<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขึ้นเวที &#039;เอเชีย โซไซตี้&#039; ย้ำ 5 ปีไทยเดินตามโรดแมปมุ่งแก้ปัญหาปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวปาฐกถา Asia Society ย้ำบทบาทของไทยในภูมิภาค เผยพัฒนาการ 5 ปีประเทศไทย ทางการเมือง ปฏิบัติตามโรดแมปครบถ้วน เดินหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตย วางเป้าหมายปท.ไทยมีรายได้สูงภายในปี 2579 เน้นสังคมเป็นธรรม-เท่าเทียมในสิทธิพื้นฐาน ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - เมื่อวันที่ 25 กันยายน เวลา 12.05 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ Asia Society นครนิวยอร์ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้บริหาร Asia Society ได้แก่ มาดามโจเซ็ท ชีราน ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร Asia Society คุณทอม นากอร์สกี้ รองประธานบริหาร Asia Society และ แขกรับเชิญ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ &amp;ldquo;การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มากล่าวปาฐกถา ณ Asia Society ถือเป็นปาฐกถาครั้งแรกในรอบ 7 ปี ของนายกรัฐมนตรีไทย ขอบคุณ Asia Society ที่ได้ดำเนินบทบาทอย่างแข็งขัน ในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างเอเชียกับสหรัฐฯ เป็นเวลากว่า 60 ปี ซึ่งไทยภูมิใจที่เป็นประเทศแรกในเอเชียที่เป็นมิตร และภาคีสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ซึ่งความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-สหรัฐฯ นี้ยังได้สร้างเสถียรภาพและความเจริญสู่ภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า ประเทศไทยตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบทโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของสังคมและสวัสดิภาพความกินดีอยู่ดีของประชาชน อาทิ ภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไปจนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้ความท้าทายต่างๆเหล่านี้ ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีเสถียรภาพ สันติภาพ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นภูมิภาคที่เชื่อมต่อและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ หรือที่ฝ่ายสหรัฐฯ ในปัจจุบันรวมเรียกว่า อินโด-แปซิฟิก ถือว่าเป็น &amp;ldquo;ภูมิภาคแห่งโอกาส&amp;rdquo;

นายกฯ ยังกล่าวถึงพัฒนาการในประเทศไทย ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่า รัฐบาลได้วางรากฐานด้านต่างๆ และยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปากท้องและการเอารัดเอาเปรียบในสังคม ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลปรับปรุงกฎระเบียบ และวิธีทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ นักธุรกิจและนักลงทุนเพิ่มขึ้น ด้านสังคม รัฐบาลประกาศให้การต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ และได้กำกับดูแลการจัดการปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย

&amp;quot;ด้านการเมือง ปฏิบัติตามโรดแมปอย่างครบถ้วน ต่อจากนี้ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มีเป้าหมายคือ จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ภายในปี 2579 มีความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน มีพัฒนาการทางสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียมในสิทธิพื้นฐาน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ตลอดจน เพิ่มพูนบทบาทเสริมสร้าง ความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนกับนานาประเทศ โดยมีอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเป็นจุดตั้งต้น&amp;quot; นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ ไม่เพียงเน้นการมองไปสู่อนาคต และเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียนให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเป็นหลักให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือ และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกับประเทศนอกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศคู่เจรจาต่างๆ ของอาเซียน ภายใต้แนวคิดหลักคือ &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; (Advancing Partnership for Sustainability) โดยการดำเนินการดังกล่าวต้องครอบคลุมในทุกมิติหรือ Sustainability of Things (SoTs)

อย่างไรก็ดี ไทยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศสมาชิกซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์อาเซียน เพราะเชื่อว่าเมื่อประเทศต่างๆ มีระดับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน ขอให้คำมั่นว่าในช่วงเวลาการเป็นประธานอาเซียนที่เหลือของไทย จะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วน กับประเทศทั้งภายในและภายนอกอาเซียน และในปี 2565 ไทยจะรับหน้าที่ประธานการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคไทยยินดีเปิดรับความเห็นและข้อแนะนำจากมิตรประเทศเพื่อให้วาระประธานเอเปคของไทยเกิดประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกและประชาคมระหว่างประเทศในวงกว้าง และหวังว่าการกล่าวปาฐกถาครั้งนี้ จะเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้าใจต่อพัฒนาการและบทบาทระหว่างประเทศของประเทศไทย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นหุ้นส่วนใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46650</URL_LINK>
                <HASHTAG>Asia Society, นายกฯกล่าวปาฐกถา, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เอเชีย-สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c0d3ae2870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานสมัชชาสหประชาชาติ ชื่นชมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - เมื่อวันที่ 25 ก.ย. เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบหารือกับ นายทิจจานี มูฮัมหมัด-บานเด ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนประธานสมัชชาฯ และการจัดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเพื่อให้การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 นี้ ประสบความสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรมตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่ประธานสมัชชาฯ ให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นความท้าทายที่โลกต้องให้ความสนใจ ได้แก่ การศึกษา ความเท่าเทียม สังคมการมีส่วนร่วม (inclusion) และสภาพภูมิอากาศ ไทยในฐานะประธานอาเซียน ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;Advancing partnerships for sustainability&amp;rdquo; ให้ความสำคัญกับสหประชาชาติในฐานะหุ้นส่วนสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประธานสมัชชาฯ ชื่นชมบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน และบทบาทที่เด่นชัดของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งส่งผลในการเสริมสร้างบทบาทของเวทีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนหัวข้อหลักหลักการอภิปรายทั่วไปในปีนี้ ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องที่เป็นหัวใจของการอนุวัติเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals:SDGs) และเน้นคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าประเทศไทยได้ยึดถือแนวทางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาโดยตลอดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดนี้กับประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ไทยก่อตั้งกองทุน Equitable Education Fund (EEF) เมื่อปี 2561 เพื่อมอบทุนการศึกษาสนับสนุนเด็กด้อยโอกาส โดยเป็นโครงการที่ยูเนสโกชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างการขับเคลื่อน SDG4 ในเรื่องการให้การศึกษาที่มีคุณภาพ
&amp;nbsp;
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณไนจีเรียสำหรับการสนับสนุนไทยให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ECOSOC ซึ่งไทยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนมกราคม ปี 2563 (ค.ศ. 2020) ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าไทยพร้อมแสดงบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ เพื่อให้ ECOSOC และสมัชชาสหประชาชาติจะสามารถทำงานเสริมกันและกันให้เกิดผลลัพธ์ที่ทวีคูณมากขึ้น ทั้งนี้ไทยสนับสนุนการสอดประสานกันของสมัชชาสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงฯ (UNSC) และไทยสนับสนุนการมีผู้แทนของประเทศแอฟริกาใน UNSC เพื่อจะได้มีความสมดุลในการเป็นตัวแทนภูมิภาคมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46649</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครนิวยอร์ก, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c0b1890b1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ย้ำความสำเร็จของไทยในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากลางที่ประชุมยูเอ็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 &amp;nbsp;เวลา &amp;nbsp;9.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมเต็มคณะระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage) โดยระหว่างการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงสรุปสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าความสำเร็จด้านสาธารณสุขของไทยมีพื้นฐานจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ครอบคลุมประชากรเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ การลงทุนด้านสุขภาพเป็นการลงทุนทั้งเพื่อปัจจุบันและอนาคต ประชาชนที่มีสุขภาพดีจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เป้าหมายการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถทำได้จริง หากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ โดยแบ่งปันประสบการณ์ของไทย ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3 ประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ความเท่าเทียม รัฐบาลไทยได้พัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรค ซึ่งรวมถึงโรคเรื้อรังและโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไทยจะขยายสิทธิประโยชน์ให้รวมถึงการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยง สานต่อความสำเร็จของโครงการในพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทูตสันถวไมตรีของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ประสิทธิภาพ รัฐบาลไทยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยจัดสรรงบประมาณ 15%ของกองทุนหลักประกันสุขภาพ สำหรับการสร้างเสริมสุขภาพ แม้ว่าจะมีงบประมาณจำกัด โดยเพิ่มการใช้งบประมาณจากภาษีสุราและยาสูบ และสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาพท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม การมีส่วนร่วม หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีความยั่งยืนคือการมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากทุกภาคส่วนในทุกระดับ ตามแนวทางประชารัฐ ให้ทุกฝ่ายรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมทั้งเน้นการส่งเสริมบริการสุขภาพในระดับมูลฐานที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ดียิ่งขึ้น ให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชายขอบ พัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ซึ่งไทยพร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้แก่ประเทศต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม และจะร่วมมือกับทุกหุ้นส่วนเพื่อขับเคลื่อนให้ประชากรโลกมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;*ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมผลักดันให้จัดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกัน สุขภาพถ้วนหน้าเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มนโยบายต่างประเทศและสุขภาพโลก (Foreign Policy and Global Health : FPGH) ในปี 2560 โดยเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ที่ประชุมเต็มคณะของสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 72 (UNGA72) ได้รับรองข้อมติ Global Health and Foreign Policy : addressing the health of the most vulnerable for an inclusive society ซึ่งเสนอให้จัดการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ที่ประชุมเต็มคณะของสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 73(UNGA73) ได้รับรองข้อมติ Scope, modalities, format and organization of the high-level meeting on universal health coverage ซึ่งกำหนดให้จัดการประชุมดังกล่าวในวันที่ 23 กันยายน 2562 โดยให้จัดการอภิปรายระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2 รายการ ในลักษณะคู่ขนานกับ การประชุมเต็มคณะด้วยเจตนารมณ์ทางการเมืองต่อการบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี ค.ศ. 2030 ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals &amp;ndash; SDGs) ใน ปีเดียวกัน โดยเร่งรัดให้ประเทศต่าง ๆ เพิ่มความพยายามในการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนทางงบประมาณบนพื้นฐานของระบบสาธารณสุขที่แข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสนับสนุนให้ทุกประเทศบรรลุเป้าหมายของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยไทยเป็นตัวอย่างของประเทศรายได้ต่อหัวระดับปานกลางที่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง ส่งเสริมการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมและไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไทยพร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการบริการสาธารณสุขและการสร้าง หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงในรูปแบบของความร่วมมือใต้-ใต้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นิวยอร์ก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, ยูเอ็น, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d89605f9fe20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;ฝ่ายมั่นคงฯ&quot; เกาะติด&quot;บิ๊กตู่&quot; บินร่วมเวทีประชุมยูเอ็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกวานนี้ เวลา 23.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะ ได้ออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21&amp;ndash;27 กันยายน 2562 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ฝ่ายความมั่นคงได้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงพล.อ.ประยุทธ์ในสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาชุมนุมประท้วงในระหว่างปฏิบัติภารกิจเหมือนเช่นทุกครั้งที่ร่วมเวทีประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของกลุ่มคนเสื้อแดงในสหรัฐฯ รวมไปถึงสื่อสังคมออนไลน์ที่สนับสนุน นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งปรากฎว่ามีการนัดหมายปลุกระดมมาเป็นระยะแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. นายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.เพื่อไทย ที่ปัจจุบันหลบหนีคำสั่งเข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไปอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้ไลฟ์สดผ่านเวบไซต์ยูทิวป์ ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;วันนี้มีคนไทยทั่วโลกเข้าใจปัญหาร่วมกันแล้ว คุณประยุทธ์น่าจะเดินทางมาถึงในพรุ่งนี้ (21 ก.ย.) พี่น้องคนไทยที่รักประชาธิปไตยในนิวยอร์ก เตรียมต้อนรับคุณประยุทธ์แล้วเหมือนกัน&amp;rdquo;นอกจากนี้ยังนำภาพป้ายโฆษณาบนอาคารร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งระบุว่า ติดตั้งอยู่บนผนังตึกบนถนน 45th Street ตัดกับถนน 2nd Ave บนเกาะแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ใกล้กับที่ทำการสหประชาชาติ ขึ้นมาแสดง ซึ่งป้ายระบุข้อความ &amp;ldquo;UNITED NATION GENARAL ASSEMBY : DON&amp;rsquo;T LET DEMOCRACY DIE IN THAILAND!&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่า &amp;ldquo;การประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ : อย่าปล่อยให้ประชาธิปไตยตายในประเทศไทย&amp;rdquo; พร้อมกล่าวย้ำว่า ได้รับการส่งต่อมาในโทรศัพท์ แต่ไม่แน่ใจว่ามีการตัดต่อภาพหรือไม่ จึงชักชวนเพื่อนไปดูที่สถานที่จริงและถ่ายภาพดังกล่าวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพป้ายโฆษณาดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่นายสุนัยนำมาแสดงในรายการ แต่นายตรีรัตน์ระบุว่า &amp;ldquo;เมื่อครู่คุณป้าผมที่นิวยอร์กได้ส่งรูปป้ายนี้มาให้ เขียนว่า &amp;ldquo;Don&amp;rsquo;t let Democracy Die in Thailand&amp;rdquo; หรือ&amp;ldquo;อย่าปล่อยให้ประชาธิปไตยตายในไทย&amp;rdquo; ซึ่งป้ายนี้ตั้งที่ถนน45th Str.&amp;amp;2nd Ave ซึ่งเป็นทางที่ผู้นำทุกประเทศต้องผ่านมาประชุมใหญ่ UN เห็นมั้ยว่าคนต่างชาติยังไม่เอาท่านเลย #ประยุทธ์ออกไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bad5a7a60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
