญของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ทุกวันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งเรื่องการประกาศกึ่งล็อกดาวน์ การเลื่อนฉีดวัคซีน ในสภา ส.ส.ฉีดวัคซีนไปแล้ว ส.ส.มีหน้าที่ต้องพิจารณากฎหมาย ออกกฎหมาย มีพ.ร.บ.สำคัญต้องพิจารณา การที่สภาล่มในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนให้อภัยไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับที่.... พ.ศ. ... ได้มีสมาชิกมาลงชื่อทั้งหมด 346 คน แต่ในช่วงขณะที่มีการพิจารณาร่างมาตรา 6 ได้มีการนับองค์ประชุมได้ 206 คน จึงส่งผลให้องค์ประชุมสภาไม่ครบ ซึ่งกฎหมายที่เข้าสู่สภามีความสำคัญ ถ้า ส.ส.คิดว่าไม่สำคัญ นี่คือความคิดในฐานะตัวแทนประชาชนที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ดังนั้นสภาเตรียมจะติดประกาศเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของพวกเขา ว่าใครแสดงตน ใครไม่แสดงตน หรือมาแล้วไม่แสดงตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันเดียวกัน วิปพรรคพลังประชารัฐได้ส่งข้อความในแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม ส.ส.ของพรรคว่า &amp;ldquo;เรียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ค.64 จะมีการประชุมวาระปกติของสภาผู้แทนราษฎร เวลา 09.30 น. วาระการประชุม หารือ กระทู้สด?ทั่วไป รายงาน? พรุ่งนี้ขอให้พวกเราช่วยกันมาประชุมกันปกตินะครับ เพราะถ้าไม่มาฝ่ายค้านนับองค์และจะตีเราแน่นอนครับผม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ตรวจพื้นที่ห้องอาหาร บริเวณชั้น 1 ภายในอาคารรัฐสภา ฝั่ง ส.ส. ภายหลังจากทราบว่ามีแม่ค้าขายอาหารติดโควิด-19 โดยได้มีการพูดคุยสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารด้วย ทั้งนี้ นายศุภชัยระบุว่า มั่นใจว่าจะไม่ใช่คลัสเตอร์ใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ที่มี ส.ว.ติดโควิด 1 คนก็ติดมาจากข้างนอก และท่านไม่ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมา ส่วนคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ได้รับการตรวจหาเชื้อและกักตัวเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าแม่ค้าร้านโจ๊กในโรงอาหารอาคารรัฐสภา ติดเชื้อโควิด-19 โดยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ทราบว่าแม่ค้าร้านโจ๊กติดเชื้อโควิดจากสามี และได้ให้ปิดร้านเป็นเวลา 14&amp;nbsp; วัน รวมทั้งร้านที่ติดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่าข้าราชการสภาติดเชื้อโควิดด้วยนั้น ทราบผลตรวจว่าเป็นลบ แต่เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง เพราะสามีติดโควิด จึงให้ข้าราชการคนดังกล่าวกักตัวดูอาการต่อไป ทั้งนี้ ตนไปตรวจความเรียบร้อยในโรงอาหารหลังจากให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเมื่อช่วงเช้า (30 มิ.ย.) แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลัวโควิด, กลัวโควิดสุดขีด, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, สภาล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f266ad2697.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธาน กมธ.กิจการสภาฯ กำชับทุกฝ่ายปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขเคร่งครัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค.64 ที่จะถึงนี้ว่า เท่าที่สอบถาม ส.ส.หลายคนมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิดในพื้นที่ กทม.ที่รุนแรงมากขึ้น พบการติดเชื้อที่รวดเร็วในวงกว้าง มีข้อมูลทางการแพทย์ว่าอาจเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเชื่อว่ามีผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการและไม่ได้รับการตรวจอีกเป็นจำนวนมาก ในฐานะประธาน กมธ.กิจการสภาฯ พยายามประสานงาน และกำชับให้ ส.ส.และผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และเคร่งครัด เพื่อให้การทำงานของสภาฯ ทั้งในส่วนของการประชุมสภาฯ และการประชุมของ กมธ.ดำเนินไปได้โดยไม่ก่อปัญหาหรือสร้างคลัสเตอร์ใหม่ขึ้นมา ส่วนที่ระบุว่า ส.ส.บางพรรคจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯนั้น ก็เป็นเพียงการให้ข้อมูลตามที่ได้พูดคุยสอบถามถึงข้อกังวลเป็นการภายในเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนเป็นผู้แทนฯ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการประชุมสภาฯได้ เพราะเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการติดตามและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ดีการประชุมหรือการดำเนินภารกิจใดๆในสภาฯขณะนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ต้องไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำเติม เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นนอกเหนือจากการดูแลตัวเองตามมาตรการทางสาธารณสุขแล้ว ยังต้องกำชับและขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในการปฏิบัติตามมาตรการของทางรัฐสภาอย่างเคร่งครัดด้วย&amp;rdquo; นายอนันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีออกคำสั่งเลื่อนประชุม กมธ.กิจการสภาฯออกไปอย่างน้อย 30 วันหรือจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายลงนั้น ก็เป็นเพียงการเลื่อนเพื่อพิจารณาตามสถานการณ์ และทบทวนมาตรการของทางสาธารณสุขในการคัดกรองผู้เข้าร่วมประชุม โดยต้องตรวจสอบความพร้อมของ กมธ.และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องการตรวจเชื้อ และการรับวัคซีน เป็นต้น รวมทั้งให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำงานในสภาฯ ไม่เพียงแต่ถามความเห็นของ ส.ส.เท่านั้น เราต้องคำนึงถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ชี้แจงด้วย หากทุกฝ่ายมีความมั่นใจ และเห็นตรงกันว่ามีความพร้อม ยืนยันว่า กมธ.กิจการสภาฯก็จะนัดประชุมทันที&amp;rdquo; นายอนันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, อนันต์ ผลอำนวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b8484d7a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยหนูยอมสยบบิ๊กตู่ ไม่กล้ามีปัญหากับผู้บังคับบัญชา/เรืองไกรซบพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กมธ.งบประมาณ 2565 นัดประชุมนัดแรก 4 มิ.ย.นี้ อึ้ง! สัดส่วน พปชร.มีทั้ง &amp;ldquo;เรืองไกร-ปารีณา&amp;rdquo; ส่วนก้าวไกลเขี่ย &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ทิ้งแล้ว &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ยันไม่กล้ามีปัญหากับผู้บังคับบัญชาแน่นอน เด็กภูมิใจไทยยันทำหน้าที่สมบูรณ์ พร้อมวิพากษ์เพื่อแนะนำไม่ใช่ทำให้พินาศ เพื่อไทยมาแปลกอาสาทำหน้าที่แก้ปัญหายามวิกฤติ ยก &amp;ldquo;สึนามิ-ไข้หวัดนก&amp;rdquo; ทำสำเร็จมาแล้ว &amp;ldquo;วิรัช&amp;rdquo; รับเรืองไกรเป็นสมาชิกพรรคมาเป็นเดือนแล้ว เชื่อมีเซอร์ไพรส์อีกแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิ.ย. ยังคงมีความต่อเนื่องหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการในวาระแรกของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนน 269 ต่อ 201 เสียง งดออกเสียง 2 และได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เต็มคณะจำนวน 72 คน
ทั้งนี้ รายชื่อที่สร้างความน่าสนใจอยู่ที่สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวน 13 คน มีชื่อของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) อยู่ด้วย โดยเขาเคยเป็นเลขานุการคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ในสัดส่วนพรรค พท. กับมีชื่อของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ นอกจากนั้นในรายชื่อของ กมธ.ส่วนใหญ่ก็เป็น ส.ส.ของกลุ่มนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)&amp;nbsp; รวมทั้งคนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขณะเดียวกัน สัดส่วน กมธ.ของพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; (ก.ก.) จำนวน 6 คน กลับไม่ปรากฏชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าแต่อย่างใด เพราะปกติใน กมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณปี 2563 ที่มีจำนวน 64 คน และ กมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณปี 2564 ที่มีจำนวน 72 คน จะมีชื่อนายธนาธรทุกคณะ
สำหรับการประชุม กมธ.นัดแรกเพื่อวางกรอบการทำงานและเลือกประธานได้นัดประชุมในวันที่ 4 มิ.ย.นี้&amp;nbsp; ณ ห้องประชุมงบประมาณ (สถ.) ชั้น 4 โซนกลาง&amp;nbsp; อาคารรัฐสภา
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม? ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีไม่ได้กดโหวตลงคะแนนรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565? ว่า ขณะลงคะแนนเกิดความสับสนในรายชื่อ กมธ.ในสัดส่วนพรรค&amp;nbsp; จึงวุ่นวายอยู่กับการแก้ไขข้อมูลจนไม่ได้กดโหวต ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ลงคะแนน ซึ่งได้ชี้แจงเหตุผลให้ พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา? นายกฯ และ รมว.กลาโหม?ทราบแล้ว ซึ่งนายกฯ เข้าใจดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวยืนยันถึงงบประมาณปี 2565&amp;nbsp; ของกระทรวงว่า มีเพียงพอในการดูแลประชาชนได้&amp;nbsp; เพียงแต่ในปี 2565 อาจต้องชะลอการก่อสร้างอาคาร โครงการต่างๆ ไว้ก่อน เพื่อนำงบประมาณมาใช้กับการซื้อวัคซีนและดูแลปัญหาโควิด-19
เสี่ยหนูลั่นไม่มีปัญหา
&amp;ldquo;ผมกับนายกฯ ไม่มีปัญหากัน เพราะไม่กล้ามีปัญหากับผู้บังคับบัญชาแน่นอน&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง&amp;nbsp; พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกพรรค ชี้แจงถึงกรณีพรรคลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ&amp;nbsp; 2565 วาระแรก ทั้งที่ ส.ส.พรรคอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า การวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติหรือรัฐบาลรู้ข้อบกพร่องและนำไปแก้ไข ไม่ใช่วิจารณ์เพื่อทำลายใคร และหากไม่ลงมติรับหลักการ และร่างงบประมาณตกไปนั้น รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ต้องให้สำนักงบประมาณพิจารณากันใหม่ ซึ่งกว่าจะเสนอวาระแรกต่อสภาอีกครั้งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนแน่นอน ดังนั้นกว่าจะได้ใช้งบประมาณ&amp;nbsp; 2565 ก็ไม่น่าเร็วกว่าเดือน มี.ค.65 ซึ่งเข้าสู่ไตรมาสที่&amp;nbsp; 2 แล้ว และหากใช้งบปี 2564 ไปพลางๆ ก่อนก็จะไม่มีงบลงทุนจากรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นผลดี และยังไม่มีงบสำหรับบริหารสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการทำหน้าที่ผู้แทนก็มีหน้าที่วิพากษ์เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่วิพากษ์เพื่อนำไปสู่ความพินาศ
นายภราดรยังกล่าวถึงการประชุม กมธ.นัดแรกว่า จะเสนอชื่อนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าดำรงตำแหน่งรองประธาน กมธ.เพราะอาวุโสสูงสุด ส่วนการพิจารณาขอเพิ่มงบของ สธ.ในชั้น กมธ.นั้นค่อนข้างลำบาก เพราะ ส.ส.ไม่สามารถแปรญัตติเพิ่มงบประมาณได้ หน้าที่ของ กมธ.คือปรับลดได้เท่านั้น
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรค ภท.กล่าวเช่นกันว่า สาเหตุที่ไม่คว่ำร่างงบประมาณฉบับนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงมิติการเมือง แต่ต้องพิจารณาถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย จึงเชื่อว่า ส.ส. ไม่ว่าจะฝั่งใดก็ต้องทำหน้าที่ในการเสนอความเห็น ชมบ้างติติงบ้างแล้วแต่ประสบการณ์และความคิดเห็น&amp;nbsp; และยืนยันว่าการแสดงความเห็นในสภาเป็นสิ่งที่ ส.ส. พึงกระทำ เพื่อให้ผู้ยื่นกฏหมายและรัฐบาลได้รู้ข้อบกพร่องและนำไปปรับปรุง
&amp;quot;วันที่ 27 พ.ค.มีพระราชกำหนดที่เสนอโดยรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลให้ข้อเสนอแนะ ตำหนิ หลากหลาย แต่สุดท้ายก็อนุมัติให้ความเห็นชอบด้วยกัน คำถามคือแบบนี้เรียกละครโรงใหญ่เหมือนกันไหม&amp;nbsp; เพราะหาก พ.ร.ก.ตกไปตามมติสภา ก็มีผลเหมือนร่างงบประมาณตกไปเช่นกัน และแปลกใจที่พอตัวเองทำบอกเพื่อชาติ พอคนอื่นทำบอกเล่นละคร ผมยืนยันว่าการแสดงความเห็นในสภาเป็นสิ่งที่ ส.ส.พึงกระทำ&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้ยื่นกฏหมายได้รู้ข้อบกพร่องและนำไปปรับปรุง ดีกว่าไม่แม้แต่แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะในขณะที่มีโอกาส แล้วคอยมาหาเศษหาเลยมาสร้างวาทกรรมสวยๆ&amp;quot; นายสิริพงศ์กล่าว
เพื่อไทยโอ่อภิปรายได้สมราคา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; กล่าวว่า พรรคพอใจการทำหน้าที่ของ ส.ส.พรรคในครั้งนี้ ที่ได้ช่วยกันพยายามชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์ ไร้ประสิทธิภาพ บริหารประเทศผิดพลาดบกพร่อง ล้มเหลวซ้ำซากมาตลอด 7 ปี ขณะที่รัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ จำนนต่อข้อเท็จจริง ตอบไม่ได้ไปไม่เป็น ชี้แจงไม่ตรงคำถาม โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่ ส.ส.พรรคได้ตั้งคำถามคือ ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติโควิด รัฐบาลกลับจัดสรรงบประมาณในปี 2565 ให้กระทรวงกลาโหมมากขึ้น แต่กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขวิกฤติโรคระบาดกลับถูกลดงบประมาณลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองก็ตอกย้ำให้เห็นว่า การจัดทำงบประมาณปี 2565 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติของชาติ กลับหัวกลับหาง จัดงบแบบแย่งชิงการนำทางการเมือง แต่ผลการลงมติจะเห็นได้ชัดเจนถึงการกระทำของพรรคร่วมรัฐบาลที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่ได้อภิปรายในสภา สะท้อนความเปราะบางภายใน และส่อให้เห็นว่าอาจจะมีการต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าวและว่า ในวาระ 2 ชั้น กมธ.พรรคจะเดินหน้าทำหน้าที่เต็มที่ ประชาชนต้องรอด ประยุทธ์ต้องร่วง และเมื่อประยุทธ์ไม่พร้อม เพื่อไทยพร้อม และที่ผ่านมาพรรคได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤติที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ ไม่ว่าจะเหตุคลื่นยักษ์สึนามิหรือการระบาดของไข้หวัดนก
ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายโดยเฉพาะเรื่องรับจำนำข้าว โดยได้ยกผลงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มาประกอบ พร้อมยืนยันหากจะเปรียบเทียบจำนวนหนี้ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์กับนายกฯ&amp;nbsp; ประยุทธ์ พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์บริหารงานไม่ถึง 3 ปี ก่อหนี้ 3,300,000 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1,100,000&amp;nbsp; ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์บริหารงานมา&amp;nbsp; 7 ปี มีหนี้ 4,285,000 เฉลี่ยปีละ 612,142 ล้านบาท แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ น่าเห็นใจ สำหรับนายกฯ&amp;nbsp; ประยุทธ์ คือต้องมาใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อ ตรงตามที่โบราณว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ แถมโดนปั่นกระแสบิดเบือนอีก
&amp;ldquo;ขอวอนว่าเลิกปกปิด ซุกพรม หรือนั่งทับขี้เลย&amp;nbsp; เขารู้ทันกันหมดทั้งประเทศแล้ว ถ้าจะบอกว่าเป็น นโยบายสาธารณะแล้วบอกว่าความสุขของชาวนาเป็นกำไรของรัฐบาล ก็อยากถามว่าที่ชาวนาผูกคอตายจำนวนมากมันเป็นความสุขจริงหรือไม่ ความสุขของใคร ของผู้ที่ทำนาบนหลังคน นั่งนับเงินบนศพชาวนา และคราบน้ำตาของพี่น้องเกษตรกรหรือ แต่ถ้ายังแถว่าดีจริงก็อยากจะถามว่าแล้วที่เป็นคดีใน ป.ป.ช. และที่หนีคดีกันไปต่างประเทศ เพราะยอมจำนนด้วยหลักฐานหรือไม่กล้าสู้ความจริงหรืออย่างไร จึงหนีกันไปแต่พี่น้อง ปล่อยคนเคยเป็นพวกพ้องติดคุกกันเป็นสิบๆ ปี&amp;nbsp; คนเราเจ็บแล้วต้องจำ&amp;rdquo; นายเสกสกลกล่าวและว่า อย่าเพียงแค่อภิปรายเพื่อหวังเอาใจนายใหญ่ทั้งสองอย่างนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์เลย ช่วยเอาข้อเท็จจริงมาพูดดีกว่า ถ้าไม่ผิดจริงศาลคงไม่พิพากษาให้อดีต&amp;nbsp; รมต. ข้าราชการและพ่อค้าที่ร่วมกันทุจริตติดคุกกันระนาวแน่นอน
เป็นสมาชิกมาเป็นเดือนแล้ว
วันเดียวกัน นายเรืองไกรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อตัวเองเป็น กมธ.ในสัดส่วนพรรค พปชร.ว่า คนพรรค พปชร.ที่เคยทำงานด้วยกันสมัยพรรคเพื่อไทยมาชักชวน ก็ตอบไปว่าได้เพราะเป็นคนทำงาน ไม่ได้มีอะไร และในชั้น กมธ.ถ้าอยู่เสียงข้างมากจะทำงานแล้วเกิดประโยชน์ และครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ติดต่ออะไรมา เมื่อ พปชร.เสนอมาก็ยินดีทำงานให้สภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้เป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วหรือยัง นายเรืองไกรกล่าวว่า ยอมรับว่ามีการติดต่อชักชวน และก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ก็เคยเอ่ยชวน แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตอบรับ และขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะตอบ เพราะขั้นตอนทางเอกสารยังไม่สมบูรณ์ ถ้าเอกสารเรียบร้อยก็เป็นสมาชิกพรรค พปชร.อย่างสมบูรณ์ โดยคงเข้าไปช่วยดูเรื่องกฎหมายและงานที่เคยทำ
เมื่อถามว่าถือเป็นการย้ายขั้วหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่าไม่เกี่ยว การทำงานอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ เพราะเป็นแมวที่จับหนูได้ทุกสี ถ้าทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่วนเรื่องร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ให้ดำเนินการกับ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร หรือใครก็แล้วแต่ในซีกรัฐบาล ก็จะเดินหน้าต่อไปไม่มีการถอนเรื่อง และคนฝ่ายรัฐบาลเมื่อถูกร้องไป ไม่งอแงตีโพยตีพาย ตัดพ้อต่อว่าอะไร เขาก็ชี้แจงไปปกติ ต่างจากฝ่ายค้านที่พอร้องไปแล้วโวยวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไปอยู่กับ พปชร. ไม่มีใครมากดดันหรือบีบบังคับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีหรือเรื่องเงินแน่นอน เขาเห็นว่าทำงานได้ก็เปิดโอกาสให้ทำงาน ก็ตอบรับพร้อมร่วมงาน และต้องขอบคุณ ถ้าใครจะมองว่าย้ายฝ่ายย้ายขั้วคงไปห้ามไม่ได้ ก็ถูกมองมาตั้งแต่ตรวจสอบภาษีนายทักษิณว่าเป็นเสื้อเหลือง พอมาอยู่กับเพื่อไทยก็หาว่าเป็นเสื้อแดง แต่ผมมีจุดยืนคือการทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้&amp;rdquo; นายเรืองไกรกล่าวและว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบในส่วนของรัฐบาลหรือคนอื่นๆ&amp;nbsp; เหมือนเดิม ถ้าเห็นใครทำอะไรไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวถึงกรณีนี้ว่า ไม่มีอะไรให้น่าสงสัย&amp;nbsp; เพราะนายเรืองไกรสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร.มาเป็นเดือนแล้ว ซึ่งเราเป็นพรรคใหญ่ บางอย่างที่เราขาดไปก็ต้องเสริมตรงส่วนนั้น โดยเฉพาะเรื่องการพิจารณางบประมาณต้องให้คนที่มีความเข้าใจ และเห็นว่านายเรืองไกรสามารถทำได้ ก็มาเสริมตรงนั้น&amp;nbsp; และกรณีนี้ยังไม่น่าตกใจ ถ้ามีการเลือกตั้งในครั้งหน้าอาจเซอร์ไพรส์กว่านี้
มีรายงานจากพรรค พปชร.ว่า นอกจากนายเรืองไกรแล้ว ยังจะมีนักการเมืองและ ส.ส.อีกหลายคนเตรียมย้ายเข้าพรรค พปชร.ด้วย หนึ่งในนั้นเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน ภาคเหนือ ฝีปากกล้า อภิปรายดุเดือดในสภา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พรรคพลังประชารัฐ, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565, วิพากษ์เพื่อแนะนำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f2937a92c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.จูบปากงบ65ฉลุย ‘บิ๊กตู่’ลั่นพรรคร่วมแน่นแฟ้น/ไม่ให้ราคา‘ทักษิณ-ปู’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สภาถกงบปี 65 วันสุดท้าย ฝ่ายค้านมามุกเดิม อัดจัดงบซื้ออาวุธแต่ไม่มีงบซื้อวัคซีน เสี้ยม &amp;quot;ภท.-ปชป.&amp;quot; ไม่เห็นด้วยกับการจัดงบ ต้องลงมติสอดคล้องกัน &amp;quot;บังซุป-ส.ส.ภูมิใจไทย&amp;quot; จวกสำนักงบฯ จัดงบใจดำอยู่บนหอคอยงาช้าง งบ สธ.สู้โควิดถูกตัดทิ้งไปอยู่หน่วยงานอื่น โวยนายกฯ รวบอำนาจไม่ให้เกียรติกัน แต่สุดท้ายพร้อมโหวตผ่านวาระแรก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แจงให้เกียรติทุกพรรค ปัดรวบอำนาจ เผยถาม &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แล้วยังไม่อยากได้คืนเพราะ สธ.ทำไม่ไหว ไม่ให้ราคา 2 อดีตนายกฯ หนีคุกโต้ปมหนี้จำนำข้าว วิปรัฐบาลยันลงมติทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในวาระที่หนึ่ง เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการพิจารณา ภาพรวมในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฝ่ายค้านยังคงอภิปรายโจมตีเกี่ยวกับงบของกระทรวงกลาโหมและเรื่องการจัดวัคซีนโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ ว่าตนมั่นใจเช่นนี้ เพราะเรื่องของ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะต้องผ่านกรรมาธิการ 2 คณะ แต่ข้อสำคัญคือความแตกต่างในสมัยเราที่ทำมา งบประมาณที่แปรญัตติแล้วถ้าไม่ผ่านจะกลับมาที่ฝ่ายบริหารอีกครั้ง เพื่อนำยอดเงินเหล่านั้นมาพิจารณาโครงการที่ยังไม่ได้งบประมาณ หรือจะไปเพิ่มในหน่วยงานต่างๆ ให้มากขึ้นในสิ่งที่ขาดแคลน ก็ต้องบริหารแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่น้อยใจใช่หรือไม่ แม้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลออกมาอภิปรายโจมตีการจัดสรรงบประมาณบางกระทรวง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;เฉยๆ เป็นธรรมดาของ ส.ส. เขาอยากให้พื้นที่เขา ใครจะได้ประโยชน์ก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด จะเห็นได้ว่าทุกจัดหวัดอาจจะดูแลมากกว่าด้วยซ้ำไปเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ใครจะเลือกไม่เลือกผมก็ให้หมด จะมากน้อยก็ต้องเป็นไปตามศักยภาพของเขา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังแน่นแฟ้นดี มีการพูดคุยกันตลอดทั้งใน ครม.และนอก ครม. ก็ทำความเข้าใจกัน อะไรที่มากน้อยหรือเกินไปก็ไปแก้ไข เขารับปากแล้วมันเป็นธรรมดาละมั้ง ในสภาพอมีไมโครโฟนก็องค์สิงกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความสำพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นแฟ้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีที่พูดถึงการชำระหนี้โครงการจำนำข้าวในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จนนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่พูด ไม่อยากพูดอยู่แล้ว การที่ใครจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผม จะไปห้ามได้หรือเปล่าล่ะ ผมจะไปชี้แจงทำไม เพราะชี้แจงไปแล้ว ผมไม่อยากจะไปทำร้ายใครอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการที่ปล่อยให้คนในประเทศมาทำร้ายผม มันไม่ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอแก้ปัญหาโควิดของนายทักษิณ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ตอบๆ ทำไมผมต้องไปตอบเขาด้วย&amp;rdquo; เมื่อถามว่าประเมินการฟื้นตัวเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้แค่ไหน เพราะนายทักษิณ บอกว่า 6 เดือน ถ้าเป็นนายกฯ ทำได้แน่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบแบบประชดทันทีว่า &amp;ldquo;ก็ให้เขากลับมาทำ&amp;rdquo; ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลดิฉันวางระบบชำระคืนหนี้สาธารณะก้อนโตที่ทิ้งค้างไว้ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ทำให้รัฐบาลคุณประยุทธ์นอกจากจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแล้ว ยังลดยอดหนี้สาธารณะลงไปหลายแสนล้านบาทโดยท่านไม่ต้องทำอะไรเลย แทนที่จะชื่นชมรัฐบาลก่อน กลับเอาแต่โทษโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเพื่อเบี่ยงเบนความเสียหายที่ท่านก่อขึ้น วันนี้ดิฉันไม่ได้บริหารประเทศมา 7 ปีแล้ว คุณประยุทธ์หัดโทษตัวบ้างเถอะค่ะ อย่าโทษแต่ดิฉันเลย ดิฉันฟังมา 7 ปีแล้ว สุภาพบุรุษ ชายชาติทหารเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกค่ะ&amp;quot; น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 7 ปีผ่านไป เศรษฐกิจไทยมีแต่ทรุดกับทรุด พอจวนตัวไปไม่เป็น ก็จะงัดเอาเรื่องจำนำข้าวมาใช้เป็นเครื่องป้องกันความผิดพลาดล้มเหลวตลอดการบริหาร 7 ปีของตัวเอง คนดีชอบแก้ไข ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนดไม่เห็นต้องไปโทษรัฐบาลเก่าพร่ำเพรื่อ
รัฐบาลลงมติทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ดูเหมือนพรรคร่วมรัฐบาลโดดเดี่ยวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ ว่าพรรค ปชป.เราเป็นแค่หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเกินอำนาจหน้าที่ที่จะบริหารจัดการพรรคร่วม ซึ่งพรรคที่เป็นแกนนำจะต้องบริหารจัดการในการสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ซึ่งเป็นกลไกของระบบรัฐสภา เสถียรภาพรัฐบาลเป็นอย่างไรนั้น ต้องถามว่าพรรคแกนนำ และยืนว่า ปชป.เมื่อเรามีหน้าที่อะไรต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งขึ้นอยู่กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 แล้ว โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะลงมติรับหลักการในวาระแรกไปในทิศทางเดียวกันหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่เคยอภิปรายชวนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคให้กลับบ้านหาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่รัก ว่าสิ่งที่อภิปรายในวันนั้นไม่ได้มีผลต่อการลงมติรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบฯ วาระแรก เพราะการลงมติพรรคจะมีการหารือกันอีกครั้งวันนี้ ยืนยันว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจแล้วก็จบ ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงในส่วนของรัฐบาลตอบได้พอใจหรือไม่ ว่ารัฐบาลตอบไม่ได้ สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดนายกรัฐมนตรี ใช้วิธีการนอกจากไม่อธิบายให้กระจ่างยังใช้วิธีโยนความผิดให้คนอื่น โดยการโยนความผิดให้เรื่องจำนำข้าว 2 รอบ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นนายกฯ รื้อฟื้นเรื่องคนอื่นมากลบเกลื่อนความผิดตัวเอง ยืนยันว่ามติของเราคือไม่รับหลักการในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 วาระที่ 1 อย่างแน่นอน และคิดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่มีเสียงแตก หรือโหวตไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า จุดยืนของพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 และตลอดระยะเวลา 3 วันของการอภิปราย หากรับฟังก็จะเห็นว่ามี ส.ส.หลายคน โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เห็นด้วยและเห็นปัญหาในการจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะเฉพาะการปรับลดงบกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด จึงขอให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยพิจารณาให้ดี จึงอยากให้ลงมติสอดรับกับการอภิปรายของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ ส.ส.พรรคก้าวไกล พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องให้คำตอบต่อพี่น้องประชาชนว่าที่อภิปรายต่อสภาไปนั้นคือปาหี่หรือความจริงใจ &amp;nbsp;
ภท.ฉะนายกฯ ไม่ให้เกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการอภิปรายร่างพรบ.งบฯ 65 นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขณะนี้ประชาชนตั้งคำถาม ทำไมรัฐบาลนำงบประมาณไปจัดหาวัคซีนที่แย่และแพงที่สุด โดยยังไม่รู้ว่ายังมีวัคซีนเพียงพอหรือไม่ เพราะนำงบประมาณไปเน้นที่กองทัพในการจัดซื้ออาวุธ ขอให้หยุดขี้เหนียวกับประชาชน หยุดซื้อเรือดำน้ำไว้ก่อน เพื่อมาดูแลความเป็นอยู่ประชาชนก่อน ถ้ายังปล่อยให้รัฐบาลจัดทำงบประมาณลักษณะเช่นนี้ต่อไป คงได้เปลี่ยนเงินสดเป็นแบงก์กงเต๊กแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางเพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า งบของกระทรวงสาธารณสุขไม่ติดอันดับ 1 ใน 5 ที่ได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด แม้ประเทศกำลังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 สธ.ถูกปรับลดงบมากกว่างบทางการทหาร ซึ่งขณะนี้บ้านเมืองของเราคงไม่ต้องการงบยุทโธปกรณ์มากกว่าปีที่ผ่านมา งบประมาณที่สภาพิจารณาอยู่นี้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะทำก่อนมีการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การจัดงบครั้งนี้ สำนักงบประมาณกลับไม่เตรียมมอบอาวุธ ให้นักรบของเราที่เป็นหน่วยหน้าในการสู้รบ คือกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จากการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยตอกย้ำและสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ระดับโครงสร้างทั้งประเทศ จนไปถึงระดับท้องถิ่นและชายแดน ที่ทำงานด้วยความยากลำบาก แต่งบ 2565 กลับไม่ได้สนับสนุน ในทางกลับกัน งบหลายส่วน ตัวเลขของสธ.ในปี 2565 ถูกปรับงบลดลง หรืองบที่ควรอยู่ในมือของคน สธ. เงินที่จำเป็นต้องใช้กลับถูกหน่วยงานอื่นไปเป็นผู้จัดการเงินเหล่านั้น ทำนองว่าคนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำงบ เช่น งบการซื้อวัคซีนที่ถูกตัดทิ้งแล้วโอนไปอยู่ในส่วนงบอื่น รู้สึกผิดหวังในการจัดงบ ไม่อยากจะพูดว่าสำนักงบฯ จัดงบครั้งนี้เหมือนท่านใจดำกับคนทำงาน ใจดำกับประชาชน สำนักงบฯ จัดงบอยู่ในห้องแอร์ หอคอยงาช้าง กระทบคนทำงาน กระทบประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายกฯ สะท้อนให้สบายใจว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม งบประมาณสำหรับคนสาธารณสุขยังมีอยู่ครบ แม้ไม่ปรากฏในงบ 65 แต่ไปอยู่ในงบกลาง และ พ.ร.ก.กู้เงิน ขอบคุณนายกฯ ที่ทำให้เข้าใจ และรู้สึกผ่อนคลาย ขอฝากนายกฯ ว่า สิ่งที่ ส.ส.ภูมิใจไทยเสนอไปเกิดจากความน้อยใจหรือไม่นั้น อาจจะใช่ แต่หลังจากท่านบอกแล้วว่าจะแก้ปัญหาก็ขอขอบพระคุณ แต่เราก็ยังติดใจ วันนี้การจัดงบยังมีแนวคิดจากฝ่ายข้าราชการประจำ ซึ่งติดมา 5 ปี บวก 2 ปี รัฐราชการพยายามครอบงำการจัดงบแผ่นดิน แทรกแซงฝ่ายบริหาร ไม่เชื่อว่านายกฯ จะรู้เรื่องนี้ การจัดงบครั้งนี้จึงยังเหมือนว่าอยู่ภายใต้การครอบครองอำนาจของรัฐราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่มี ศบค.ขึ้นมา และมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โอนอำนาจของสธ.ไปอยู่ที่ ศบค. โอนกฎหมายเกือบ 40 ฉบับไปอยู่ตรงนั้น และ ศบค.ดำเนินการโดยเลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผู้จัดการทั้งหมด มีอำนาจ ท่านไม่คิดหรือว่าพวกเรารู้สึก แม้เราไม่พูดแต่เราคิด จึงมีเสียงสะท้อนมาตั้งแต่วันแรกว่า กลับบ้านเถอะ ท่านไม่ให้เกียรติพวกเรา ไม่ให้เกียรติพรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรคถูกดึงอะไรต่างๆ ออกไป เราจึงอธิบายว่าเราอยากได้การทำงานที่ร่วมกันด้วยดีเพื่อประโยชน์ประชาชน พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่ายังตั้งใจสนับสนุนรัฐบาลนี้ต่อไป ตราบเท่าที่เราทำงานกันด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เราพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นวันนี้ด้วยกันกับรัฐบาล โดยเราจะลงมติเห็นชอบในวาระที่ 1&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
แฉ&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;รับเองสธ.ทำไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงว่า ต้องรวบอำนาจกฎหมายทั้ง 31 ฉบับ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.โรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถสั่งการกระทรวงอื่นได้ จึงได้นำกฎหมายทั้ง 31 ฉบับมาดูแลเอง เพื่อแบ่งงานให้เหมาะสมกับแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแล ไม่ใช่สั่งการตามอำเภอใจ ให้เกียรติรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน สามารถพูดคุยกันได้ทุกโอกาส หารือได้ทุกเวลา โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดกับนายอนุทิน เปรียบเสมือนเป็นที่ปรึกษา หากเลขาฯ สมช.มาเป็น ผอ.ศบค.แล้วให้รองนายกฯ ไปนั่งข้างๆ ค่อยมาว่าตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชี้แจงว่า ส่วนการบริหารงบประมาณสำหรับจัดซื้อวัคซีนที่ไม่บรรจุอยู่ในงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขนั้น เพราะยังไม่รู้การระบาดของโควิดจะจบเมื่อไหร่ จึงต้องแยกงบออกมา เพื่อดูว่าหางบประมาณจากส่วนไหน เช่น งบเงินกู้ หรืองบกลาง&amp;nbsp; อะไรที่เร่งด่วนไม่ทันการณ์ก็จะสลับงบใช้จ่ายให้เพื่อจัดหาวัคซีน ในส่วนงบกลาง ไม่ใช่นึกจะใช้หรือเอาไปให้ใครก็ได้ จะสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับพรรคต่างๆ ยืนยันให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นหลัก ซึ่งต้องอนุมัติโครงการต้องผ่านกลไกการจัดทำและการขออนุมัติโครงการตามวงเงิน ยืนยัน ทุกส่วนสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เพราะต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การเมืองหรือไม่ก็ตาม หากประชาชนเดือดร้อน ต้องจัดสรรงบประมาณให้ในพื้นที่นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ได้ทำทุกอย่างตามที่ ส.ส.ได้เสนอแนะ อีกเรื่องที่บรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเสนอโครงการมาแต่ไม่มีงบ หากแผนโครงการที่มีรายละเอียดชัดและถูกต้อง ก็พยายามจัดสรรงบให้ตามความจำเป็นเร่งด่วน พยายามบริหารตัวเลขให้ดีที่สุดเพื่อ ให้ทั่วถึงและเกิดความเป็นธรรม ดังนั้นอย่ากล่าวหาว่ารวบอำนาจ ได้ถามกับนายอนุทินตลอดว่าอยากได้อำนาจกลับคืนไปแล้วหรือยัง นายอนุทินก็ยืนยันว่า ยัง บอกว่า กระทรวงสาธารณสุขทำไม่ไหว สั่งใครไม่ได้ เพราะไม่สามารถสั่งการใครได้ สั่งการได้แต่ สธ.อยากคืนอำนาจไปตั้งนานแล้วไปตั้งนานแล้ว แต่เขายังบอกว่าเอาไว้ก่อน นี่คือข้อเท็จจริง ไม่อยากสร้างความขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.35 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า งบประมาณ 2565 ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข 1.5 แสนล้านบาท กลับไม่มีการตั้งงบจัดซื้อวัคซีน โดยงบจัดซื้อวัคซีนนั้นต้องไปใช้เงินกู้ ขณะที่รัฐบาลก็ประกาศให้เรื่องวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ นายกฯ ควรทำเรื่อง วัคซีนให้กระจ่าง เมื่อไปดูในงบประมาณกระทรวงกลาโหม ได้รับงบทั้งสิ้น 2.03 แสนล้านบาท โดยในส่วนของงบลับแต่ละเหล่าทัพรวมกันสูงถึง 470 ล้านบาท ทำไมงบเหล่านี้ต้องเป็นงบลับ เปิดเผยไม่ได้ เอาไปทำอะไรเยอะแยะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งบรายจ่ายปี 2565 ของ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องวัคซีน ไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนคือ รถถัง เครื่องบิน เรือดำน้ำ ถ้าสมาชิกเห็นว่าการจัดงบไม่ตรงตามความต้องการ ขอให้ร่วมกันคว่ำร่างงบประมาณ&amp;quot; นายยุทธพงศ์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา มั่นใจได้อย่างไรว่า งบประมาณ 3.1 ล้านล้านบาทนี้จะนำพาประเทศออกจากวิกฤติได้ หากพรรคก้าวไกลได้จัดทำงบประมาณจะคำนึงถึงประชาชนมาเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าตนเป็นนายกฯ ในวันนี้ จะต้องพยายามมากที่สุดในการปลดปล่อยภาระงบผูกพันในช่วงที่เราต้องการงบด้านสุขภาพมากกว่างบความมั่นคง คือการบินตรงไปเจรจากับประเทศคู่ค้าขายอาวุธให้เรา เช่น อเมริกา จะบินตรงไปหาประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อขอยกเว้นภาระผูกพันการจัดซื้ออาวุธทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐมนตรีของไทยเคยทำมาแล้วในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุดท้ายมีคำถามฝากถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า ที่ทุกคนร่วมอภิปรายฯ กับพวกผมมาตลอด 3 วัน 3 คืน ที่วิพากษ์วิจารณ์การตัดงบกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และสวัสดิการต่างๆ ที่อยากได้งบกลับคืนนั้นจริงหรือไม่ ถ้าอยากได้งบประมาณคืน จะต้องร่วมกันคว่ำร่างงบประมาณปี 2565 หรือการอภิปรายฯ ที่ผ่านมาเป็นลิเกโรงใหญ่ เพื่อต่อรองผลประโยชน์ อยากถามว่าท่านจะอภิปรายเหมือนราชสีห์ และลงคะแนนเหมือนหนู ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่สามารถรับรองให้งบประมาณ 2565 ผ่านไปได้&amp;quot; นายพิธา ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โหวตผ่านวาระแรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b78ebfc2a81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ้ายค้านยื้อเกมถกงบฯ64รณเทพดูรูปโป๊โอดชีวิตพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถกงบปี 64 วาระ 2 วันที่สองจืดสนิท ฝ่ายค้านยื้อเวลาสุดฤทธิ์ 8 ชม. ได้แค่ 4 มาตรา วิปรัฐบาลกระทุ้ง ปธ.คุมอภิปรายไม่เยิ่นเย้อหวั่นเกินเวลา &amp;quot;รณเทพ&amp;quot; ดอดแจงประธานสภาฯ ปมดูรูปโป๊ อ้างคนขอความช่วยเหลือ โอดชีวิตพัง &amp;quot;ชวน&amp;quot; เตือนให้ระวังเคลียร์สื่อเอง ชี้เรื่องส่วนตัวเอาผิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 17 กันยายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยได้ตัดงบประมาณจากที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาวงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เหลือ 3.28 ล้านล้านบาท เป็นวันที่สอง โดยตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเวลา 14.00 น. ผ่านไป 5 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นไปด้วยความจืดชืด เพิ่งพิจารณาผ่านไปเพียง 2 มาตรการ คือมาตรา 10 กระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 4.4 พันล้านบาท และมาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา วงเงิน 3.6 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ขอให้ประธานในที่ประชุมกำชับผู้อภิปรายให้อภิปรายอย่างรัดกุมเพื่อประหยัดเวลา เพราะเกรงว่าจะกระทบกับกระบวนการของ ส.ว. ที่กำหนดลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ในวันที่ 22 ก.ย. รวมถึงอาจกระทบกับวันที่ 23-24 ก.ย. ที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณามาตรา 12 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 1.89 หมื่นล้านบาท นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พยายามให้ส.ส.ทุกคนรักษาเวลา โดยนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (พอช.) ที่มีการปล่อยกู้ให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย 1.2 แสนคน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ถือว่าไม่มีความเหมาะสม เพราะเป็นสถาบันของรัฐแต่คิดดอกเบี้ยแพง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายประเดิมชัยใช้เวลาอภิปรายเกินที่กำหนด ทำให้นายศุภชัยตักเตือนให้รีบสรุป แต่นายประเดิมชัยก็ยังอภิปรายต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุด นายศุภชัยตัดบทโดยปิดไมค์ไม่ให้พูดต่อ และเชิญผู้อภิปรายคิวต่อไปพูดต่อ จึงทำให้นายประเดิมชัยไม่พอใจ ประท้วงนายศุภชัยทำหน้าที่หลายมาตรฐาน ก่อนที่จะขอให้มีการนับองค์ประชุม แต่ในที่สุดนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาไกล่เกลี่ยโดยขอยกเวลาการอภิปรายในส่วนของตัวเองให้กับนายประเดิมชัย ทำให้นายประเดิมชัยได้อภิปรายต่อไปจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในมาตราดังกล่าว ส.ส.อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จนเวลา 16.00 น. ประธานในที่ประชุมสั่งให้ลงคะแนน ซึ่งมีมติเห็นด้วยกับการปรับลดงบตามที่ กมธ.แก้ไข 261 ต่อ 121 งดออกเสียง 15 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเข้าสู่การพิจารณามาตรา 13 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้อภิปรายเรียกร้องให้นักศึกษาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมนุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการอภิปรายตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็นยังเป็นไปอย่างล่าช้าและยืดเยื้อ โดยตั้งแต่เปิดประชุมสภา เวลา 09.30 น. กระทั่งถึงเวลา 17.30 น. ผ่านไป 8 ชั่วโมง เพิ่งอภิปรายได้เพียง 4 มาตรา คือมาตรา 10-13 เนื่องจากแต่ละมาตรามีผู้อภิปรายจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผู้อภิปรายเป็นหน้าเดิมๆ ใช้เวลาอภิปรายตกมาตราละเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้ฝ่ายวิปรัฐบาลต้องขึ้นมาทักท้วงให้ประธานที่ประชุมควบคุมเวลาการประชุมไม่ให้อภิปรายเยิ่นเย้ออยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมาตรา 15 กระทรวงคมนาคม ที่มีผู้จองคิวอภิปรายมาตราละ 30 คน หากยังไม่ควบคุมเวลา ก็ยิ่งเสียเวลา ทำให้การประชุมเสร็จไม่ทันกรอบเวลาที่กำหนด แต่ปรากฏว่าประธานที่ประชุมก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ ทำได้แค่ให้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านไปหารือตกลงเรื่องการบริหารเวลากันเอง แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.30 น. เข้าสู่การอภิปรายงบประมาณในมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 30,974,467,000 บาท&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอตัดงบกระทรวงเกษตรฯ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นกระทรวงที่มีเรื่องตลกร้าย มีเงินนอกงบประมาณ 119 ล้านบาท และงบเดินทางไปราชการต่างประเทศ เกือบทั้งกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีนายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ดูภาพโป๊ในมือถือกลางห้องประชุมสภาระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2564 ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ต้องไปถามเจ้าตัว ในฐานะประธานสภาฯ ทำได้แค่เพียงตักเตือน ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล และการนั่งดูรูปอะไรก็ตามไม่ได้ขัดต่อระเบียบการปฏิบัติตนในห้องประชุม อีกทั้งยังไม่มีสมาชิกคนอื่นมาร้องเรียนเรื่องนี้ด้วย แต่หากมีบุคคลมาร้องเรียนต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดจริยธรรม ส.ส.หรือไม่ ในยุคก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้น และได้กล่าวตักเตือนไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ระมัดระวัง เพราะสื่อมวลชนจับจ้องเรื่องในลักษณะนี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาพออกไปกระทบภาพลักษณ์ของ ส.ส.ทั้งหมด นายชวนกล่าวว่า ขอให้แยกเรื่องบุคคลออกจากส่วนรวม ทุกวงการมีทั้งคนดีและคนร้ายเสมอ อย่าไปเหมารวม และเรื่องนี้ถือเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ภาพรวมของ ส.ส. 488 คน ไม่ได้จะเหมือนกันทุกคน บางคนอาจจะร้ายกว่านี้หรือดีกว่านี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย ประธานสภาฯ เปิดเผยว่า นายรณเทพได้ไปรอพบตนเองที่หลังบัลลังก์ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าวว่ามีคนส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามได้เตือนให้ระมัดระวัง และแนะนำให้ไปชี้แจงเรื่องนี้กับสื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายรณเทพ ชี้แจงเรื่องดูภาพโป๊กลางห้องประชุมสภาว่า ตนเสียหายมาก และส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เพราะทุกคนเชื่อไปแล้วว่าเปิดดูภาพโป๊ ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยอมรับว่าตอนนี้เครียดมาก ซึ่งความจริงขณะนั่งประชุมอยู่มีข้อความส่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ จึงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะส่งภาพโป๊เข้ามา พอกดดูก็เป็นภาพดังกล่าว จากนั้นก็มีข้อความขอความช่วยเหลือและเรียกรับเงิน โดยบุคคลที่ส่งข้อความมาอ้างว่าไม่มีเงินกินข้าว เห็นท่าไม่ดีเลยลบข้อความทิ้งทั้งหมด ไม่มีใครรู้ความจริงเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ผมถูกมองในภาพที่เสียหายไปแล้ว ทำให้ชีวิตตอนนี้พังทั้งหมด ถ้าชี้แจงความจริงแบบนี้คงไม่มีใครฟัง คนเชื่อภาพที่ออกไปหมดแล้ว ยอมรับว่าที่ผ่านมามีศัตรูทางการเมืองมาก ภาพที่เผยแพร่ออกไปนั้น ผมถูกกลั่นแกล้ง พวกคุณลงมั่วกันไปหมด ศัตรูจ้องทำลายผมอยู่ สิ่งที่ผมโดนตอนนี้ มีแต่คนถาโถมประณามผม เคยให้ความเป็นธรรมกับผมหรือไม่ ข่าวจะลงอย่างไรก็ได้ คนที่ไม่ใช่ผมไม่เข้าใจหรอก ชี้แจงไปก็เข้าเนื้ออย่างเดียว ถ้าพูดไปสื่อก็ไม่เชื่อ ผมจะไปแก้ตัวกับคนทั้งประเทศได้อย่างไร ผมทำดีมาตลอดชีวิต ผมอยู่การเมืองมานาน ไม่เคยทำความเสียหาย อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วย แต่พอมาวันนี้ เห็นภาพนี้ทีเดียวก็เอาแต่ประณามผม แปลว่าไม่มีความเป็นธรรมให้ผม&amp;rdquo; ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า &amp;quot;เดี๋ยวคุยกันหน่อย&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77787</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ, งบปี 64, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ยื้อเวลาสุดฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6370eb55806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พีระพันธุ์&#039; เผย กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นควรไม่ต้องแก้ &#039;ม.272&#039; ตัดอำนาจ ส.ว. เหตุใช้แค่ชั่วคราว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาฯถกแนวแก้รธน. &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; แนะตัดหมวดปฏิรูปออกจากรัฐธรรมนูญ ทำเป็นกม.ลำดับรองแทน&amp;nbsp; เผยเสียงส่วนใหญ่เห็นควรไม่ต้องแก้ม.272 เหตุใช้แค่ชั่วคราว&amp;nbsp;ด้าน &amp;ldquo;ธีรัจชัย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชี้ ยกร่างใหม่ ศาล-องค์อิสระห้ามเป็นอภิสิทธิ์ชน ลั่นต้องตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.00 น.&amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่&amp;nbsp;2 เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงสาระสำคัญของรายงาน ว่า ระบบเลือกตั้งควรกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรยกเลิกการเสนอชื่อนายกฯ ไม่ควรกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่การคำนวณหาส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 91 ควรยกเลิก ส่วนส.ว.นั้น มีข้อเสนอให้มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ ตุลาการ เพื่อไม่ให้กรรมการในองค์กรดังกล่าวใช้หน้าที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการเลือกกันเองของส.ว. นั้นต้องแก้ไขประเด็นข้อห้ามเลือกส.ว.ในกลุ่มอาชีพเดียวกันให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติควรปรับปรุงให้แก้ไขได้ภายในระยะเวลา 2 ปี และให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่องค์กรตุลาการ ศาล นั้นการใช้ดุลยพินิจพิพากษา ที่อาจถูกแทรกแซง หรือมีอคติ ไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ควรมีบทบัญญัติการพิจารณาพิพากษาที่เป็นอิสระ ส่วนที่มีผลพิพากษาแทรกแซงนั้นให้ถือเป็นโมฆะ และให้สิทธิผู้ต้องคำพิพากษาที่ถูกแทรกแซงสามารถโต้แย้งได้ ส่วนศาลยุติธรรมนั้นมีข้อเสนอว่าไม่ควรตั้งผู้พิพากษาเป็นกรรมการในหน่วยงานหรือองค์กรอื่นของรัฐ รวมถึงไม่ควรเข้ารับการอบรมของหน่วยงานของรัฐ ขณะที่ศาลไม่ควรตั้งหลักสูตร อบรม เพราะจะเปิดช่องให้เกิดความใกล้ชิด สร้างสัมพันธ์ส่วนตัวซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ศาลปกครองไม่ควรใช้มติของที่ประชุมใหญ่ของศาลเพื่อแก้ไขกฎหมายเอง ขณะที่ศาลทหารเสนอให้จำกัดกรอบพิจารณาเฉพาะเจ้าาหน้าที่ทหาร เว้นกรณีมีศึกสงคราม ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ กมธ.ฯ​เห็นว่ามีอำนาจกว้างขวาาง และคำวินิจฉัยมีผลกระทบทางการเมือง ดังนั้นควรจำกัดขอบเขต การผูกพันองค์กรต่างาๆ และควรให้รัฐสภา ฐานะตัวแทนประชาชนตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ของตุลาการ และเรื่องการตรวจสอบนั้นควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบคำพิพากษาของตุลาการในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตยกำหนดให้ผู้พิพากษาตุลาการ ร้องต่อ ป.ป.ช. กรณีใช้ดุลยพินิจที่มิชอบได้ ทั้งนี้การใช้ดุลยพินิจดังกล่าวต้องมีกลไกกำกับให้การใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องด้วย&amp;quot;นายพีระพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า องค์กรอิสระต้องกำหนดกรอบและอำนาจการตรวจสอบ เช่นเดียวกันควรให้รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบ การทำงานองค์กรอิสระได้ นอกจากนั้นคณะกรรมการการเลือตั้ง (กกต.) ไม่ควรมีหน้าที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และควรให้ศาลฎีกาพิจารณาแทน ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีการชี้มูลความผิดต้องมีพยานหลักฐานแน่ชัดไม่เพียงเพราะเชื่อได้ว่า​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ รายงานว่า ส่วนบทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​นั้น มีข้อเสนอของกมธ.ฯ หลายแนวทาง แต่ที่เห็นร่วมกันมากที่สุด คือ ยกเลิกเงื่อนไขที่ใช้เสียงส.ว. เห็นชอบวาระแรกและวาระสาม ด้วยเสียง 1 ใน 3&amp;nbsp; เหลือเป็นเสียงข้างมากของที่ประชุมรัฐสภา รวมถึงยกเลิกในเกณฑ์ที่ใช้เสียงส.ส.ฝ่ายค้านร้อยละ 20&amp;nbsp;และยกเลิกการทำประชามติส่วนที่กำหนดให้ดำเนินการกรณีที่แก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะ ต้องห้ามของผู้ดําารงตําาแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือ เรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออําานาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทําาให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตาม หน้าที่หรืออํานาจได้&amp;nbsp; ทั้งนี้ กมธ.มีข้อเสนอด้วยว่าหากแก้ไขหลายมาตรา รูปแบบที่ดี คือ การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยกร่างใหม่ ยกเว้นหมวด 1 และหมวด2 จากนั้นให้นำร่างรัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติหลังทำเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า หมวดการปฏิรูปประเทศ กมธ.เสนอให้ตัดออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะปฏิบัติไม่ได้จริง เป็นอุปสรรค และล่าช้า และควรบัญญัติเป็นกฎหมายระดับรอง ขณะที่มาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ นั้น ที่ประชุมเห็นเป็น 2 แนวทาง คือ กมธ.เสียงข้างน้อย เห็นว่าควรแก้ไข&amp;nbsp;ขณะที่กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรยกเลิก เพราะเป็นการทำชั่วคราว ขณะที่มาตรา 279 ว่าด้วยการรับรองประกาศและคำสั่งคสช.นั้น กมธ.มีความเห็นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ควรยกเลิกเพราะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประกาศ คำสั่งของคณะปฏิวัติได้ อีกความเห็นคือ ไม่ควรแก้ไข เพราะกังวลว่าจะมีผลกระทบทางกฎหมาย และหากคำสั่งหรือประกาศใดที่ควรยกเลิกควรใช้กลไกของรัฐสภาออกเป็นพระราชบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ศาลและองค์กรอิสระต่างๆออกแบบไว้ไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้ ซึ่งหมายถึงอำนาจตุลาการเด็ดขาด จากที่อ่านรายงานของคณะกมธ.เขียนไว้ตนเห็นด้วยและถูกใจ เพราะเขียนไว้ในข้อสังเกตว่าควรกำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบในใช้อำนาจของผู้พิพากษาและตุลาการพิจารณาคดี ในกรณีที่คดีขัดต่อควาสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีองค์กรตรวจสอบถ่วงดุลนิติบัญญัติจะทำให้ศาลตัดสินไปตามอำเภอใจหากกระบวนการตรวจสอบภายในไม่ดี เช่น คดีนายอานนท์ นำภา เมื่อวันที่&amp;nbsp;4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ฝากขังและมีเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราว&amp;nbsp;โดยมีนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าศาลสันนิษฐานว่าได้มีการกระทำผิดแล้ว จากนั้น พนักงานสอบสวนยื่นขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลก็เชื่อเช่นนั้นจึงเพิกถอน ทำให้นายอานนท์ต้องถูกคุมขัง ประเด็นคือมันคลาดเคลื่อนต่อหลักรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะสันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำความผิดแล้ว ตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา เงื่อนไขการปล่อยตัวเป็นการพิจารณาของศาล เพื่อปกป้องการหลบหนีและปกป้องความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ได้พูดถึงการกระทำความผิด แต่ศาลกำหนดเกินกว่ากฏหมาย น่าจะคลาดเคลื่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา188&amp;nbsp;ต้องพิจารณาอรรถคดีตามกฏหมาย ถามว่ามีใครตรวจสอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเป็นไปตามได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญการถ่วงดุลของศาลและองค์กรอิสระทุกองค์กรต้องมี ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์ เป็นผู้ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อดุลยพินิจของตัวเองหรือการกระทำของตัวเอง สร้างความเดือดร้อนล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;นายธีรัจชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77048</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59e1391185b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
