<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เสนอ 3 ข้อกระชับความร่วมมือ &#039;อาเซียน-สหรัฐ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย.63 - เวลา 08.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 8 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งมีผู้นำจาก เวียดนาม ลาว ไทย สิงคโปร์ บรูไน และผู้แทนจาก อินโดนีเซีย กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย และนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน (Robert C. O&amp;rsquo;Brien) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Security Advisor) เป็นผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ในอนาคต ขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ ให้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความร่วมมือเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดจนทบทวนเพื่อต่อยอดความร่วมมือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีเวียดนามชื่นชมบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และด้วยความท้าทายที่มากขึ้น ประเทศในภูมิภาคต้องร่วมมือกันมากขึ้นตามหัวข้อหลักของการประชุม แน่นแฟ้นและตอบสนอง เพื่อการฟื้นฟูหลังโควิด19 ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าการประชุมจะดำเนินการหารือไปด้วยดี และเป็นปีสำคัญของความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กระทบการพบเจอเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น การเชื่อมห่วงโซ่อุปทานสำหรับโควิด-19 ยังคงจำเป็น ต้องมีความร่วมมือต่อต้านโรคระบาด การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ทั้งความมั่นคงและอาหาร นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การมีการฝึกอบรมสนับสนุนอาชีพ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สหรัฐฯเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่รอบด้านของอาเซียน บทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐฯ จะช่วยเสริมสร้างความเป็นแกนกลางและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียนการสร้างดุลยภาพใหม่ทางยุทธศาสตร์ ในอินโด-แปซิฟิก จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การฟื้นตัว ทางเศรษฐกิจ และการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภูมิภาค ขอเสนอให้อาเซียนและสหรัฐฯ กระชับความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่มีเสถียรภาพและความยั่งยืนสำหรับประชาชนใน 3 ประเด็น คือ 1. การส่งเสริมความมั่นคงด้านสาธารณสุข สนับสนุนการวิจัยและการผลิต ตลอดจนการเข้าถึงยาและวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยไทยพร้อมจะเป็นฐานในการผลิตยาและวัคซีน เพื่อให้เป็นสินค้าสาธารณะ และไทยพร้อมสนับสนุน โครงการ &amp;ldquo;อาเซียน-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุขเพื่ออนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และภูมิภาค โดยสหรัฐฯ และอาเซียน เขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 1 และ 5 ของโลก ควรร่วมมือกันสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานสินค้า เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีในอาเซียน และพัฒนาเมืองอัจฉริยะร่วมกัน รวมทั้งเสริมสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะจากการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนของสหรัฐฯ มาร่วมพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลในอาเซียน ซึ่งไทยมีโครงการเพื่อรองรับการเติบโตด้านดิจิทัลที่พร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ อาทิ โครงการ &amp;ldquo;ASEAN Digital Hub&amp;rdquo; รวมถึงโครงการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ &amp;ldquo;Digital Park Thailand&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งอาเซียนและสหรัฐฯ ควรร่วมกันพัฒนาทักษะแรงงาน ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต ควรมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการฝึกอบรมด้านเทคนิคและการอาชีวศึกษา ในสาขาอาชีพใหม่ ๆ การพัฒนาทักษะภาษา และการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนให้สถาบันการศึกษาผลิตแรงงานที่ทันสมัย และมีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้าย ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อมิตรภาพและความเป็นหุ้นส่วนสหรัฐ-อาเซียน ให้ดำเนินต่อไปในปีหน้าและต่อๆ ไป โดยจะแน่นแฟ้นทุกด้าน ความร่วมมือสำคัญต่อสันติภาพ ความมั่นคง และประโยชน์ต่อประชาชน รวมทั้ง จะมีความร่วมมือใหม่ ๆ เช่น Task Force ด้านสาธารณสุข และโควิด-19 ลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลมากขึ้น เพื่อส่งเสริมแรงงานและบุคลากร ลงทุนเพิ่มขึ้นในด้านโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน ส่งเสริมอินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี รวมทั้งปกป้องความเป็นแกนกลางของอาเซียน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5faf47ed788e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์เชิญผู้นำอาเซียน ถกนัดพิเศษที่สหรัฐต้นปี63ตลาดหุ้นขานรับพุ่ง30จุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปิดฉาก &amp;rdquo;อาเซียนซัมมิต&amp;rdquo; ครั้งที่ 35 แล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ส่งค้อนต่อให้นายกฯ เวียดนาม &amp;nbsp;คิวแน่นทิ้งทวนตลอดวัน เช้าถก &amp;ldquo;อาเบะ&amp;rdquo; ก่อนประชุมอาเซียน+3 ตามด้วยสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา งานนี้ 7 ชาติหมั่นไส้มะกันส่ง รมว.กต.หารือแทน &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo; องุ่นเปรี้ยวเตรียมเชิญ 10 ชาติไปถกนัดพิเศษไตรมาสแรกปีหน้า หมวดเจี๊ยบขย่มให้เกรดเอฟ เที่ยงนายกฯ ถกร่วมไอเอ็มเอฟ ตามด้วยเวทีสุดยอดเอเชียตะวันออก, &amp;ldquo;อาเซียน-ญี่ปุ่น&amp;rdquo; ตลาดหุ้นไทยขานรับพุ่งเกือบ 30 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายนยังคงมีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบหารือกับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวต้อนรับและยินดีที่อาเซียนและญี่ปุ่นบรรลุการเจรจาถ้อยแถลงร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 22 ว่า &amp;nbsp;ด้วยความเชื่อมโยง หวังว่าอาเซียนจะได้ร่วมมือกับญี่ปุ่นภายใต้ ASEAN Outlook on Indo-Pacific โดยเฉพาะประเด็นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การเข้าถึงบริการทางการเงิน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการจัดการขยะทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอาเบะชื่นชมบทบาทการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย โดยเฉพาะบทบาทผู้นำของนายกฯ ที่ผลักดันการประชุมที่สำคัญต่อการพัฒนาภูมิภาคประสบความสำเร็จ โดยญี่ปุ่นยืนยันจะเดินหน้าร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมถึงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาประเด็นท้าทายสำคัญในภูมิภาค เช่น ความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนและกรอบ G20 ซึ่งไทยและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ความร่วมมือภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) และกรอบลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น ความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สถานการณ์ในรัฐยะไข่ และความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและกีฬาระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยก่อนจบการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ได้อวยพรให้ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในปี 2563 ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 08.30 น. ที่ห้อง Sapphire 204 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 โดยภายหลังเสร็จสิ้นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 &amp;nbsp;ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน, จีน, เกาหลี และญี่ปุ่น โดยเน้นแนวคิด &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทั้ง 13 ประเทศ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3M ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน&amp;nbsp;
ชง 2 ข้ออาเซียนบวกสาม
&amp;ldquo;โอกาสนี้นายกฯ ได้เสนอแนวทางส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม 2 ประการ ได้แก่ &amp;nbsp;1.ความเชื่อมโยงในภูมิภาค และ 2.ความยั่งยืนในทุกมิติ โดยช่วงท้ายนายกฯ เชื่อมั่นว่าความร่วมมืออาเซียนบวกสามจะเป็นกลไกที่สำคัญนำไปสู่หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันของภูมิภาคเอเชียตะวันออก&amp;rdquo; นางนฤมลระบุ
ในเวลา 10.00 น. ที่ห้อง Sapphire 108 ชั้น 1 พล.อ.ประยุทธ์ได้พบหารือกับนายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ผู้แทนพิเศษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือนางนฤมลเผยว่า นายกฯ ย้ำว่าไทยพร้อมร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน และเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ พร้อมฝากความระลึกถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยา โดยหวังว่าจะมีโอกาสได้ต้อนรับที่ไทย ขณะที่นายโอไบรอันได้ขอบคุณการต้อนรับอย่างอบอุ่น และกล่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ฝากหนังสือถึงนายกฯ เพื่อย้ำว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับไทยในฐานะมิตรประเทศอันใกล้ชิด และยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการร่วมมือกับไทยและอาเซียนเพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และผู้แทนชาติต่างๆ รวมทั้งนายโอไบรอันได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 เพื่อทบทวนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน-สหรัฐอเมริกาในมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐอเมริกาในอนาคต และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ&amp;nbsp;
ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าในการประชุมครั้งนี้ผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ใช่ระดับประธานาธิบดี หรือรองประธานาธิบดี แต่กลับส่งนายโอไบรอันมาเป็นตัวแทน ซึ่งไม่มีสถานะในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลสหรัฐฯ &amp;nbsp;โดยนายโอไบรอันมีระดับเทียบเท่าอธิบดีเท่านั้น ทำให้ผู้นำชาติอาเซียน 7 ชาติส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.กต.) เข้าร่วมหารือแทน มีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะเจ้าภาพ นายเหงียน ซวน ฟุก นายกฯ เวียดนาม ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปีหน้า และนายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาวเท่านั้นที่เข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ในขณะที่กัมพูชา เมียนมา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ &amp;nbsp;และสิงคโปร์ต่างส่งเพียง รมว.กต.เข้าร่วม โดยตอนหนึ่งนายโอไบรอันกล่าวว่า &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์เชิญผู้นำอาเซียนร่วมประชุมเป็นกรณีพิเศษที่สหรัฐฯ ในปีหน้า พร้อมทั้งยืนยันรัฐบาลวอชิงตันไม่มีทางทอดทิ้งภูมิภาคแห่งนี้
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเรื่องนี้ว่า ผู้นำ 7 ประเทศสมาชิกอาเซียนส่งเพียงรัฐมนตรีต่างประเทศมาร่วมการประชุมครั้งนี้ แสดงออกถึงความไม่ไยดีต่อสหรัฐฯ ที่ส่งเพียงแค่เจ้าหน้าที่ระดับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติมาเป็นตัวแทนของประธานาธิบดี ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์ถูกตำหนิว่าไม่นำพาต่อชาติพันธมิตรในภูมิภาคนี้ โดยส่งเพียงนายโอไบรอันซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน ก.ย. และนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ มาเป็นตัวแทนร่วมการประชุมที่ไทย โดยปีที่แล้วทรัมป์ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาแทน ส่วนปีก่อนหน้านั้นซึ่งจัดที่สิงคโปร์ ทรัมป์เดินทางมาด้วยตนเองแต่กลับก่อน
มะกันแก้เกี้ยวเชิญอาเซียน
&amp;nbsp;นักการทูตประจำกรุงเทพฯ รายหนึ่งกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่อาเซียนจะส่งผู้นำประเทศมาร่วมการประชุมนี้ เมื่อสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผู้แทนในระดับเดียวกันมาประชุม ส่วนนักการทูตอีกคนกล่าวว่า นี่ไม่ใช่การบอยคอต แต่เป็นเพราะผู้นำคนอื่นๆ ก็ต้องเข้าร่วมการประชุมอื่นๆ เช่นกัน
&amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า เพื่อทดแทนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยตนเอง โอไบรอันได้อ่านจดหมายจากทรัมป์ ที่เชื้อเชิญผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนไปพบกับเขาที่สหรัฐฯ เพื่อประชุมสุดยอดนัดพิเศษในช่วงไตรมาสแรกในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวชี้แจงเรื่องนี้ว่า ในประวัติศาสตร์ 52 ปีของอาเซียนมีสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ทำให้เราต้องปรับรูปแบบการประชุมให้เหมาะสม ดังนั้นการใช้รูปแบบการประชุมลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติ และการประชุมเหล่านั้นก็เป็นไปโดยราบรื่นและผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งครั้งนี้เป็นแนวทางที่อาเซียนทุกประเทศเห็นชอบและมีท่าทีร่วมกัน โดยคำนึงถึงหลักการทางการทูตของเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งมีระดับผู้นำเข้าร่วม&amp;nbsp;
ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวประเด็นนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานอาเซียนล้มเหลว ผู้นำชาติมหาอำนาจกลุ่มอาเซียนพลัสที่ไม่ได้เป็นชาติสมาชิก แต่เป็นคู่ค้าสำคัญไม่ได้เดินทางมา โดยเฉพาะสหรัฐฯ ลดความสำคัญไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง ส่งเพียงผู้แทนที่มีความสำคัญน้อย ส่อให้เห็นถึงนัยทางการเมือง ความสัมพันธ์ทางการทูตที่พัฒนาไปในทางที่แย่ลง &amp;nbsp;สะท้อนถึงความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ไม่สามารถรักษาสัมพันธ์เหมือนในอดีต &amp;nbsp;เราได้สูญเสียสถานะทางการทูต&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เมื่อย้อนไปในอดีต นายโดนัลป์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีเดินทางมาร่วมประชุมที่ฟิลิปปินส์ รัฐบาลนายบารัค โอบามา สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ยังเดินทางมาประชุมอาเซียนซัมมิต แต่การประชุมครั้งนี้ไม่ได้สร้างความประทับใจ สร้างความคุ้มค่า การเจรจาก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตั้งเป้า จะสร้างการเป็นหุ้นส่วนพัฒนาที่ยั่งยืนในชาติสมาชิกอาเซียน และสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในอาเซียน โดยการประชุมเจรจาการค้า 3-4 วันที่ผ่านมาห่างไกลจากเป้าหมายที่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ประกาศไว้ ถือว่าล้มเหลวและคงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว สิ่งนี้จะติดอยู่ในสมุดพก ถือว่าติด F ในการทำหน้าที่ประธานอาเซียน&amp;rdquo; ร.ท.หญิง สุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.45 น. ที่ห้อง Grand Diamond Ballroom ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อหารือเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน (Special Lunch &amp;nbsp;on Sustainable Development) โดยมีชาติอาเซียนและกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เข้าร่วม&amp;nbsp;
ถกEAS/สุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฯ ได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.อาเซียนควรเสริมสร้างแรงกระตุ้นในการดำเนินการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค และต่อยอดจากการดำเนินกิจกรรมของศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนดำเนินการตามโรดแมปความเกื้อกูล 2.สร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในระดับรากหญ้า และ 3.การบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนในอาเซียนจะต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจจากทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนและภาคีภายนอก และเน้นย้ำว่าความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน และความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับประเทศคู่เจรจาและภาคีภายนอกของอาเซียน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนประจักษ์ผลเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) ครั้งที่ 14 ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางนฤมลเผยว่า การประชุมจัดขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและทบทวนความร่วมมือและบทบาทของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรือง และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีประเทศที่เข้าร่วมใน EAS จำนวน 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน &amp;nbsp;10 ประเทศ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี นิวซีแลนด์ รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ ที่พร้อมกับความเชื่อมโยงและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี พร้อมขอบคุณและขอความร่วมมือผู้นำทุกคนในการขับเคลื่อน &amp;nbsp;EAS เพื่อเพิ่มพูนความไว้เนื้อเชื่อใจเชิงยุทธศาสตร์ และแก้ไขปัญหาความท้าทายต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และสนับสนุนความเชื่อมโยงระหว่าง EAS กับกรอบความร่วมมือต่างๆ ที่มีอยู่ในภูมิภาค &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการสอดประสานระหว่างกันมากที่สุด&amp;rdquo; นางนฤมลกล่าวถึงคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ในที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ห้อง Sapphire 203 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค พล.อ.ประยุทธ์พร้อมผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และนายชินโซ อาเบะ ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 22 ภายหลังเสร็จสิ้นนางนฤมลกล่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 22 &amp;nbsp;เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจ และเป็นความห่วงกังวลร่วมกัน โดยมีผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนและนายกฯ ญี่ปุ่นเข้าร่วม
&amp;ldquo;นายกฯ หวังว่าอาเซียนและญี่ปุ่นจะร่วมมือกันเสริมสร้างความเชื่อมโยงสีเขียว ทั้งกับอาเซียนและกับอนุภูมิภาค รวมถึงกรอบ ACMECS ด้วย และหวังว่าจะเห็นโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ได้แก่ ความเชื่อมโยงความร่วมมือทางทะเล และการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกลไกที่มีอาเซียนเป็นแกนนำ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภูมิภาค&amp;rdquo;
ปิดฉากสุดยอดอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 19.30 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งมอบค้อนให้เวียดนามประธานอาเซียนครั้งต่อไป โดยนายกฯ ระบุว่า &amp;nbsp;ไทยได้เสนอแนวคิดหลักของประธานอาเซียนในปีนี้ คือ &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยมุ่งหวังให้อาเซียนก้าวสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ซึ่งความร่วมมือได้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือ ประการแรก &amp;nbsp;ประชาชนจะมีความมั่นคงที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่การแข่งขันเพิ่มเติม ประการที่สอง ความร่วมมือในอาเซียนในปีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าและรองรับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าและข้อพิพาททางเศรษฐกิจระหว่างคู่ค้าที่สำคัญของอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การสรุปผลการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซปตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำอาร์เซป เป็นการผนึกกำลังของกลุ่มประเทศซึ่งมี GDP รวมกัน 32% ของโลก มีประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกันสูงถึง 30% ของการค้าโลก โดยอาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;
ประการที่สาม อาเซียนได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะร่วมมือในประเด็นด้านสังคมและวัฒนธรรม &amp;nbsp;อาทิ การต่อต้านขยะทะเล การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือฟีฟ่าเวิลด์คัพในปี 2577 และและประการสุดท้าย ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการผนึกกำลังร่วมมือทั้งภายในอาเซียนและกับภาคีภายนอกของอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในภูมิภาค โดยผู้นำอาเซียนได้รับรองเอกสารวิสัยทัศน์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการสานต่อความยั่งยืนในทุกมิติ &amp;nbsp;อีกทั้งเราได้จัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่กรุงเทพฯ เพื่อสนับสนุนงานในด้านนี้
&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าเวียดนามจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อสานต่อฝันของอาเซียนในการร่วมมือร่วมใจให้เกิดสันติภาพ เสรีภาพ ความมั่นคง และความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้อาเซียนในปัจจุบัน และให้กับชนรุ่นหลังของเราสืบไป โดยขอฝากไว้ว่าการสร้างความยั่งยืนในอาเซียนต่อจากนี้จำเป็นต้องมี 3C คือ Continuity, Complementarity และ Creativity รวมทั้งขออวยพรให้เวียดนามและอาเซียนประสบความสำเร็จต่อไปในปีหน้า&amp;rdquo;
เมื่อเวลา 20.30 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงสรุปผลการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นบทสรุปของการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย ภายใต้แนวคิดหลัก &amp;quot;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;quot; โดยเน้นเรื่องความเป็นหุ้นส่วน เพื่อสานต่อผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดอาเชียน ครั้งที่ 34 เมื่อเดือน มิ.ย.ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ผู้นำจาก 18 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยเลขาธิการสหประชาชาติและกรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้มาร่วมประชุม ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมระดับผู้นำทั้ง 9 การประชุม ทั้งการประชุมระหว่างอาเซียนกันเองและกับประเทศคู่เจรจาที่สำคัญได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสหประชาชาติ รวมทั้งมีการประชุมในกรอบอาเซียนบวกสาม การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก หรืออีเอเอส และการประชุมสุดยอด RCEP&amp;rdquo;&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้นำอาเซียนและภาคีภายนอกของอาเซียนที่ได้สนับสนุนไทยอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกฝายที่ช่วยสนับสนุนการจัดการประชุมและกิจกรรมภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย ขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ ติดตาม และเผยแพร่ข่าวสารการประชุมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนวาระของอาเซียนเหล่านี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้คนไทยทุกคนภูมิใจว่า ปีนี้เราได้ช่วยวางรากฐานเพื่อนำไปสู่อาเซียนที่ยั่งยืนในทุกมิติ และมั่นใจว่าเวียดนามจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากไทยได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าว นายกฯ เดินลงจากโพเดียมและชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;รักทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์ไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน ก่อนปิดที่ระดับ 1,622.25 จุด เพิ่มขึ้น 29.73 จุด หรือบวก 1.87% มูลค่าการซื้อขาย 64,499.36 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่าที่คาดกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างปรับตัวขึ้นกัน &amp;nbsp;โดยแรงซื้อมาจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่มีสัญญาณที่ดี รวมทั้งประเด็นบวกจากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปการเจรจาทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่อาจมีดีลการค้าขนาดใหญ่เกิดขึ้น เนื่องจาก RCEP มีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็น 1 ใน 3 ของจีดีพีโลก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49529</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Outlook on Indo-Pacific, ASEAN Summit 2019, ทรัมป์, ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา, ประชุมอาเซียน+3, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาเซียนซัมมิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc0399864377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ไว้ลายหยอดสหรัฐ ช่วยทบทวน GSP ย้ำสนับสนุนธุรกิจเข้ามาลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2562) เวลา 16.30 น. ณ ห้อง Sapphire 108 ชั้น 1 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายวิลเบอร์ รอสส์ (Wilbur Ross) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ภายหลังเสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่รมว.พณ. สหรัฐฯ นำคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมเดินทางมาไทยครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะในการขยายความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งสหรัฐฯ นับเป็นนักลงทุนที่สำคัญของไทยและมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัทสหรัฐฯ ในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อากาศยานและอวกาศ ดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์

รมว.พณ.สหรัฐฯ แสดงความชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน พร้อมกล่าวว่าการมาเยือนครั้งนี้นำภาคเอกชนจากสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของไทยมาร่วมประชุม Indo Business Forum ที่หอการค้าไทยและหอการค้าสหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน เชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคเอกชน


ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยมีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่การลงทุนของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างชาติ รวมทั้งได้พัฒนากฎระเบียบต่างๆ และผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ มาร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคของอาเซียนด้วย


สำหรับประเด็นการพักสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) บางส่วนแก่ไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลห่วงกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาคเอกชนและสาธารณชน แต่เข้าใจดีเรื่องกติกาของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามในฐานะมิตรอันใกล้ชิด ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาทบทวนอีกครั้ง ซึ่งรว.พณ.สหรัฐฯ พร้อมเปิดให้มีการเจรจาทบทวนระหว่างกันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49431</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&quot;, ตัดGSPไทย, ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbec1c582e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯพร้อมรับไม้ต่อประธานอาเซียน ย้ำสัมพันธ์สหรัฐหุ้นส่วนสำคัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 6 ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ Suntec สาธารณรัฐสิงคโปร์ ภายการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบในสถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงในรัฐแคลิฟอร์เนีย และขอเป็นกำลังใจให้สหรัฐฯประสบความสำเร็จในภารกิจให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนสามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์โดยเร็ว พร้อมกันนี้ขอเสนอให้อาเซียนและสหรัฐฯ กระชับความร่วมมือใน 3 ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า 1.การส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดอินโด-แปซิฟิก ที่จะตอบสนองต่อผลประโยชน์ของทั้งสองภูมิภาค โดยไทยหวังว่าจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย สนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียน และเคารพหลักการ 3 เอ็ม เพื่อนำไปสู่การสร้างดุลยภาพใหม่ทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค นอกจากนี้ อาเซียนและสหรัฐฯ ควรร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีต่อการรับรองถ้อยแถลงผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า 2.การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจโดยเพิ่มขยายการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น บนหลักการของการค้าเสรีและเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าลำดับที่3และคู่ลงทุนอันดับที่4ของอาเซียน ด้วยมูลค่าการค้า 233.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการลงทุนกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยินดีที่สหรัฐฯ สนับสนุนภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนในอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับภาคธุรกิจพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้การสร้างความเชื่อมโยงในอาเซียนบรรลุได้ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า และในเวลาเดียวกัน ภาคเอกชนอาเซียนควรเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่จากการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และความตกลงการค้าเสรีที่สหรัฐฯ มีกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 3.การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพเยาวชนในอาเซียน รวมทั้งการส่งเสริมบทบาทสตรีและการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย ซึ่งบทบาทที่แข็งขันของสหรัฐฯ จะมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียนมีความเข้มแข็งและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าในปีหน้าที่ไทยจะรับช่วงเป็นประธานอาเซียน ไทยจะสานต่อการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ซึ่งไทยขอบคุณสหรัฐฯ ที่ได้สนับสนุนไทยและอาเซียน ในฐานะมิตรที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนานและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียนตลอดมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ, นายกรัฐมนตรี, ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา, ประธานอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5becf2913df28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
